7 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเปลนอนทารกให้ลูกน้อย

คุณแม่รู้ไหม? เรื่องนอนของลูกน้อยทารกสำคัญมากพอๆ กับเรื่องการกินที่ดีเลยทีเดียว  เพราะการนอน มีผลทั้งต่อสุขภาพร่างกาย พัฒนาการ อารมณ์จิตใจ และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ในอนาคตของลูกน้อย

เพราะการให้ลูกน้อยได้นอนหลับเต็มที่ หลับสนิทและยาวนาน จะทำให้ Growth Hormone ในร่างกายลูกน้อยหลั่งออกมาได้ดี ส่งผลช่วยให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง  นอกจากนี้การที่ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทเต็มที่ ยังทำให้สมองพัฒนาได้ดี ทำให้ลูกตื่นมาอารมณ์ดี เป็นเด็กที่สดใสและเลี้ยงง่ายอีกด้วย

ดังนั้นคุณแม่จึงต้องใส่ใจเรื่องการนอนของลูกน้อย ด้วยการให้ลูกได้นอนหลับสบายเต็มที่ยาวนาน ไม่มีสิ่งต่างๆ มารบกวน  โดยเฉพาะการเลือกเครื่องนอนหรือเปลนอนให้ลูก ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยต้องเลือกเปลที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ปลอดภัย ลูกน้อยหลับได้ยาวนาน  และยิ่งเป็นเปลที่ทำให้เบบี๋นอนหลับได้ง่าย เคลื่อนย้ายได้ แถมคุณแม่ไม่ต้องอุ้มเดินกล่อมลูกนอนให้ยุ่งยากต่อไป …นี่แหล่ะเปลนอนในดวงใจของทั้งคุณแม่และคุณลูก

เปลนอนทารกมีกี่แบบ?

1. เปลหิ้ว หรือเปลตะกร้า

เปลที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกนอนแล้วหิ้วเดิน หรือหิ้วไปใส่ในคาร์ซีทหรือรถเข็นได้ มีน้ำหนักเบา มีหูจับหิ้วสะดวก พกพาง่าย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทำให้ใช้งานได้ไม่ยาวนานนัก

2. เปลไกว

เปลไกว คือเปลนอนสำหรับเด็กที่สามารถแกว่งโยกไปมาได้ เป็นการเคลื่อนไหวคล้ายขณะที่ลูกทารกยังอยู่ในท้องแม่  เพื่อช่วยคุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกนอน โดยไม่ต้องอุ้มโยกกล่อมลูกน้อย ซึ่งเปลไกวมีการพัฒนาหลายแบบ ทั้งเปลไกวตั้งพื้นขนาดเล็กเฉพาะตัวลูก เปลไกวแบบลูกกรง เปลที่ต้องใช้แรงมือไกว เปลไกวอัตโนมัติ คือตั้งเวลาให้เปลโยกเองได้ ตั้งระดับการแกว่งว่าให้สูงแค่ไหน แถมบางรุ่นยังมีเสียงดนตรีมาให้อีกด้วย

3. เปลเตียง ที่ไกวได้

เปลชนิดนี้ล้ำหน้าและสามารถใช้ได้อเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น  เพราะเป็นทั้งเตียงที่เคลื่อนย้ายมาประกบกับเตียงนอนของคุณพ่อคุณแม่ได้  และยังสามารถเป็นเปลไกวที่ช่วยกล่อมลูกน้อยนอนได้พร้อมกัน ซึ่งปัจจุบันเปลเตียงที่ไกวได้นี้ มีการออกแบบและใช้เทคโนลีที่ช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น คือมีทั้งการตั้งระดับการไกวได้ เปิดด้านข้างได้ ยกระดับหัวเตียงเพื่อไม่ให้ลูกสำลักหลังกินนม ลดกรดไหลย้อนหรือแหวะนมออกมาได้ ทั้งยังมีการออกแบบไม่ให้เป็นลูกกรง แต่เป็นโครงสร้างไม้ที่แข็งแรงแล้วบุผ้า มีมุ้ง มีตาข่าย ให้คุณแม่สามารถมองเห็นลูกน้อยนอนได้ชัดเจนอีกด้วย

4. เปลแบบเพลเพน

หมายถึงเปลที่มีลักษณะเหมือนคอกกั้นเด็ก แต่พับเก็บได้ ทำให้พกพาสะดวก โดยเป็นเปลที่มีขนาดใหญ่และกว้าง มีราวกั้นที่สูง มั่นคง แข็งแรง  เหมาะสำหรับลูกน้อยวัย 6-7 เดือนที่กำลังเริ่มคลาน และอาจใช้ได้นานจนกว่าลูกจะถึงวัยที่ปีนป่ายออกมาเองได้  เนื่องจากเปลเพลเพน จะสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากการที่ลูกคลานซุกซนไปมา หรือป้องกันการลอดลูกกรงได้  โดยเปลเพลเพนจะมีทั้งแบบเปิดกว้างไม่มีมุ้ง และแบบมีมุ้งครอบเพื่อปิดป้องกันยุงหรือแมลงได้ด้วย

ปัจจัยต้องรู้ ก่อนซื้อเปลนอนทารก

  1. พื้นที่ในการวางเปล ก่อนซื้อเปลนอนให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาวัดหรือเช็ดดูพื้นที่ในการวางหรือติดตั้งเปล เพื่อจะได้เลือกขนาดเปลให้เหมาะสมกับพื้นที่วางเปลภายในบ้าน หรือห้องนอน  รวมทั้งหากคิดว่าจะเลือกซื้อเปลเผื่อต้องเดินทาง ก็ควรเลือกเปลนอนให้ลูก ชนิดที่พับเก็บ พกพา และกางออกมาใช้ได้สะดวก
  2. ตรวจสอบฐานให้มั่นคงและเลือกวัสดุอุปกรณ์ ที่มีความแข็งแรงคงทน แน่นหนา  เพราะเปลต้องรองรับน้ำหนักลูกน้อย และต้องโยกไกว  อุปกรณ์และวัสดุต้องไม่บอบบาง แตกหักง่าย  รวมทั้งเวลาที่ประกอบหรือติดตั้งแล้วต้องระมัดระวังและตรวจดูอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของเปลให้แน่นหนาเพียงพอที่จะป้องกันลูกหล่นตกลงมา  เช่น หูจับเปล ซี่ลูกกรงไม่ห่างเกินไป ไม่มีเหลี่ยมแหลมคมของขอบเตียงและบริเวณที่ลูกนอนหรือสัมผัส  น็อตหรือจุดเชื่อมต่อไม่หลุดหักง่ายเวลาไกวเปล
  3. ขนาดความสูง-ต่ำ ตั้งได้ไม่โยกเอียง  เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ไม่ให้ลูกน้อยดิ้นหรือกลิ้งจนตกเปลได้ ความสูงมีขนาดที่ลูกเล็กไม่สามารถปีนเปลได้  รวมทั้งเลือกเปลไกวที่กว้างพอและไม่สูงจากพื้นเกินไป ซึ่งจะช่วยให้เปลไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงเมื่อติดตั้งแล้วเปลไม่โยกเอียงง่ายจนล้มเอนทับลูก
  4. ชนิดของเปลไกว ความปลอดภัยในการไกว แกว่งของเปล  ต้องเช็กว่าเปลนั้นโยกได้สูงระดับไหน สูงเกินไปจนอันตรายหรือไม่  ปรับระดับการไกวได้หรือเปล่า เพราะหากเป็นเปลที่ปรับระดับได้ จะเพิ่มความมั่นใจในการแกว่งไกวมากยิ่งขึ้น
  5. เช็กน้ำหนักของเปลที่รับได้ และไม่มีเสียงดังเวลาไกวเปล  ก่อนซื้อควรอ่านคำแนะนำและตรวจสอบดูว่าเปลนั้นรับน้ำหนักได้แค่ไหน เช่น รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 7-12 กิโลกรัม  เพื่อจะได้ซื้อมาครั้งเดียวใช้ได้คุ้มค้ายาวนาน รวมถึงอ่านข้อกำหนดในคู่มือการใช้งานด้วย  นอกจากนี้คือตรวจสอบว่าเปลชนิดนั้นๆ มีเสียงดังเวลาไกวหรือโยกแค่ไหน เพราะเสียงที่ดังเกินไปอาจรบกวนการนอนของลูกน้อยได้
  6. ตรวจสอบว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่   มีสิ่งอำนวยความสะดวก  และฟังก์ชั่นในการใช้งานอะไรบ้าง   เพื่อให้เปลไกวนั้นตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ในการใช้งาน และช่วยอำนวยความสะดวกในการไกวให้ลูกน้อย หรือกล่อมให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายและยาวนาน ไม่ต้องกล่อมนอนนาน รวมถึงมีมาตรฐานต่างๆ รับรอง
  7. ประเมินงบประมาณในการซื้อ ว่าจะใช้งบประมาณแค่ไหนให้เหมาะสม ไม่มากเกินไปตามสถานะของครอบครัว โดยเน้นเลือกซื้อที่การใช้งาน และความปลอดภัย เพื่อลูกน้อยและครอบครัว  

7 เคล็ดลับเลือกเปลนอนเบบี๋ ลูกนอนหลับดี แม่มีความสุข

  1. เลือกเปลเปิดข้าง เพราะจะช่วยให้คุณแม่อุ้มลูกน้อยออกมาจากเปลได้สะดวก ไม่ต้องก้มมากจนเสี่ยงปวดหลัง และยังช่วยในการเปลี่ยนที่นอนให้ลูกได้ง่ายดายขึ้น
  2. เลือกเปลที่ปรับระดับและแรงของการไกวได้ มีเสียงไกวเงียบ เพื่อช่วยให้การไกวหรือกล่อมลูกนอนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ลูกรู้สึกถึงแรงที่สม่ำเสมอในการไหว และยังปลอดภัยป้องกันการไกวสูงหรือแรงเกินไป ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้สบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  3. เลือกที่มีการระบายอากาศดี เปลของลูกน้อยไม่ควรมีผ้าหรือวัสดุปิดทุกด้านจนดูอับทึบ แต่ควรมีตาข่ายระบายอากาศอย่างน้อยสัก 1-2 ด้าน เพื่อไม่ทำให้ลูกร้อนหรือรู้สึกอึดอัดเวลาเข้าไปนอนในเปล รวมถึงทำให้คุณแม่มองเห็นและสังเกตการนอนที่อาจผิดปกติ หรือดูแลเวลาลูกเจ็บป่วยไม่สบายได้ง่ายด้วย
  4. เลือกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หากเป็นเปลไกวที่มีล้อเคลื่อนย้ายได้ หรือสามารถพับเก็บได้สะดวกยิ่งดี เพราะจะทำให้คุณพ่อคุณแม่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการนอนของลูกได้สะดวกตลอดเวลา ทั้งยังสามารถนำเปลนี้เดินทางไปที่ต่างๆ ได้เสมอ
  5. เลือกที่ปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุระหว่างนอน นั่นคือการเลือกเปลที่มีการแกว่งที่ตั้งได้ มีระดับการโยกที่ปลอดภัย มีความสูงที่เหมาะสม  หากไม่มีซี่กรงที่ลูกลอดได้ยิ่งดี รวมทั้งเปลต้องแข็งแรงตั้งได้ไมทั่นคงไม่โยกหล่นลงมาได้ รวมถึงแม้เวลาลูกปีนหรือดิ้นก็จะต้องไม่เอียงง่าย จนลูกตกเตียง ตลอดจนเปลต้องไม่มีช่องว่างที่ทำให้ลูกเอาอวัยวะลอดออกมาจนเป็นอันตรายได้ด้วย
  6. เลือกที่มีการปรับนอนลดกรดไหลย้อนได้ เนื่องจากจะช่วยลดอาการแหวะนม อาเจียน หรือลดกรดไหลย้อนหลังกินนมให้ลูกน้อยได้ โดยเปลรุ่นใหม่ๆ สามารถปรับระดับการนอนให้ศีรษะลูกอยู่สูงขึ้นได้ ซึ่งจะดีกว่าการนำหมอนมารองคอลูก เพราะจะทำให้ลูกคอพับ นอนหลับไม่สบาย หายใจไม่สะดวก
  7. เลือกที่ถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย ได้ทุกชิ้นส่วน เพราะลูกต้องนอนทุกวัน และใช้เวลากับเปลยาวนาน หากเปลทำความสะอาดได้ง่าย ทำได้บ่อยๆ ก็จะทำให้ห้องนอนและบรรยากาศการนอนรอบตัวลูกน้อยดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง

  • ควรเลือกฟูกให้พอดีกับเปล และไม่นุ่มเกินไปจนทำให้ลูกนอนจนลงไปกับที่นอน เพราะลูกอาจถูกกดทับจนหายใจไม่ออก
  • ไม่วางหมอน ตุ๊กตา หรือผ้าห่มจนแน่นเปล เพราะอาจไปปิดหน้าตา ปิดจมูกปาก และทับร่างกายลูกได้
  • หากเปลมีลูกกรง ซี่กรงควรมีระยะห่างไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันลูกมุดแล้วศีรษะติดหรือหลุดลอดออกจากซี่กรงได้
  • หากเปลมีของเล่นติดแน่นอยู่ ขต้องเช็กดูว่าของเล่นทุกชิ้นไม่หลุด หัก หรือแตกออกมาเป็นชิ้นเล็ก จนลูกหยิบเอาเข้าปากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • ระมัดระวังไม่ให้เด็กโตกว่าไปโน้ม โถม ดึง ปีนป่าย หรือแกว่งโยกเปลของลูกน้อยทารก จนโค่นล้มหรือเป็นอันตราย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าทุกท่าน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลที่จำเป็นของท่าน เพื่อระบุตัวบุคคลตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ แห่งราชอาณาจักรไทย นโยบายความเป็นส่วนตัวอธิบายถึงวิธีที่เราเก็บข้อมูล นำมาใช้ และ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (ในบางกรณี) โดยนโยบายนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนการกระทำกับข้อมูลส่วนบุคคล และสุดท้ายนโยบายนี้จะอธิบายถึงตัวเลือกที่ท่านสามารถเลือกได้เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของท่านเอง การปกป้องดูแลข้อมูลส่วนตัวของท่านเปรียบเสมือนความไว้วางใจที่ท่านมีให้เราและเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นเราจึงจะขอใช้เพียงข้อมูลบางส่วนของท่านอันได้แก่ ชื่อ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เราได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เราจึงเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกรรมของเรากับท่านเท่านั้น ทางเราจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลาตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือ เป็นระยะเวลาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลนั้นๆ ท่านสามารถเยี่ยมชมและท่องเว็บไซต์ของเราได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยตลอดการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ท่านจะอยู่ในฐานะผู้ไม่เปิดเผยตัวตน และไม่สามารถระบุตัวตนได้ตลอดเวลา จนกว่าท่านจะลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้ และได้เข้าสู่ระบบด้วยชื่อบัญชีและรหัสผ่านของท่านเอง คลังข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์)  จะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมรู้เห็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้เก็บไว้โดยเด็ดขาด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บไว้จะได้รับการเปิดเผยเฉพาะภายในเครือบริษัทของเราเพื่อการดำเนินการภายในเท่านั้น เมื่อท่านได้สร้างบัญชีผู้ใช้กับบริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บไว้ มีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เพศ, อายุ, เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, สัญชาติ เป็นต้น ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น […]

ไม่ว่าแม่ท้องท่านไหนก็ไม่มีใครอยากจะอยู่ในภาวะครรภ์เสี่ยงกันทั้งนั้นแหละใช่มั้ยคะ คุณแม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องภาวะครรภ์เสี่ยงมาบ้างแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการแบบไหนกันแน่ วันนี้เราจะนำเรื่องเกี่ยวกับภาวะครรภ์เสี่ยงมาฝากคุณแม่กันค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงก็คือการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกในท้อง ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้ลูกเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอด ในขณะคลอด หรือหลังคลอดได้ค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงมักจะเกิดกับคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อน หรือเคยคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ หรือตั้งครรภ์ในขณะที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี หรือมากกว่า 40 ปี นอกจากนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากเนื้องอกในมดลูก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงที่คุณแม่ท้อง การท้องลูกแฝดหรือแม้แต่การที่ลูกในท้องอยู่ในท่าที่ไม่ปกติ มีข้อไหนที่ตรงกับคุณแม่บ้างมั้ยคะ ถ้ามีคุณแม่รีบปรึกษาคุณหมอแล้วก็เข้ารับการตรวจตามกำหนดและปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ เพราะคุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็คุณแม่จะต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างน้อยหนึ่งอย่างโดยคุณหมอตามด้านล่างนี้ด้วยค่ะ การตรวจประเมินภาวะครรภ์เสี่ยงโดยคุณหมอ 1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound) การตรวจแบบอัลตราซาวด์ก็คือการตรวจโดยใช้คลื่นความถี่สูงเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของรกหรือของลูกน้อยในท้องค่ะ นอกจากนี้ การตรวจอัลตราซาวด์ยังสามารถบอกปริมาณน้ำคร่ำ รูปร่างของมดลูกและอัตราการเต้นของหัวใจทารกได้ด้วยนะ 2. การตรวจกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์  กลุ่มอาการดาวน์ก็คือดาวน์ซินโดรมที่เราเรียกกันโดยทั่วไปนี่แหละค่ะ สำหรับการตรวจหากลุ่มดาวน์นี้จะสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 3. การเจาะน้ำคร่ำ การตรวจโดยเจาะน้ำคร่ำนี้จะทำเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ระหว่าง 18-20 สัปดาห์ค่ะ เอาตรงๆ การเจาะน้ำคร่ำนี่เจ็บมาก แต่ก็ต้องทนอ่ะเนอะเพื่อความปลอดภัยของลูกเรา คุณหมอจะเจาะน้ำคร่ำเพื่อนำเซลล์ของลูกมาใช้ตรวจวิเคราะห์หาโรคและความผิดปกติต่างๆ เช่นพวกโรคธาลัสซีเมีย โครโมโซมผิดปกติ หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ค่ะ 4. การตรวจอื่นๆ ตามความเห็นของแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น การเจาะเลือดจากสายสะดือ การตรวจการทำงานของหัวใจทารกในครรภ์ (Non-Stress […]

หมอเด็กเค้าเลือกคาร์ซีทแบบไหนให้ลูกตัวเอง….อยากรู้ต้องคลิ๊ก ก่อนซื้อคาร์ซีทให้ลูก ถ้าไปอ่านหนังสือ ก็จะรู้ว่าคาร์ซีท (carseat) มี 4 แบบ (ซึ่งเอาเข้าจริงรู้จริงๆ ตอนมีลูก 55555 ก่อนนั้นรู้แต่ทฤษฎี) คือ แน่นอนในตลาด มี option มากมายไว้หลอกลวงพ่อแม่ขาช้อป 5555 ทั้งแบบตระกร้าที่ยกเข้าออกได้เลย หรือ ประกอบลง stroller (รถเข็น) ได้เลย…. เอาที่สบายใจ 555 เอาหลักในการเลือกของพ่อหมอเลยแล้วกัน 555 ไม่ว่าอะไรก็ตาม เน้นใช้ได้ยาวๆ เป็นหลัก แน่นอน convertible เป็นแบบที่เลือกแบบไม่ต้องคิดเลย เพราะใช้ได้นานดี อย่างน้อยๆ ก็สามสี่ปี อีแบบตระกร้าเนี่ยใช้ได้ปีเดียวก็ต้องเปลี่ยนละ ไม่ไหว พ่อไม่ค่อยมีตังค์ (ต้องเอาไปซื้อของไร้สาระอื่นๆ อีก 55555) ยังๆ ยังไม่จบ เลือกชนิดแล้ว ต้องมาเลือก options อีก ตัวเลือกเรามีดังนี้ เน้นหลัก 3 ข้อในการใช้คาร์ซีท carseat โดย […]

โยคะ ช่วยอะไรคุณแม่ได้บ้าง ชวนคุณแม่เริ่มฝึก 3 ท่าโยคะง่ายๆ ท่านอน  ท่าไหว้พระอาทิตย์ ท่าภูเขา คุณแม่คววรู้หลังทำโยคะคุณแม่ไม่ควรอาบน้ำ หรือทานอาหารทันที ควรพัก 30–60นาที เพื่อให้ร่างกายช่วงหลังคลอดมีโอกาสปรับตัว เมื่อคุณแม่แข็งแรงดีแล้ว ค่อยเปลี่ยนจากการทำโยคะมาออกกำลังกายแบบแอโรบิก ขอบคุณข้อมูลจาก : Morther&care

คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Seriesคาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด(คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural ,รุ่น Swing Moon STD) คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบตามช่วงวัย– Child Style ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยคาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย– Junior Style ช่วงวัย 3-7 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักเด็กที่มากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้ เทคนิคการเลือกคาร์ซีท :ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ เพราะเด็กบางคนอายุมากแต่น้ำหนักตัวน้อย ในขณะที่บางคนอายุน้อยแต่สูงและน้ำหนักตัวมากค่ะ ปรับเอนนอนได้ […]

พอรู้ว่าตั้งท้อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักอยากจะทราบเป็นอันดับแรกก็คือเพศของลูกในท้องใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราตั้งใจจะมาพูดถึงวิธีสนุกๆ ที่ไม่ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีที่อิงความเชื่อล้วนๆ ฮิตกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม่นไม่แม่น ไม่รู้ แต่ก็สนุกดีค่ะ ถือว่าคลายเครียดกันเนอะ (เอ๊ะ หรือจะทำให้เครียดกว่าเดิม?) 9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวิธีเหล่านี้เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณที่ตอนนั้นวิทยาการก็ยังไม่ค่อยจะล้ำสมัยซักเท่าไหร่ ถือว่าทำเอาเล่นๆ ขำๆ ละกันนะคะ ถ้าคุณแม่อยากทราบเพศลูกที่ชัวร์ๆ ก็ลองปรึกษาขอ คุณหมอตรวจโครโมโซมหรือเจาะน้ำคร่ำดูก็ได้ค่ะ เพราะสองวิธีนี้ให้ผลแม่นยำถึง 99.4% เลยล่ะ แม่นยิ่งกว่าการบอกเพศจากการอัลตร้าซาวด์อีกนะ แต่ต่อให้ลูกจะคลอดออกมาเป็นเพศไหน เราก็มั่นใจว่าคุณแม่ทุกท่านจะรักลูกจนหมดหัวใจแน่นอน

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid