ประสบการณ์จริง ถ้าลูกไม่ได้นั่งคาร์ชีท ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไง
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากใครต้องขับรถเกือบทุกวัน และรู้ว่าลูกที่กำลังนั่งในรถไปด้วยกันนั้นไม่ได้นั่งคาร์ซีทอย่างถูกวิธีแล้วล่ะก็ เราคงต้องกังวลตลอดเวลาว่าวันไหนคุณจะเจออุบัติเหตุแบบในข่าว หรือถ้าโชคร้ายจริงๆ เราอาจจะเป็นหนึ่งในข่าวอุบัติเหตุนั้นก็เป็นได้ อย่างกรณีต่อไปนี้

คุณคงเคยได้ยินคำว่า ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวจาก facebook ศุภโชค พิเชษฐ์กุล ที่ได้โพสเรื่องราวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ที่รุนแรงที่สุดจนลูกเกือบเสียชีวิต..แต่ก็รอดมาได้ เพราะคาร์ซีท ซึ่งเป็นเรื่องราวที่โด่งดังมากในโซเชียล เพราะเป็นคดีความที่สังคมติดตาม เนื่องจาก คู่กรณีคือ รถบรรทุกเฟอร์นิเจอร์บริษัทดัง ซึ่งผ่านมากว่า 4 เดือน บริษัทคู่กรณียังนิ่งเฉย แทนที่จะรับผิดชอบค่ารักษาเยียวยา แต่ทางฝ่ายกฎหมายของบริษัทกลับแนะนำให้ไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายเอา ชนแล้วปล่อยเรื่องเงียบแบบนี้ได้หรือ? โดยเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการแชร์เรื่องดังกล่าวเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ คุณศุภโชค พิเชษฐ์กุล ผู้เสียหายจนเป็นข่าวใหญ่ในเวลาต่อมา

หลังจากที่เพจ แหม่มโพธิ์ดำ แชร์เรื่องนี้ออกไป ทำให้สื่อต่างๆ ให้ความสนใจและเชิญคุณศุภโชคไปชี้แจงในรายการต่างๆ มากมาย จากหลายช่อง ไม่ว่าจะเป็น bright tv, ช่อง 3, รายการยกทัพบรรเทาทุกข์ ช่องpptv, เจาะประเด็นข่าวเด่นช่อง 8,ช่องtrue4u, ช่อง 34 อมรินทร์ทีวี, รายการถามตรงๆกับจอมขวัญช่อง ช่องไทยรัฐทีวี



โดยคุณศุภโชคได้เล่าว่า
วันที่ 11 ก.พ. 60 เมื่อเวลา ประมาณสามทุ่มก่วาๆ ผม อ้อน น้องเป๊ะๆ (ภรรยาและลูกชายวัย 3 ขวบ) ออกไปทานข้าวกันตามปกติ ขากลับใกล้จะถึงบ้าน ช่วงสถานีรถไฟฟ้าสามแยกบางใหญ่ ก่อนขึ้นสะพานวนไป Big King บางใหญ่ ผมก็ขับมาปกติ เห็นรถข้างหน้าเบรคกดไฟขอทางส่งเป็นสัญลักษณ์ว่ารถมีการชะลอ ผมก็หยุดจอด และกดไฟขอทางส่งต่อไปให้รถข้างหลังได้ทราบ
ภาพที่ผมจำได้คือ ผมมองกระจกมองหลัง ผมก็เริ่มตกใจแล้วว่าทำไมรถ 6 ล้อมันไม่ชะลอเลย ตอนนั้นในใจคิดว่าจะหักหลบออกทางซ้ายแต่รถก็มาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกที โดน 6 ล้อชนอัดเข้ามาอย่างแรงจนรถของผมเลื่อนไปชนข้างหน้าอีก 2 คัน แรงชนทำให้รถผมเลื่อนไปข้างหน้าอีกประมาณ 10 เมตร จากตัวรถ 6 ล้อ (โคตรแรง)


สิ่งที่ทำตอนนั้นคือหันไปหาลูกเมีย ภาพที่ผมเห็นคือ อ้อน พูดไม่เป็นภาษาคนแล้ว เบลอ เพราะหัวกระแทกอย่างแรง น้องเป๊ะๆ ขาขวาหัก เพราะโดนเบาะหน้าอัดเข้ามาผมโกรธมาก ผมลงไปหาพี่คนขับรถ 6 ล้อ ผมถามว่าพี่ไม่เห็นหรอว่าผมหยุดแล้ว เปิดไฟด้วยว่ามีการชะลอ ทำไมพี่ขับรถเร็วจังเลยครับ คำตอบที่ได้คือ “ผมรีบกลับบ้าน” โคตรโมโห คำขอโทษไม่มีเลยสักคำ
ตอนนี้ ภรรยาปลอดภัยแล้วครับ แต่มีอาการปวดคอ หัวโน ปวดก้นกบ กระดูกหลัง และปวดช้ำทั้งตัว แต่ไม่มีอาการช้ำในใดๆทั้งสิ้น หมอยังให้นอนดูอาการก่อน เผื่อมีเอฟเฟ็คตามมาทีหลัง
ลูกชาย น้องเป๊ะๆ รอการผ่าตัดเข้าเฝือกขาขวา เพราะขาหัก ไม่มีอาการช้ำใน ตอบสนองปกติดีทุกอย่าง ส่วนผม ปวดไปทั้งตัว ระบม

** ฝากบอกทุกคนเลยนะครับ เซฟตี้เบล และ คาร์ชีท สำคัญมาก จะไปแค่ใกล้ๆ ก็ควรใส่ และ ให้ลูกนั่งคาร์ชีท นะครับ ถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้เป๊ะๆ ไม่นั่งคาร์ชีท ผมคิดไม่ออกเลยว่าจะเป็นยังไง
*** และเมื่อทราบข่าวจากสื่อ ทาง เบบี้ กิ๊ฟ ได้ตรวจสอบและพบว่าคุณศุภโชคเป็นหนึ่งในลูกค้าของทางร้าน จึงได้รีบติดต่อเพื่อจัดเปลี่ยนคาร์ซีทตัวใหม่ให้กับน้องเป๊ะๆ เพราะคาร์ซีทที่ผ่านการเกิดอุบัติเหตุรุนแรงแบบนี้ไม่ควรนำกลับมาใช้อีก เนื่องจากความแข็งแรงและความปลอดภัยจะต่ำลงไม่สามารถใช้ปกป้องในการเกิดอุบัติเหตุครั้งต่อไปได้อีก (คาร์ซีทที่ซื้อจากร้านเบบี้ กิ๊ฟ จะได้รับการประกันเปลียนตัวใหม่เมื่อเกิดอุบัติเหตุตามเงื่อนไข กรุณาศึกษารายละเอียดการรับประกันอุบัติเหตุคาร์ซีทของเบบี้ กิ๊ฟ ได้ที่ https://20241025-original.babygiftretail.com/help-center
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณนานาอยากฝากไปถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้คาร์ซีท ในทุกครั้งที่เดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล ก็ต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทเสมอ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขอปรบมือให้กับคุณนานาและคุณเวย์ ที่เป็นครอบครัวตัวอย่าง ฝึกให้น้องบีน่าและน้องบรู๊คลีน มีวินัยในการนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่อยู่บนรถ คาร์ซีท หรือเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ การใช้ คาร์ซีท จะช่วยรองรับศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ที่ยังไม่แข็งแรงของเด็กเล็ก ช่วยไม่ให้สมองและไขสันหลังถูกทำลายจากการกระแทกในขณะเกิดอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญควรติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกต้อง ให้ลูกคาดเข็มขัดนิรภัยที่ตัวคาร์ซีทด้วยทุกครั้ง และปรับสายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ให้ลูกอึดอัดและไม่หลวมเกินไป เพราะถ้าหลวมเกินไป เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงและไม่คาดฝัน ก็อาจทำให้เด็กหลุดออกจากคาร์ซีท และหลุดออกนอกตัวรถไปจนเป้นอันตรายถึงชีวิต ครอบครัวตัวอย่างเดินทางอย่างปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่คาดเบลล์ ลูกๆนั่งคาร์ซีท ว้าว เยี่ยมไปเลย !!! น้องบีน่าและน้องบรู๊คลิน เดินทางอย่างปลอดภัยและหลับสบ๊ายสบายด้วยค่ะ
หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้ เมื่อมี กฎหมายคาร์ซีท ออกมาแล้วคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็ต้องมองหาคาร์ซีทให้ลูกอย่างจริงจังเลยใช่ไหมคะ แล้วคาร์ซีทแบบไหนเหมาะสำหรับลูกเรา แบบไหนปลอดภัยกว่า วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมข้อมูลมาให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมแล้วค่ะ ไปดูกันเลย หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 […]
เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง? จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]
เป้อุ้มลูก จำเป็นไหม ? เมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก การเลี้ยงลูกทารกเป็นสิ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจดูแลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพราะลูกน้อยยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งนอกจากการนอนหลับของลูกแล้ว ในช่วงเวลากิจวัตรต่างๆ ทั้งการไล่ลม กล่อมนอน หรือปลอบลูกเวลาร้องไห้ แม้กระทั่งเวลาพาลูกออกไปนอกบ้านเพื่อฉีดวัคซีน พบหมอหรืออื่นๆ คุณพ่อคุณแม่จะต้องอุ้มลูกอยู่เสมอ การอุ้มลูก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่จะต้องทำตลอดเวลาจนกว่าลูกน้อยจะเดินเองได้แข็งแรง แต่การอุ้มลูกนานๆ อุ้มผิดท่า ก็สร้างความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย และทำให้สุขภาพของคุณพ่อคุณแม่เสียได้ เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดแขน หรือมีอาการผิดปกติจนต้องไปพบหมอ ดังนั้นจึงมีเครื่องทุ่นแรงที่ช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการอุ้มลูกน้อย เพื่อให้ได้เบาแรงและสะดวกมากขึ้น นั่นคือ เป้อุ้มเด็ก เป้อุ้มเด็ก Baby Wearing ยุคใหม่ ความจริงแล้วการใช้เป้อุ้มเด็ก เพื่อทุ่นแรงอุ้มคุณแม่ ถือเป็นวัตนธรรมของการ Baby Wearing ที่มีมายาวนานมากๆ แล้ว นั่นคือการที่คุณแม่ใช้ผ้าพันลูกน้อยและผูกไว้กับตัวคุณแม่ เพื่อให้คุณแม่สามารถทำงานอื่นๆ ได้พร้อมกับลูกก็ได้อยู่ใกล้ชิด ได้รับความอบอุ่นการดูแลจากคุณแม่ตลอดเวลา และยังมีคุณค่าทั้งการช่วยไม่ให้คุณแม่ต้องอุ้มลูกจนเมื่อยล้า สะดวกเวลาหยิบจับทำงานอื่นๆ ได้โดยลูกไม่หล่น ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นแนบชิดปลอดภัย สร้างสายใยผูกพันแม่ลูก และจากในสมัยก่อนที่คุณแม่นิยมใช้เพียงผ้าผืนยาวที่เหนียวแน่นมาห่อพันตัวลูกและผูกไว้กับตัวเอง (แม้ในยุคนี้ก็ยังมีวัฒนธรรมของบางประเทศหรือบางพื้นที่ที่ยังคงใช้ผ้าพันตัวลูกติดกับคุณแม่อยู่) จนมีการพัฒนาเรื่อยมาจากผ้าพันแบบเดิม กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เป้อุ้มเด็ก ที่มีนวัตกรรมการออกแบบให้เหมาะสมกับการอุ้มลูกน้อย […]
ขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่ด้วยนะคะ! กำลังกังวลกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่าตอนท้องอ่อนๆ จะสามารถทำอะไรได้บ้างทำอะไรไม่ได้บ้าง วันนี้เราเลยนำเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงมาบอกกันค่ะ ไม่แปลกใจที่คุณแม่บางท่านจะกังวลมากๆ ในช่วงท้องอ่อน เพราะในช่วงสามเดือนแรกนั้น อวัยวะต่างๆ ของลูกน้อยในท้องของคุณแม่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ค่ะ ดังนั้นในระยะนี้จึงมีความเสี่ยงต่อการแท้งมากกว่าในไตรมาสอื่นๆ ช่วงนี้คุณแม่ที่ท้องอ่อนๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว หรือการใช้ยาต่างๆ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ กังวลได้แต่อย่าเครียดนะ เพราะความเครียดก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องพึงระวังไว้ด้วย กำลังคิดจะไปทานแซลมอน ลาบก้อย หอยนางรมฉลองสมาชิกใหม่กันอยู่รึเปล่า ช่วงนี้คุณแม่อาจจะต้องงดไว้ก่อนนะ เพราะอาหารที่ปรุงไม่สุกส่วนใหญ่อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้คุณแม่ท้องเสียหรืออาเจียนได้ แถมยังอาจทำให้เป็นโรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเจ้าโรคนี้เนี่ยมันเกิดจากเชื้อปรสิตทอกโซพลาสมา กอนดิไอ(Toxoplasma gondii) ที่สามารถแพร่ไปสู่ลูกน้อยในท้องของคุณแม่ได้ค่ะ เห็นชื่อน่ากลัวแบบนี้ มันก็น่ากลัวจริงๆ นะ เพราะหากติดโรคนี้ตอนท้องก็อาจจะทำให้แท้งไปเลย หรือไม่ก็ลูกอาจจะเสียชีวิตในท้อง ไม่ก็อาจมีอาการของโรคเมื่อคลอดออกมา สังเกตง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าคุณแม่ที่ติดเชื้อนี้ตอนท้อง ลูกคลอดออกมาจะมีขนาดศีรษะที่ไม่ปกติ อาจจะเล็กหรือไม่ก็ใหญ่กว่าเด็กคนอื่นๆ แถมพอโตไปก็อาจจะตาบอดหรือสติปัญญาอาจจะด้อยกว่าเด็กอื่นๆ ด้วยนะ แต่แต่แต่ ถ้าคุณแม่เคยเป็นโรคนี้ก่อนท้องแล้วก็ชิวชิวค่า เพราะร่างกายคุณแม่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ไม่กลับมาเป็นอีกแล้วล่ะ คุณแม่ที่กำลังใช้ยาอยู่ หยุดก่อนค่ะ! ได้ถามคุณหมอรึยังว่ายาตัวนั้นคนท้องทานได้มั้ย คุณแม่อย่าชะล่าใจไปน้าเพราะยามีหลายประเภทแล้วก็ออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพราะงั้นยาบางตัวอาจมีผลต่อการสร้างอวัยวะของลูกน้อยได้ เช่นพวกยารักษาสิว Isotretinoin นี่ตัวดีเลยค่ะ เพราะมันเป็นยาที่รุนแรงมาก มากจนอาจทำให้ลูกพิการได้เลยนะ หรือพวกยาที่ใช้รักษาไมเกรน เช่น Cafergot เพราะมันทำให้มดลูกของพวกเราบีบตัวจึงอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ พอคุณแม่ทานยาเข้าไปปุ๊ป ลูกก็จะได้ยาพวกนี้ผ่านทางรกด้วยค่ะ แต่ผลกระทบต่อลูกก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่คุณแม่ทานเข้าไปนะ เพราะฉะนั้นหากจะทานยา […]
