การเลือกคาร์ซีท แบบหมอเด็กเลือกให้ลูกตัวเอง

หมอเด็กเค้าเลือกคาร์ซีทแบบไหนให้ลูกตัวเอง….อยากรู้ต้องคลิ๊ก ก่อนซื้อคาร์ซีทให้ลูก

ถ้าไปอ่านหนังสือ ก็จะรู้ว่าคาร์ซีท (carseat) มี 4 แบบ (ซึ่งเอาเข้าจริงรู้จริงๆ ตอนมีลูก 55555 ก่อนนั้นรู้แต่ทฤษฎี) คือ

  • infant seat ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด ถึง นน 9-10 โล
  • convertible seat ใช้ได้ถึง 9-18 โล (อันนี้มีแบบใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด บางรุ่นใช้ได้ตั้งแต่อายุ 9 เดือน ไปดูกันตอนซื้อด้วยจ้า)
  • forward facing หรือ combination seat
  • booster seat เมื่อยัดตัวลงคาร์ซีท car seat ไม่ได้แล้ว

แน่นอนในตลาด มี option มากมายไว้หลอกลวงพ่อแม่ขาช้อป 5555 ทั้งแบบตระกร้าที่ยกเข้าออกได้เลย หรือ ประกอบลง stroller (รถเข็น) ได้เลย…. เอาที่สบายใจ 555 เอาหลักในการเลือกของพ่อหมอเลยแล้วกัน 555

  1. คุ้มและปลอดภัย
  2. ใช้นาน

ไม่ว่าอะไรก็ตาม เน้นใช้ได้ยาวๆ เป็นหลัก แน่นอน convertible เป็นแบบที่เลือกแบบไม่ต้องคิดเลย เพราะใช้ได้นานดี อย่างน้อยๆ ก็สามสี่ปี อีแบบตระกร้าเนี่ยใช้ได้ปีเดียวก็ต้องเปลี่ยนละ ไม่ไหว พ่อไม่ค่อยมีตังค์ (ต้องเอาไปซื้อของไร้สาระอื่นๆ อีก 55555)

ยังๆ ยังไม่จบ เลือกชนิดแล้ว ต้องมาเลือก options อีก ตัวเลือกเรามีดังนี้

  1. ตัว carseat หมุนได้ จะกี่องศาก็แล้วแต่ จะทำให้สะดวกเวลาเอาลูกลงคาร์ซีท carseat …. ถามว่าจำเป็นไหม ไม่หรอก ถ้าดูแค่คงามปลอดภัย จะหมุนไม่หมุนก็เหมือนกัน แต่ถ้าเอาตามความขี้เกียจและความกิ๊บเก๋ หมุนเวิร์กกว่าเยอะ 5555 เพราะเวลาอุ้มลงง่ายกว่า (ทำไมรู้ เพราะมีสองแบบจ้าาาาาาาา 55555 เยอะเข้าไป
  2. ระบบ belted base (ใช้สายเบลท์) หรือ isofix อันดับแรก ไปดูก่อนว่ารถที่ใช้มีระบบ isofix ไหม รถหมอไม่มีจ้า 555 จบเลยประเด็นนี้ แต่ๆๆๆๆๆ จากการศึกษา (ที่จำได้แบบเลือนลาง) สำหรับเด็กเล็กที่นั่งหันหลัง (rear facing) isofix ปลอดภัยพอๆ กะแบบ belt แต่ๆๆๆๆ isofix ดีกว่าสำหรับเด็กโตที่นั่งหันหน้านะจ๊ะ แต่ๆๆๆ isofix แพงกว่า belted พอดูทีเดียว
    แต่ๆๆๆๆๆ รถที่บ้านไม่มี isofix จบนะ 5555555 เพราะเน้นรถ antique 5555 (เก่าแบบไม่มีราคา) เอาเถอะๆ สรุปว่าเลือกแบบหมอคนนี้ก็คือ
  • convertible เน้นใช้นาน 5555
  • belted base เพราะรถไม่มีระบบ isofix (ถ้ามีก็ไม่เอา เพราะแพง 555) อย่าถามว่าใส่ไงนะ เพราะให้ พนง ร้านใส่ให้ และกะจะไม่ถอดอีกเลย ดูใส่ไม่ง่าย 555
  • ซื้อแบบที่มีหมอนรองคอด้วย เพราะต้องใช้ในช่วงแรกเกิดเดือนแรกด้วย ถ้าไม่มีซื้อเพิ่มดีกว่าครับไม่แพงมาก คอลูกจะได้ไม่พับ (อันนี้คิดเอง เพราะยี่ห้อที่ไม่มีที่รองคอ เขาก็เคลมว่าโอเคอยู่ แต่เนื่องจากเป็นคนเยอะเลยแนะนำให้ซื้อเถอะ)

เน้นหลัก 3 ข้อในการใช้คาร์ซีท carseat โดย AAFP ของอเมริกาคือ

  1. Backward is the best นั่งหันหลังเริ่ดสุดจนอายุขวบนึง (นน 9-10 โล) เพราะป้องกันการเกิด C-spine injury (อันตรายต่อกระดูกคอ) ได้ดีมั่ก

[EDITTED]

ตาม AAFP ล่าสุดปี 2012 แนะนำให้นั่งหันหลัง (rear facing) จนถึงอายุ 2 ปีไปเลยนะจ๊ะ………. หลังสองขวบค่อยหมุนตัวสวยๆ มา forward facing สวยๆ หล่อๆ ครับ

  • 20-40-80 คือเลข นน เป็นปอนด์ ที่ต้องเปลี่ยน setting ของคาร์ซีท carseat ในไทยก็ 9-18-36 กิโลกรัม คือ ก่อน 9 โล นั่งหันหลัง 9-18 โล นั่งหันหน้า 18-36 โล ใช้ booster seat เพราะเข็มขัดทั่วไปยังหลวมไปในเด็กที่ นน ไม่ถึง 36 โล
  • Boost until fit enough คือใช้ booster seat จนกว่าจะใส่เบลท์เหมือน ผู้ใหญ่ ได้ จะ 36 โล จะ 40 โล แล้วแต่เด็กเลย ลองดูว่าเมื่อไรใส่แล้วไม่ หลวมใช้เหมือนผู้ใหญ่ได้เลย

ปล. มีคนซื้อแบบตระกร้าใช้แล้วดูเก๋มากครับ เวลาพามาฉีดวัคซีนตอนอายุ 1-2 เดือน ดูฮิปมาก ยกมาทั้งตระกร้าเลย ยกขึ้นลงสบ๊ายสบาย จริงๆ แอบอยากได้ แต่ดูเปลืองเงินเบาๆ

#เลี้ยงลูกตามใจหมอ
#ตรงหลักการบ้างน้อยบ้างเกินบ้าง
#ตามความพอใจ

EDITTED เพิ่มเติม (25/6/60): พ่อหมอเพิ่งได้ยินว่า มีคนติดตั้งคาร์ซีทแล้วเอาลูกนั่งแบบไม่รัดเข็มขัด …. คือนั่งเฉยๆ …. อั้ยย่ะ ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ต่างอะไรกับไม่มีคาร์ซีทนะครับ…. เวลาเกิดอุบัติเหตุก็ปลิวกระเด็นเลยนะครับ คาดสายรัดด้วยทุกครั้งที่นั่งคาร์ซีทนะจ๊ะ … จากพ่อหมอ คนเดิม…

ข้อมูลดีๆ จากเพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ

สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคาร์ซีทเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและแนะนำได้อย่างถูกต้องที่ BabyGift Showroom หรือ ช่องทางออนไลน์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากการให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่การที่ลูกไม่ยอมกินข้าวเป็นปัญหาที่แม่หลายคนต้องพบเจอ แม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กในวัยทารกหรือวัยเด็กเล็ก แต่หากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพของลูกในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีจัดการลูกไม่ยอมกินข้าวที่ได้ผลจริงมาฝากค่ะ 1. สร้างสภาพแวดล้อมในการทานอาหารที่ดี บรรยากาศการทานอาหารที่ดีช่วยให้ลูกอยากทานมากขึ้น คุณแม่ควรสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและไม่กดดันขณะทานอาหาร เช่น การทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว หรือการตั้งโต๊ะอาหารที่มีสีสันและดูน่าสนใจ เคล็ดลับ: 2. ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกอาหาร เด็กมักจะรู้สึกสนุกและมีความภาคภูมิใจเมื่อได้เลือกหรือช่วยเตรียมอาหารเอง คุณแม่สามารถให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกเมนูอาหารหรือการจัดเตรียมอาหารบางอย่าง เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าการทานอาหารเป็นเรื่องสนุกและไม่น่าเบื่อ เคล็ดลับ: 3. หลีกเลี่ยงการบังคับให้กินอาหาร การบังคับให้ลูกทานอาหารอาจทำให้ลูกเกิดความเครียดและต่อต้านการทานอาหารมากขึ้น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาหารจะช่วยให้ลูกมีทัศนคติที่ดีต่อการทานอาหาร เคล็ดลับ: 4. เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย เด็กมักเบื่ออาหารที่ซ้ำซาก ดังนั้นคุณแม่ควรเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายและน่าสนใจ เช่น การทำอาหารในรูปแบบต่างๆ หรือการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ เข้าไปในอาหาร เคล็ดลับ: 5. ไม่เสิร์ฟของหวานก่อนมื้ออาหาร การเสิร์ฟของหวานหรือขนมก่อนมื้ออาหารจะทำให้ลูกอิ่มท้องก่อนและไม่อยากทานข้าว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการให้ขนมก่อนมื้ออาหาร เคล็ดลับ: 6. ทานอาหารร่วมกับลูก การทานอาหารร่วมกับลูกจะช่วยให้ลูกเห็นแบบอย่างในการทานอาหารที่ดี และทำให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วมในการทานอาหารด้วยกัน เคล็ดลับ: 7. ควบคุมเวลาการทานอาหาร การมีเวลาทานอาหารที่ชัดเจนจะช่วยให้ลูกสร้างนิสัยการทานอาหารที่ดี ไม่ทานอาหารระหว่างมื้อซึ่งอาจทำให้ลูกไม่หิวเวลาทานข้าว เคล็ดลับ: 8. ให้รางวัลเมื่อทานอาหารเสร็จ การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วเป็นวิธีหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ลูกทานอาหารอย่างเต็มใจ โดยรางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นขนมหรือของหวานเสมอไป […]

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนคงเคยฝึกการอาบน้ำเด็กอ่อนจากคลินิกฝากครรภ์ หรือ จากโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อที่จะได้อาบน้ำสระผมให้กับลูกน้อยของเราอย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย ซึ่งการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถทำตามได้อย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง ในบทความนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ   ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มาดูขั้นตอนการอาบน้ำเด็กแรกเกิดยังไง ให้ถูกวิธี คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางคนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการอาบน้ำให้เด็กอ่อนหรือ เด็กแรกเกิด เพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีร่างกายบอบบาง ยังไม่แข็งแรง หากอาบน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบายได้ อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดชำระร่างกาย และดูแลสุขอนามัยของเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเด็กเล็กมีผิวที่บอบบาง จึงเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจไม่สบายได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของลูกน้อย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีวิธีการอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ  อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด  วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ไม่ยาก   1. ให้คุณแม่ หรือ คนที่จะอาบน้ำให้เด็ก เตรียมตัวให้พร้อม ผู้ที่จะอาบน้ำให้เด็กเล็กควรถอดเครื่องประดับออกให้หมด ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขีดข่วนโดนตัวเด็ก พร้อมกับล้างมือถูสบู่ให้สะอาดก่อนอาบน้ำให้เด็กทุกครั้ง ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ดูแลควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ […]

เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” เปลี่ยนไปตลอดการเติบโต เมื่อกำลังเลือกคาร์ซีทให้ลูกเป็นครั้งแรก หลายครอบครัวมักเริ่มจากคำถามเดียวกัน “คาร์ซีทรุ่นนี้ใช้ได้กี่ปี?” เป็นคำถามที่ไม่ผิด เพราะคาร์ซีทเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง หลายคนจึงอยากเลือกแบบที่ใช้งานได้นานที่สุด เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง ยังมีคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ คาร์ซีทรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของลูก ในช่วงวัยที่กำลังใช้งานอยู่หรือไม่ เพราะเด็กทุกคนจะเติบโตขึ้นทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีเพียงอายุหรือน้ำหนักเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุด คือ สรีระของร่างกาย ทั้งส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของไหล่ ความกว้างของสะโพก รวมถึงตำแหน่งที่เข็มขัดนิรภัยควรวางพาดเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง และนี่เอง คือเหตุผลที่ผู้ผลิตคาร์ซีททั่วโลกยังคงพัฒนาคาร์ซีทหลายประเภท แทนที่จะออกแบบเพียงรุ่นเดียวให้รองรับเด็กทุกช่วงวัย สรุปสั้น ๆ คาร์ซีท 0–4 ปี เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการคาร์ซีทที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของเด็กเล็กโดยเฉพาะ คาร์ซีท 0–7 ปี เน้นความสมดุลระหว่างการรองรับและการใช้งานต่อเนื่อง คาร์ซีท 0–12 ปี เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้งานหลายช่วงวัย เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” ของเด็กเปลี่ยนไปตลอดเวลา ลองนึกภาพเด็กแรกเกิดที่มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เทียบกับเด็กวัยประถมที่มีความสูงมากกว่า 130 เซนติเมตร […]

ลูกไม่ยอมกินข้าว เป็นปัญหาที่พบเป็นประจำของหลาย ๆ บ้านเลยนะคะ สำหรับเรื่องการกินข้าวยากของลูกน้อย โดยเฉพาะคุณหนูวัย 1 ปีขึ้นไป ที่เริ่มเดินได้คล่อง เริ่มวิ่งได้บ้าง พอถึงเวลากินข้าวเมื่อไหร่ ก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจไม่น้อยเลย ทั้งกินข้าวน้อย อมข้าว ห่วงเล่นจนใช้เวลานานเกินไปสำหรับอาหาร 1 มื้อ แต่ปัญหาการกินของลูกรับมือได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแต่ต้องให้เวลา ให้ความเข้าใจ และต้องใจแข็งนิดหน่อย คุณพ่อคุณแม่ก็จะช่วยให้ลูกมีวินัยในการกินมากขึ้นได้ มาลองฝึกลูกน้อยไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ฝึกให้ลูกทานข้าวเป็นเวลา ให้คุณแม่ทำข้อตกลงกับลูกว่า เข็มนาฬิกาชี้เลขนี้ เวลานี้ คือเวลาทานอาหาร ลูกควรจะหยุดเล่น แล้วมาทานข้าวด้วยกัน หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วลูกค่อยกลับไปเล่นต่อ หรือ จะบอกลูกว่าเวลานี้ต้องทานอาหาร ลูกคือคนสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่อยากทานข้าวด้วย เราต้องทานพร้อมกัน เพื่อฝึกให้ลูกรู้จักเวลาของมื้ออาหาร และรู้ว่าทุก ๆ คนในบ้านก็ทำเหมือนกัน สร้างบรรยากาศการทานอาหารให้ลูก การทานอาหารร่วมกันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สร้างวินัยการทานอาหารให้ลูกได้ พ่อ แม่ ลูก ร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกัน ไม่ปล่อยให้ลูกทานคนเดียว หรือ แยกโต๊ะลูกออกไป ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศการทานอาหารให้ลูก ให้ลูกรู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญในบ้าน เป็นเหมือนผู้ใหญที่ได้นั่งโต๊ะกินข้าวด้วยกัน ฝึกให้ลูกนั่งเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก คุณพ่อคุณแม่ห้ามตามป้อนข้าว […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

Hypochlorous Acid หรือ HOCl คืออะไร? Hypochlorous Acid หรือ กรดไฮโปคลอรัส มีชื่อเรียกทางเคมีว่า HOCl นั้น เป็นกรดอ่อน ๆ ชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมชาติโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเพื่อการรักษาและการปกป้องร่างกาย  ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึงสปอร์ของเชื้อราได้ โดยการเข้าไปทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อโรค เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้น เนื่องจากกรดไฮโปคลอรัส (HOCl) เป็นกรดชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน ในเม็ดเลือดขาวของร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบาง  หรือดวงตา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ และมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าสารฟอกขาวประเภทคลอรีนถึง 80-120 เท่า กรดไฮโปคลอรัส สามารถพบได้จาก “ น้ำอิเล็กโทรไลต์ “ ซึ่งเป็นน้ำที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) ซึ่งมีการคิดค้นครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์และนักเคมี นามว่า ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) เมื่อปีทศวรรษ 1834 โดยเขาได้คิดค้นหลักการสำคัญของกระบวนการอิเล็กโทรลิซิสตั้งเป็นกฎสองข้อเรียกกันว่า Faraday’s Laws of Electrolysis ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาไฟฟ้าเคมี (Electrochemistry) มาจนถึงทุกวันนี้ กระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คืออะไร ? อิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คือกระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือที่ใช้แยกสารละลายด้วยไฟฟ้า มีชื่อเรียกว่า เซลล์อิเล็กโทรไลต์ หรือ อิเล็กโทรลิติกเซลล์ ประกอบด้วย […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event