8 พัฒนาการของทารกที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8  ซึ่งประกอบด้วย

  • 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก
  • 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจเพื่อความสุข และ
  • 8 แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจของทารก

8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน

จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก

ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น

เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ  ทารกจึงมีแนวกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง และข้อต่อบริเวณสะโพกที่สามารถเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นคุณแม่ควรดูแลจัดสรีระร่างกายของลูกให้เหมาะสมตามช่วงวัย ทั้งในท่านั่งและท่านอน ตามหลัก Ergonomic Design for Baby โดยตำแหน่งของศีรษะและปลายเท้าต้องสัมพันธ์กัน จะช่วยให้ลูกรักไม่รู้สึกเมื่อยล้าแม้ต้องอยู่ในท่าเดิมนานๆ และสามารถขยับแขนและขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ร่างกายคนเราสามารถปรับอุณหภูมิให้สมดุลกับสภาพอากาศรอบๆ ได้ด้วยการระบายเหงื่อออกทางผิวหนัง แต่กับเด็กทารกที่ระบบควบคุมอุณหภูมิที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เมื่ออยู่ในบริเวณที่ร้อนมาก อุณหภูมิในร่างกายของเด็กก็จะสูงขึ้นได้ง่ายกว่า บวกกับรูขุมขนที่เล็ก เวลาออกนอกบ้านสภาพอากาศที่ร้อนจะยิ่งทำให้เหงื่อออกมากเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กคู่ใจที่มีฉนวนกันความร้อนพิเศษ จะช่วยลดความร้อนสะสมบริเวณหลัง พร้อมกับช่องระบายอากาศ ให้ลูกน้อยสบายตัว ช่วยลดความอับชื้นและผดผื่นคัน

เด็กวัยแรกเกิดถึง 3 เดือน ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน เพื่อให้ทุกเซลล์ และระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเติบโตได้อย่างเต็มที่ และจะเริ่มเรียนรู้ความแตกต่างของกลางวัน กลางคืนได้เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 การเลือกใช้รถเข็นเด็กที่มีระบบรับรองกระแทกทั้งโครงสร้างและล้อ ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือนจะช่วยให้ไม่รบกวนเวลานอนของลูกในระหว่างวัน ช่วยให้เวลาการนอนในแต่ละช่วงยาวนานขึ้นซึ่งเป็นพื้นฐานของการฝึก และเรียนรู้การตื่นและนอนให้เป็นระบบมากขึ้น

ผิวหนังของทารกมีความบอบบาง และหนาเพียงครึ่งเดียวของผิวผู้ใหญ่ ไวต่อสิ่งสัมผัส เกิดอาการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย ควรเลือกเสื้อผ้าหรือของใช้ที่ให้ผิวสัมผัสที่นุ่มนวลและระบายอากาศได้ดี จะช่วยลดความอับชื้นซึ่งเป็นต้นเหตุของการสะสมของแบคทีเรีย และเชื่อโรคต่างๆ ที่อาจสัมผัสผิวที่แพ้ง่ายของลูกโดยตรง

ทารกสามารถมองเห็นได้แต่ยังไม่ชัดค่ะ เพราะระบบการทำงานของตาทั้งสองข้างยังทำงานไม่สัมพันธ์กัน ในช่วงแรกเกิดดวงตาจะไวต่อแสงมาก คุณพ่อคุณแม่ควรระวังระมัด การปะทะแสงแดดจ้าโดยตรง เพราะหากดวงตาต้องเผชิญหน้ากับแสงแดด หรือหลอดไฟโดยไม่มีการป้องกัน รังสียูวีในแสงแดดสามารถสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ที่จอประสาทตาได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

มลภาวะและสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่เป็นอันตราย มีผลอย่างมากต่อระบบภูมิคุ้มกันและก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่ติดตัวเด็กไปจนโต ควรปกป้องลูกน้อยจากฝุ่นควันและสารที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะเมื่อออกนอกบ้าน การอยู่ใกล้พื้นมาเท่าไหร่ ปริมาณฝุ่นละอองสิ่งสกปรกจะมีมากขึ้นเท่านั้น รถเข็นเด็กแบบ High Seat ช่วยลดความร้อนและลดปริมาณของฝุ่นละอองในอากาศลงได้ถึง 20 %


เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ เราจึงต้องปกป้องและให้การดูแลเป็นพิเศษ เพื่อพัฒนาการทางด้านร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์แข็งแรง Aprica

สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยดูแลเด็กวัยแรกเกิดให้มีความสุข ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย
#รถเข็นเด็กยอดขายอันดับ1ในญี่ปุ่น
#Aprica70ปีที่ใส่ใจคุณและลูกน้อย
#เพราะทารกบอกความต้องการไม่ได้
#เลือกApricaดีที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ใช้เครื่องปั๊มนม ดียังไงนะ? คุณแม่รู้ไหมว่า การปั๊มนมมีส่วนช่วยคุณแม่และลูกน้อยได้มากมายกว่าที่คิด แต่เชื่อว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่ การปั๊มนมครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อาจมีความกังวลใจต่างๆ นาๆ  ว่าจะเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง  เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการปั๊มนมครั้งแรก พร้อมกับเทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อให้คุณแม่ได้ ใช้เครื่องปั๊มนมได้เก่ง คุ้มค่าอย่างมืออาชีพ ลูกน้อยก็มีน้ำนมแม่กินอิ่มอยู่เสมอค่ะ สอนคุณแม่ ใช้เครื่องปั๊มนม แม้คุณแม่จะลองปั๊มนมแล้ว น้ำนมจะยังไม่มี ก็ไม่ควรเครียด หรือตกใจ คิดว่าตัวเองไม่มีน้ำนม เพราะการปั๊มนมช่วงนี้เป็นการปั๊มนมเพื่อกระตุ้น และฝึก ใช้เครื่องปั๊มนมให้คุ้นเคย เมื่อคุณแม่ได้ใช้เครื่องปั๊มนมร่วมกับให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อยๆ น้ำนมแม่จะมาเร็วขึ้น เมื่อ ใช้เครื่องปั๊มนม ปั๊มนมแบบไหน? ให้เกลี้ยงเต้า  การปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า คือการระบายน้ำนมให้หมดจากเต้านมคุณแม่ในครั้งนั้นๆ เพื่อให้เต้านมคุณแม่ได้มีพื้นที่สำหรับการผลิตน้ำนมขึ้นใหม่อยู่เสมอ เพราะน้ำนมแม่จะมีรอบของการผลิตใหม่ๆ ในเต้านมตลอดเวลา เมื่อน้ำนมผลิตจนเต็มเต้า เต็มพื้นที่เก็บน้ำนม จะทำให้เต้านมคุณแม่คัดตึง ต้องให้ลูกน้อยดูดหรือปั๊มนมระบายออกมา  ซึ่งการปั๊มนมออกมานั้น ยิ่งระบายน้ำนมออกได้เกลี้ยงเต้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้นมแม่ผลิตออกมาสม่ำเสมอได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ เทคนิคปั๊มเกลี้ยงเต้า คุณแม่จะรู้ได้ว้าน้ำนมที่ปั๊มนั้นเกลี้ยงเต้าแล้ว เมื่อรู้สึกได้ว่าเต้านมอ่อนนุ่มนิ่มลง อาการคัดตึงเต้านมก่อนที่จะปั๊มนม (เพราะมีน้ำนมอยู่เต็มเต้านม) ก็จะหายไปด้วย

นั่งดูหนังฝรั่งส่วนใหญ่ก็ฟังแค่เสียง แต่ตัวอักษรแปลด้านล่างก็มองเห็นไปพร้อมกันเพราะเลี่ยงไม่ได้  ทำให้หลายครั้งจะเกิดอาการสะดุดในการดู ด้วยมีความรู้สึกว่า”?!?” ในใจ ก็คนแปลนะสิคะ  น่าจะเก่งการแป ลแต่คงไม่เก่งเรื่องสำนวน หลายครั้งที่คำไม่ได้มีความหมายตรงตามพจนานุกรม ดูมาหลายเรื่องหลายคำโดยที่ไม่ได้ใส่ใจนัก  จนกระทั่งเจอกับคำว่า shower ซึ่งเป็นเรื่องของมารยาทและธรรรมเนียมต่างๆ เข้าพอดี ในหนังเรื่องหนึ่ง ตัวละครพูดว่า “…baby shower…” คำแปลขึ้นว่า “อาบน้ำเด็ก”  ส่วนอีกเรื่องได้ยินคำว่า “…wedding shower…”  คำแปลขึ้นว่า “รดน้ำแต่งงาน” คนดูที่ไม่ได้สนใจเสียงภาษาอังกฤษ  ก็เข้าใจตามตัวอักษรไทยที่ปรากฏ  คนที่ดูหนังจริงจังหน่อย  อาจเกิดความสงสัยว่าสิ่งที่ตัวละครพูดมันเกี่ยวกับเรื่องที่ดำเนินอยู่ยังไงหว่า? ใช่ค่ะ shower แปลว่ารดน้ำ อาบน้ำ ซึ่งถ้าละเอียดขึ้นอีกนิด ก็ต้องบอกว่าเป็นการรด หรืออาบโดยใช้ฝักบัวให้น้ำโปรยปรายลงมา ไม่ใช่นอนแช่อ่างหรือตักราดโครมๆ แต่ shower ในที่นี้ หมายถึงธรรมเนียมในการจัดงานปาร์ตี้ประเภทหนึ่ง  ซึ่งเวลาพูดจะมีคำว่า party ตามหลังหรือไม่ก็ได้ การจัดงานเพื่อให้ของขวัญล่วงหน้าแบบนี้ไม่ใช่ธรรมเนียมไทย  ถ้าจะให้ของขวัญเด็กก็ต้องรอให้คลอดออกมาซะก่อน และด้วยความที่เราไม่รู้ว่าจะให้ของขวัญอะไรดี  ทุกวันนี้ก็เลยให้เงินแทนซะเลย อยากได้อะไรก็ซื้อเอาเอง ก็ดีไปอย่างค่ะ  แต่ไร้อารมณ์ไปหน่อย การจัดปาร์ตี้แบบ shower นั้น สร้างความอบอุ่น สนุกสนาน มิตรภาพ และความใกล้ชิดได้ดีมาก แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่มีต่อกันและกัน  เพราะเป็นงานเลี้ยงที่เจ้าภาพไม่ได้จัดให้ตัวเองแต่จัดให้กับคนที่ตนรัก กิจกรรมการเปิดของขวัญคือไฮไลต์ของงาน แต่ก็มีกิจกรรมอื่นๆ เช่น เกมหรือการแสดงก็เป็นสีสันของงานการจัดงานจะมี Theme […]

เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง?  จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป  หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก  แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก   ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]

หลายครอบครัวเริ่มใช้ช่วงเวลาระหว่างตั้งครรภ์ในการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชื่อ เลือกโรงพยาบาล หรือจัดห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะเข้ามาเติมเต็มความอบอุ่นให้กับบ้าน แต่เมื่อเริ่มหาข้อมูลจริง ๆ คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยกลับพบว่ามีของใช้เด็กมากมายจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน ห้องนอนเด็กจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง? ต้องซื้อทุกอย่างก่อนคลอดหรือไม่? และจะจัดอย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อยที่สุด? บทความนี้จะช่วยให้การเตรียมห้องนอนเด็กอ่อนเป็นเรื่องง่ายขึ้น พร้อมไอเดียการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละครอบครัว ห้องนอนเด็กอ่อนที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ควรตอบโจทย์การใช้งาน สิ่งสำคัญที่สุดของห้องนอนเด็กแรกเกิด ไม่ใช่การตกแต่งที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือปลอดภัย สะดวกต่อการดูแล ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ใช้งานได้จริงในทุกวัน โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก ที่เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน กินนม และเปลี่ยนผ้าอ้อม 3 พื้นที่สำคัญที่ควรมีในห้องนอนเด็ก พื้นที่สำหรับนอน มุมที่สำคัญที่สุดในห้องเด็ก คือพื้นที่นอน ควรเลือกเตียงหรือเปลที่แข็งแรง มั่นคง และเหมาะกับการใช้งานของครอบครัว สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ หมอนหลายใบ ตุ๊กตาขนาดใหญ่ ผ้าห่มหนาเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงจากการกีดขวางทางเดินหายใจ พื้นที่ให้นม ไม่ว่าจะให้นมแม่หรือนมผง มุมให้นมควรอยู่ใกล้พื้นที่นอนของลูก เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกได้สะดวก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ต้องตื่นให้นมหลายครั้ง พื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ควรมีพื้นที่จัดเก็บของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก เพื่อให้หยิบใช้งานได้สะดวกในทุกวัน 5 เรื่องความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม แม้ห้องจะตกแต่งสวยแค่ไหน […]

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่าน คงเริ่มรู้จักกับคาร์ซีทกันบ้างแล้ว ว่าเป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยในขณะเดินทาง แต่รู้หรือไม่ว่า คาร์ซีทที่ติดตั้งในรถยนต์แต่ละประเภทนั้น จะต้องติดตั้งตำแหน่งที่แตกต่างกัน เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปหาคำตอบกันว่า วิธีติดตั้งคาร์ซีท ตำแหน่งไหนปลอดภัยมากที่สุด วิธีติดตั้งคาร์ซีท มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี  วิธีติดตั้งคาร์ซีทที่ถูกต้องและปลอดภัย การติดตั้ง คาร์ซีท ที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ การหันหน้าคาร์ซีท: สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 2 ปี (หรือจนกว่าจะถึงน้ำหนักสูงสุดที่กำหนด) ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถเท่านั้น ตำแหน่งที่ควรติดตั้งคาร์ซีทมากที่สุด สำหรับประเทศไทย ตำแหน่งในรถยนต์ที่ควรติดตั้งคาร์ซีทมากที่สุดก็คือ “เบาะหลังฝั่งคนนั่ง” ด้วยเหตุผลดังนี้…  รถยนต์ SUV หรือ รถตู้ ติดตั้งคาร์ซีทเบาะไหนดี  ติดตั้งคาร์ซีทที่รถตู้ ส่วนใหญ่แล้วรถที่มีนั่งมากกว่า 2 ตอน ควรจะติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะแถวสุดท้ายของตัวรถ แต่ก็จะมีข้อควรระวังในเรื่องของการติดตั้ง เช่น ควรจะขยับเบาะให้ห่างจากประตูหลัง เพื่อให้มีระยะห่างกับประตูพอสมควร เพื่อเป็นการเซฟตี้ลูกน้อยให้ปลอดภัยมากที่สุด  Alphard ติดตั้งคาร์ซีทได้ไหม ติดตั้งเบาะไหนดี  ติดตั้งคาร์ซีทที่รถ Toyota Alphard ควรจะติดตั้งที่เบาะแถวแรก หรือ […]

โยคะ ช่วยอะไรคุณแม่ได้บ้าง ชวนคุณแม่เริ่มฝึก 3 ท่าโยคะง่ายๆ ท่านอน  ท่าไหว้พระอาทิตย์ ท่าภูเขา คุณแม่คววรู้หลังทำโยคะคุณแม่ไม่ควรอาบน้ำ หรือทานอาหารทันที ควรพัก 30–60นาที เพื่อให้ร่างกายช่วงหลังคลอดมีโอกาสปรับตัว เมื่อคุณแม่แข็งแรงดีแล้ว ค่อยเปลี่ยนจากการทำโยคะมาออกกำลังกายแบบแอโรบิก ขอบคุณข้อมูลจาก : Morther&care

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid