5 แอพคนท้อง คุณแม่ยุคใหม่ต้องมี

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆท่านเมื่อตั้งครรภ์ลูกน้อย มักมีคำถามมากมายที่อยากรู้ มีเรื่องให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือพัฒนาการลูกน้อยในท้องที่กำลังค่อยๆเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มีลูกมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT มาพร้อม แอพคนท้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้แน่นๆ เกี่ยวกับคุณแม่และการเลี้ยงลูก แถมยังมีฟังก์ชั่นเลิศๆ ให้คุณแม่โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดมือถือ รับรองได้ใช้ประโยชน์แน่นอน

App : เพลงสำหรับการตั้งครรภ์
แอพรวบรวมเพลงหลายสไตล์เปิดให้ลูกในครรภ์ฟัง
ดาวน์โหลด ฟรี : Android

เป็นแอพที่รวบรวมเพลงสำหรับการตั้งครรภ์ ฟรี! มีสไตล์เพลงดนตรีคลาสสิกหลากหลายที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในท้องอารมณ์ดี โดยดนตรีคลาสสิกนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเพลงของปัญญา ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในการพัฒนาเด็กทารก ช่วยให้คุณแม่ลดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ รวมไปถึงภาวะซึมเศร้าที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนนั้นมีอาการ เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทุกๆวันร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาผ่านไปยังสายสะดือสู่ทารก ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) อีกด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลดีๆ ของการเปิดเพลงให้เจ้าตัวน้อยในท้องฟังแล้ว ลองตามไปโหลดแอพแล้วเปิดเพลงให้อารมณ์ดีทั้งแม่ทั้งลูกกันได้เลย

App : Pregnancy yoga Exercises
แอพสอนโยคะออกกำลังกายที่บ้าน สำหรับคนท้อง
ดาวน์โหลด ฟรี : Android

เป็นแอพโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์ ที่คุณแม่สามารถโยคะออกกำลังกายเบาๆที่บ้านตามได้ และรู้เทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงทำตามบทเรียนและแบบฝึกหัดโยคะที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หากคุณแม่พึ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อของร่างกายและการไหลเวียนโลหิต ระวังอย่าหักโหมมากเกินไป และหยุดทันทีถ้าหากพบอาการที่ทำทำให้เจ็บหรือรู้สึกไม่สบายใจ เมื่อคุณแม่โยคะแบบถูกวิธีที่บ้านเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดอาการปวดหลังท้องผูกท้องอืดและบวม ปรับปรุงอารมณ์ของคุณแม่ ช่วยปรับบุคลิกท่าทางของคุณแม่ได้ดี ส่งเสริมกล้ามเนื้อความแข็งแรงและความอดทน และยังช่วยให้คุณแม่นอนหลับได้ดีขึ้นอีกด้วย

App : YesMom ไข่ตกและภาวะเจริญพันธุ์
แอพติดตามสุขภาพผู้หญิง ประจำเดือน ตกขาว ตั้งครรภ์
ดาวน์โหลด ฟรี : iOS, Android

เป็นแอพพลิเคชันเพื่อสุขภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงไทยโดยเฉพาะ เพียงตั้งค่ารับการแจ้งเตือน แอพจะคอยบอกรอบเดือนและคำนวณช่วงไข่ตก พร้อมแจ้งเตือนเมื่อใกล้มีประจำเดือน เพื่อช่วยให้ผู้หญิงเข้าใจสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ของตัวเองมากขึ้น ทำให้รู้โอกาสตั้งครรภ์ของตัวเองมากขึ้น ผู้หญิงที่อยากมีลูกสามารถคำนวณโอกาสมีลูกให้อย่างแม่นยำ โดยทางแอพจะวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆให้ เช่น อารมณ์ อาการต่างๆ เพศสัมพันธ์ รวมทั้งให้ความรู้ด้านสุขภาพแบบเจาะลึก ซึ่งรวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ที่คัดสรรมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ อีกทั้งยังติดตามลักษณะรอบเดือน อาการต่างๆที่เป็น เช่น อาการ PMS อาการเจ็บปวด ตกขาว อุณหภูมิกายขณะพัก การกินยา แล้วจัดเก็บไว้ในรูปแบบตาราง เพื่อความสะดวกเมื่อเวลาคุณแม่ต้องปรึกษาแพทย์อีกด้วย

App : การตั้งครรภ์ของฉัน
แอพจดบันทึกปฎิทินการตั้งครรภ์ ติดตามพัฒนาการทารกในครรภ์
ดาวน์โหลด ฟรี : iOS, Android

เป็นแอพที่จะช่วยให้ข้อมูลต่างๆกับคุณแม่ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ ฟรี! ไม่มีโฆษณา โดยทางแอพจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาของทารกในครรภ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายของคุณแม่ ข้อมูลพัฒนาการของลูกน้อย รายการสิ่งของที่ต้องใช้สำหรับไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล ความรู้เกี่ยวกับการดูแลหลังคลอดต่างๆ จดบันทึกปฎิทินการตั้งครรภ์ แถมยังสามารถบันทึกติดตามน้ำหนักของคุณแม่ได้อีกด้วย สะดวกสบายครบครันขนาดนี้คุณแม่ห้ามพลาด

App : Mali แม่มือใหม่ & การตั้งครรภ์
แอพติดตามพัฒนาการทารกในครรภ์ เทคนิคข้อมูลเตรียมตัวเป็นแม่
ดาวน์โหลด ฟรี : iOS, Android

เป็นแอพสำหรับคุณแม่มือใหม่ ฟรี! ที่จะช่วยให้คุณแม่ได้ติดตามพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ได้ทุกๆวัน และยังสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงต่างๆของร่างกายของคุณแม่ได้ด้วย ฟีเจอร์ต่างๆในแอพจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับตัวคุณแม่และลูกน้อยในทุกขั้นตอน ปรับแต่งข้อมูลให้ตรงกับชื่อ เพศ และกำหนดคลอดของลูก อัลบั้มรูปท้องของคุณแม่ที่เก็บภาพท้องคุณแม่ไว้ในทุกๆเดือน มีเกร็ดความรู้และบทความที่มีประโยชน์สำหรับการตั้งครรภ์ในทุกๆด้านให้คุณแม่ได้อ่านทุกวัน ทั้งเรื่องเกี่ยวกับสารอาหาร อาการระหว่างตั้งครรภ์ต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย พัฒนาการของลูกในครรภ์ กิจกรรมต่างๆ พัฒนาการเด็กเล็ก และอื่นๆอีกมาก โดยทุกข้อมูลนั้นได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถถามตอบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรงอีกด้วย

ตัวช่วยสำคัญสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ต้องมี แอพคนท้อง แอพลิเคชั่นดีๆที่จะช่วยคอยชี้แนะแนวทางในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายฉบับคนท้อง คำแนะนำด้านอาหาร พัฒนาการลูกน้อย รวมไปถึงทริคเล็กๆน้อยๆ ที่จะมาช่วยเบาแรงคุณแม่มือใหม่อย่างแน่นอน

คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ Baby Gift หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม
สามารถปรึกษาทีม Baby Gift Expert เรายินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

วันนี้ BabyGift จะมาแชร์วิธีการเลือกคาร์ซีทแรกเกิดในฉบับของคุณแพรว เพชรแพรว อัครเตชวาทิน หรือ แม่ PRAEW จากเพจ PRAEW ให้ดูกันค่ะ เพื่อเป็นแนวทางให้แม่ๆทุกคน ที่กำลังมองหาคาร์ซีทแรกเกิดดีๆสักตัวให้เจ้าตัวน้อยอยู่ แต่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องให้ความสำคัญตรงไหนเป็นพิเศษ วันนี้เราสรุปมาให้แล้วค่ะ 6 เทคนิคเลือกซื้อคาร์ซีทแรกเกิดในแบบของ แม่ PRAEW 1. วัสดุต้องดี แข็งแรง แม่ PRAEW ให้ความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 โครงสร้างต้องมีมาตรฐาน วัสดุต้องดี แข็งแรงทนทาน ไม่ก๊อกแก๊ก และต้องเข้าใจด้วยค่ะว่าในแต่ละส่วนของร่างกายเด็ก หรือแรงที่เด็กจะได้รับจากการเกิดอุบัติเหตุใช้วัสดุป้องกันที่แตกต่างกันในการปกป้องตัวเด็ก เช่น แรงกระแทกแรงๆ EPS Foam จะป้องกันได้ดีกว่า ส่วนแรงกระแทกเบาๆ แผ่นโพลี่ยูรีเทน จะช่วยป้องกันได้ดีกว่า คาร์ซีทที่เมอใช้อยู่ มีวัสดุที่หลากหลายมาก มีทั้ง EPS Foam ที่เป็นวัสดุโครงสร้างหลัก และแผ่นโพลี่ยูรีเทนที่เสริมเข้ามาบริเวณที่นั่ง ศีรษะและสะโพกทั้ง 2 ด้าน เรียกได้ว่าทุกส่วนออกแบบมาให้รองรับทุกส่วนอย่างดีที่สุดค่ะ  อีกสิ่งที่แพรวรู้มา คือเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ เด็กที่อยู่บนคาร์ซีทจะได้รับอันตรายจากแรงกระแทกซ้ำๆ […]

คุณแม่มือใหม่กำลังคิดว่าจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้หรือไม่? หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้เรามาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมกันอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ประโยชน์ของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อต้องออกไปทำงานหรือมีธุระนอกบ้าน ลดความกังวลเรื่องลูกหิวนม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตนมแม่ให้ต่อเนื่อง และบรรเทาอาการเต้านมตึงเมื่อมีนมมากเกินไป เครื่องปั๊มนมมีกี่ประเภท เครื่องปั๊มนมมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ที่ปั๊มนมแบบใช้มือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ปั๊มนมบ่อย ใช้งานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้า ราคาไม่แพง และเก็บรักษาง่าย แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าและอาจเมื่อยมือในการใช้งาน เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบเดี่ยวใช้ปั๊มทีละข้าง ทำงานอัตโนมัติช่วยประหยัดแรงคุณแม่ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว สะดวกกว่าแบบใช้มือและมีราคาที่เหมาะสม แต่ใช้เวลานานกว่าแบบปั๊มคู่เมื่อต้องปั๊มทั้งสองข้าง เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่สามารถปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นประจำหรือต้องทำงานนอกบ้าน ช่วยกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องปั้มนมแฮนด์ฟรี เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี (Hands-free Breast Pump) คือ อุปกรณ์ปั๊มนมแบบไร้สายที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กและสามารถสวมใส่ใต้เสื้อชั้นในได้เลย ทำให้คุณแม่มีอิสระในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงลูก การทำงาน หรือการทำกิจกรรมประจำวัน โดยที่ไม่ต้องใช้มือจับกรวยปั๊ม ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เครื่องปั๊มนมระดับโรงพยาบาลมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการดูแลพิเศษในไอซียู หรือคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการให้นม สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนโดยมีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกกัน วิธีการใช้เครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง การใช้เครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้นมมากขึ้นและปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้ […]

เพราะความเป็นแม่มันอยู่ในสายเลือด เมื่อรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในท้องอีกหนึ่งชีวิต เราก็ต้องดูแลครรภ์นี้ให้ดีที่สุด เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากตั้งครรภ์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าเมื่อระหว่างทาง จู่ๆ คุณหมอก็ตรวจพบว่า ครรภ์นี้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ขึ้นมา แล้วงานนี้ว่าที่คุณแม่มือใหม่อย่างเราๆ จะมีวิธีรับมืออย่างไร ควรจะควบคุมอาหารยังไง งานนี้เรามีคำตอบ ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์คือ ความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่รกผลิตออกมามีผลต่อประสิทธิภาพของอินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) ของแม่ โดยปกติตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาแต่ในกรณีนี้ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเลยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะการตั้งครรภ์ แต่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ บางคนอาจพบภาวะนี้ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ ส่วนใหญ่คุณหมอ จะตรวจพบภาวะดังกล่าวได้จากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด แต่คุณแม่ตั้งครรภ์บางราย อาจมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปากแห้ง และรู้สึกเหนื่อยหากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งบางอาการค่อนข้างคล้ายคลึงกับอาการของคนตั้งครรภ์ ดังนั้น ควรปรึกษาคุณหมอหากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการที่เผชิญอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ หากคุณแม่ตั้งครรภ์พบว่ามีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์แล้ว จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อสุขภาพที่ดีต่อตนเองและลูกในครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกด้วย แนวทางในการรักษาภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ 1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุณหมออาจให้เราตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด 4-5 ครั้ง/วัน ในช่วงเวลาก่อนรับประทานอาหารเช้าและหลังมื้ออาหารทุกมื้อ เพื่อตรวจดูว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ โดยเจาะเลือดที่ปลายนิ้วแล้วหยดเลือดลงบนแถบทดสอบ จากนั้นอ่านค่าด้วยเครื่องวัดระดับน้ำตาล ซึ่งจะแสดงระดับน้ำตาลในเลือดที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ […]

ท้องมาสามเดือนแต่ยังไม่เห็นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ท้องก็ยังไม่ใหญ่ ลูกก็ยังไม่ดิ้น แถมขึ้นบีทีเอสก็ยังไม่มีคนลุกให้นั่งอีกต่างหาก ถ้าคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่เดือนที่สี่ ห้าและหกให้ดีๆ เลยจ้า บอกก่อนเลยว่าช่วงไตรมาสนี้ นอกจากอารมณ์คุณแม่ๆ จะแปรปรวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงแล้ว เจ้าร่างกายก็น้อยหน้าซะที่ไหน เผลอๆ แปรปรวนหนักกว่าอารมณ์ซะอีก เราลองไปดูกันดีกว่า ว่าช่วงนี้คุณแม่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ลูกได้ดูดนมไปสักพัก หัวนมคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ช่วงก่อนคลอดนี่ร่างกายก็จะเตรียมพร้อมเพื่อลูกน้อย ท่อน้ำนมขยาย ลานนมกว้างขึ้น บางทีอาจจะเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากเต้า แต่อย่าได้ไปบีบหัวนมเลยเชียว เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ ในช่วงไตรมาสนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นเลยอาจจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลงนิดหน่อย ช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะต้องการพลังงานแค่ประมาณ 2,200 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณแม่บางคนอาจจะคิดว่าทานสำหรับสองคน ต้องเอาแคลมาบวกกันรึเปล่า…ไม่ต้องนะ เดี๋ยวน้ำหนักคุณแม่จะพุ่งทะลุเป้าเกินไปซะก่อน เราขอเน้นให้คุณแม่เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่นพวกผักใบเขียว ปลาที่มีโอเมกา 3 โปรตีนจากไก่ อะไรพวกนี้ดีกว่า ส่วนพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายก็ควรจะงดไปก่อนเนอะ เพราะไขมันเยอะมากกกก แถมของทอดๆ ยังอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกคลื่นไส้อีกต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทานยาบำรุงที่คุณหมอให้มา โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะลูกจะแย่งแคลเซียมจากเราไปเยอะมากๆ เพราะงั้นควรจะทานเสริมเข้าไปให้ได้อย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวันนะคะ

อีกปัญหาหนึ่งของแม่ลูกอ่อนเกือบทุกบ้าน คือการอุ้มลูกน้อยทุกๆวัน พอนานๆก็อาจเริ่มมีอาการปวดแขน ปวดข้อมือกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ? ได้เวลาหาตัวช่วยอย่าง #เป้อุ้มเด็ก ที่จะช่วยให้อุ้มลูกได้นานมากยิ่งขึ้น แบบไม่ปวดหลังปวดเมื่อย ลูกนั่งสบายอุ่นใจที่ได้ใกล้ชิดแม่ พร้อมกับแม่ทำกิจกรรมอย่างอื่นไปได้ด้วย หรือเมื่อจำเป็นต้องพาลูกออกนอกบ้าน ก็สามารถอุ้มลูกได้อย่างคล่องตัว พ่อแม่หลายคน อาจสงสัยว่าถ้าไปเลือกซื้อเป้อุ้มที่ร้าน ลองใส่ครั้งแรกต้องทำยังไง?วันนี้ BABYGIFT มาแชร์ วิธีใส่เป้อุ้มเด็ก แบบ Hipseat อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ตามมาดูกันเลยค่ะ ขั้นตอนที่ 1 เอา Hipseat ไว้ด้านหลังของคุณ ขั้นตอนที่ 2 แขม่วท้องเล็กน้อย ติดสายคาดให้แน่นที่สุดพร้อมล็อคเข็มขัด ขั้นตอนที่ 3 หมุน Hipseat มาไว้ด้านหลังของคุณ ขั้นตอนที่ 4 อุ้มเด็กนั่งบน Hipseat อย่างระมัดระวัง ขั้นตอนที่ 5 ค่อยๆใส่สายสะพายทีละข้าง โดยใช้มือประคองลูกตลอดเวลา ขั้นตอนที่ 6 เอื้อมมือไปติดตัวล็อคด้านหลัง พร้อมปรับให้กระชับตัว ขั้นตอนที่ 7 ช้อนก้นเด็กอีกครั้ง ให้นั่งชิดกับคนอุ้มมากที่สุด เป็นยังไงกันบ้างคะ วิธีใส่เป้อุ้มเด็กง่ายๆ เพียง 7 ขั้นตอน เท่านี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถอุ้มลูกด้วย เป้อุ้มเด็ก […]

เมื่อรู้ว่าตัวเองก้าวเข้าสู่สถานะคุณแม่ตั้งครรภ์เต็มตัวแล้ว สิ่งแรกที่บรรดาแม่ๆ ทั้งหลายแอบกังวลอยู่ไม่น้อย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุด เพราะจากประสบการณ์ตรงของการเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว บรรดาเพื่อนสนิท คนใกล้ชิด มักจะวนเวียนมาถามว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกินอะไร หรือสามารถกินอะไรได้บ้าง ยิ่งถ้าไม่มีอาการแพ้ท้อง ถือว่าโชคดีสองชั้น อยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้าแน่นอน หรือแพ้ท้องแล้วก็ดันอยากจะกินอาหารที่ไม่ควรกินอีก เพราะโน้นก็อร่อย นี่ก็ของชอบ ไม่รู้ว่ากินเข้าไปแล้วจะมีผลกระทบต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์รึเปล่า วันนี้คุณแม่เลยอยากจะแนะนำอาหารคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องใหม่ไม่ควรรับประทานให้ฟังว่า 1. อาหารที่มีรสจัดคุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดมากๆ เพราะระบบย่อยอาหารจะผิดปกติไปจากเดิม การกินอาหารรสจัดๆ ไม่ว่าจะเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด จะทำให้มีโอกาสปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ นำไปสู่อาหารเป็นพิษได้ง่าย 2. อาหารที่ก่อโรคไหลย้อนในช่วงตั้งครรภ์ โอกาสที่คุณแม่จะเป็นโรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยเฉพาะ อาหารทอด, อาหารจำพวกแป้งที่ต้องอุ่นซ้ำ, อาหารที่มีรสจัด, ชา, กาแฟ, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชีส รวมถึงยาบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม เป็นต้น 3. อาหารที่กินแล้วท้องผูกต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า อาการท้องผูกกลายเป็นของคู่กันของคุณแม่ตั้งครรภ์ไปแล้ว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงทวารได้ง่าย คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก หรือลดปริมาณการกินให้น้อยลง แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง อย่างผักและผลไม้แทน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event