9 อาหารบำรุงครรภ์ที่คุณแม่ต้องห้ามพลาด

เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้วคุณแม่จะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เพราะทุกอย่างที่คุณแม่ทานเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยในท้องโดยตรงนี่เนอะ ของบางอย่างที่คุณแม่ทานเป็นปกติทุกวันอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนของบางอย่างที่เจอทีไรก็ต้องเบ้ปากอาจจะมีประโยชน์มากกว่าก็ได้

อาหารการกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อน้ำหนักและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงสมองของลูกน้อย แต่เราควรจะเลือกรับประทานอาหารแบบไหนดีล่ะ แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอดี ลองมาดูกัน!

1. โฟเลต

โฟเลตหรือกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่มาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยปกติแล้วสาว ๆ บ้านไหนที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ คุณหมอก็จะแนะนำให้ซื้อโฟเลตมาทานเพื่อเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ท้องเลย เพราะเจ้าตัวโฟเลตนี้เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างระบบประสาท เซลล์สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้ารับสารอาหารตัวนี้เข้าไปไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้ทารกมีความพิการทางสมองได้ค่ะ ส่วนคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนท้องก็ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงคุณหมอก็จะสั่งโฟเลตให้ทานทุกวันเพื่อบำรุงอยู่แล้ว บำรุงตอนท้องก็ไม่ได้สายเกินไปค่ะ อีกอย่างอาหารหลาย ๆ อย่างที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันก็มีโฟเลตอยู่บ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ไข่แดง ตับ ฟักทอง แครอท ฯลฯ ที่สำคัญคือคุณแม่ควรจะทานโฟเลตให้ได้วันละ 400-800 ไมโครกรัมกันนะคะ

2. เนื้อสัตว์ต่าง ๆ

ส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สำหรับคนท้องจะเป็นจำพวกเนื้อแดงอย่าง “เนื้อวัว” เพราะว่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องโลหิตจางของคุณแม่ได้ แล้วก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทารกเช่นกัน แต่เนื้อวัวที่คุณแม่ทานควรจะเป็นแบบไร้มัน หรือมันน้อยที่สุดนะคะ เพราะการที่คุณแม่ทานมันเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้คลื่นไส้หรือท้องอืดได้นะ เนื้อไก่นี่ก็เป็นอะไรที่แนะนำ เพราะมีโปรตีนสูงและจะช่วยเรื่องน้ำหนักของลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ก่อนก็เป็นพวกอาหารทะเล เพราะมีการตรวจพบสารปรอทในสัตว์ทะเลที่จับมาจากบางที่ค่อนข้างสูงเลยล่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีเนื้อหมูที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะถ้าปรุงไม่สุกแค่นิดเดียวก็อาจเป็นแหล่งของไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นอันตราย อย่างเช่นเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ซึ่งจะมีผลต่อทารกในครรภ์ของคุณแม่อย่างแน่นอน

3. นม

อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะนมมีประโยชน์สำหรับคุณแม่ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว นมเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยวิตามิน แคลเซียม โปรตีน แถมยังมีกรดโฟเลตอีก คุณแม่สามารถเลือกได้ว่าจะดื่มเป็นนมวัว นมถั่วเหลือง หรือนมที่ผลิตมาเฉพาะเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ชอบเลยนะ แต่ที่คุณแม่ต้องห้ามลืมก็คือ อย่าดื่มนมมากเกินไป เพราะการที่คุณแม่ดื่มนมเยอะเกินไป อาจทำให้ลูกน้อยเสี่ยงต่อการแพ้นมได้ค่ะ ทางที่ดีควรจะดื่มซักวันละแก้ว หรืออย่าเกิน 2 แก้วต่อวันนะคะ

4. อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่หาได้ง่ายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากในพวกธัญพืช ข้าว เผือก ขนมปัง ข้าวโพด ฯลฯ อาหารพวกนี้จะมีส่วนช่วยในเรื่องของสมองของลูกน้อย รวมถึงการเจริญเติบโตของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย แต่อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตอาจมีโทษได้ถ้าคุณแม่รับประทานเยอะเกินไป เพราะมันอาจจะไปสะสมในร่างกายจนกลายเป็นไขมันส่วนเกิน ทำให้คุณแม่มีน้ำหนักเพิ่มมากกว่าที่ควร แถมยังอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งทำให้เสี่ยงเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วยค่ะ

5. เมนูไข่

ไข่เป็นของที่หาทานง่าย ราคาไม่แพง แถมยังทำเมนูอร่อย ๆ ได้มากมาย ยิ่งในช่วงสามเดือนแรกแล้ว ไข่เป็นอะไรที่สำคัญมากเลยล่ะค่ะ เพราะว่าไข่เป็นแหล่งรวมโปรตีนและแร่ธาตุ รวมถึงวิตามินที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของเซลล์สมองและไขสันหลัง เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานไข่กันวันละฟอง เพื่อความแข็งแรงของลูกน้อยและของคุณแม่เองนะคะ

6. ปลาแซลมอน

คุณแม่กำลังรอข้อนี้อยู่ใช่มั้ยล่ะ อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งแอบยิ้มกริ่มตั้งท่าจะคว้ากระเป๋าไปทานซาชิมิกันนะ ปลาแซลมอนที่เราจะแนะนำนั้นจะเป็นปลาแซลมอนที่สุกแล้วนะคะ เพราะปลาแซลมอนที่ไม่สุกนี่เสี่ยงต่อการมีพยาธิมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เราแนะนำให้คุณแม่ทานแซลมอนเพราะมีส่วนช่วยในเรื่องของความจำและสมองของลูกน้อย เพราะเป็นแหล่งสำคัญของโอเมกา 3 ช่วยให้ทารกมีการพัฒนาด้านความจำและด้านสมองเมื่อคลอดออกมา แต่ขอย้ำอีกครั้งนะ ทานแบบสุกนะคะ!

7. ตับ

ตับนอกจากจะอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่เป็นตัวช่วยในเรื่องโลหิตจางด้วยค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถพบวิตามิน A ได้ในตับอีกด้วยนะ วิตามิน A ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตของตัวอ่อน แถมยังเป็นตัวช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วอีกด้วย แต่ก็เหมือนกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์อื่น ๆ นะคะ คุณแม่ต้องทำให้สุกเสียก่อน เพราะถ้าไม่สุกแล้ว จากที่มีประโยชน์ก็อาจกลายเป็นโทษเนื่องจากมีพยาธิสูงได้น้า

8. อะเซทิลโคลีน

ชื่ออาจจะฟังดูไม่คุ้น แต่สารอาหารตัวนี้สามารถเจอได้ในพวกข้าวซ้อมมือหรือขนมปังที่เป็นโฮลวีตค่ะ อะเซทิลโคลีนจะเป็นตัวช่วยที่มาเสริมทำให้สมองและระบบประสาทของลูกน้อยทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น ทำให้ลูกน้อยสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดี พัฒนาได้ตามอายุครรภ์ และคลอดออกมาเป็นเด็กที่แข็งแรง

9. ผักและผลไม้

จะขาดข้อนี้ไปไม่ได้เลย ผักและผลไม้เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระค่ะ ซึ่งเจ้าสารตัวนี่เนี่ยจะช่วยป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมมาทำร้ายเนื้อเยื่อบริเวณสมองของลูกน้อย แถมยังมีวิตามิน C สูง ช่วยต้านไข้หวัดอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตามคุณแม่อย่าทานผักที่มีสีเข้มเกินไปนะคะ เพราะว่ายิ่งสีเข้มเท่าไหร่ สารต้านอนุมูลอิสระก็จะมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้ารับเข้าไปมากเกินไป มันก็ไม่ได้มีผลดีต่อคุณแม่ค่ะ

การเลือกรับประทานอาหารสำหรับคุณแม่นั้นดูเหมือนว่าจะต้องใช้ความพิถีพิถันไม่น้อย แถมยังมีข้อยกเว้นนู่นนี่เต็มไปหมด เราขอสรุปง่าย ๆ เพื่อไม่ให้คุณแม่กังวลเรื่องนี้จนเกินไป ก่อนจะทานอะไรให้คุณแม่พิจารณาถึงระดับน้ำตาล ระดับไขมัน และระดับคาร์โบไฮเดรตของอาหารดังกล่าวเสียก่อน เพราะหากได้รับสารต่าง ๆ เหล่านี้มากเกินไปแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียโดยตรงต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ ส่วนอาหารไหนที่ว่ามีประโยชน์ ก็ขอให้รับประทานอย่างพอเพียง เพราะหากรับประทานมากเกินไปแล้วอาจจะเกิดโทษแทนน้า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

สอนดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิดแบบจับมือทำ โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย..#BabyGift เข้าใจและมองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ร่วมกับ พี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่ สรุปเทคนิคดูแลทารกแรกเกิด โดยผู้เชี่ยวชาญ #พี่กัลนมแม่ จากในงาน 𝐌𝐨𝐦𝐦𝐲’𝐬 𝐋𝐨𝐯𝐞 𝐌𝐚𝐠𝐢𝐜 จะมีอะไรบ้าง ? ตามมาดูกันเลยค่ะ 1. ดูแลการกินของทารก #นมแม่ดีที่สุด ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงติดเชื้อต่างๆ ได้ ถ้าลูกไม่ยอมดูดเต้าให้แม่ใช้เครื่องปั๊มนม และขวดนมแรกเกิดป้อนนมแม่ให้กับลูกน้อยแทน 2. หมั่นสังเกตการเจริญเติบโตลูกน้อย ปกติแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ น้ำหนักลูกน้อยจะเพิ่มขึ้น วันละ 30 กรัม หากน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่านี้ ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ 3. สังเกตการขับถ่ายของลูก อุจจาระแต่ละสีบอกสุขภาพลูกได้ หากมีสีขาวหรือแดงเข้ม หรือหากมีปัสสาวะขุ่น มีตะกอน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที 4. การนอนของทารก ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก คือ การนอนหงาย เด็กแรกเกิดควรนอน 16-18 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ Growth Hormone […]

ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท อายุ ประเภทของคาร์ซีท คำแนะนำทั่วไป เด็กอ่อน คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg.– ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง เด็กก่อนวัยเรียน เก้าอี้แบบหันหน้าออก เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป เด็กเล็กวัยเรียน เบาะรองนั่ง เด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm.และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี เด็กโต เข็มขัดนิรภัย […]

ปัจจุบัน คาร์ซีท (Car Seat) หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ทั้ง คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีทเด็กโต บูสเตอร์ซีท มีเกณฑ์การทดสอบความปลอดภัยต่างกันและผ่านมาตรฐานมาจากหลายประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า คาร์ซีทในประเทศไทย มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น  ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของ มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด  ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มาก่อน ว่าเพิ่มความปลอดภัยจุดไหนบ้าง เราจะพาไปทำความเข้าใจกันเลย  คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size)  จากเดิม ประกาศมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards) ของคาร์ซีท จากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากล ECE R44/04 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) […]

หมอเด็กเค้าเลือกคาร์ซีทแบบไหนให้ลูกตัวเอง….อยากรู้ต้องคลิ๊ก ก่อนซื้อคาร์ซีทให้ลูก ถ้าไปอ่านหนังสือ ก็จะรู้ว่าคาร์ซีท (carseat) มี 4 แบบ (ซึ่งเอาเข้าจริงรู้จริงๆ ตอนมีลูก 55555 ก่อนนั้นรู้แต่ทฤษฎี) คือ แน่นอนในตลาด มี option มากมายไว้หลอกลวงพ่อแม่ขาช้อป 5555 ทั้งแบบตระกร้าที่ยกเข้าออกได้เลย หรือ ประกอบลง stroller (รถเข็น) ได้เลย…. เอาที่สบายใจ 555 เอาหลักในการเลือกของพ่อหมอเลยแล้วกัน 555 ไม่ว่าอะไรก็ตาม เน้นใช้ได้ยาวๆ เป็นหลัก แน่นอน convertible เป็นแบบที่เลือกแบบไม่ต้องคิดเลย เพราะใช้ได้นานดี อย่างน้อยๆ ก็สามสี่ปี อีแบบตระกร้าเนี่ยใช้ได้ปีเดียวก็ต้องเปลี่ยนละ ไม่ไหว พ่อไม่ค่อยมีตังค์ (ต้องเอาไปซื้อของไร้สาระอื่นๆ อีก 55555) ยังๆ ยังไม่จบ เลือกชนิดแล้ว ต้องมาเลือก options อีก ตัวเลือกเรามีดังนี้ เน้นหลัก 3 ข้อในการใช้คาร์ซีท carseat โดย […]

เค้าว่ากันว่าท้องอ่อนเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการแท้งมากที่สุด เพราะฉะนั้นคุณแม่ส่วนใหญ่จึงกลัวที่จะออกกำลังกายมากโดยเฉพาะการวิ่ง อันที่จริงแล้ว การแท้งส่วนใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนที่มีอายุมาก โดยจะมีอัตราความเสี่ยงที่สูงกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยค่ะ สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือความผิดปกติของตัวคุณแม่เอง อย่างผู้ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป หรือแม้แต่การใช้สารเสพติดก็นำไปสู่การแท้งได้เช่นเดียวกัน ส่วนคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อนหน้านี้ ก็มีโอกาสแท้งซ้ำได้สูงมากเหมือนกันเลยล่ะค่ะ เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของการออกกำลังกายกันดีกว่าค่ะ จากที่เล่าไปก่อนหน้านี้ การออกกำลังกายไม่ได้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการแท้งที่สำคัญ ถ้าการออกกำลังกายนั้นไม่ใช่การออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากเกินไป เราลองมาดูกันค่ะว่าการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณแม่ท้องอ่อนนั้นได้แก่อะไรบ้าง 1. การเดิน การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วเนอะ แต่การเดินที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นการเดินที่ไม่เร็วจนเกินไป ไม่ลงน้ำหนักที่ส้นเท้ามากเกินไป และไม่เดินต่อเนื่องกันเป็นเวลานานมากเกินไปนะคะ นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรที่จะต้องเดินในสถานที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง เพราะอากาศที่ปลอดโปร่งจะทำให้คุณแม่หายใจสะดวกขึ้น 2. โยคะ โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนท้องเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะโยคะนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม หากคุณแม่เล่นท่าที่ถูกต้องและหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้คุณแม่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ 3. ว่ายน้ำ การออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำมากๆ เลยค่ะ เพราะในการว่ายน้ำนั้น คุณแม่จะมีตัวช่วยพยุงเป็นน้ำนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ การว่ายน้ำยังเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่ได้ใช้ร่างกายทุกส่วนอีกด้วยนะ 4. การเต้นแอโรบิก การเต้นแอโรบิกที่ไม่หักโหมมากเกินไปนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เราแนะนำสำหรับคุณแม่ท้องอ่อนเลยค่ะ แต่คุณแม่ก็ควรจะเลือกจังหวะเพลงที่ไม่เร็วเกินไป และไม่ควรออกท่าที่มีการกระโดด หรือมีการกระทบกระเทือนด้วยนะคะ ประโยชน์ของการออกกำลังกาย คุณแม่ท่านไหนที่กำลังกลัวการออกกำลังกายอยู่ก็อย่าเพิ่งกลัวไปนะคะ เพราะการออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นมีประโยชน์กับคุณแม่มากๆ เลย […]

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆท่านเมื่อตั้งครรภ์ลูกน้อย มักมีคำถามมากมายที่อยากรู้ มีเรื่องให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือพัฒนาการลูกน้อยในท้องที่กำลังค่อยๆเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มีลูกมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT มาพร้อม แอพคนท้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้แน่นๆ เกี่ยวกับคุณแม่และการเลี้ยงลูก แถมยังมีฟังก์ชั่นเลิศๆ ให้คุณแม่โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดมือถือ รับรองได้ใช้ประโยชน์แน่นอน App : เพลงสำหรับการตั้งครรภ์แอพรวบรวมเพลงหลายสไตล์เปิดให้ลูกในครรภ์ฟังดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพที่รวบรวมเพลงสำหรับการตั้งครรภ์ ฟรี! มีสไตล์เพลงดนตรีคลาสสิกหลากหลายที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในท้องอารมณ์ดี โดยดนตรีคลาสสิกนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเพลงของปัญญา ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในการพัฒนาเด็กทารก ช่วยให้คุณแม่ลดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ รวมไปถึงภาวะซึมเศร้าที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนนั้นมีอาการ เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทุกๆวันร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาผ่านไปยังสายสะดือสู่ทารก ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) อีกด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลดีๆ ของการเปิดเพลงให้เจ้าตัวน้อยในท้องฟังแล้ว ลองตามไปโหลดแอพแล้วเปิดเพลงให้อารมณ์ดีทั้งแม่ทั้งลูกกันได้เลย App : Pregnancy yoga Exercisesแอพสอนโยคะออกกำลังกายที่บ้าน สำหรับคนท้องดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์ ที่คุณแม่สามารถโยคะออกกำลังกายเบาๆที่บ้านตามได้ และรู้เทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงทำตามบทเรียนและแบบฝึกหัดโยคะที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หากคุณแม่พึ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event