เด็กขึ้นเครื่องบิน พ่อแม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง ? รวมเรื่องต้องรู้ก่อนพาลูกขึ้นเครื่องบิน

โดยส่วนใหญ่แล้ว หากต้องการพาทารก ขึ้นเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่ควรพาไปเมื่อทารกอายุ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการเดินทางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงมากพอ อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ บนเครื่องบินยังทำให้ทารกเกิดความเครียดได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายๆ สายการบินมีการอนุญาติให้ขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 7 วัน และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำต่างๆ ก่อนการพาลูกขึ้นเครื่องบินีกันค่ะ 

ชวนเตรียมพร้อมก่อนพา เด็ก ขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมอะไร ? ต้องรู้อะไรบ้าง ? 

ในแต่ละสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินค่ะ บางที่ก็อนุญาติให้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 วัน แต่บางที่ก็ต้องอายุ 14 วันก่อนถึงจะอนุญาติให้เดินทางได้ ซึ่งเอกสารที่ใช้สำหรับการเดินทางหลักๆ ก็จะเป็นใบสูติบัตร กับพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ ซึ่งหากมีเด็กโดยสารไปด้วย ผู้ปกครองจำเป็นต้องติดต่อสายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลในวันเดินทางได้นั่นเอง ซึ่ง BabyGift ได้เช็กข้อมูลกับสายการบินที่อนุญาติให้ทารกเดินทางมาให้ประมาณ 3 สายการบิน พร้อมคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูล เป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาเจ้าตัวจิ๋วขึ้นเครื่องบิน ดังนี้ค่ะ

พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน การบินไทย 

การบินไทยอนุญาติให้ทารก ขึ้นเครื่องบินได้ตั้งแต่อายุ 7 วันขึ้นไป และไม่เกิน 2 ปี ค่ะ  ซึ่งหากต้องการเปลสำหรับเด็กทารกจะต้องซื้อที่นั่งแถวหน้าเพิ่ม (Preferred Seat) ซึ่งจะมีค่าบริการเพิ่มเติม และต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่สำรองที่นั่งว่าต้องการ Baby Bassinnet ซึ่งทารกที่จะสามารถขอติดเปลได้จะต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน และมีน้ำหนักน้อยกว่า 10 กิโลกรัม และสูงไม่เกิน 67 เซนติเมตรค่ะ และหากสนใจจะติดเปลเพิ่ม ผู้ปกครองต้องแจ้งข้อมูลรหัสการจอง, หมายเลขบัตรโดยสาร, น้ำหนักส่วนสูงของทารก และวันเดือนปีเกิดของทารกเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการซื้อที่นั่งด้านหน้าหรือ Preferred Seat ให้ได้ค่ะ โดยค่าตั๋วเครื่องบินทารกจะคิดอยู่ที่ 25% ของราคาตั๋วผู้ใหญ่ สำหรับรถเข็นเด็กจะไม่สามารถหิ้วขึ้นเครื่องได้ ต้องโหลดใต้ท้องเครื่องเท่านั้น และไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับรถเข็น 1 คัน ผู้ปกครองที่สนใจสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตอนเช็กอินได้เลยค่ะ 

พาทารก ขึ้นเครื่องบิน บางกอกแอร์เวย์ส 

สำหรับการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินกับสายการบินบางกอก แอร์เวย์สนั้น กรณีผู้โดยสารอายุต่ำกว่า 2 ปี จะเป็นการนั่งตักผู้ปกครอง ซึ่งมีค่าตั๋วโดยสารคิดเป็น 25% ของราคาตั๋วผู้ใหญ่ การขอใช้เปลเด็กจะไม่ได้มีการคิดค่าบริการ สามารถขอจากเจ้าหน้าที่ได้ แต่ต้องแจ้งขอรับบริการล่วงหน้า 24 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง ซึ่งการให้บริการเปลเด็กจะให้บริการโดย PG บนเครื่องบิน A319 และ A320 ในเส้นทางระหว่างประเทศ (เวลาบินมากกว่า 2.5ชั่วโมง) เท่านั้น และ รับน้ำหนักเด็กได้สูงสุด 11 กิโลกรัม และส่วนสูงได้สูงสุด 70 เซนติเมตร ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเครื่องบิน PG ทุกลำจะมีให้บริการในส่วนของเปล ยังไงก็ตาม แนะนำว่าให้คุณพ่อคุณแม่สอบถามกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งก่อนทำการจองได้เลยค่ะ  

สำหรับส่วนของรถเข็นเด็กนั้นจะต้องเป็นแบบพับได้ โดยหากมีผู้โดยสารเด็กร่วมเดินทางด้วยผู้โดยสารสามารถนำไปได้ฟรี โดยไม่รวมกับน้ำหนักสัมภาระ โดยในกรณีถือขึ้นเครื่องจะต้องสามารถพับจัดเก็บในช่องใส่สัมภาระภายในห้องผู้โดยสารได้โดยขนาดจะต้องไม่เกิน สัมภาระถือขึ้นเครื่อง ซึ่งเครื่องบินของ Bangkok Airways ที่ให้บริการจะมี 2 ประเภทคือ ATR เครื่องบินใบพัด และ AIRBUS ลองมาดูขนาดที่สายการบินระบุกันต่อค่ะ 

  • ขนาดสำหรับถือขึ้นเครื่อง : ATR: 50 x 36 x 23 เซนติเมตร | AIRBUS: 56 x 36 x 23 เซนติเมตร 
  • ขนาดสำหรับโหลดใต้เครื่อง : ATR: 50 x 100 x 50 เซนติเมตร | AIRBUS: 145 x 160 x 110 เซนติเมตร 

แต่หากเกิดกรณีที่ช่องใส่สัมภาระภายในห้องผู้โดยสารไม่สามารถจัดเก็บรถเข็นเด็กได้ เจ้าหน้าที่จะจัดเก็บรถเข็นเด็กในบริเวณช่องเก็บสัมภาระใต้เครื่อง ทั้งนี้เมื่อถึงปลายทางผู้โดยสารสามารถแจ้งพนักงานเพื่อขอรับรถเข็นเด็กได้ที่บริเวณหน้าประตูเครื่อง ซึ่งในกรณีโหลดรถเข็นจะต้องไม่มีแบตเตอรี่ในตัว ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นที่จะพิจารณาดำเนินการเพื่อความเหมาะสมอีกครั้งค่ะ ยังไงก็แนะนำว่าให้สอบถามเพื่อความชัวร์กับเจ้าหน้าที่อีกครั้งก่อนเดินทางค่ะ 

พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน แอร์เอเชีย  

สำหรับรายละเอียดการให้บริการสำหรับทารก ขึ้นเครื่องบิน ของ Air Asia นั้น หากเป็นเด็กที่มีอายุ 9 วัน – 24 เดือนจะถือว่าเป็นทารก ซึ่งจะอนุญาตให้เดินทางได้สำหรับผู้ใหญ่ 1 คนต่อทารก 1 คนเท่านั้น ซึ่งทารกจะต้องนั่งบนตักของผู้ใหญ่ ส่วนเด็กที่มีอายุมากกว่านั้นจะต้องซื้อบัตรโดยสารในราคาเด็กเพื่อเดินทางค่ะ สำหรับรายละเอียดค่าโดยสารสำหรับเด็กนั้นสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บของสายการบิน หรือติดต่อสอบถามได้โดยตรงค่ะ  

ในส่วนของการใช้รถเข็นเด็กนั้น ผู้โดยสารสามารถใช้รถเข็นเด็กได้จนถึงประตูขึ้นเครื่อง จากนั้นต้องนำไปโหลดเป็นสัมภาระใต้ท้องเครื่อง  ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถใช้รถเข็นเด็กได้ที่บันไดขั้นสุดท้าย ภายนอกประตูเครื่องบิน หรือบริเวณสายพานลำเลียงกระเป๋าได้ โดยขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสนามบินปลายทางในแต่ละเที่ยวบิน  

สำหรับการนำรถเข็นเด็กขึ้นเครื่องนั้นต้องเป็นแบบพับได้ โดยต้องมีน้ำหนักไม่เกินที่กำหนดซึ่งก็คือต้องไม่เกิน 56 ซม. x 36 ซม. x 23 ซม รวมถึงที่จับ, ล้อและกระเป๋าด้านข้าง โดยจะต้องสามารถใส่ในช่องเหนือศีรษะในห้องโดยสารเครื่องบินได้เหมือนกับสัมภาระปกตินั่นเองค่ะ ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางมากับทารกและเด็กเป็นครอบครัวทางแอร์เอเชียจะให้สิทธิ์ขึ้นเครื่องก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการจัดเก็บสัมภาระ และดูแลให้เด็กให้พร้อมสำหรับการเดินทางนั่นเองค่ะ 

Checklist ต้องรู้ก่อนพาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน 

  1. เช็กข้อมูลกับสายการบินที่เดินทางว่ากฎระเบียบในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินมีอะไรบ้าง 
  2. เตรียมเอกสารใบสูติบัตร และพาสปอร์ตเพื่อจองตั๋วโดยสาร 
  3. เลือกที่นั่งที่มีบริเวณกว้าง สะดวก กับการดูแลเด็ก (ซึ่งสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่ทำการจองให้เราได้เลยค่ะ) 
  4. เตรียมอุปกรณ์ ของใช้ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อยของเรา เช่น รถเข็นเด็ก, เป้อุ้มเด็ก, ทิชชู่เปียก, ผ้าอ้อม, อุปกรณ์การกิน และอื่นๆ ที่จำเป็นกับลูกของเรา 
  5. แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าเรามีเด็กทารกมาด้วย และสอบถามสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น เปลเด็กบนเครื่องบิน เป็นต้น 

BabyGift แนะนำ ตัวช่วยสำคัญให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลเด็ก ขึ้นเครื่องบิน ได้สะดวกขึ้น! 

1. รถเข็นเด็กพับได้ KINDERKRAFT รุ่น NUBI 2 

รถเข็นเด็กแรกเกิด Kinderkraft รุ่น NUBI 2 เป็นแบรน์คุณภาพจากประเทศเยอรมันนี สามารถปรับเอนนอนราบได้ พับ-กาง ได้ง่าย เข็นลื่นคล่องตัวทุกการเดินทาง มาพร้อมหลังคาขนาดใหญ่ ป้องกัน UPF50+ และกันน้ำได้ มี Head Room ช่วยป้องกันแสงแดดได้แบบรอบด้าน มีมุ้งกันยุง กันแมลง ในกระเป๋าใต้ที่วางเท้า สามารถพับเก็บและกางออกได้ ใช้งานสะดวก สามารถถือขึ้น-ลงบันได ขึ้นรถได้สะดวก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด ถึง 4 ปี หรือ น้ำหนักไม่เกิน 22 กิโลกรัม 

จุดเด่น  

  • โครงสร้าง Aluminium เสริม Nylon แข็งเเรงมั่นคง ช่วยรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย  
  • ปรับนอนราบได้ 165 องศา ทารกแรกเกิดนอนสบาย หายใจสะดวก รถเข็นพับ-กางได้ง่าย วางตั้งได้  
  • มีล้อด้านหน้าหมุนได้ 360 องศา ทำให้เข็นได้คล่องตัว เลี้ยวง่ายในที่แคบ  
  • Kinderkraft Select เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์แนะนำ ที่ออกแบบดีเยี่ยม มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง   
  • มีเบรกขั้นตอนเดียว เสมือนระบบรักษาความปลอดภัย มีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ปลอดภัยสูง ลดความเสี่ยงในการตกจากเบาะ มีบาร์กันตกถอดออกได้ พาลูกน้อยเข้า-ออกจากรถเข็นได้สะดวก พร้อม ที่วางขาปรับระดับได้ ตามท่านั่งและสรีระของลูกน้อย  

2. รถเข็นเด็กแรกเกิด APRICA รุ่น Optia Cushion Grace

รุ่นนี้เป็นรถเข็นเด็กที่คิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น ค่ะ ออกแบบถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับการเจริญเติบโตในแต่ละวัย นอนสบาย ปลอดภัยสูงสุด ตัวเบาะนั่งถักถอพิเศษแบบ 3D ป้องกันการลื่นไถล มีโครงสร้างพิเศษ ออกแบบลดรอยต่อ แข็งเเรงมั่นคง ช่วยรองรับน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย พับแล้ววางตั้งได้ พับกางง่ายด้วยมือเดียว ไม่ต้องใช้แรงเยอะ เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด จนถึง น้ำหนัก 18 กิโลกรัม 

 จุดเด่น 

  • Ergonomic Design เบาะรองรับการเจริญเติบโตเด็กแต่ละวัย ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมเสริมนวมปลายเท้า กันกระแทกรอบด้าน 360 องศา ทารกนอนสบาย อบอุ่น และปลอดภัยมากขึ้น ด้วยผ้า Mesh เทคโนโลยี Silky Air ถักถอพิเศษมากขึ้น สัมผัสนุ่มสบาย ระบายความร้อนได้รวดเร็วกว่า  
  • ป้องกันทารกเกิดภาวะ Baby Shaken Syndrome ด้วย Omega Cushion สปริงรูปตัว M ใต้เบาะ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 36 % ลดแรงกระแทกได้ดีกว่าเบาะรถเข็นเด็กทั่วไป แถมโช้คใต้เบาะ ยังดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 3 เท่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์รุ่น Optia  
  • ล้อหมุนอัตโนมัติ 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ บังคับทิศทางได้ง่าย เลี้ยวง่ายในทางแคบ 
  • หมอนทารก Mamoru Support ประคองศีรษะและลำคอ ป้องกันเด็กคอพับ โค้งรับศีรษะให้หัวทุยได้ นอกจากนี้ยังมีหมอนรองสะโพก Mamoru Support ช่วยประคองสะโพก ให้กระดูกสันหลังตั้งตรง นอนอยู่ในท่าที่ถูกต้อง  
  • พนักพิงด้านหลังและด้านข้าง มีฉนวนสะท้อนความร้อนพร้อมช่องระบายอากาศ ป้องกันแสง ความร้อน ซึ่งจดสิทธิบัตรเฉพาะแบรนด์ APRICA เท่านั้น  

3. รถเข็นเด็กแรกเกิด APRICA รุ่น Karoon Air Mesh สี Navy

อีกหนึ่งรถเข็นเด็กน้ำหนักเบาที่พับแล้ววางตั้งได้ พับกางง่ายด้วยมือเดียว ไม่ต้องใช้แรงเยอะ จาก APRICA ที่คิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น ใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด จนถึงน้ำหนัก 18 กิโลกรัม High Seat เบาะนั่งสูงจากพื้น 51 เซนติเมตร ป้องกันฝุ่นและความร้อนจากพื้น ด้านหลังพนักพิงมีฉนวนสะท้อนความร้อนพร้อมช่องระบายอากาศ ป้องกันแสง ความร้อน ซึ่งจดสิทธิบัตรเฉพาะแบรนด์ APRICA เท่านั้น   

จุดเด่น 

  • เบาะกว้าง เสริมนวมด้านข้างกันกระแทกรอบด้าน ทารกปลอดภัยมากขึ้น พร้อมปรับนอนราบได้ 170 องศา ทารกหายใจสะดวก ป้องกันโรค SIDS 
  • โครงสร้างพิเศษ ออกแบบลดรอยต่อ แข็งเเรงมั่นคง ช่วยรองรับน้ำหนักได้ปลอดภัย ล้อหน้าหมุนลื่น เข็นง่าย ลดการใช้แรง มีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ลดความเสี่ยงในการตกจากเบาะ  
  • มีหลังคากันแดดขนาดใหญ่ ปกป้องดวงตาทารก พร้อมช่องตาข่ายด้านบน มาพร้อมตะกร้าเก็บของเปิดด้านหน้า ใส่ของได้มากถึง 5 กิโลกรัม

4. รถเข็นเด็กแรกเกิด APRICA รุ่น Luxuna Cushion 

รถเข็นเด็กพับได้อีกหนึ่งรุ่นจาก APRICA ที่ออกแบบโดยหมอเด็กจากประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน รุ่นนี้ ป้องกันทารกเกิดภาวะ Baby Shaken Syndrome ด้วย Omega Cushion สปริงรูปตัว M ใต้เบาะ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 36 % ลดแรงกระแทกได้ดีกว่าเบาะรถเข็นเด็กทั่วไป ปรับนอนราบได้ 165 องศา ทารกปลอดภัยหายใจสะดวก พับแล้ววางตั้งได้ พับกางง่ายด้วยมือเดียว ไม่ต้องใช้แรงเยอะ ใช่ได้ตั้งแต่แรกเกิด จนถึง น้ำหนัก 18 กิโลกรัม 

 จุดเด่น  

  • เบาะกว้าง เสริมนวมด้านข้าง กันกระแทกรอบด้าน ทารกปลอดภัยมากขึ้น เข็นบนทางขรุขระได้อย่างนิ่มนวล ด้วยโช้ค 4 ล้อ ลดแรงสั่นสะเทือนได้มากที่สุด  
  • ผ้า Mesh เทคโนโลยี Silky Air สัมผัสนุ่มสบาย ระบายความร้อนได้รวดเร็วกว่า พนักพิงด้านหลังมีช่องระบายอากาศ อากาศถ่ายเทดีขึ้น  
  • ล้อหมุนอัตโนมัติ 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ บังคับทิศทางได้ง่าย เลี้ยวง่ายแม้ในทางแคบ ด้ามจับแบบหนัง สัมผัสนุ่ม กันลื่น เข็นได้อย่างปลอดภัย และปรับด้ามเข็น 2 ทิศทาง กลับด้านเข็นได้ โดยไม่ต้องยกเบาะนั่งออก

5. เป้อุ้ม Hugpapa รุ่น Dial-Fit Pro (3in1 Hip Seat Carrier)  

เป้อุ้มทารกยี่ห้อไหนดี ? ที่มีเทคโนโลยีใหม่ BOA ปรับกระชับตัวง่ายขึ้น ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปรับได้พอดีกับสรีระทุกคน เพียงแค่หมุน ต้อง Hugpapa รุ่นนี้เลยค่ะ รุ่นนี้เป็นแบบ 3 in 1 คือมี Hipseat ที่ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกินจนถึง 36 เดือน Carrier ใช้ได้ตั้งแต่ 2 – 36 เดือน และ Hipseat Carrier ที่ใช้ได้ตั้งแต่ 3-36 เดือน ซึ่งเป้อุ้มของ Hugpapa เค้าใส่ใจในรายละเอียดของกับทั้งคุณแม่ และคุณลูก ได้รับการรับรองจากสถาบัน IHDI ลูกนั่งสบายอย่างปลอดภัย ไม่ทำให้ขาโก่ง หลังงอ  

 จุดเด่น 

  • ฮิปซีทที่นั่งเอียง 23 องศา ช่วยให้ลูกนั่งสบายมากขึ้น  
  • ฮิปซีทเว้าโค้งช่วยให้เข่าและสะโพกเด็ก อยู่ในระดับเดียวกัน และโค้งรับหน้าท้องไม่กดแผลผ่าคลอด 
  • ฮิปซีท M-Shape ปกป้องข้อต่อสะโพกลูกให้ปลอดภัย  
  • มีหมวกกันแดด ผ้าเช็ดน้ำลาย แผ่นพยุงศีรษะ ช่องตาข่ายระบายอากาศ เปิดระบายเหงื่อและความร้อนให้กับลูกน้อย  
  • สำหรับคุณแม่ก็มีการออกแบบให้ปรับระดับสายรัดด้านหลังได้ หมดปัญหาสายไม่พอดีกับผู้อุ้ม ที่ติดด้านหลังเป็นแม่เหล็ก ติดได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้คนอื่นช่วย   กระเป๋าด้านข้างขนาดใหญ่ ใส่โทรศัพท์ได้ หยิบใช้งานสะดวก

6. เป้อุ้มเด็ก HAENIM 9 Plus (Hipseat Carrier)  

เป้อุ้มเด็กเพื่อสุขภาพ อุ้มสบายไม่ปวดหลัง ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 36 เดือน มาพร้อมฐานนั่ง M-Shaped ซัพพอร์ตไหล้และหลัง รุ่นนี้มี Newborn support ออกแบบบตามสรีรศาสตร์ทารก อุ้มเด็กจิ๋วได้อย่างปลอดภัย แถมดีต่อสุขภาพคุณแม่ไม่ปวดหลัง เรียกว่าซัพพอร์ตทั้งแม่ และลูกได้อย่างดีเยี่ยมเลยหล่ะค่ะ 

 จุดเด่น 

  • เป้อุ้มเด็กมีฐานนั่ง M-Shaped ช้วยให้ลูกได้นั่งท่าถูกสรีระ ป้องกันข้อต่อสะโพกอักเสบ  
  • มีแผ่นพยุงศีรษะ ป้องกันลูกคอพับและกระดูกคอเคลื่อน มาพร้อมผ้าซับน้ำลาย Organic ไม่ระคายเคืองผิวลูก ถอดซักได้ หมวกคลุมศีรษะ ปกป้องแสงแดดให้ลูก ถอดได้ ตัวเป้ระบายอากาศดี ไม่ร้อนทั้งลูกน้อยและคนอุ้ม 
  • ซัพพอร์ตสุขภาพแม่ด้วยสายสะพายใหญ่ หนานุ่ม กระจายน้ำหนักได้ดี ไม่เมื่อยไหล่ มีสายคาดเอวขนาดใหญ่ ช่วยอุ้มลูกสบายขึ้น ไม่ปวดหลัง ส่วนฐานนั่ง Hipseat ก็โค้งรับกับช่วงท้อง สะพายแล้วไม่อึดอัด ไม่กดแผลผ่าคลอด 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่วางแผนกำลังจะพาทารก ขึ้นเครื่องบินก็คงจะได้ไอเดีย ได้คำตอบกันบ้างแล้วนะคะ หัวใจหลักของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินก็คือการแจ้งเจ้าหน้าที่ตอนที่เราทำการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อให้เค้าสามารถซัพพอร์ตเราได้อย่างเต็มที่ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์สำหรับซัพพอร์ตการเดินทาง อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถเข็นเด็ก ยี่ห้อไหนดี ? หรือว่าสนใจเป้อุ้มเด็ก หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อรู้ตัวว่าท้อง แม่ๆทุกคนก็อยากดูแลปกป้องลูก ซึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ยังต้องมีการเดินทางด้วยรถยนต์จากเดิมที่คาดเข็มขัดได้ปกติ อาจรู้สึกกังวลว่าสายเข็มขัดนิรภัยจะรัดโดนลูกในห้องหรือกลัวสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนท้อง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เป็น “คาร์ซีทแม่ท้อง” ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยปกป้องคุณแม่ คาร์ซีทแม่ท้อง คืออะไร  คาร์ซีทแม่ท้อง คือ อุปกรณ์เสริมติดรถยนต์ ลักษณะเป็นเบาะรองนั่งนิรภัย โครงสร้างด้านในแข็งแรงเป็นเหล็กมีตะขอเหล็กสำหรับเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัย  เพื่อให้สายเข็มขัดพาดผ่านบริเวณหน้าขาแทนการคาดบริเวณหน้าท้อง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์และคนท้องให้ปลอดภัย และช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาคาดเข็มขัดนิรภัย  และรองด้วยเมมโมรี่โฟม ทำให้การนั่งรถสบายขึ้น ภายนอกสุดหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ลดการลื่นไถล เป็นสินค้าประเภทความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์คล้ายกับคาร์ซีท ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก  ซึ่งในประเทศไทยคาร์ซีทแม่ท้อง จัดเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration ระบบเข็มขัดนิรภัยในปัจจุบันทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ในต่างประเทศนิยมใช้คาร์ซีทแม่ท้อง ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ที่มาของคาร์ซีทแม่ท้อง  วิศวกรชาวออสเตรเลียที่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ผลการตรวจร่างกายและความปลอดภัยของลูกในครรภ์ปกติ เมื่อลูกคลอดพบว่าลูกไม่สามารถพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เนื่องจากการถูกกระแทกในอุบัติเหตุครั้งนั้น  จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมในที่ช่วยให้การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้องปลอดภัยและง่ายขึ้น นั้นก็คือ คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนท้อง ที่ต้องการปกป้องลูกน้องในครรภ์และตนเองให้ปลอดภัย   วัสดุของคาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield แข็งแรงไหม ทำจากอะไร? คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง?  คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield การันตีความปลอดภัย ด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยโดยสถาบันระดับสากล  ADRs กฎการออกแบบของออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติสำหรับความปลอดภัยของยานพาหนะที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ “ECE” ที่ประกาศใช้  […]

คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า วัยทอง 2 ขวบ หรือ Terrible Two ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นวัยที่เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม อย่างเห็นได้ชัด เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการวัยนี้ให้ดีเลยนะคะ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยนี้ได้อย่างถูกต้อง วัยทอง 2 ขวบ แค่เข้าใจก็รับมือได้ ลูกรักวัย 2 ขวบ มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกวัย 2 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกบังคับก็จะหงุดหงิด เมื่อไม่พอใจก็จะโวยวาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย งอแงง่ายกว่าเดิม เนื่องจากลูกต้องการเป็นอิสระตามใจ และอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพัฒนาการปกติของเด็กวัยนี้ สาเหตุที่ลูกวัยทองสองขวบหงุดหงิดง่าย 7 วิธีรับมือลูก วัยทอง 2 ขวบ 1. ใจเย็น เข้าใจความต้องการของลูก  ลูกวัยนี้อาจจะยังสื่อสารบอกความต้องการได้ไม่ดี และพยายามจะทำอะไรเองก็ยังไม่สำเร็จ จึงหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดสิ่งรอบตัวได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรรับรู้ว่าเป็นเรื่องปกติตามวัยของเขา พร้อมกับหมั่นพูดคุย สอบถามความต้องการของลูกเสมอว่าลูกอยากจะทำอะไร ให้แม่ช่วยไหม ต้องมีความสม่ำเสมอในการแนะนำลูก 2. […]

คุณแม่มือใหม่กำลังคิดว่าจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้หรือไม่? หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้เรามาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมกันอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ประโยชน์ของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อต้องออกไปทำงานหรือมีธุระนอกบ้าน ลดความกังวลเรื่องลูกหิวนม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตนมแม่ให้ต่อเนื่อง และบรรเทาอาการเต้านมตึงเมื่อมีนมมากเกินไป เครื่องปั๊มนมมีกี่ประเภท เครื่องปั๊มนมมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ที่ปั๊มนมแบบใช้มือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ปั๊มนมบ่อย ใช้งานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้า ราคาไม่แพง และเก็บรักษาง่าย แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าและอาจเมื่อยมือในการใช้งาน เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบเดี่ยวใช้ปั๊มทีละข้าง ทำงานอัตโนมัติช่วยประหยัดแรงคุณแม่ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว สะดวกกว่าแบบใช้มือและมีราคาที่เหมาะสม แต่ใช้เวลานานกว่าแบบปั๊มคู่เมื่อต้องปั๊มทั้งสองข้าง เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่สามารถปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นประจำหรือต้องทำงานนอกบ้าน ช่วยกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องปั้มนมแฮนด์ฟรี เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี (Hands-free Breast Pump) คือ อุปกรณ์ปั๊มนมแบบไร้สายที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กและสามารถสวมใส่ใต้เสื้อชั้นในได้เลย ทำให้คุณแม่มีอิสระในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงลูก การทำงาน หรือการทำกิจกรรมประจำวัน โดยที่ไม่ต้องใช้มือจับกรวยปั๊ม ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เครื่องปั๊มนมระดับโรงพยาบาลมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการดูแลพิเศษในไอซียู หรือคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการให้นม สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนโดยมีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกกัน วิธีการใช้เครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง การใช้เครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้นมมากขึ้นและปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้ […]

เพราะความปลอดภัยคือเหตุผลอันดับ 1 ที่พ่อแม่ต้องควักเงินซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อย ก็เพื่อปกป้องลูกจากการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ปัจจัยที่รองลงมาคือ ลูกนอนสบาย ใช้งานง่าย และงบประมาณ มาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีท จริงๆแล้ววัดจากอะไร ก็ต้องเป็นวัสดุที่รองรับแรงกระแทกด้านใน ซึ่งคาร์ซีทแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อใช้วัสดุภายในที่ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1. EPS Foam และ EPP Foam EPS Foam (Polystyrene Foam)  เป็นวัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทก ที่ใช้ใน หมวกกันน๊อค ช่วยปกป้องชีวิต ผู้สวมใส่ โฟมชนิดนึ้จึงถูกนำไว้ในคาร์ซีท ใช้รองรับแรงกระแทกสำหรับศีรษะและส่วนบนของร่างกายเด็ก ในกรณีที่เกิดการกระแทกโฟมจะแตกและจะกระจายแรงกระแทกออกไปโดยแทบไม่มีแรงสะท้อนกลับ จึงทำให้ได้เด็กปลอดภัย ดังนั้นผู้ผลิตคาร์ซีทระดับมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ จึงนำโฟมชนิดนี้มาใช้ในคาร์ซีทเพื่อรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ ส่วน EPP Foam (Polypropylene Foam) เป็นวัสดุที่คล้ายกับ EPS Foam แต่มีความยืดหยุ่น ไม่แตกหักง่าย และทนความร้อนดีกว่า  จึงนำไปผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.carseatsite.com/FAQ.htm 2. Urethane […]

สอนดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิดแบบจับมือทำ โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย..#BabyGift เข้าใจและมองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ร่วมกับ พี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่ สรุปเทคนิคดูแลทารกแรกเกิด โดยผู้เชี่ยวชาญ #พี่กัลนมแม่ จากในงาน 𝐌𝐨𝐦𝐦𝐲’𝐬 𝐋𝐨𝐯𝐞 𝐌𝐚𝐠𝐢𝐜 จะมีอะไรบ้าง ? ตามมาดูกันเลยค่ะ 1. ดูแลการกินของทารก #นมแม่ดีที่สุด ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงติดเชื้อต่างๆ ได้ ถ้าลูกไม่ยอมดูดเต้าให้แม่ใช้เครื่องปั๊มนม และขวดนมแรกเกิดป้อนนมแม่ให้กับลูกน้อยแทน 2. หมั่นสังเกตการเจริญเติบโตลูกน้อย ปกติแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ น้ำหนักลูกน้อยจะเพิ่มขึ้น วันละ 30 กรัม หากน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่านี้ ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ 3. สังเกตการขับถ่ายของลูก อุจจาระแต่ละสีบอกสุขภาพลูกได้ หากมีสีขาวหรือแดงเข้ม หรือหากมีปัสสาวะขุ่น มีตะกอน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที 4. การนอนของทารก ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก คือ การนอนหงาย เด็กแรกเกิดควรนอน 16-18 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ Growth Hormone […]

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การเลือกครีมอาบน้ำเด็กจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ต้องช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการอาบน้ำเป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยของลูกรักอย่างแท้จริง วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็ก ให้เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย ก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี คุณแม่ควรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสรีระที่บอบบางของเด็กเล็ก ดังนี้ แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026 หากคุณแม่ยังลังเลว่าควรเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 นี้ ได้รวบรวม 10 แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่านการยอมรับเรื่องความอ่อนโยนและประสิทธิภาพในการดูแลผิวลูกน้อยมาฝากกัน 1. Enfant Organic Moisture Baby Wash แบรนด์ที่อยู่คู่คุณแม่ไทยมานาน ตัวนี้เป็นสูตรออร์แกนิกที่ทำความสะอาดได้ทั้งผิวและผมในขวดเดียว จุดเด่นอยู่ที่ฟองนุ่มลื่นล้างออกง่าย มีส่วนผสมจากข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก และ Argan Oil ออร์แกนิก ช่วยคงสมดุล pH Balance ให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นหลังอาบเสร็จทันที 2. D-nee Organic For Newborn Head & Body Baby Bath หนึ่งในครีมอาบน้ำเด็กยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมละมุนสูตรออร์แกนิก ปลอดภัยจากสารเคมีรุนแรงอย่าง SLS และซิลิโคน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event