10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026

10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026

การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้

ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน

เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร?

แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ

  • คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย
  • ครอบครัวที่มีอุปกรณ์หลากหลายที่ต้องฆ่าเชื้อ ไม่ใช่แค่ขวดนม เช่น ของเล่นยาง, แปรงสีฟัน หรือโทรศัพท์มือถือ
  • ผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เพราะเครื่องมักมีระบบเก็บปลอดเชื้อ (Storage) ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • คุณแม่ที่ใช้ เครื่องปั๊มนม เป็นประจำ เพราะสามารถนำอุปกรณ์ปั๊มนมมาอบฆ่าเชื้อได้โดยไม่ทำลายวัสดุซิลิโคน

รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม

ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด

  • ระบบการทำงาน: เลือกระหว่างระบบไอน้ำที่เน้นความรวดเร็ว หรือระบบ UV ที่เน้นความอเนกประสงค์และการถนอมอุปกรณ์
  • ความจุ: พิจารณาจากจำนวนขวดนมที่ใช้ต่อวัน หากมีลูกแฝดหรือใช้ขวดเยอะ ควรเลือกขนาด 17-20 ลิตรขึ้นไป
  • ฟังก์ชันเสริม: เช่น การอุ่นนม, การอบแห้ง, หรือระบบกำจัดกลิ่นอับ (Deodorization)
  • มาตรฐานความปลอดภัย: ต้องผลิตจากวัสดุ Food Grade, BPA Free และมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย

1. เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY – PRINCE & PRINCESS

เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY

รุ่นยอดฮิตที่ทำได้มากกว่าการนึ่ง เพราะมาพร้อม 8 โหมดอัจฉริยะ จุได้เยอะและจัดระเบียบง่าย

  • จุดเด่น: นึ่งฆ่าเชื้อรอบทิศทาง 360 องศา และจัดเก็บปลอดเชื้อได้นานถึง 48 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชันเสริม: สามารถอุ่นนม, นึ่งอาหาร และทำโยเกิร์ตได้ในเครื่องเดียว

2. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer

ตอบโจทย์คุณแม่ที่ต้องการความรวดเร็วในการเตรียมนมให้ลูกพร้อมทาน

  • จุดเด่น: อุ่นนมได้พร้อมกัน 2 ขวด โดยควบคุมอุณหภูมิแม่นยำไม่เกิน 37 องศา เพื่อรักษาคุณค่าน้ำนม
  • ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดละลายน้ำแข็งสำหรับนมแม่แช่แข็ง และโหมดนึ่งฆ่าเชื้อขนาดพกพา

3. PHILIPS AVENT เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม พร้อมอบแห้ง SCF293/00

แบรนด์ที่ทั่วโลกไว้วางใจ มาพร้อมดีไซน์ปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน

  • จุดเด่น: ฆ่าเชื้อและอบแห้งเสร็จสรรพใน 40 นาที พร้อมระบบกรองอากาศให้สะอาดก่อนเข้าเครื่อง
  • ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อได้นาน 24 ชั่วโมงหากไม่เปิดฝา

4. Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

ที่สุดของ ที่อบขวดนม ระบบ UV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย

  • จุดเด่น: ความจุขนาดใหญ่ 20 ลิตร อบได้สูงสุด 20 ขวด และใช้หลอด UV-C จาก Philips 2 หลอด
  • ฟังก์ชันเสริม: มีระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และโหมดอบแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อถนอมขวดนม

5. Glowy Star เครื่องนึ่งขวดนม อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี

รุ่นที่เน้นความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ในการใช้งานภายในบ้าน

  • จุดเด่น: ความจุ 17 ลิตร อบฆ่าเชื้อซ้ำทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชันเสริม: แผ่นกรองคาร์บอนช่วยลดกลิ่นอับ และชั้นวางปรับระดับได้อิสระ

6. Dodolove เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้ง

ดีไซน์มินิมอล ใช้งานง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่

  • จุดเด่น: ระบบอบแห้งรอบทิศทางทำให้ขวดนมแห้งสนิทรวดเร็ว ลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดหรี่แสงหน้าจอกลางคืน ไม่รบกวนการนอนของลูกน้อย

7. Camera เครื่องนึ่งขวดนม UV-C พร้อมอบลมร้อน

แบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่พ่อแม่ชาวไทยมานาน พร้อมเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อที่ทันสมัย

  • จุดเด่น: ทำงานเงียบเพียง 40 เดซิเบล และมีระบบฉายรังสี UV ซ้ำอัตโนมัติ
  • ฟังก์ชันเสริม: อบแห้งด้วยลมร้อนเลือกระยะเวลาได้ และจุของใช้ส่วนตัวได้หลากหลาย

8. Doudou เครื่องนึ่งขวดนมระบบไอน้ำ

เน้นความเรียบหรูและการใช้งานที่สะดวกผ่านหน้าจอสัมผัส

  • จุดเด่น: แยกชั้นวางขวดนมและจุกนมชัดเจน จุได้สูงสุด 10 ขวด ทำงานด้วยระบบไอน้ำแรงดันสูง
  • ฟังก์ชันเสริม: ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำแห้ง และโหมดอุ่นอาหารนาน 12 ชั่วโมง

9. Nanny กล่องนึ่งขวดนมไมโครเวฟ

ทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัดที่สุด

  • จุดเด่น: ใช้เวลาฆ่าเชื้อเพียง 6-8 นาที โดยอาศัยพลังงานจากไมโครเวฟ ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย
  • ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อนาน 24 ชั่วโมง (หากไม่เปิดฝา) และแถมฟรีที่คีบขวดนม

10. Pappu เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมด้วยไมโครเวฟ

ผลิตจากวัสดุปลอดสาร BPA 100% มั่นใจได้ในความปลอดภัยของลูกน้อย

  • จุดเด่น: ใช้งานง่ายเพียงเติมน้ำและนำเข้าไมโครเวฟ มีตัวล็อกฝาปิดแน่นหนาป้องกันไอน้ำลวก
  • ฟังก์ชันเสริม: ออกแบบช่องวางฝาครอบจุกนมโดยเฉพาะ ทำให้จัดเรียงอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบ

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของเครื่องอบขวดนมทั้ง 10 รุ่น

รุ่น / ยี่ห้อระบบฆ่าเชื้อความจุฟังก์ชันอบแห้งจุดเด่นพิเศษ
1. PRINCE & PRINCESS (Steam)ไอน้ำ14มี8 โหมด, เก็บปลอดเชื้อ 48 ชม.
2. PRINCE & PRINCESS (Warmer)ไอน้ำ2อุ่นนมแม่ 37°C, พกพาง่าย
3. PHILIPS AVENTไอน้ำ6มีระบบกรองอากาศ, เสร็จใน 40 นาที
4. PRINCE & PRINCESS (UV Gen 3)UV-C20มีจุเยอะสุด, กรองฝุ่น PM 2.5
5. Glowy StarUV-C12มีเก็บปลอดเชื้อนาน 72 ชม.
6. Dodoloveไอน้ำ6-8มีอบแห้งรอบทิศทาง, ราคาย่อมเยา
7. CameraUV-C12มีทำงานเงียบ, อบของใช้ส่วนตัวได้ดี
8. Doudouไอน้ำ10มีหน้าจอ LED สัมผัส, แยกชั้นชัดเจน
9. Nannyไมโครเวฟ5ไม่มีประหยัดเวลา, เหมาะสำหรับพกพา
10. Pappuไมโครเวฟ4ไม่มีวัสดุ BPA Free, ใช้ง่ายมาก

สรุปบทความ

การเลือกที่อบขวดนม หรือเครื่องอบขวดนมที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระและเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณแม่ได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นระบบ UV ที่ทันสมัยหรือระบบไอน้ำที่รวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัย ที่ BabyGift เราเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่และพร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กเกรดพรีเมียม ตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด ไปจนถึงเครื่องปั๊มนม และเครื่องอบฆ่าเชื้อ เพื่อให้ทุกโมเมนต์การเลี้ยงลูกของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขจากของขวัญที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่อบขวดนม

ที่อบขวดนม UV จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยแค่ไหน? 

โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนหลอด UV-C ทุก ๆ 1 ปี หรือตามชั่วโมงการใช้งานที่ระบุข้างกล่อง (ประมาณ 6,000 ชั่วโมง) เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคให้คงที่

ที่อบขวดนม ระบบไอน้ำกับ UV แบบไหนสะอาดกว่ากัน? 

ทั้งสองระบบฆ่าเชื้อได้ 99.9% เช่นเดียวกัน แต่ UV จะได้เปรียบตรงที่อบอุปกรณ์อื่นที่ทนความร้อนไม่ได้ (เช่น ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์) และไม่มีปัญหาเรื่องคราบตะกรันน้ำในเครื่อง

ถ้าใช้เครื่องนึ่งแบบไมโครเวฟ ขวดนมจะยังสะอาดอยู่ได้นานแค่ไหน? 

หากยังไม่เปิดฝากล่องออก ขวดนมจะคงสภาพปลอดเชื้อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง แต่หากเปิดแล้วควรใช้งานทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอก

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

อวัยวะและระบบในร่างกายลูกน้อย ทั้ง 8 ที่ยังอ่อนแอและบอบบางใน เด็กแรกเกิดเช่น สมอง ศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นส่วนลำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบของลูกสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอบบางและอ่อนแอมาก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญดูแลเป็นพิเศษ 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กวัยแรกเกิด ที่ยังไม่สมบูรณ์ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กวัยแรกเกิด 1 ความมั่นใจของลูกน้อยสามารถเสริมสร้างได้ผ่านการสัมผัส เพราะความมั่นใจ คือ พื้นฐานของพัฒนาการของลูกน้อย การสัมผัสด้วยการกอดและการสบตาจากแม่หรือคนรอบข้าง คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ก่อให้เกิดความมั่นใจของลูกน้อย เมื่อแม่พยายามปลอบในเวลาที่ลูกร้อง การยิ้มตอบเมื่อแม่พูดคุยด้วย สิ่งเหล่านี้คือสายใยแห่งความผูกพันที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และไว้ใจซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างให้ลูกมีบุคลิกและการแสดงออกในเชิงบวกได้ 2 ความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นผ่านสัมผัสทั้ง 5 เด็กในวัยแรกเกิด ทุกอย่างรอบตัว คือ โลกใบใหม่ของเค้า เด็กในวัยแรกเกิด – 1 ปี จะพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการนำเข้าปาก และเมื่อย่างเข้าสู่วัยขวบปีแรก เด็กจะสนใจอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยการสัมผัสและการมอง ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นนี้เองจะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการเรียนรู้และทักษะทางด้านร่างกาย การเรียนรู้โลกภายนอกด้วยการสัมผัสกับลมเบาๆและได้ยินเสียงจากธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างดี 3 ทักษะในการสื่อสารและเข้าสังคมสามารถพัฒนาได้จากรอยยิ้มของคนรอบข้าง เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 2 เด็กจะเริ่มรู้จักการยิ้ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นพัฒนาการแรกในการเข้าสังคม ด้วยการมีปฏิกริยาโต้ตอบและบอกความรู้สึกให้ผู้คนรอบข้างได้รับรู้ ความสามารถในการสื่อสารขั้นพื้นฐานนี้ จะได้รับการพัฒนาโดยเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกและจะค่อยๆ […]

ใครกำลังคิดว่ากระเป๋าใส่ของแม่ ไม่ได้จำเป็นอะไร ใช้อะไรก็ได้ ลองแวะมาอ่านบทความนี้กันก่อนค่ะ พอเป็นคุณแม่แล้วก็มีของใช้มากมายต่างๆ ทั้งของเรา ของลูกเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นการมีกระเป๋าใส่ของลูกก็จะทำให้คุณแม่มีความสะดวก หยิบของง่าย เป็นระเบียบมากขึ้น และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกระเป๋าของคุณแม่กันให้มากขึ้นค่ะ จำเป็นแค่ไหน ? กระเป๋าคุณแม่ ต่างจากกระเป๋าปกติยังไง ? กระเป๋าใส่ของคุณแม่มีความแตกต่างจากกระเป๋าทั่วไปในหลายๆ อย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดและความจุ ซึ่งโดยมากมักมีขนาดใหญ่ และมีช่องเก็บของหลายช่อง เพื่อบรรจุของใช้สำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรจุของที่จำเป็นต่อการดูแลลูกได้อย่างครบครัน เช่น มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้นค่ะ แล้วเราจะเลือกกระเป๋าใส่ของลูกยังไงให้เหมาะกับเรา ใช้ได้นาน มาดูรายละเอียดกันต่อค่ะ เลือก กระเป๋าคุณแม่ ยังไงดี ? การเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับตัวคุณแม่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน คุณแม่จึงควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการใช้งาน เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันค่ะ 1. ขนาด และความจุ : ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รวมถึงมีช่องเก็บของเพียงพอสำหรับใส่ของใช้ของคุณแม่และลูกของเรา 2. น้ำหนัก ความสะดวกในการพกพา และความปลอดภัย : ให้เลือกวัสดุที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา และมีสายสะพายที่นุ่ม และปรับความยาวได้ […]

เชอรีน ณัฐจารี หรเวชกุล คุณแม่ป้ายแดงคนใหม่ กับ Moment ก่อนเตรียมตัวไปคลอดถึงแม้จะท้องใหญ่ใกล้คลอดขนาดไหน ก็ยังขอลงมาดูการติดตั้ง สาธิตการใช้คาร์ซีทแรกเกิด ต้อนรับลูกน้อยด้วยตัวเองค่า ขอขอบคุณครอบครัว คุณเชอรีน ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการ BabyGift onsite service จัดส่งของขวัญสุดพิเศษ และบริการติดตั้งคาร์ซีท จากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมพร้อมการเดินทางที่ปลอดภัย ให้กับลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล

ในความคิดหรือความเชื่อของคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ท่าน ยังมีความคิดและดูจากโฆษณาต่างๆ จนทำให้เชื่อว่า ตอนท้องแม่ต้องดื่มนมมากๆ  เพื่อบำรุงให้แม่และลูกแข็งแรง  ซึ่งความจริงแล้วข้อมูลนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะเรื่องของการกินอาหารและกินนมของแม่ท้องนั้น วิธีที่ดีและถูกต้องที่สุดคือกินอย่างเหมาะสม หลากหลายไม่ซ้ำและกินมากจนเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการกินนมในแม่ท้อง ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะมีข้อมูลออกมาบอกว่า การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มนมวัวมากเกินไป จะเป็นสาเหตุให้ลูกแพ้นมวัวได้ตั้งแต่แรกเกิด  เราจึงขอนำความรู้ดีๆ เกี่ยวกับโภชนาการและการกินนมวัวมาอธิบายให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เข้าใจ เพื่อให้กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมมาฝากค่ะ แม่ท้องกินนมวัวมาก ลูกอาจแพ้ได้จริงหรือ? ข้อมูลนี้เป็นความจริงค่ะ เพราะการที่ร่างกายคุณแม่ได้รับสารอาหารอะไรมากจนเกินไป จะสามารถกระตุ้นให้ลูกน้อยมีอาการแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ได้ตั้งแต่หลังคลอด  นั่นคือนมวัวที่กินมากไปนั้น จะไปทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมและโปรตีนนมวัว  เป็นหนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ที่ส่งผลกับลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จนกระตุ้นให้เกิดการแพ้  โดยจะมีอาการแสดงของการแพ้นมวัวได้แก่ ซึ่งปกติแล้วการที่ลูกน้อยจะแพ้นมวัว แพ้อาหาร หรือเป็นภูมิแพ้ได้นั้น สาเหตุใหญ่หลักๆ คือ นอกจากนี้ยังไม่รวมกับโปรตีนในนมวัวที่คุณแม่ได้รับจากอาหารอื่นๆ ที่แฝงไปด้วยนมอีก เช่น เบเกอรี่ ไอศกรีม เนย ชีส  ยิ่งทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนจากนมวัวมากเกินไป ทำให้ลูกน้อยแพ้นมวัวได้ตั้งแต่หลังคลอด นมอะไร? ที่คุณแม่ท้องดื่มได้บ้าง โดยนมวัวที่คุณแม่ดื่มได้ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ ซึ่งนมสำหรับแม่ท้องที่แนะนำคือ นมนมสดพาสเจอไรส์ชนิดพร่องมันเนย เพราะได้คุณค่าสารอาหารที่ต้องการโดยที่ตัวแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องรับไขมันมากเกินไป แต่ข้อเสียคือนมชนิดนี้อายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่นาน  กรณีที่คุณแม่ดื่มนมชนิดนี้ไม่ได้ก็อาจเลือกนมชนิดอื่นแทน เช่น […]

ลูกน้อยที่ทั้งฉลาดและอารมณ์ดี คือลูกน้อยที่คุณแม่ทุกๆ บ้านใฝ่ฝัน ว่าแต่คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า ทั้งความฉลาดและความอารมณ์ดีนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของโชคหรือดวงหรอกนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถปลูกฝังและฟูมฟักได้ตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในท้อง สำหรับบทความนี้ เรามีวิธีง่ายๆ ที่คุณแม่ท่านไหนก็ทำได้ที่บ้านมาฝากกัน ลองไปดูกันเลยค่ะ 1. อารมณ์ลูกเริ่มจากแม่ คุณแม่อาจจะเคยได้ยินมาว่าอารมณ์ของคุณแม่จะส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นเลยที่บอกว่าแม่ที่เครียดตอนตั้งครรภ์ หรือเป็นซึมเศร้านั้นจะส่งผลต่อบุคลิกภาพและอารมณ์ของลูกน้อย อันนี้ก็เพราะว่ามันจะมีฮอร์โมนตัวนึงที่เรียกว่าคอร์ติซอล ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยในท้องค่ะ ในทางกลับกัน ถ้าคุณแม่ทำอารมณ์ตัวเองให้ดีและสดใสอยู่เสมอ ร่างกายก็จะลดการหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลเสียตัวนี้ แล้วก็ไปเพิ่มฮอร์โมนตัวดี ที่ไปช่วยกระตุ้นการพัฒนาและการรับรู้ต่างๆ แทนนั่นเองค่ะ 2. อ่านนิทานให้ลูกน้อยฟัง ลูกน้อยจะเริ่มรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณแม่ตั้งแต่ 2-3 เดือนเลยนะ แถมพอเข้าเดือนที่ 3-4 ประสาทหูก็จะทำงานดีขึ้นด้วยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ก็เริ่มพูดคุยกับเค้าตอนนี้ได้เลย นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรจะอ่านนิทานให้เค้าฟัง เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการด้านการได้ยินของลูกน้อยแล้ว ยังเป็นสิ่งที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับคุณแม่อีกด้วยนะ 3. เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม อาหารที่เหมาะสมจะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตและการสร้างเซลล์ต่างๆ ส่วนอาหารที่คุณแม่ควรรับประทานก็อย่างเช่น 4. ส่องไฟกระตุ้นการมองเห็น ตอนอายุครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน ลูกน้อยจะเริ่มพัฒนาด้านการมองเห็น และจะสามารถเห็นแสงไฟส่องทะลุผนังหน้าท้องของคุณแม่เข้ามาได้ค่ะ เพราะฉะนั้นการส่องไฟที่หน้าท้องก็ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการและเซลล์สมองส่วนรับภาพได้เหมือนกันนะ วิธีการเล่นกับลูกน้อยด้วยการใช้ไฟส่องก็คือ ให้คุณแม่ใช้ไฟฉายมาวนเป็นวงกลมที่หน้าท้องรอบๆ สะดือ ลูกจะขยับตอบรับกับแสงไฟนั้นให้คุณแม่รู้สึกได้ […]

หน้ากากอนามัย สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยแสง UV ทั้ง หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยN95 แต่จะต้องถูกฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี ถึงจะสามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัย เหล่านี้ได้นั้นก็คือ ใช้ แสง UV-C ในการฆ่าเชื้อ ก่อนนำกลับมาใช้งานซ้ำ เรามาดูกันว่าต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ? หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยประเภทนี้ควรเปลี่ยนทุกวันหลังการใช้งาน และสามารถซักทำความสะอาดได้ปกติ ซักได้ทุกวัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้ หลังจากตากเรียบร้อยแล้ว ก็นำ หน้ากากอนามัย มาเข้า ตู้อบแสง UV  เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ รวมถึงฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ด้วย วิธีการง่ายๆคือ นำ หน้ากากอนามัย ใส่เข้าไปใน ตู้อบแสง UV อย่างน้อย 30 นาที โดยจะต้องวางหน้ากากให้แสง UV  สามารถฉายแสงทั้งด้านนอกและด้านใน หน้ากากอนามัยN95 สำหรับการนำ หน้ากากอนามัย N95 กลับมาใช้ซ้ำ เราจะแนะนำให้ใช้ ตู้อบแสง UV  เพียงอย่างเดียวในการฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังมีหลายคนกังวลว่าหากนำมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้แสง UV แล้ว จะทำให้คุณสมบัติของ หน้ากากอนามัย ชนิดนี้จะลดลงไหม? […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid