7 เทคนิคเลือก ถุงเก็บน้ำนม สำหรับคุณแม่นักปั๊มมือใหม่
เลือก ถุงเก็บน้ำนม ยี่ห้อไหนดี ? ต้องดูที่อะไรบ้าง ? น้ำนมจะเหม็นหืนมั้ย ? คุณค่าน้ำนมแม่ยังอยู่ครบถ้วนรึเปล่า ? ? อีกคำถามที่แม่ๆมักสงสัย เพราะไม่ใช่แค่ถุงเก็บนมแม่ แต่นี่คือถุงใส่อาหารของลูก วันนี้ BabyGift มี 7 เทคนิค เลือกถุงเก็บน้ำนมที่คุณแม่นักปั๊มมือใหม่ ต้องชอบแน่นอน ? จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า


1. พลาสติกหนา ทึบแสง ซิปล็อค 2 ชั้น
ควรเลือก ถุงเก็บน้ำนมแม่ ที่ใช้วัสดุพลาสติกหนาทึบแสง มีความแข็งแรงไม่แตกหรือไม่รั่วซึมได้ง่าย และมีซิปล็อคแบบ 2 ชั้น เพื่อลดการรั่วซึมของน้ำนมแม่ออกจากถุง ช่วยลดกลิ่นเหม็นหืนในน้ำนมได้ และสามารถคงคุณค่าของน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี
2. ขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงเวลานั้น
ถุงเก็บน้ำนมแม่ ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงในเวลานั้น อย่างช่วงแรกๆที่แม่อาจจะปั๊มได้ในไม่เยอะมากก็ควรเลือกใช้ขนาดเล็กลงมาหน่อย (4-5 ออนซ์) แล้วพอคุณแม่เริ่มปั๊มนมได้เยอะมากขึ้นค่อยขยับขนาดใหญ่ขึ้นไป การเลือกขนาดถุงพอดีกับน้ำนม จะช่วยให้แม่ๆประหยัดพื้นที่จัดเก็บในตู้แช่ได้ขนาดข้างเยอะ และยังไม่เปลืองถุง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ


3. มีแถบบันทึก เขียนง่าย ชัดเจน
ควรมีแถบเขียนเอาไว้จดรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น วันเดือนปี ที่เราปั๊มสต็อกน้ำนมแม่เอาไว้ เพื่อให้แม่ๆได้ทราบวันหมดอายุน้ำนมที่ชัดเจน และช่วยให้สะดวกสบายในการหยิบไปอุ่นนมในครั้งต่อไปอีกด้วย ปัจจุบันถุงเก็บน้ำนมสะดวกสบายมากขึ้น บางแบรนด์ ก็ทำแถบที่เขียนได้ทั้งปากกาลูกลื่นและดินสอ แม่ๆสามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบเลยค่ะ
4. ช่องเทน้ำนมแยกด้านข้าง
แม่ๆอาจสงสัยว่า ทำไม? ถุงเก็บน้ำนมบางแบรนด์ถึงมีช่องเล็กๆยื่นออกมาด้านข้างแบบนี้ คำตอบคือ เอาไว้ใช้สำหรับเทน้ำนมออกมาค่ะ การมีช่องเล็กๆด้านข้างแยกแบบนี้ จะช่วยลดโอกาสสัมผัสแบคทีเรีย จากการเทน้ำนมออกมาทางปากซิปถุงเก็บน้ำนม เพราะเวลาเราแช่ถุงเก็บน้ำนมไว้ในตู้แช่ บริเวณนั้นอาจมีแบคทีเรียที่เรามองไม่เห็นปนเปื้อนได้ ซึ่งวิธีการใช้งานก็ง่ายมากๆค่ะ เวลาที่แม่ต้องการหยิบน้ำนมออกมาให้ลูกทาน เพียงใช้กรรไกรที่สะอาดตัดตรงปากช่องเทด้านข้าง ก็สามารถเทน้ำนมออกมาใส่ขวดนมได้เลย ใช้งานสะดวกแถมยังไม่ทำให้น้ำนมหกเลอะเทอะอีกด้วย


5. วัสดุดี ผ่านมาตรฐาน อ.ย. และมีการฆ่าเชื้อโรค
ปัจจุบันความสะอาดคือสิ่งที่สำคัญมากๆ นอกจากถุงเก็บนมแม่ ควรที่จะมีวัสดุดี ผ่านมาตรฐาน อ.ย. ปลอดภัยต่อลูกน้อยแล้ว การผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยวิธีต่างๆที่ปลอดภัย จะช่วยเรื่องสุขอนามัยให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจมากยิ่งขึ้น
6. ถุงเก็บน้ำนม เช็คอุณหภูมิน้ำนมได้
หมดปัญหาน้ำนมเย็นจัดหรือร้อนเกินไปอีกต่อไป! เพียงแม่ๆเลือกซื้อถุงเก็บน้ำนมที่มี Indicator หรือแถบเช็คอุณหภูมิน้ำนมนั่นเอง เช็คได้จากถุงโดยไม่ต้องหาวิธีเช็คให้ยุ่งยากอีกต่อไป เพียงคุณแม่สังเกตุจากแถบสีหรือขีดตามคำแนะนำของถุงเก็บน้ำนมยี่ห้อนั้นๆได้เลย เมื่อตรงอุณหภูมิตรงตามที่ต้องการ น้ำนมก็พร้อมสำหรับให้ลูกน้อยดื่มแล้วค่ะ

7. ถุงเก็บน้ำนมแม่ แบบมีข้อต่อ ไม่ต้องใช้ขวดนม
แม่ๆนักปั๊มไม่ต้องพกกระเป๋าใหญ่ ขวดนมเยอะๆ ให้ยุ่งยาก อีกต่อไป เพียงเลือกถุงเก็บน้ำนมแบบมีข้อต่อ ที่สามารถใช้เป็นทั้งถุงเก็บน้ำนมและใช้แทนขวดนมได้เลย ตั้งแต่ปั้มน้ำนมลงถุง เก็บนมเข้าฟรีซ และยังต่อจุกนมให้ลูกดื่มแทนขวดนมได้อีกด้วย เรียกว่าได้ทั้งคุ้มค่า ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋า และยังลดโอกาสสัมผัสแบคทีเรียจากการเทน้ำนมได้อีกด้วยค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะ? กับ 7 เทคนิค เลือกถุงเก็บน้ำนม สำหรับคุณแม่นักปั๊มมือใหม่ ที่เบบี้กิ๊ฟนำมาฝาก หากคุณแม่มีเทคนิคการเลือกถุงเก็บนมให้ลูกแล้ว ก็สามารถดูข้อมูลและเลือกซื้อยี่ห้อที่ไว้วางใจ และตรงตามไลฟสไตล์ของแม่ๆกันได้เลยนะคะ เพียงเท่านี้เจ้าตัวเล็กก็จะได้ดื่มนมเต็มอิ่มจุใจ แบบน้ำนมยังคุณค่าสารอาหารครบถ้วนแน่นอนค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
โดยปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่ที่ซื้อคาร์ซีท รถเข็นเด็กไป จะไม่ค่อยได้คำนึงถึงว่าใช้งานไปนานเท่าไหร่แล้ว แล้วเมื่อไหร่ถึงจะต้องซักทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค คาร์ซีท รถเข็นเด็ก จนกระทั้งเกิดความสกปรกขึ้น เช่น ฝุ่นควัน นม อาหาร หรือขนมต่างๆ หกใส่เบาะ คราบน้ำลาย คราบอาเจียน ที่ไม่สามารถเช็ดออกได้ เป็นคราบสกปรกเห็นได้ชัด ถึงจะทำความสะอาด แต่รู้ไหมว่ายิ่งทิ้งคราบแบบนั้นไว้นานเท่าไหร่ พวกเชื้อแบคทีเรียต่างๆที่เกิดขึ้นจากการหมักหม่น ก็จะเกิดการสะสมมากขึ้น ส่งผลร้ายต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีความบอบบาง แพ้ง่าย ทำให้เกิดโรคต่างๆได้ แนะนำการซักทำความสะอาดคาร์ซีท รถเข็นเด็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น ควรซักทำความสะอาดทุกๆ 3-6 เดือน ตามการใช้งาน เพื่อช่วยให้คาร์ซีท รถเข็นเด็ก ของลูกสะอาดพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย สำหรับการซักทำความสะอาด ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งซักทำความสะอาดได้จากร้านที่ซื้อสินค้ามา เช่น ร้าน BabyGift ที่รับบริการถึง 3 สาขา ใกล้บ้าน แต่ในช่วงวิกฤตโควิดแบบนี้ ทางเราจึงมีเทคนิคการซักทำความสะอาดด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ วิธีทำความสะอาด คาร์ซีท รถเข็นเด็ก แยกการทำความสะอาดออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือผ้าหุ้มเบาะ […]
อาการทารกท้องอืด เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าตัวเล็กอึดอัดแน่นท้อง พวกเขายังไม่สามารถสื่อสารบอกเราได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้จ้า บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุของอาการเด็กทารกท้องอืด พร้อมแนะแนวทางป้องกันและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวและอารมณ์ดีอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องอืด การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการทารกท้องอืดจะช่วยให้เรารับมือได้ตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยในเด็กวัยแรกเกิดมีดังนี้ ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ในช่วงขวบปีแรก ระบบทางเดินอาหารของเจ้าตัวเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนหรือน้ำตาลแลคโตสในนมอาจยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊สสะสม และนำไปสู่ภาวะทารกท้องอืดได้ง่าย ทานนมปริมาณมากเกินไป การให้ลูกทานนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการของกระเพาะอาหาร (Overfeeding) หรือให้ทานถี่เกินไป ทำให้นมย่อยไม่ทันจนเกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด และมีลมในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ ดูดกลืนลมเข้าไปในท้อง ขณะที่ลูกดูดนมไม่ว่าจะจากเต้าแม่หรือขวดนม หากท่าทางไม่ถูกต้องหรือลูกร้องไห้หนักขณะหิว จะทำให้มีการดูดกลืนอากาศเข้าไปในท้องพร้อมกับน้ำนม ลมเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เด็กทารกท้องอืด และรู้สึกอึดอัดมาก เด็กไม่ได้เรอ หลังทานนมเสร็จ หากคุณแม่ไม่ได้ช่วยจับลูกเรอเพื่อขับลมออก แก๊สที่สะสมอยู่ภายในจะดันขึ้นมาจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ลมตีขึ้น หรือแหวะนม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทารกท้องอืดที่พบได้บ่อยที่สุด ทารกท้องอืดอาการเป็นอย่างไร เนื่องจากลูกสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนอาการทารกท้องอืด ดังนี้ ร้องไห้งอแง ลูกจะร้องไห้โยเยเสียงดังผิดปกติ ดูไม่สบายตัว และปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด โดยเฉพาะหลังทานนมเสร็จไม่นาน ปวดท้อง หากลองคลำที่หน้าท้องลูกแล้วรู้สึกว่าท้องป่อง แข็ง หรือดูแน่นกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณของภาวะมีลมในท้องมากจนทำให้ลูกปวดท้อง ไม่ยอมนอน ลูกจะกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นมาร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความอึดอัดจากแก๊สที่ดันอยู่ในท้อง […]
ทารกแรกเกิดถึง 28 วัน เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างมาก จากที่อยู่ในท้องคุณแม่อย่างอบอุ่นถึง 9 เดือน ออกมาเจอสภาพแวดล้อมภายนอก คุณแม่จึงจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างอ่อนโยนเลยนะคะ อย่าง วิธีอาบน้ำทารก เรื่องดูแลทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ วิธีอาบน้ำทารก ควรอาบน้ำวันละกี่ครั้ง คุณแม่มือใหม่ คุณพ่อมือใหม่ คงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ว่าทารกแรกเกิดควรอาบน้ำเช้า-เย็นหรือไม่ จริง ๆ แล้วเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน ควรจะอาบแค่วันละ 1 ครั้ง อาบในช่วงสายหรือบ่ายของวันเลยค่ะ และเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปสามารถอาบน้ำได้วันละ 2 ครั้ง ส่วนการสระผมเด็กแรกเกิด – 2 เดือน สระเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้นค่ะ อุปกรณ์อาบน้ำเด็กแรกเกิด อ่างอาบน้ำใส่น้ำอุ่น อ่างอาบน้ำเด็ก ควรจะกันกระแทกได้ดี อาจจะมีแผ่นวัดอุณหภุมิน้ำ ช่วยทำให้คุณแม่หรือพี่เลี้ยงเตรียมน้ำให้น้องได้ง่าย ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพผิวทารก สบู่เหลวอาบน้ำเด็กแรกเกิด ต้องมีความอ่อนโยน ค่า pH […]
ห้องนอนเด็กอ่อน เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หากกำลังวางแผนที่จะมีลูกน้อย หรือบางครอบครัวคุณแม่อาจกำลังตั้งครรภ์ และเตรียมพร้อมที่จะจัดบ้าน จัดห้องนอนเพื่อต้อนรับลูกน้อย เพราะห้องนอนที่ดีของลูกน้อยวัยทารกจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพ พัฒนาการและอารมณ์จิตใจในอนาคต ด้วยเพราะลูกน้อยทารกต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน และการนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้โกร๊ธฮอร์โมน หรือฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตหลั่งเต็มที่ ทำให้ลูกเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งหากลูกน้อยนอนหลับไม่เต็มที่ หรือมีสิ่งต่างๆ รบกวนเวลานอน ทำให้นอนไม่เพียงพอ ลูกจะงอแง หงุดหงิดง่าย เติบโตได้ไม่ดี แถมยังส่งผลต่ออารมณ์จิตใจ ทำให้เป็นเด็กเลี้ยงยากและอารมณ์ไม่ดี ยิ่งหากห้องนอนไม่มีการเตรียมพร้อมป้องกันอุบัติเหตุไว้อย่างดี ลูกก็อาจจะมีอันตรายในขณะนอนจนถึงชีวิตได้อีกด้วย ฉะนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องนอนให้ลูกทารก จึงเป็นเรื่องที่ทุกบ้านต้องพิถีพิถันใส่ใจ ควรเลือกซื้อ จัดวางและเตรียมพร้อมให้ลูกในแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย จะดีที่สุด 5 เรื่องต้องคิด ก่อนเตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน ก่อนเลือกซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ในห้องเด็กอ่อนให้ลูกน้อย มีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาเป็นสำคัญนั่นคือ การเลือกห้องนอนให้ลูก ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับ 5 เรื่อง นั่นคือ Checklist ห้องนอนเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง เตียงนอน ควรเป็นเตียงนอนที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเตียงนอนเด็กอ่อน ควรเป็นเตียงที่มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นเตียงใหญ่พอที่จะใช้สำหรับให้ลูกเวลาโตได้อีกระยะหนึ่ง เตียงไม่มีมุมหรือเหลี่ยมแหลมคมที่เป็นอันตราย หากเป็นเตียงที่มีซี่กรง ควรมีความถี่ของซี่กรงรอบเตียงหรือราวกันตกห่างกันไม่เกิน 6 […]
คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]
เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งแรกๆ ที่คุณแม่ส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเรื่องของการคลอดใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนวิธีการคลอดนั้น ก็อย่างที่คุณแม่ทราบกันดีว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ก็คือการคลอดธรรมชาติกับการผ่าคลอดค่ะ เราลองเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าสองวิธีนี้ต่างกันยังไงบ้าง การคลอดธรรมชาติคืออะไร มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง? การคลอดธรรมชาติก็คือการที่คุณแม่เบ่งลูกน้อยออกมาทางช่องคลอด ซึ่งการคลอดแบบนี้คุณแม่จะต้องรอให้มีน้ำเดินหรือเจ็บท้องคลอด รวมถึงปากมดลูกเปิดมากพอที่จะทำการคลอดได้นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่จะเจ็บท้องคลอดกันที่ช่วง 37-40 สัปดาห์ค่ะ การคลอดธรรมชาติมักเป็นที่นิยมเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่ก็อยากมีประสบการณ์ อยากรับรู้ถึงความเจ็บปวดในการเบ่งคลอด แถมยังมีราคาถูกกว่าผ่าคลอดอีกด้วยนะ แม้ว่าการคลอดธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แผลหายเร็ว และคุณแม่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่คุณแม่ควรทราบกันไว้ซักนิดนึงน้า ปัจจัยที่อาจทำให้การคลอดธรรมชาติไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป 1. ลูกไม่กลับหัว ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการคลอดธรรมชาติ และมักจะจบลงด้วยการที่คุณหมอเปลี่ยนไปเป็นผ่าคลอดแทนค่ะ โดยปกติ เวลาที่จะคลอด ลูกน้อยจะต้องกลับหัวเพื่อใช้หัวดันออกมาจากช่องคลอด มีทารกบางรายที่ไม่ยอมกลับหัว หรืออาจจะกลับหัวผิดตำแหน่ง ทำให้คุณหมอไม่สามารถทำคลอดได้ 2. คุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น แรงเบ่งนั้นมีความสำคัญกับการคลอดธรรมชาติมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น ลูกน้อยก็จะไม่สามารถคลอดออกมาได้ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะ เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ เค้าจะมีการอบรม สอนวิธีการเบ่ง การหายใจ เพื่อให้คุณแม่สามารถเบ่งได้อย่างถูกวิธีค่ะ 3. คุณแม่มีโรคประจำตัว โรคประจำตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น โรคเบาหวาน […]
