หลังจากเห็นขีดสองขีดและรู้ว่ามีสมาชิกตัวน้อยกำลังเติบโตอยู่ในท้อง หนึ่งในคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักอดสงสัยไม่ได้ก็คือ “ลูกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะ”
ถึงจะยังไม่ถึงวันที่คุณหมอนัดอัลตราซาวด์ หลายบ้านก็เริ่มชวนกันสังเกตทรงท้อง ดูอาการแพ้ท้อง หรือถามคุณยายว่ามีวิธีทายเพศลูกแบบโบราณอะไรให้ลองบ้าง บางวิธีฟังแล้วน่าเชื่อ บางวิธีก็น่ารักจนอยากลองทำเล่นกับคนในครอบครัว
อย่างไรก็ตาม วิธีทั้งหมดในบทความนี้เป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ยังไม่สามารถใช้ยืนยันเพศของทารกได้ คุณแม่ลองเล่นได้เพื่อสร้างสีสันระหว่างตั้งครรภ์ แต่อย่าใช้ผลที่ได้แทนการตรวจหรือคำแนะนำจากแพทย์นะคะ
วิธีทายเพศลูกแบบโบราณเชื่อได้แค่ไหน
วิธีทายเพศลูกจากทรงท้อง อาหารที่อยากกิน ผิวพรรณ หรืออาการแพ้ท้อง ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะนำมาใช้ระบุเพศของทารกได้อย่างน่าเชื่อถือ หลายอาการเกิดจากฮอร์โมน ร่างกายของคุณแม่ ตำแหน่งของลูก และปัจจัยเฉพาะบุคคลมากกว่า
มองวิธีเหล่านี้เป็นกิจกรรมสนุก ๆ ระหว่างรอเจอลูกผ่านหน้าจออัลตราซาวด์จะเหมาะที่สุด ไม่ว่าผลทายจะออกมาเป็นลูกสาวหรือลูกชาย โอกาสทายถูกก็ยังใกล้เคียงกับการเดานั่นเอง
1. ทายเพศลูกจากอาหารที่คุณแม่อยากกิน
คนโบราณเชื่อว่า หากคุณแม่อยากกินของหวาน อาจได้ลูกสาว แต่ถ้าชอบของเค็ม ของคาว หรืออาหารรสจัด อาจได้ลูกชาย อย่างไรก็ตาม ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและฮอร์โมน จึงใช้ทายเพศลูกได้เพียงสนุก ๆ เท่านั้น
2. ทายจากผิวพรรณของคุณแม่
มีความเชื่อว่า คุณแม่ที่ผิวเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส มักได้ลูกชาย ส่วนคุณแม่ที่เป็นสิวหรือผิวหมองอาจได้ลูกสาว แต่ความเปลี่ยนแปลงของผิวส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน การพักผ่อน และสภาพผิวของแต่ละคนมากกว่า
3. ทายเพศลูกจากความฝัน
บางบ้านเชื่อว่า การฝันเห็นดอกไม้ เครื่องประดับ หรือของสวยงามหมายถึงลูกสาว ส่วนการฝันเห็นพระ สัตว์ใหญ่ หรือของที่สื่อถึงความแข็งแรงหมายถึงลูกชาย ทั้งนี้คำทำนายอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว
4. ทายจากจำนวนเมล็ดข้าวสาร
วิธีนี้ให้คุณแม่หยิบข้าวสารขึ้นมาหนึ่งหยิบแล้วนับจำนวน หากเป็นเลขคู่ให้ทายว่าเป็นลูกสาว ส่วนเลขคี่ให้ทายว่าเป็นลูกชาย เป็นเกมง่าย ๆ ที่เหมาะสำหรับเล่นสนุกกับคนในครอบครัว
5. ทายเพศลูกจากลักษณะท้อง
คำพูดที่ได้ยินกันบ่อยคือ “ท้องแหลมได้ลูกชาย ท้องกลมได้ลูกสาว” แต่จริง ๆ แล้วรูปทรงของท้องขึ้นอยู่กับรูปร่างคุณแม่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง อายุครรภ์ และตำแหน่งของทารก จึงไม่สามารถใช้บอกเพศลูกได้อย่างแม่นยำ
6. ทายจากการแกว่งแหวน
ให้นำแหวนร้อยกับด้ายแล้วถือเหนือฝ่ามือหรือหน้าท้อง หากแหวนหมุนเป็นวงกลมมักทายว่าได้ลูกสาว แต่ถ้าแกว่งไปมาเป็นเส้นตรงมักทายว่าได้ลูกชาย อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของแหวนอาจเกิดจากมือหรือกระแสลม จึงเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น
7. ทายจากอาการแพ้ท้อง
คนโบราณบางคนเชื่อว่า หากคุณแม่แพ้ท้องหนักอาจได้ลูกสาว ส่วนคนที่ไม่ค่อยแพ้ท้องอาจได้ลูกชาย แต่ความรุนแรงของอาการแพ้ท้องแตกต่างกันในแต่ละคนและไม่สามารถใช้ยืนยันเพศลูกได้
8. ทายจากสีของปัสสาวะ
มีความเชื่อว่า ปัสสาวะสีอ่อนอาจหมายถึงลูกชาย ส่วนสีเข้มหรือขุ่นอาจหมายถึงลูกสาว แต่สีของปัสสาวะมักเปลี่ยนตามปริมาณน้ำ อาหาร วิตามิน และสุขภาพของคุณแม่มากกว่า หากมีอาการแสบขัดหรือกลิ่นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์
9. ทายจากอัตราการเต้นของหัวใจลูก
บางตำราเชื่อว่า หากหัวใจลูกเต้นเร็วกว่า 140 ครั้งต่อนาทีอาจเป็นลูกสาว แต่ถ้าต่ำกว่านั้นอาจเป็นลูกชาย อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจทารกเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุครรภ์และการเคลื่อนไหว จึงไม่ใช่วิธีทายเพศที่แม่นยำ
อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจทารกเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุครรภ์ การเคลื่อนไหว และช่วงเวลาที่ตรวจ จึงไม่ใช่วิธีระบุเพศที่น่าเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญจาก Cleveland Clinic ระบุว่าอัตราการเต้นของหัวใจไม่สามารถใช้ทำนายเพศของทารกได้อย่างแม่นยำ คุณแม่ควรฟังคำอธิบายจากแพทย์เกี่ยวกับพัฒนาการและสุขภาพของลูกมากกว่านำตัวเลขไปเทียบกับคำทาย เพราะจุดประสงค์สำคัญของการฟังหัวใจทารกคือประเมินสุขภาพ ไม่ใช่ใช้เฉลยเพศ
แล้ววิธีดูเพศลูกทางการแพทย์มีอะไรบ้าง
เมื่อสนุกกับคำทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว หากต้องการทราบเพศลูกอย่างมีข้อมูลรองรับ ควรปรึกษาสูติแพทย์เกี่ยวกับวิธีที่เหมาะสมกับอายุครรภ์และสุขภาพของคุณแม่
การอัลตราซาวด์
โดยทั่วไป คุณพ่อคุณแม่อาจมีโอกาสเห็นอวัยวะเพศของลูกระหว่างการตรวจอัลตราซาวด์ช่วงกลางครรภ์ แต่จะมองเห็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับท่าของทารก อายุครรภ์ เครื่องมือ และนโยบายของสถานพยาบาล NHS ระบุว่าอาจสอบถามเพศทารกได้ในช่วงการตรวจประมาณสัปดาห์ที่ 20 แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะเห็นได้ทุกครั้ง บางครั้งลูกอาจนอนหันหลัง ไขว่ห้าง หรืออยู่ในท่าที่มองไม่ชัด คุณพ่อคุณแม่จึงอาจต้องรอการตรวจครั้งต่อไป
การตรวจคัดกรองก่อนคลอดจากเลือด
การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมก่อนคลอดบางประเภทวิเคราะห์สารพันธุกรรมของทารกที่อยู่ในเลือดของคุณแม่ และอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้ อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์หลักของการตรวจคือประเมินความเสี่ยงของความผิดปกติทางโครโมโซม ไม่ใช่ตรวจเพศเพื่อความสนุก
ผลการตรวจคัดกรองไม่ใช่ผลวินิจฉัย คุณแม่ควรรับคำอธิบายจากแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด และความหมายของผลตรวจก่อนตัดสินใจ ACOG อธิบายว่าการตรวจคัดกรองจากเลือดและอัลตราซาวด์ใช้ประเมินความเสี่ยงของความผิดปกติบางประเภท แต่ไม่ใช่การยืนยันการวินิจฉัย
การตรวจวินิจฉัย เช่น เจาะน้ำคร่ำหรือเก็บชิ้นเนื้อรก
การตรวจเหล่านี้สามารถให้ข้อมูลด้านโครโมโซมได้ละเอียดกว่า แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้และผ่านการปรึกษาแพทย์ ไม่ควรเลือกทำเพียงเพราะต้องการรู้เพศลูก
ACOG ระบุว่าการตรวจวินิจฉัยใช้เซลล์จากทารกหรือรก ซึ่งเก็บผ่านการเจาะน้ำคร่ำหรือการตรวจชิ้นเนื้อรก เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมบางประเภท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทายเพศลูก
วิธีทายเพศลูกแบบโบราณเป็นความเชื่อที่ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างความทรงจำระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่ควรใช้แทนผลอัลตราซาวด์หรือการตรวจทางการแพทย์ หากคุณแม่มีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาสูติแพทย์โดยตรง และเมื่อรู้เพศลูกแล้ว ก็เริ่มค่อย ๆ เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ได้ ตั้งแต่ดู Checklist ของใช้เด็กแรกเกิด, Checklist เตรียมคลอด, เลือก Car Seat สำหรับเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการ เตรียมห้องนอนเด็กแรกเกิด ให้พร้อมสำหรับวันแรกที่ลูกกลับบ้าน
ไม่จำเป็นต้องเตรียมทุกอย่างพร้อมกัน ค่อย ๆ เลือกตามความจำเป็น พื้นที่ และไลฟ์สไตล์ของครอบครัว หากอยากเห็นสินค้าจริงหรือทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจ สามารถแวะมาที่ BabyGift Showroom หรือเลือกชมและช้อปผ่าน BabyGift Online ได้ตามสะดวก พร้อมทีมงานที่ช่วยแนะนำของใช้ให้เหมาะกับแต่ละครอบครัวค่ะ