รวมกิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ เด็กสนุก ผู้ปกครองแฮปปี้

รวมกิจกรรมเด็ก กทม

เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา การพาลูกน้อยออกไปทำกิจกรรมเด็กนอกบ้านจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน พร้อมเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเด็ก กทม. และพื้นที่ใกล้เคียงที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาวันหยุดอย่างมีคุณค่าร่วมกัน

วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก

วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก

การเลือกสถานที่ทำกิจกรรมเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสนุกได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยที่สุด

กิจกรรมเด็กสำหรับทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี)

เน้นสถานที่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีการจัดการสุขอนามัยที่ดีเยี่ยม

  • สวนสาธารณะที่มีโซนพื้นที่นุ่มหรือพื้นหญ้าที่สะอาด
  • Indoor Playground ที่แยกโซนเด็กเล็กโดยเฉพาะ
  • ห้องสมุดเด็กที่มีหนังสือภาพสีสันสดใส

กิจกรรมเด็กสำหรับวัยอนุบาล (3-6 ปี)

วัยนี้กำลังช่างจดจำและเลียนแบบ ควรเลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการ

  • พิพิธภัณฑ์เด็กที่มีนิทรรศการแบบลงมือทำ (Hands-on)
  • สวนสัตว์เปิดที่อนุญาตให้สัมผัสสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด
  • ศูนย์ศิลปะสำหรับกิจกรรมวาดเขียนและงานประดิษฐ์

กิจกรรมเด็กสำหรับวัยประถม (7-12 ปี)

เด็กโตต้องการความท้าทายและกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะทางสมอง

  • ศูนย์วิทยาศาสตร์ที่มีการทดลองแบบโต้ตอบ
  • สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นผจญภัยหลากหลาย
  • สนามกีฬาหรือลานสเก็ตที่ฝึกความคล่องตัว

กิจกรรมเด็กสำหรับวัยรุ่น (13-18 ปี)

เน้นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจในตัวเองและการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน

  • ศูนย์ VR Game หรือสนามเลเซอร์แท็กที่เน้นการวางแผน
  • โรงเรียนสอนทักษะพิเศษ เช่น ดนตรี หรือกีฬา Extreme
  • ยิมยิมนาสติกหรือแทรมโพลีนเพื่อปลดปล่อยพลังงาน

15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ

15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ

หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเด็ก กทม. ที่ไปได้ทั้งครอบครัว มีทั้งโซนความรู้และความบันเทิงแบบจัดเต็ม นี่คือ 15 พิกัดแนะนำที่เราคัดสรรมาให้คุณพ่อคุณแม่ตามไปเช็กอินได้ตลอดปีนี้

1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า (RAMA9 MUSEUM)

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง รวบรวมความรู้เรื่องวิวัฒนาการโลกและสิ่งมีชีวิตผ่านสื่อที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัวเพื่อเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม

  • ไฮไลต์: โซนบ้านของเรา (Our Home) และโซนชีวิตของเรา (Our Life)
  • ค่าเข้าชม: 200 บาท
  • เวลาทำการ: 09.30 – 15.00 น. (ปิดวันจันทร์)
  • ที่ตั้ง: คลองห้า ปทุมธานี

2. ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ (Topgolf Megacity)

สถานที่พักผ่อนสไตล์ Sport & Entertainment ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เด็ก ๆ สามารถสนุกกับเกมกอล์ฟเสมือนจริงที่เล่นง่าย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานกอล์ฟมาก่อน

  • ไฮไลต์: สนามมินิกอล์ฟ 18 หลุม และโซนอาหารที่หลากหลาย
  • ค่าเข้าชม: เริ่มต้น 350 บาท
  • เวลาทำการ: 09.00 – 23.00 น.
  • ที่ตั้ง: ติดเมกาบางนา

3. ซับซีโร่ ไอซ์สเก็ต คลับ (Sub Zero Ice Skate Club)

ลานไอซ์สเก็ตเรืองแสงสุดล้ำที่จะมอบประสบการณ์ความเย็นเฉียด 0 องศา พร้อมโค้ชมือโปรที่คอยให้คำแนะนำ เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องการฝึกการทรงตัวและความมั่นใจ

  • ไฮไลต์: บรรยากาศแบบ Cosmic สวยงามตระการตา
  • ค่าเข้าชม: 400 บาท
  • เวลาทำการ: 12.30 – 19.30 น.
  • ที่ตั้ง: เอกมัย สุขุมวิท

4. บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ (Blu-O Rhythm & Bowl)

ศูนย์รวมความบันเทิงที่ครบวงจร ทั้งโยนโบว์ลิ่งและร้องคาราโอเกะ เป็นกิจกรรมที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดีในพื้นที่ส่วนตัว

  • ไฮไลต์: รางโบว์ลิ่งสำหรับเด็กและห้องคาราโอเกะที่ทันสมัย
  • ราคา: เริ่มต้น 180 บาท
  • เวลาทำการ: 11.00 – 24.00 น.
  • ที่ตั้ง: มีหลายสาขา เช่น รัชโยธิน, พารากอน

5. สวนน้ำสยามอะเมซิ่งพาร์ค (Siam Amazing Park)

อาณาจักรแห่งความเย็นฉ่ำและเครื่องเล่นผจญภัย มีสระน้ำคลื่นเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และโซนจูราสสิกที่เด็ก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจกับไดโนเสาร์เสมือนจริง

  • ไฮไลต์: สไลเดอร์ยักษ์สายรุ้งและสระน้ำคลื่นเทียม
  • ราคา: เริ่มต้น 150 บาท (Adult Entry Pass)
  • เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
  • ที่ตั้ง: ถนนสวนสยาม คันนายาว

6. สวนสนุกดรีมเวิล์ด (DREAM WORLD)

ดินแดนแห่งจินตนาการที่มีทั้งสวนสนุก สวนน้ำ และเมืองหิมะ จัดเต็มด้วยมุมถ่ายภาพสวย ๆ ทั่วทั้งสวนสนุก ให้คุณแม่เก็บภาพความประทับใจของเด็ก ๆ ได้ไม่อั้น

  • ไฮไลต์: เมืองหิมะ (Snow Town) และขบวนพาเหรดนานาชาติ
  • ราคา: เด็ก 200 บาท, ผู้ใหญ่ 250 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น.
  • ที่ตั้ง: ธัญบุรี ปทุมธานี

7. ซาฟารีเวิลด์ (Safari World)

สวนสัตว์เปิดที่ให้เด็ก ๆ ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ป่านานาชนิด นั่งรถชมเสือ สิงโต และยีราฟคอยาว พร้อมชมโชว์การแสดงที่น่ารักของโลมาและสิงโตทะเล

  • ไฮไลต์: Feeding Truck ให้อาหารสัตว์ดุร้าย และโซนล่องเรือผจญภัย
  • ราคา: ผู้ใหญ่ 750 บาท, เด็ก 650 บาท (เข้าได้ 2 โซน)
  • เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์)
  • ที่ตั้ง: ถนนปัญญาอินทรา คลองสามวา

8. ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิลด์ (Sea Life Bangkok Ocean World)

อควาเรียมใจกลางเมืองที่รวบรวมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลกว่า 400 สายพันธุ์ ให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำผ่านอุโมงค์ใต้น้ำขนาดยักษ์

  • ไฮไลต์: อุโมงค์ปลาฉลามและปลาหมึกยักษ์
  • ราคา: เริ่มต้น 1,090 บาท (Fun Package)
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: ชั้น B1-B2 สยามพารากอน

9. เพลย์สแควร์ (PlaySquare)

สนามเลเซอร์แท็กในธีมอวกาศสุดมัน เหมาะสำหรับเด็กโตที่ต้องการความสนุกแบบสายลุย เกมเน้นการวางแผนเป็นทีม ช่วยฝึกไหวพริบและความคล่องตัว

  • ไฮไลต์: สนามเลเซอร์แท็กธีมอวกาศ 3 ชั้น
  • ราคา: 350 บาทต่อเกม
  • เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 2

10. สวนสนุกเพลย์มอนโด (Playmondo)

สวนสนุกในร่มที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการเล่น มีจุดจำลองอาชีพต่าง ๆ เช่น เชฟ คุณหมอ และแคชเชียร์ ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ฝึกทักษะการเข้าสังคมและจินตนาการ

  • ไฮไลต์: โซนบทบาทสมมติ (Role Play) และเครื่องเล่นมาตรฐานโลก
  • ราคา: เริ่มต้น 660 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลอีสต์วิลล์

11. คับส์ บาย เพลย์มอนโด (CUBS by Playmondo)

โซนกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กวัย 0-7 ปี โดยเฉพาะ ตกแต่งในธีมธรรมชาติที่สวยงาม ช่วยกระตุ้นความสนใจและการเรียนรู้ผ่านการสัมผัสเครื่องเล่นที่อ่อนโยนต่อผิวเด็ก

  • ไฮไลต์: โซนป่าไม้ และโซนมหาสมุทรสำหรับเบบี๋
  • ราคา: เริ่มต้น 320 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เซ็นทรัล ลาดพร้าว และพระราม 2

12. HARBORLAND (ฮาร์เบอร์แลนด์)

สนามเด็กเล่นในร่มขนาดมหึมาที่เด็ก ๆ ทั่วเมืองหลงรัก มีสไลเดอร์ยักษ์และเครื่องเล่นเสริมทักษะมากมายบนพื้นที่กว้างขวางถึง 5,000 ตารางเมตร

  • ไฮไลต์: เครื่องเล่นมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกจากยุโรป
  • ราคา: เริ่มต้น 200 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: ไอคอนสยาม และสาขาอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ

13. สวนสนุกธีมภาพยนตร์ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส ( Columbia Pictures Aquaverse)

สวนสนุกและสวนน้ำธีมภาพยนตร์ดังที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เด็ก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจกับโซน Ghostbusters และ Jumanji ที่มีการจัดแสดงและเครื่องเล่นสุดอลังการ

  • ไฮไลต์: สไลเดอร์ธีม Jumanji และเครื่องเล่น Men in Black
  • ราคา: เริ่มต้น 1,390 บาท
  • เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น.
  • ที่ตั้ง: นาจอมเทียน ชลบุรี

14. ซีโร่ ลาเทนซี่ (Zero Latency)

ประสบการณ์ VR แบบไร้สายที่สมจริงที่สุดในไทย พ่อแม่และลูกสามารถเข้าร่วมทีมได้สูงสุด 8 คน เพื่อร่วมผจญภัยในโลกเสมือนจริงที่ตื่นเต้นไม่เหมือนใคร

  • ไฮไลต์: ระบบ VR ไร้สายที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
  • ราคา: 790 บาท (ลด 10% สำหรับสมาชิก KTC)
  • เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เอ็มควอเทียร์ ชั้น 4

15. บ๊าวซ์ (Bounce Thailand)

ลานแทรมโพลีนที่จะให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยพลังงานและฝึกทักษะยิมนาสติกพื้นฐาน ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความมั่นใจในตัวเองผ่านการกระโดดสุดมัน

  • ไฮไลต์: โซนแทรมโพลีนสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป
  • ราคา: 200 บาท
  • เวลาทำการ: 11.00 – 20.00 น.
  • ที่ตั้ง: เอ็มควอเทียร์ ชั้น 4

สรุปบทความ 

ไม่ว่าจะเลือกที่เที่ยวเด็ก กทม. รูปแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและความพร้อมของอุปกรณ์ หากต้องเดินทางไกล อย่าลืมตรวจสอบว่า คาร์ซีท หรือคาร์ซีทเด็กโต ของลูกติดตั้งไว้อย่างแน่นหนาแล้ว หรือถ้าเป็นเด็กเล็ก การมีผู้ช่วยอย่างเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่สวมใส่สบายจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่เมื่อยล้า BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าแม่และเด็ก พร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ เพื่อให้ทุกกิจกรรมเด็ก กลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษสำหรับครอบครัว

คำถามที่พบบ่อย

กิจกรรมเด็กแบบไหนที่เหมาะสมกับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน

วัยนี้เน้นกิจกรรมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสเบา ๆ เช่น การฟังเพลง การลูบสัมผัสผิว หรือการพาออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในที่ที่ไม่พลุกพล่าน

หากลูกไม่สนใจกิจกรรมเด็กที่จัดให้ ควรทำอย่างไร?

คุณแม่ไม่ควรบังคับ ลองสังเกตความสนใจของลูกแล้วปรับกิจกรรมให้ยืดหยุ่น การให้ลูกได้เลือกสิ่งที่อยากเล่นเองจะช่วยสร้างความสนุกได้มากกว่า

กิจกรรมเด็ก ประเภทไหนช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ได้ดีที่สุด?

กิจกรรมแนวบทบาทสมมติหรืองานศิลปะแบบปลายเปิด (Open-ended play) จะช่วยให้เด็กได้ใช้จินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัดได้ดีที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์

การเลือกคาร์ซีท carseat ที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยของคุณทำไมถึงต้องใช้คาร์ซีท carseat ที่มีความปลอดภัยจึงจำเป็นต่อคุณและลูกน้อยล่ะ? หลายประเทศได้ออกกฏหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของคาร์ซีท carseat สำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ขวบ เนื่องจากคุณจะต้องใช้คาร์ซีท carseat ที่มีความปลอดภัยเพื่อป้องกันลูกน้อยจากอันตราย หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ขณะที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ผู้โดยสารมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฏจราจร และหากคุณเดินทางพร้อมกับลูกน้อย โดยที่คุณจะต้องอุ้มลูกไว้ที่ตัก ก็อาจจะมีโอกาสที่คุณไม่สามารถที่จะอุ้มลูกได้อย่างมั่นคงและเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นลูกของคุณก็มีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บสูงค่ะ ดังนั้นการมีคาร์ซีท ที่ปลอดภัยในรถยนต์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยลดการบาดเจ็บของลูกน้อยได้ ทั้งนี้พึงระวังไว้ว่าการใช้คาร์ชีทที่ไม่ถูกต้อง อาจจะก่อให้เกิดความเสี่ยงแก่เด็กมากขึ้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด คุณควรต้องเลือกใช้คาร์ซีท carseat ให้ถูกต้องพร้อมกับศึกษาการใช้งานอย่างถูกวิธีด้วยนะค่ะ หากไม่มีคาร์ซีท carseat ที่ปลอดภัยแล้ว อัตราการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า จากสถิติได้แสดงให้เห็นว่าเมื่อเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบนั่งบนรถยนต์ที่ปราศจากคาร์ซีท carseat ที่ปลอดภัยและประสบอุบัติเหตุ อัตราการเสียชีวิตจะมากกว่าการนั่งบนรถยนต์ที่ติดตั้งคาร์ซีท carseat ที่ปลอดภัยถึง 4 เท่า***ข้อควรระวัง เมื่อใช้งานคาร์ซีท carseat ไม่ถูกวิธี จากผลสำรวจเมื่อปี 2008 โดยองค์การทางรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น ( Japan Automobile Federation :JAF) เกี่ยวกับการใช้งาน คาร์ซีท carseat พบว่า 32.7 % ของคาร์ซีท carseat ที่ใช้งานนั้นติดตั้งอย่างไม่แน่นหนา ขณะที่อีก 67.3 % นั้นถูกพบว่ายังใช้งานได้ไม่ถูกต้องนัก ไม่ว่าจะเป็นการรัดสะโพกที่หลวมเกินไป หรือ การใช้งานที่หัวเข็มขัดที่ใช้ยึดที่นั่งไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่าคุณจะเลือกใช้คาร์ซีท carseat ที่ถูกต้องแล้ว แต่หากการใช้งานไม่ถูกวิธีก็เท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับเด็ก เพื่อลดปัญหาดังกล่าว เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานคาร์ซีทให้ถูกต้อง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อคาร์ซีท คุณควรศึกษาข้อมูลว่า คาร์ซีท […]

ห้องนอนเด็กอ่อน เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หากกำลังวางแผนที่จะมีลูกน้อย หรือบางครอบครัวคุณแม่อาจกำลังตั้งครรภ์ และเตรียมพร้อมที่จะจัดบ้าน จัดห้องนอนเพื่อต้อนรับลูกน้อย เพราะห้องนอนที่ดีของลูกน้อยวัยทารกจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพ พัฒนาการและอารมณ์จิตใจในอนาคต ด้วยเพราะลูกน้อยทารกต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน และการนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้โกร๊ธฮอร์โมน หรือฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตหลั่งเต็มที่ ทำให้ลูกเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งหากลูกน้อยนอนหลับไม่เต็มที่ หรือมีสิ่งต่างๆ รบกวนเวลานอน ทำให้นอนไม่เพียงพอ ลูกจะงอแง หงุดหงิดง่าย เติบโตได้ไม่ดี แถมยังส่งผลต่ออารมณ์จิตใจ ทำให้เป็นเด็กเลี้ยงยากและอารมณ์ไม่ดี  ยิ่งหากห้องนอนไม่มีการเตรียมพร้อมป้องกันอุบัติเหตุไว้อย่างดี  ลูกก็อาจจะมีอันตรายในขณะนอนจนถึงชีวิตได้อีกด้วย ฉะนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องนอนให้ลูกทารก จึงเป็นเรื่องที่ทุกบ้านต้องพิถีพิถันใส่ใจ ควรเลือกซื้อ จัดวางและเตรียมพร้อมให้ลูกในแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย จะดีที่สุด 5 เรื่องต้องคิด ก่อนเตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน ก่อนเลือกซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ในห้องเด็กอ่อนให้ลูกน้อย มีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาเป็นสำคัญนั่นคือ การเลือกห้องนอนให้ลูก ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับ 5 เรื่อง นั่นคือ Checklist ห้องนอนเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง เตียงนอน   ควรเป็นเตียงนอนที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเตียงนอนเด็กอ่อน ควรเป็นเตียงที่มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นเตียงใหญ่พอที่จะใช้สำหรับให้ลูกเวลาโตได้อีกระยะหนึ่ง เตียงไม่มีมุมหรือเหลี่ยมแหลมคมที่เป็นอันตราย  หากเป็นเตียงที่มีซี่กรง ควรมีความถี่ของซี่กรงรอบเตียงหรือราวกันตกห่างกันไม่เกิน 6 […]

ขวดนมที่ผลิตจากพลาสติกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นขวดที่ผลิตจากพลาสติกประเภท polypropylene (PP), polyethersulfone (PES), polyphenylsulfone (PPSU) ซึ่งไม่มีสาร BPA ในกระบวนการผลิต (สามารถตรวจสอบได้ที่ข้างกล่อง) สามารถใช้ตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ และยังเป็นการชลอการเสื่อมของพลาสติกเพราะการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV เป็นการใช้แสงและความร้อนต่ำแต่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.99% ขวดนมที่ผลิตจากแก้ว สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ทุกแบรนด์ ขวดนมที่ผลิตจากซิลิโคนที่มีขอบเกลียวเป็นพลาสติกแบบถอดแยกชิ้นส่วนได้ สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ เพราะไม่ใช้สารเคมีในการเชื่อมขอบเกลียวพลาสติกให้ติดกับขวดซิลิโคน ขวดนมที่ไม่สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ ขวดนมที่ผลิตจากซิลิโคนที่มีขอบเกลียวเป็นพลาสติกแบบแยกชิ้นส่วนไม่ได้ ไม่สามารถใช้กับตู้อบ UV ในการฆ่าเชื้อได้ เพราะมีการเชื่อมต่อระหว่างขอบเกลียวพลาสติกและขวดซิลิโคนให้ยึดติดกันโดยใช้วัสดุ ที่ไม่สามารถระบุได้ เป็นตัวเชื่อม ซึ่งวัสดุที่ใช้เชื่อมนี้จะเสื่อมสภาพเมื่อได้รับแสง UV เป็นระยะเวลานาน คำแนะนำสำหรับการใช้ขวดนม : ควรเปลี่ยนขวดนมหลังจากการใช้งานแล้วทุกๆ 6-12 เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่ สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ ! 1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% […]

บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าทุกท่าน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลที่จำเป็นของท่าน เพื่อระบุตัวบุคคลตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ แห่งราชอาณาจักรไทย นโยบายความเป็นส่วนตัวอธิบายถึงวิธีที่เราเก็บข้อมูล นำมาใช้ และ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (ในบางกรณี) โดยนโยบายนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนการกระทำกับข้อมูลส่วนบุคคล และสุดท้ายนโยบายนี้จะอธิบายถึงตัวเลือกที่ท่านสามารถเลือกได้เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของท่านเอง การปกป้องดูแลข้อมูลส่วนตัวของท่านเปรียบเสมือนความไว้วางใจที่ท่านมีให้เราและเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นเราจึงจะขอใช้เพียงข้อมูลบางส่วนของท่านอันได้แก่ ชื่อ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เราได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เราจึงเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกรรมของเรากับท่านเท่านั้น ทางเราจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลาตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือ เป็นระยะเวลาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลนั้นๆ ท่านสามารถเยี่ยมชมและท่องเว็บไซต์ของเราได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยตลอดการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ท่านจะอยู่ในฐานะผู้ไม่เปิดเผยตัวตน และไม่สามารถระบุตัวตนได้ตลอดเวลา จนกว่าท่านจะลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้ และได้เข้าสู่ระบบด้วยชื่อบัญชีและรหัสผ่านของท่านเอง คลังข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์)  จะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมรู้เห็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้เก็บไว้โดยเด็ดขาด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บไว้จะได้รับการเปิดเผยเฉพาะภายในเครือบริษัทของเราเพื่อการดำเนินการภายในเท่านั้น เมื่อท่านได้สร้างบัญชีผู้ใช้กับบริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บไว้ มีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เพศ, อายุ, เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, สัญชาติ เป็นต้น ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid