คาร์ซีทมีกี่แบบ พร้อมแนะนำวิธีนั่งที่ถูกต้อง และวิธีติดตั้งคาร์ซีทตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด

คาร์ซีท เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางของลูกน้อย ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลจนถึงวัยเด็กโต การรู้ว่า คาร์ซีทมีกี่แบบ วิธีติดตั้งที่ถูกต้อง และตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดในการติดตั้งคือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนต้องทราบ BabyGift จะมาไขข้อสงสัยทั้งหมดเพื่อให้ลูกรักของคุณปลอดภัยสูงสุดในทุกเส้นทางค่ะ

คาร์ซีท ระบบติดตั้งมีกี่แบบ

เป็นเรื่องที่ต้องดูเป็นอันดับแรก ว่ารถที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ด้วยระบบใด ซึ่งการติดตั้งจะมีอยู่ 2 ระบบ ดังนี้… 

  1. คาร์ซีทระบบ Belt

ระบบนี้สามารถติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคัน แต่ขั้นตอนการติดตั้งค่อนข้างจะยุ่งยาก จึงต้องศึกษาคู่มืออย่างละเอียด หรือ ให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญช่วยติดตั้งให้เลย  

  1. คาร์ซีทระบบ Isofix

คือ ระบบการติดตั้งตามมาตรฐานยุโรป ติดตั้งง่าย ISOFIX จะมีในรถที่ผลิตในปี 2014 ขึ้นไป บางรุ่นที่เก่ากว่าปี 2014 ก็อาจจะมีเช่นกัน ดังนั้น ให้ลองสังเกตสัญลักษณ์ ISOFIX ที่เบาะด้านหลังว่ามีหรือไม่ หรือ หากไม่แน่ใจ ก็สามารถเอารุ่นรถ ปีรถ ไปสอบถามพนักงานผู้เชี่ยวชาญได้ 

คาร์ซีทเด็กมีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี

คาร์ซีทแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด และ คาร์ซีทสำหรับเด็กโต

คาร์ซีทเด็กแรกเกิด มีดังนี้

  1. คาร์ซีทกระเช้า 

คาร์ซีทแบบตระกร้าหิ้ว New Born Only คาร์ซีทประเภทนี้จะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถถอดออกและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ บางรุ่นสามารถนำไปใช้บนเครื่องบินหรือรถเข็นเด็กได้ด้วย แต่มักจะมีอายุการใช้งานที่สั้น ส่วนใหญ่แล้วจะนั่งได้ไม่เกิน 18 เดือน เพราะเมื่อลูกเริ่มโตขึ้น คาร์ซีทก็จะมีขนาดเล็กเกินไป จึงต้องรีบหาคาร์ซีทตัวใหม่มาทดแทน 

้อดี  

  •  มีน้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายมาก 
  • สามารถถอดคาร์ซีทออกมาเดินถือได้เลย เวลาที่ลูกนอนหลับไม่ต้องปลุกลูก หรืออุ้มลูกออกจากคาร์ซีท ทำให้ลูกนอนหลับได้อย่างเต็มที่ 
  • บางรุ่นปรับใช้งานได้หลายแบบ เช่น ใช้งานกับรถเข็น ทำให้สะดวกมากขึ้น หรือบางรุ่นปรับเป็นเปลนอนได้ด้วย  

ข้อเสีย  

  • จากน้ำหนักที่เบาและรูปทรงเล็ก ทำให้โครงคาร์ซีทมีความบอบบาง กว่าคาร์ซีทประเภทอื่น 
  • เบาะ Support เด็กแรกเกิด จะมีชิ้นเล็กและบอบบางกว่าคาร์ซีทรุ่นอื่น 
  • ด้วยโครงที่เล็ก จึงใส่วัสดุรองรับแรงกระแทกได้ไม่เยอะ 
  • ระยะเวลาการใช้งานสั้น คาร์ซีทกระเช้าจะใช้งานได้จริงกับเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะเด็กจะเริ่มตัวโตขึ้น มีความสูงเพิ่มขึ้นมากแล้ว  

 2. คาร์ซีทแบบ Convertible 

สามารถใช้งานกับเด็กได้หลายช่วงอายุ มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยมากขึ้น โครงใหญ่ขึ้น และปรับการใช้งานได้ 2 รูปแบบ คือ ปรับคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด และปรับหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) สำหรับเด็กโต   

ข้อดี 

  • ใช้งานได้ยาวนานกว่าแบบกระเช้า เช่น 0-4 ปี, 0- 9 ปี , 0-12 ปี ทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนคาร์ซีทให้ลูกบ่อย 
  • โครงสร้างใหญ่ ตัวเบาะกว้าง ทำให้ใส่วัสดุรองรับแรงกระแทกได้มากกว่าแบบกระเช้า 
  • มีเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทำให้มีความปลอดภัยสูง 
  • มีฟังก์ชั่นหลากหลาย ทั้ง ความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เช่น มีขาค้ำยัน, ช่องระบายอากาศ, หมุนได้ 360 องศา , มีที่พักเท้า, มีที่วางแก้ว  

ข้อเสีย  

  •  โครงคาร์ซีทใหญ่ ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง 
  • คาร์ซีทมีน้ำหนักเยอะ ไม่สามารถถอดออกแล้วเดินถือได้เหมือนคาร์ซีทแบบกระเช้า  

 คาร์ซีทแบบ Convertible แบ่งย่อยได้อีก 3 ประเภท ดังนี้… 

2.1 คาร์ซีทแบบหมุนได้  

คาร์ซีทแบบหมุนได้ 360 องศา ส่วนใหญ่จะเป็นคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะเด็กแรกเกิดบอบบาง ต้องระมัดระวังในการพาเข้าหรือออกจากคาร์ซีท การหมุนหันมาหาแม่ได้ จะช่วยให้อุ้มลูกขึ้นลงรถได้สะดวก ไม่เสี่ยงหกล้ม แม้ที่จอดรถจะแคบ นอกจากนี้ ยังติดตั้งครั้งเดียวจบ สามารถปรับใช้งานได้ ทั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) ได้เลย

2.2 คาร์ซีทแบบหมุนไม่ได้  

คาร์ซีทประเภทนี้ส่วนใหญ่จะออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของเด็กโตด้วย จึงไม่มีฟังก์ชั่นการหมุนมาให้ และจะต้องติดตั้งใหม่ จากการนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) ไปเป็นการนั่งหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) แต่คาร์ซีทแบบนี้ จะใช้งานได้นานขึ้นกว่าแบบที่หมุนได้ บางรุ่นใช้ได้ถึง 12 ปี เลย 

2.3 คาร์ซีทปรับนอนราบได้ และหมุนได้  

คาร์ซีทแรกเกิดประเภทนี้ จะมีความพิเศษกว่าแบบอื่น เพราะปรับนอนราบได้สูงสุด 170 องศา และยังหมุนได้ด้วย เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เด็กเล็ก ที่ต้องเดินทางบ่อย นอกจากนี้ยังเหมาะกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดด้วย เพราะการปรับนอนราบ จะช่วยทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้สบายขึ้น หายใจสะดวกขึ้น 

คาร์ซีทเด็กโต มีดังนี้

  1. คาร์ซีทเด็กโต Forward Facing หรือ Combination Seat

เหมาะใช้เป็นคาร์ซีทตัวที่ 2 ให้กับลูก ใช้งานแบบหันหน้าไปหน้ารถอย่างเดียว บางรุ่นมีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทได้ในตัวเดียว จึงใช้งานได้ยาวนาน ส่วนใหญ่จะใช้ได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี – 12 ปี ตัวคาร์ซีทจะมีลักษณะเบาะกว้าง พนักพิงใหญ่และสูง เพื่อทำให้เด็กนั่งได้สบายและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเด็ก 

ข้อดี  

  • โครงสร้างใหญ่ เบาะกว้าง ทำให้ลูกนั่งสบาย ไม่อึดอัด 
  • พนักพิงจะปรับความสูงได้เยอะ เพื่อรองรับสรีระเด็กได้ตามวัย 
  • บางรุ่นปรับเป็นบูสเตอร์ซีทได้ในตัวเดียว ใช้งานได้นาน 
  • วัสดุรองรับแรงกระแทกมีความแข็งแรง ทำให้คาร์ซีทมีความปลอดภัยสูง  

ข้อเสีย  

  • บางรุ่นจะมีน้ำหนักเยอะ เคลื่อนย้ายไม่ค่อยสะดวก 
  • บางรุ่นไม่สามารถปรับเบาะเอนนอนได้ อาจทำให้เด็กนอนหลับไม่สบาย ควรเลือกแบบปรับเอนได้

  1. บูสเตอร์ซีท Booster seat

จะแบ่งย่อยได้ 2 แบบ คือ บูสเตอร์ซีทแบบมีพนักพิง และ บูสเตอร์ซีทแบบไม่มีพนักพิง 

2.1 บูสเตอร์ซีท แบบไม่มีพนักพิง
จะเป็นเบาะรองนั่ง น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ฟังก์ชั่นหลัก ๆ จะช่วยเพิ่มความสูงให้เด็ก ๆ เพื่อให้คาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้อย่างพอดี สายเข็มขัดไม่รัดคอ เหมาะกับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป

ข้อดี 

    • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สามาถพกเดินทางไปต่างประเทศได้ 

ข้อเสีย 

    • ไม่มีพนักพิงรองรับสรีระ เด็กจะพิงเบาะรถยนต์แทน 
    • หากไม่มีตัวปรับสายเข็มขัด อาจทำให้เข็มขัดนิรภัยรัดจนเกินไป หรือ สายเข็มขัดอาจพาดที่คอของเด็กได้ 

2.2 บูสเตอร์ซีท แบบมีพนักพิง
บูสเตอร์ซีทมีพนักพิง จะช่วยให้นั่งสบายมากขึ้น นอกจากเพิ่มความสูงให้เด็ก ๆ คาดเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ได้อย่างพอดี สายเข็มขัดไม่รัดคอ ยังมีฟังก์ชั่นความปลอดภัยเสริมอีกด้วย เหมาะกับเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป

ข้อดี 

    • มีพนักพิงสูงใหญ่ หนานุ่ม จะช่วยให้เด็กนั่งพิงได้สบายมากขึ้น 
    • มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยเสริม เช่น ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนา กันกระแทกได้อย่างปลอดภัย

ข้อเสีย 

    • บางรุ่นมีน้ำหนักเยอะ อาจเคลื่อนย้ายบ่อยไม่สะดวก 
    • บูสเตอร์ซีทที่มีพนักพิง ตัวเบาะจะกว้าง ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง

วิธีติดตั้งคาร์ซีทที่ถูกต้องและปลอดภัย

การติดตั้ง คาร์ซีท ที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้

  • อ่านคู่มืออย่างละเอียด: ไม่ว่าจะใช้ระบบ Isofix หรือ Belt ต้องทำตามคู่มือของ คาร์ซีท และรถยนต์อย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสอบความแน่นหนา: เมื่อติดตั้ง คาร์ซีท แล้วต้องมั่นใจว่าขยับได้ไม่เกิน 1 นิ้ว (2.5 ซม.) บริเวณฐานที่ยึดกับเบาะรถ
  • การปรับสายรัด: สายรัด 5 จุดของ คาร์ซีท ต้องกระชับกับตัวเด็ก โดยสามารถสอดนิ้วมือได้เพียง 1-2 นิ้ว
  • การหันหน้าคาร์ซีท: สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 2 ปี (หรือจนกว่าจะถึงน้ำหนักสูงสุดที่กำหนด) ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถเท่านั้น

รถยนต์ SUV หรือ รถตู้ ติดตั้งคาร์ซีทเบาะไหนดี

สำหรับรถยนต์ SUV หรือรถตู้ที่มีพื้นที่กว้าง คาร์ซีทควรติดตั้งที่เบาะหลังเสมอ หากมีเบาะหลัง 2 แถว ควรติดตั้งที่แถวที่ 2 เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด ตำแหน่งกลางเบาะหลังคือตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากติดตั้งไม่ได้ ให้เลือกเบาะหลังด้านใดด้านหนึ่งที่สะดวกในการติดตั้งคาร์ซีท

Alphard ติดตั้งคาร์ซีทได้ไหม ติดตั้งเบาะไหนดี

รถยนต์ตู้ระดับพรีเมียมอย่าง Alphard สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้อย่างแน่นอน โดยส่วนใหญ่แนะนำให้ติดตั้งที่เบาะแถวที่ 2 เพราะเป็นเบาะที่มีความกว้างขวาง และสามารถติดตั้งคาร์ซีทระบบ Isofix ได้ ซึ่งให้ความมั่นคงและความสะดวกในการใช้งานสูง

รถกระบะ ติดตั้งคาร์ซีทตรงไหน

รถกระบะแบบ 4 ประตู (Double Cab) สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้ที่เบาะหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดเช่นเดียวกับรถยนต์ประเภทอื่น หากรถกระบะเป็นแบบ Cab (แค็บ) และไม่มีเบาะหลังนิรภัย ไม่แนะนำให้ติดตั้งคาร์ซีทบริเวณ Cab เพราะเสี่ยงอันตราย

สำหรับ ตำแหน่งที่ควรติดตั้งคาร์ซีทมากที่สุด 

ในประเทศไทย ตำแหน่งในรถยนต์ที่ควรติดตั้งคาร์ซีทมากที่สุดก็คือ “เบาะหลังฝั่งคนนั่ง” ด้วยเหตุผลดังนี้…  

  • รถยนต์ในประเทศไทยขับฝั่งขวา ซึ่งก็จะทำให้ฝั่งขวาหรือฝั่งคนขับนั้น จะอยู่ฝั่งเดียวกันกับเกาะกลางถนน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าฝั่งซ้ายที่จะอยู่ฝั่งเดียวกับฟุตบาท และในขณะที่พาลูกน้อยขึ้น-ลงรถฝั่งด้านซ้ายที่ติดกับฟุตบาทก็จะมีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งกว่า 
  • ระยะห่างระหว่างเบาะกับคาร์ซีท ปกติแล้วคนขับควรจะปรับเบาะให้มีความสบายมากที่สุดสำหรับการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความความสูงต่ำของเบาะ หรือการเอนหลังของพนักพิงเพื่อให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากที่สุด และการปรับเบาะก็มีโอกาสที่จะทำให้ช่องว่างระหว่างคาร์ซีทกับเบาะติดกันเกินไป จึงไม่ควรที่จะติดตั้งคาร์ซีทในฝั่งที่นั่งด้านหลังของคนขับ เพราะจะทำให้ลูกน้อยเสี่ยงได้รับแรงกระแทกจากเบาะหน้าของคนขับไปด้วย 

มาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่คงเลือกได้แล้วใช้ไหมคะ ว่าจะให้ลูกใช้คาร์ซีทแบบไหนดี หากยังไม่แน่ใจ สามารถพาลูกน้อยมาลองนั่งคาร์ซีทได้ทุกรุ่น หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ  

 วิธีนั่งคาร์ซีทของเด็กแต่ละวัย

การนั่งคาร์ซีทที่ถูกวิธีต้องสอดคล้องกับอายุและพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

  • เด็กแรกเกิด – 12 เดือน: ควรติดตั้งคาร์ซีท ไว้เบาะหลัง และหันคาร์ซีทเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) เสมอ
  • เด็กอายุ 1 – 3 ปี: ควรนั่งคาร์ซีทไว้เบาะหลัง และยังคงหันคาร์ซีทเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) ให้ได้นานที่สุด
  • เด็กอายุ 4 – 7 ปี: สามารถเปลี่ยนเป็นคาร์ซีทแบบหันหน้าไปหน้ารถ (Forward-Facing) หรือใช้บูสเตอร์ซีท ที่นั่งนิรภัยแบบมีพนักพิง
  • เด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป: วัยนี้สามารถนั่งที่นั่งปกติได้ แต่ต้องมีความสูงถึง 150 ซม. และคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ

สรุปบทความ

การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น คาร์ซีทกระเช้า คาร์ซีทแบบ Convertible หรือบูสเตอร์ซีท และการติดตั้งอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของ BabyGift ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องชีวิตลูกน้อยในทุกการเดินทาง เราเข้าใจดีว่าการเลือกคาร์ซีทอาจเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จริงเรื่องแม่และเด็ก เข้าใจลึก พูดง่าย และมีคาร์ซีทคุณภาพที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยสูงสุด พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เลือกคาร์ซีทที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกรักค่ะ

คาร์ซีท มีกี่แบบ แบบไหนดี รับชมได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

เด็กต้องนั่งคาร์ซีทถึงกี่ขวบ

ตามมาตรฐานสากล เด็กควรนั่งในคาร์ซีทจนกว่าจะสูงถึง 150 ซม. หรือประมาณ 8-12 ปี แม้ว่าจะใช้บูสเตอร์ซีท แล้วก็ตาม

เด็ก 1 ขวบ ควรนั่งคาร์ซีทแบบไหน

เด็ก 1 ขวบ ควรนั่งคาร์ซีทแบบ Convertible ในลักษณะหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) ต่อไป เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของศีรษะและกระดูกสันหลัง

เด็ก 5 ขวบ ควรนั่งคาซีทแบบไหน

เด็ก 5 ขวบ ควรเปลี่ยนไปใช้บูสเตอร์ซีทแบบมีพนักพิง (หรือ Combination Seat) ติดตั้งแบบหันหน้าไปหน้ารถ เพื่อให้สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยรถยนต์ได้พอดีตัว

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก พับเล็กอย่างเดียวไม่พอ เอาที่ลูกนั่งสบายด้วยนะคะ เพราะรถเข็นเด็กคือที่พักผ่อนของเด็กๆ คุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นจริงๆ คือ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก แนะนำรถเข็นเด็ก Aprica Magical Air แบบน้องอลิน-อลัน คันนี้แม่โอปปลื้มมาก จนต้องบอกต่อใน IG พิสูจน์แล้วโดยคุณแม่เซเลปคนดัง มั่นใจในผลิตภัณฑ์เด็ก Aprica #แท็กสามี #แท็กเพื่อน แล้วจัดทริปเลยค่ะ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานจะได้เจอหน้าลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่คงตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปคลอด เราแนะนำให้จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ก่อนนะคะ ซึ่งสามารถเริ่มจัดได้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 8 หรือเข้าสู่เดือนที่ 9 เลยค่ะ มีอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องเตรียม ไปดูพร้อม ๆ กันเลย 10 ไอเท็ม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ของใช้สำหรับลูกน้อย เตรียมของไปคลอด ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เตรียมอย่างละ 2-3 ชุด แนะนำให้เลือกแบบผ้านุ่มพิเศษสำหรับทารกแรกเกิด หากใช้เป็นผ้าห่อตัวทารกเลยก็จะช่วยให้ทารกนอนในท่าตามธรรมชาติได้อย่างสบาย และยังสามารถขยับแขนได้อย่างอิสระ ช่วยให้ทารกหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย ผ้าอ้อมผ้า ควรจะเตรียมไว้ประมาณ 1 แพ็ค (6 ผืน) ใช้ผ้าอ้อมที่เป็นเนื้อผ้าแบบใยไผ่ 100 % หรือ Cotton 100% เพราะสัมผัสจะนุ่ม ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทารก แนะนำแบรนด์ IFLIN, Sofflin ผ้าเช็ดตัวเด็กทารก สำหรับทารกแรกเกิดที่ผิวยังบอบบางมาก ควรจะใช้ผ้าเช็ดตัวของทารกโดยเฉพาะ ซึ่งผ้าแบบใยไผ่จะเหมาะกับผิวเด็กทารกมากกว่า […]

เด็กบางคนจะมีเหงื่อออกมาก ทั้งบนศีรษะ หน้า หน้าอก แผ่นหลัง จนหมอน และชุดนอนเปียกชื้น โดยเฉพาะเด็กที่ปกติมีเหงื่อมาก เมื่อนอนไปได้สักระยะหนึ่งอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้น ทำให้มีเหงื่อออกจนคุณพ่อคุณแม่ตกใจเกรงลูกจะเป็นโรคร้าย เพราะมีคนกล่าวว่า เหงื่อออกมากเวลากลางคืนอาจจะเป็นอาการระยะเริ่มต้นของโรคต่างๆ ดังนี้ >>>ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็ปไซด์ maerakluke.com

คุณแม่รู้ไหม? ในช่วงตั้งครรภ์นอกเหนือจากบทบาทว่าที่คุณแม่แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้สวมบทบาทสนุกๆ อีก 10 อย่างเพื่อการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 1.นักออกกำลังกาย : สุขภาพ ที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 โดยต้องเป็นกีฬา หรือกิจกรรมที่ไม่ใช้แรงหรือมีการกระแทก เช่น การว่ายน้ำ เดิน เต้นแอโรบิกเบาๆ บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ขี่จักรยาน อยู่กับที่ ควรหาโอกาสออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและไม่อ่อนแรงง่าย 2. นักสำรวจ : หมั่นสำรวจ และ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก อย่างผิวพรรณ เส้นผม เล็บ เพื่อบำรุงอย่างถูกวิธี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน อาการหรือความผิดปกติต่างๆ การดิ้น ของลูก โรคประจำตัว จดบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้นำไปถามคุณหมอเมื่อนัดตรวจครรภ์ หรือถ้ามีความผิดปกติที่ร้ายแรงจะได้รักษาได้ทันค่ะ 3. นักโภชนาการ : การพิถี พิถันเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องที่ทราบกันดี อยู่แล้ว ซึ่งการกินอาหารครบ 5หมู่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของร่าง กายให้กับลูกในท้อง รวมถึงต้องกินอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรืออาหารสำเร็จรูปเพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง หากอยากกินน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือขนมต่างๆ ก็สามารถกินได้ให้พอหายอยาก ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้อ้วนและยังมีสารต่างๆ จากส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายค่ะ 4. นักกิจกรรม : วันว่างอย่าลืม ผ่อนคลายด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ไปเดินผ่อนคลายเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ฟังการเสวนาหรือเข้าอบรมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จะช่วยให้ได้รับความรู้และพัก ผ่อนในวันหยุด 5. […]

คาร์ซีท AILEBEBE กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่าได้รับคาร์ซีทของแท้และนำเข้าถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจเหมือนครอบครัว เราขอแนะนำให้ตรวจสอบ 2 ขั้นตอนง่าย ๆ นี้เลยค่ะ วิธีตรวจสอบคาร์ซีท AILEBEBE ของแท้ 1. ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ว่ามีคำแนะนำเป็นภาษาไทยหรือไม่ ? คาร์ซีท Ailebebe ของแท้จะมีฉลากและคำแนะนำการใช้งานเป็นภาษาไทย เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์, ข้อมูลผู้ผลิต, วิธีการใช้งาน, และคำเตือนด้านความปลอดภัย ตามที่กฎหมายประเทศไทยกำหนด การมีฉลากภาษาไทยนี้ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจในการใช้งานอย่างถูกต้องและปลอดภัย 2. ตรวจสอบว่ามีสติกเกอร์ BabyGift ตัวแทนนำเข้า Offical หรือไม่ ? คาร์ซีท Ailebebe ของแท้ จะมีการรับประกันและใช้อะไหล่แท้จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถหาได้เฉพาะจากตัวแทน Official เท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสินค้าที่อาจไม่ได้มาตรฐานและไม่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย เพียงแค่นี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถมั่นใจได้ว่ากำลังซื้อสินค้าของแท้นำเข้ามาถูกต้อง ใช้ได้อย่างถูกวิธีช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยทุกการเดินทาง หยุดเสี่ยง หยุดใช้คาร์ซีท Ailebebe นำเข้าผิดกฎหมาย  การซื้อคาร์ซีท Ailebebe จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของลูกน้อยดังนี้ค่ะ  1.ความเสี่ยงจากการใช้งานคาร์ซีทไม่ถูกต้อง ผู้ลักลอบจำหน่ายมักขาดความรู้และความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า วิธีการใช้งาน และคำแนะนำตามมาตรฐานที่แบรนด์กำหนด เนื่องจากไม่ได้รับการอบรมจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Ailebebe […]

โดยปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่ที่ซื้อคาร์ซีท รถเข็นเด็กไป จะไม่ค่อยได้คำนึงถึงว่าใช้งานไปนานเท่าไหร่แล้ว แล้วเมื่อไหร่ถึงจะต้องซักทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค คาร์ซีท รถเข็นเด็ก จนกระทั้งเกิดความสกปรกขึ้น เช่น ฝุ่นควัน นม อาหาร หรือขนมต่างๆ หกใส่เบาะ คราบน้ำลาย คราบอาเจียน ที่ไม่สามารถเช็ดออกได้ เป็นคราบสกปรกเห็นได้ชัด ถึงจะทำความสะอาด แต่รู้ไหมว่ายิ่งทิ้งคราบแบบนั้นไว้นานเท่าไหร่ พวกเชื้อแบคทีเรียต่างๆที่เกิดขึ้นจากการหมักหม่น ก็จะเกิดการสะสมมากขึ้น ส่งผลร้ายต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีความบอบบาง แพ้ง่าย ทำให้เกิดโรคต่างๆได้ แนะนำการซักทำความสะอาดคาร์ซีท รถเข็นเด็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ควรซักทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือน ตามการใช้งาน เพื่อช่วยให้คาร์ซีท รถเข็นเด็ก ของลูกสะอาดพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย สำหรับการซักทำความสะอาด ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งซักทำความสะอาดได้จากร้านที่ซื้อสินค้ามา เช่น ร้าน BabyGift ที่รับบริการถึง 3 สาขา ใกล้บ้าน แต่ในช่วงวิกฤตโควิดแบบนี้ ทางเราจึงมีเทคนิคการซักทำความสะอาดด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ วิธีทำความสะอาด คาร์ซีท รถเข็นเด็ก แยกการทำความสะอาดออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือผ้าหุ้มเบาะ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid