7 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเปลนอนทารกให้ลูกน้อย

คุณแม่รู้ไหม? เรื่องนอนของลูกน้อยทารกสำคัญมากพอๆ กับเรื่องการกินที่ดีเลยทีเดียว  เพราะการนอน มีผลทั้งต่อสุขภาพร่างกาย พัฒนาการ อารมณ์จิตใจ และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ในอนาคตของลูกน้อย

เพราะการให้ลูกน้อยได้นอนหลับเต็มที่ หลับสนิทและยาวนาน จะทำให้ Growth Hormone ในร่างกายลูกน้อยหลั่งออกมาได้ดี ส่งผลช่วยให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง  นอกจากนี้การที่ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทเต็มที่ ยังทำให้สมองพัฒนาได้ดี ทำให้ลูกตื่นมาอารมณ์ดี เป็นเด็กที่สดใสและเลี้ยงง่ายอีกด้วย

ดังนั้นคุณแม่จึงต้องใส่ใจเรื่องการนอนของลูกน้อย ด้วยการให้ลูกได้นอนหลับสบายเต็มที่ยาวนาน ไม่มีสิ่งต่างๆ มารบกวน  โดยเฉพาะการเลือกเครื่องนอนหรือเปลนอนให้ลูก ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยต้องเลือกเปลที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ปลอดภัย ลูกน้อยหลับได้ยาวนาน  และยิ่งเป็นเปลที่ทำให้เบบี๋นอนหลับได้ง่าย เคลื่อนย้ายได้ แถมคุณแม่ไม่ต้องอุ้มเดินกล่อมลูกนอนให้ยุ่งยากต่อไป …นี่แหล่ะเปลนอนในดวงใจของทั้งคุณแม่และคุณลูก

เปลนอนทารกมีกี่แบบ?

1. เปลหิ้ว หรือเปลตะกร้า

เปลที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกนอนแล้วหิ้วเดิน หรือหิ้วไปใส่ในคาร์ซีทหรือรถเข็นได้ มีน้ำหนักเบา มีหูจับหิ้วสะดวก พกพาง่าย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทำให้ใช้งานได้ไม่ยาวนานนัก

2. เปลไกว

เปลไกว คือเปลนอนสำหรับเด็กที่สามารถแกว่งโยกไปมาได้ เป็นการเคลื่อนไหวคล้ายขณะที่ลูกทารกยังอยู่ในท้องแม่  เพื่อช่วยคุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกนอน โดยไม่ต้องอุ้มโยกกล่อมลูกน้อย ซึ่งเปลไกวมีการพัฒนาหลายแบบ ทั้งเปลไกวตั้งพื้นขนาดเล็กเฉพาะตัวลูก เปลไกวแบบลูกกรง เปลที่ต้องใช้แรงมือไกว เปลไกวอัตโนมัติ คือตั้งเวลาให้เปลโยกเองได้ ตั้งระดับการแกว่งว่าให้สูงแค่ไหน แถมบางรุ่นยังมีเสียงดนตรีมาให้อีกด้วย

3. เปลเตียง ที่ไกวได้

เปลชนิดนี้ล้ำหน้าและสามารถใช้ได้อเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น  เพราะเป็นทั้งเตียงที่เคลื่อนย้ายมาประกบกับเตียงนอนของคุณพ่อคุณแม่ได้  และยังสามารถเป็นเปลไกวที่ช่วยกล่อมลูกน้อยนอนได้พร้อมกัน ซึ่งปัจจุบันเปลเตียงที่ไกวได้นี้ มีการออกแบบและใช้เทคโนลีที่ช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น คือมีทั้งการตั้งระดับการไกวได้ เปิดด้านข้างได้ ยกระดับหัวเตียงเพื่อไม่ให้ลูกสำลักหลังกินนม ลดกรดไหลย้อนหรือแหวะนมออกมาได้ ทั้งยังมีการออกแบบไม่ให้เป็นลูกกรง แต่เป็นโครงสร้างไม้ที่แข็งแรงแล้วบุผ้า มีมุ้ง มีตาข่าย ให้คุณแม่สามารถมองเห็นลูกน้อยนอนได้ชัดเจนอีกด้วย

4. เปลแบบเพลเพน

หมายถึงเปลที่มีลักษณะเหมือนคอกกั้นเด็ก แต่พับเก็บได้ ทำให้พกพาสะดวก โดยเป็นเปลที่มีขนาดใหญ่และกว้าง มีราวกั้นที่สูง มั่นคง แข็งแรง  เหมาะสำหรับลูกน้อยวัย 6-7 เดือนที่กำลังเริ่มคลาน และอาจใช้ได้นานจนกว่าลูกจะถึงวัยที่ปีนป่ายออกมาเองได้  เนื่องจากเปลเพลเพน จะสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากการที่ลูกคลานซุกซนไปมา หรือป้องกันการลอดลูกกรงได้  โดยเปลเพลเพนจะมีทั้งแบบเปิดกว้างไม่มีมุ้ง และแบบมีมุ้งครอบเพื่อปิดป้องกันยุงหรือแมลงได้ด้วย

ปัจจัยต้องรู้ ก่อนซื้อเปลนอนทารก

  1. พื้นที่ในการวางเปล ก่อนซื้อเปลนอนให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาวัดหรือเช็ดดูพื้นที่ในการวางหรือติดตั้งเปล เพื่อจะได้เลือกขนาดเปลให้เหมาะสมกับพื้นที่วางเปลภายในบ้าน หรือห้องนอน  รวมทั้งหากคิดว่าจะเลือกซื้อเปลเผื่อต้องเดินทาง ก็ควรเลือกเปลนอนให้ลูก ชนิดที่พับเก็บ พกพา และกางออกมาใช้ได้สะดวก
  2. ตรวจสอบฐานให้มั่นคงและเลือกวัสดุอุปกรณ์ ที่มีความแข็งแรงคงทน แน่นหนา  เพราะเปลต้องรองรับน้ำหนักลูกน้อย และต้องโยกไกว  อุปกรณ์และวัสดุต้องไม่บอบบาง แตกหักง่าย  รวมทั้งเวลาที่ประกอบหรือติดตั้งแล้วต้องระมัดระวังและตรวจดูอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของเปลให้แน่นหนาเพียงพอที่จะป้องกันลูกหล่นตกลงมา  เช่น หูจับเปล ซี่ลูกกรงไม่ห่างเกินไป ไม่มีเหลี่ยมแหลมคมของขอบเตียงและบริเวณที่ลูกนอนหรือสัมผัส  น็อตหรือจุดเชื่อมต่อไม่หลุดหักง่ายเวลาไกวเปล
  3. ขนาดความสูง-ต่ำ ตั้งได้ไม่โยกเอียง  เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ไม่ให้ลูกน้อยดิ้นหรือกลิ้งจนตกเปลได้ ความสูงมีขนาดที่ลูกเล็กไม่สามารถปีนเปลได้  รวมทั้งเลือกเปลไกวที่กว้างพอและไม่สูงจากพื้นเกินไป ซึ่งจะช่วยให้เปลไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงเมื่อติดตั้งแล้วเปลไม่โยกเอียงง่ายจนล้มเอนทับลูก
  4. ชนิดของเปลไกว ความปลอดภัยในการไกว แกว่งของเปล  ต้องเช็กว่าเปลนั้นโยกได้สูงระดับไหน สูงเกินไปจนอันตรายหรือไม่  ปรับระดับการไกวได้หรือเปล่า เพราะหากเป็นเปลที่ปรับระดับได้ จะเพิ่มความมั่นใจในการแกว่งไกวมากยิ่งขึ้น
  5. เช็กน้ำหนักของเปลที่รับได้ และไม่มีเสียงดังเวลาไกวเปล  ก่อนซื้อควรอ่านคำแนะนำและตรวจสอบดูว่าเปลนั้นรับน้ำหนักได้แค่ไหน เช่น รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 7-12 กิโลกรัม  เพื่อจะได้ซื้อมาครั้งเดียวใช้ได้คุ้มค้ายาวนาน รวมถึงอ่านข้อกำหนดในคู่มือการใช้งานด้วย  นอกจากนี้คือตรวจสอบว่าเปลชนิดนั้นๆ มีเสียงดังเวลาไกวหรือโยกแค่ไหน เพราะเสียงที่ดังเกินไปอาจรบกวนการนอนของลูกน้อยได้
  6. ตรวจสอบว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่   มีสิ่งอำนวยความสะดวก  และฟังก์ชั่นในการใช้งานอะไรบ้าง   เพื่อให้เปลไกวนั้นตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ในการใช้งาน และช่วยอำนวยความสะดวกในการไกวให้ลูกน้อย หรือกล่อมให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายและยาวนาน ไม่ต้องกล่อมนอนนาน รวมถึงมีมาตรฐานต่างๆ รับรอง
  7. ประเมินงบประมาณในการซื้อ ว่าจะใช้งบประมาณแค่ไหนให้เหมาะสม ไม่มากเกินไปตามสถานะของครอบครัว โดยเน้นเลือกซื้อที่การใช้งาน และความปลอดภัย เพื่อลูกน้อยและครอบครัว  

7 เคล็ดลับเลือกเปลนอนเบบี๋ ลูกนอนหลับดี แม่มีความสุข

  1. เลือกเปลเปิดข้าง เพราะจะช่วยให้คุณแม่อุ้มลูกน้อยออกมาจากเปลได้สะดวก ไม่ต้องก้มมากจนเสี่ยงปวดหลัง และยังช่วยในการเปลี่ยนที่นอนให้ลูกได้ง่ายดายขึ้น
  2. เลือกเปลที่ปรับระดับและแรงของการไกวได้ มีเสียงไกวเงียบ เพื่อช่วยให้การไกวหรือกล่อมลูกนอนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ลูกรู้สึกถึงแรงที่สม่ำเสมอในการไหว และยังปลอดภัยป้องกันการไกวสูงหรือแรงเกินไป ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้สบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  3. เลือกที่มีการระบายอากาศดี เปลของลูกน้อยไม่ควรมีผ้าหรือวัสดุปิดทุกด้านจนดูอับทึบ แต่ควรมีตาข่ายระบายอากาศอย่างน้อยสัก 1-2 ด้าน เพื่อไม่ทำให้ลูกร้อนหรือรู้สึกอึดอัดเวลาเข้าไปนอนในเปล รวมถึงทำให้คุณแม่มองเห็นและสังเกตการนอนที่อาจผิดปกติ หรือดูแลเวลาลูกเจ็บป่วยไม่สบายได้ง่ายด้วย
  4. เลือกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หากเป็นเปลไกวที่มีล้อเคลื่อนย้ายได้ หรือสามารถพับเก็บได้สะดวกยิ่งดี เพราะจะทำให้คุณพ่อคุณแม่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการนอนของลูกได้สะดวกตลอดเวลา ทั้งยังสามารถนำเปลนี้เดินทางไปที่ต่างๆ ได้เสมอ
  5. เลือกที่ปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุระหว่างนอน นั่นคือการเลือกเปลที่มีการแกว่งที่ตั้งได้ มีระดับการโยกที่ปลอดภัย มีความสูงที่เหมาะสม  หากไม่มีซี่กรงที่ลูกลอดได้ยิ่งดี รวมทั้งเปลต้องแข็งแรงตั้งได้ไมทั่นคงไม่โยกหล่นลงมาได้ รวมถึงแม้เวลาลูกปีนหรือดิ้นก็จะต้องไม่เอียงง่าย จนลูกตกเตียง ตลอดจนเปลต้องไม่มีช่องว่างที่ทำให้ลูกเอาอวัยวะลอดออกมาจนเป็นอันตรายได้ด้วย
  6. เลือกที่มีการปรับนอนลดกรดไหลย้อนได้ เนื่องจากจะช่วยลดอาการแหวะนม อาเจียน หรือลดกรดไหลย้อนหลังกินนมให้ลูกน้อยได้ โดยเปลรุ่นใหม่ๆ สามารถปรับระดับการนอนให้ศีรษะลูกอยู่สูงขึ้นได้ ซึ่งจะดีกว่าการนำหมอนมารองคอลูก เพราะจะทำให้ลูกคอพับ นอนหลับไม่สบาย หายใจไม่สะดวก
  7. เลือกที่ถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย ได้ทุกชิ้นส่วน เพราะลูกต้องนอนทุกวัน และใช้เวลากับเปลยาวนาน หากเปลทำความสะอาดได้ง่าย ทำได้บ่อยๆ ก็จะทำให้ห้องนอนและบรรยากาศการนอนรอบตัวลูกน้อยดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

สิ่งที่ต้องคำนึงถึง

  • ควรเลือกฟูกให้พอดีกับเปล และไม่นุ่มเกินไปจนทำให้ลูกนอนจนลงไปกับที่นอน เพราะลูกอาจถูกกดทับจนหายใจไม่ออก
  • ไม่วางหมอน ตุ๊กตา หรือผ้าห่มจนแน่นเปล เพราะอาจไปปิดหน้าตา ปิดจมูกปาก และทับร่างกายลูกได้
  • หากเปลมีลูกกรง ซี่กรงควรมีระยะห่างไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันลูกมุดแล้วศีรษะติดหรือหลุดลอดออกจากซี่กรงได้
  • หากเปลมีของเล่นติดแน่นอยู่ ขต้องเช็กดูว่าของเล่นทุกชิ้นไม่หลุด หัก หรือแตกออกมาเป็นชิ้นเล็ก จนลูกหยิบเอาเข้าปากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • ระมัดระวังไม่ให้เด็กโตกว่าไปโน้ม โถม ดึง ปีนป่าย หรือแกว่งโยกเปลของลูกน้อยทารก จนโค่นล้มหรือเป็นอันตราย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

พอใกล้จะสิ้นปีคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มวางแพลนเที่ยวกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ก่อนจะเริ่มจองที่พัก คุณแม่ก็คงจะฉุกคิดว่า เอ๊ะ คนท้องขึ้นเครื่องบินได้มั้ยนะ? แล้วขึ้นได้ถึงกี่เดือน? สองคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับแม่ท้องทั้งหลายทุกช่วงวันหยุดยาวเลยค่ะ วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้คุณแม่หายสงสัยกันนะคะ ขอบอกข่าวดี คุณแม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้นะ แต่จะขึ้นได้จนถึงอายุครรภ์ประมาณ 35-36 สัปดาห์เท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสายการบิน ความจริงแล้วการเดินทางโดยเครื่องบินก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อลูกน้อยในท้องของคุณแม่เลยค่ะ ถ้าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วก็ได้คอนเฟิร์มกับคุณหมอแล้วว่าไม่ได้มีภาวะเสี่ยงอะไร แต่สายการบินมักจะกลัวคุณแม่เจ็บท้องคลอดลูกบนเครื่องบินต่างหากล่ะ เพราะหากคุณแม่คลอดลูกบนเครื่องบินแล้วก็จะทำให้สายการบินมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แถมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าแม่ท้องทั้งหลายจะซื้อตั๋วแล้วก็เดินขึ้นเครื่องได้เลยนะ มีเอกสารนิดหน่อยที่คุณแม่จะต้องเตรียมแล้วก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ สิ่งที่คุณแม่ต้องทำก่อนขึ้นเครื่อง 1. อย่าลืมพกใบรับรองแพทย์ คุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 27 สัปดาห์ ก่อนเดินทางคุณแม่อย่าลืมขอใบรับรองแพทย์ติดตัวไปด้วยนะคะ ใบรับรองแพทย์นี้จะเป็นสิ่งช่วยยืนยันว่าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง คุณหมออนุญาตให้เดินทางได้ และคุณแม่มีอายุครรภ์ที่ไม่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนด ดูดีๆ นะ ใบรับรองแพทย์อย่าให้เกิน 30 วันล่ะ ไม่งั้นอดขึ้นไม่รู้ด้วย 2. บอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณแม่กำลังตั้งท้อง เมื่อเช็คอินที่เคาน์เตอร์ให้คุณแม่รีบแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เลยค่ะว่าคุณแม่กำลังท้องอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะให้คุณแม่เซ็นเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิด พูดง่ายๆ ก็คือเป็นเอกสารที่บอกว่าคุณแม่จะไม่เอาผิดกับสายการบินหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณแม่และลูกในท้องนั่นแหละ เอกสารนี้จะต้องนำไปยื่นให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วยตัวคุณแม่เอง นอกจากนี้ หากคุณแม่ไปเช็คอินแต่เนิ่นๆ คุณแม่ก็อาจจะรีเควสขอที่นั่งดีๆ มีพื้นที่กว้างๆ ด้านหน้าให้คุณแม่ยืดขาคลายเมื่อยด้วยนะ 3. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ก่อนจะเดินทางคุณแม่อย่าลืมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลในที่ที่คุณแม่จะไปนะคะ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นคุณแม่จะได้ถึงมือคุณหมอได้ทันเวลา นอกจากสถานพยาบาลแล้วคุณแม่ก็ควร จะหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการตั้งครรภ์ไว้ด้วยจะได้อุ่นใจขึ้นไปอีกระดับนึงค่ะ […]

หลังจากที่ได้เห็นข่าวที่เกี่ยวกับลูกน้อย วัยกำลังเริ่มแสบซน เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเกี่ยวกับรถที่ผู้ปกครองขับ ไม่ว่าเค้าจะชนเรา หรือเราจะชนอะไรก็ตาม มีความเสี่ยงไปหมดดดดดด คาร์ซีท หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กและทารก เพราะคาร์ซีทช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตและการบาดเจ็บร้ายแรงอื่น ๆ จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ ความเสี่ยงในที่นี้ คือ เจ้าตัวน้อยของเราสามารถกระเด็น พุ่งหลุดออกจากอ้อมอกอ้อมกอดเราได้ทุกเมื่อ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา ต่อให้ระวังแค่ไหนก็เกิดขึ้นได้ หากเด็กไม่ได้อยู่ในระบบยึดเหนี่ยวภายในรถอย่างเหมาะสมและเหตุนี้หลากหลายประเทศถึงมีกฎหมายออกมาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางโดยใช้รถ จำเป็นต้องติดตั้งคาร์ซีท ก่อนจะได้ออกจากโรงพยาบาล อ้อมกอดของคุณจะปลอดภัยไปทุกครั้ง เพราะเด็กน้อย จำเป็นต้องมีคาร์ซีท การเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย มีมาฝากเพียง 5 ข้อ คือ 1. มาตรฐานความปลอดภัย2. เข็มขัดนิรภัย 5 จุด3. ความใหม่ของผลิตภัณฑ์4. ราคา5. ความเหมาะสมกับรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของคาร์ซีทก็มีมากมาย หากไปดูหลายๆ เคสหรือหลายๆ ข่าว ก็จะมีให้เราผู้เป็นพ่อเป็นแม่เห็น ครั้งต่อไปจะมาเล่าเรื่องฝึกการนั่งคาร์ซีทให้กับลูกน้อยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ได้ลองศึกษาดูนะคะ ขอขอบคุณบทความจาก : monkeykids

หากคุณกำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายและกังวลว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนวันคลอด การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบในนาทีสุดท้าย การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับทารก การเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสบายเป็นหลัก ทารกแรกเกิดมีผิวที่บอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณแม่ คุณแม่ต้องเตรียมของใช้ที่จำเป็นทั้งระหว่างการคลอดและหลังคลอด เพื่อความสะดวกสบายในการฟื้นฟู ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณพ่อ คุณพ่อเป็นกำลังใจสำคัญและต้องเตรียมพร้อมอยู่เคียงข้างคุณแม่ตลอดการคลอด การเตรียมของใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณพ่อดูแลครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนคลอด เอกสารเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับการเข้าโรงพยาบาลและการทำเนียบหลังคลอด อย่าลืมจัดเตรียมให้ครบถ้วน ของใช้หลังคลอดสำหรับคุณแม่ หลังการคลอดลูก คุณแม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษทั้งร่างกายและจิตใจ การเตรียมสินค้าแม่และเด็กที่เหมาะสมจะช่วยในการฟื้นฟู ของใช้หลังคลอดสำหรับทารก ทารกแรกเกิดต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อน การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดสำหรับลูกจะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างราบรื่น สรุปบทความ การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างและการมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งของใช้และจิตใจจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นประสบการณ์ที่ดี BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจความต้องการของครอบครัวใหม่ เราให้คำปรึกษาด้วยใจจริง ไม่เร่งขาย เพราะเชื่อว่าการเตรียมตัวที่ดีคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานจะได้เจอหน้าลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่คงตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปคลอด เราแนะนำให้จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ก่อนนะคะ ซึ่งสามารถเริ่มจัดได้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 8 หรือเข้าสู่เดือนที่ 9 เลยค่ะ มีอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องเตรียม ไปดูพร้อม ๆ กันเลย 10 ไอเท็ม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ของใช้สำหรับลูกน้อย เตรียมของไปคลอด ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เตรียมอย่างละ 2-3 ชุด แนะนำให้เลือกแบบผ้านุ่มพิเศษสำหรับทารกแรกเกิด หากใช้เป็นผ้าห่อตัวทารกเลยก็จะช่วยให้ทารกนอนในท่าตามธรรมชาติได้อย่างสบาย และยังสามารถขยับแขนได้อย่างอิสระ ช่วยให้ทารกหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย ผ้าอ้อมผ้า ควรจะเตรียมไว้ประมาณ 1 แพ็ค (6 ผืน) ใช้ผ้าอ้อมที่เป็นเนื้อผ้าแบบใยไผ่ 100 % หรือ Cotton 100% เพราะสัมผัสจะนุ่ม ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทารก แนะนำแบรนด์ IFLIN, Sofflin ผ้าเช็ดตัวเด็กทารก สำหรับทารกแรกเกิดที่ผิวยังบอบบางมาก ควรจะใช้ผ้าเช็ดตัวของทารกโดยเฉพาะ ซึ่งผ้าแบบใยไผ่จะเหมาะกับผิวเด็กทารกมากกว่า […]

คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า วัยทอง 2 ขวบ หรือ Terrible Two ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นวัยที่เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม อย่างเห็นได้ชัด เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการวัยนี้ให้ดีเลยนะคะ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยนี้ได้อย่างถูกต้อง วัยทอง 2 ขวบ แค่เข้าใจก็รับมือได้ ลูกรักวัย 2 ขวบ มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกวัย 2 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกบังคับก็จะหงุดหงิด เมื่อไม่พอใจก็จะโวยวาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย งอแงง่ายกว่าเดิม เนื่องจากลูกต้องการเป็นอิสระตามใจ และอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพัฒนาการปกติของเด็กวัยนี้ สาเหตุที่ลูกวัยทองสองขวบหงุดหงิดง่าย 7 วิธีรับมือลูก วัยทอง 2 ขวบ 1. ใจเย็น เข้าใจความต้องการของลูก  ลูกวัยนี้อาจจะยังสื่อสารบอกความต้องการได้ไม่ดี และพยายามจะทำอะไรเองก็ยังไม่สำเร็จ จึงหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดสิ่งรอบตัวได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรรับรู้ว่าเป็นเรื่องปกติตามวัยของเขา พร้อมกับหมั่นพูดคุย สอบถามความต้องการของลูกเสมอว่าลูกอยากจะทำอะไร ให้แม่ช่วยไหม ต้องมีความสม่ำเสมอในการแนะนำลูก 2. […]

ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid