4 พิกัดสวนสัตว์ พาลูกเที่ยว วันหยุด

4 สถานที่พาลูกเที่ยว สนุกและสุขใจทั้งครอบครัว

วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว ที่ไหนดี ? 

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาสถานที่ พาลูกเที่ยว วันหยุดนี้ห้ามพลาด กับ 4 พิกัดสวนสัตว์ ในเมืองไทย ซึ่งแต่ละที่มีไฮไลต์เด็ดๆที่แตกต่างกัน มีทั้งสัตว์ท้องถิ่นในเมืองไทย สัตว์หายาก และสัตว์จากทวีปอื่นๆ ทั่วทุกมุมโลก วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว เลือกเช็คอินได้เลย !! รับรองถูกใจเจ้าตัวเล็ก แถมคุณพ่อคุณแม่ยังได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !!

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี

ค่าบัตรผ่านประตู :
ผู้ใหญ่ : 150 บาท
เด็ก สูงไม่เกิน 135 ซม : 30 บาท
ผู้ใหญ่ ชาวต่างชาติ : 250 บาท
เด็ก ชาวต่างชาติ : 100 บาท
ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา : 70 บาท
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการ : ฟรี

เวลาทำการ : 8:00-18:00 น.
ติดต่อ : โทร. 038-318-444
ที่อยู่ : 235 ม.7 ต.บางพระ อ.ศรีราชา ชลบุรี 20110

คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนมีรถส่วนตัว สามารถจอดซื้อบัตรบริเวณทางเข้า และขับรถเข้าชมภายในสวนสัตว์ได้เลย หรือจะเลือกใช้บริการรถรางชมรอบสวนสัตว์ได้ฟรี!! โดยบนรถจะมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆที่ขับรถผ่านอีกด้วย บรรยากาศด้านในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จะเต็มไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์ ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ พร้อมมีการแสดงโชว์สัตว์น่ารักๆให้เลือกชมอย่างเพลิดเพลินอย่าง ช้างว่ายน้ำ พาเหรดเพนกวิน รับรองงานนี้สนุกถูกใจเด็กๆอย่างแน่นอน

ซาฟารีเวิลด์ กรุงเทพฯ

ค่าบัตรผ่านประตู :
ผู้ใหญ่ : 580 บาท
เด็ก : 480 บาท
เด็ก (สูงไม่เกิน 100 ซม) : ฟรี
บัตรรายปีราคาปกติ : 2,800 บาท
(บางช่วงมีโปรโมชั่นพิเศษ)

เวลาทำการ : 9:00-17:00 น.
ติดต่อ : โทร. 02-518-1000
ที่อยู่ : 99 ถนน ปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 10510

สุดยอดสวนสัตว์อีกแห่งของเมืองไทย ที่จะพาเจ้าหนูท่องโลกกับสัตว์ป่านานาชนิดและการแสดงสัตว์แสนรู้น่ารักๆมากมาย ที่เต็มไปด้วยความบันเทิงหลากหลาย และพลาดไม่ได้กับไฮไลต์ที่เด็ดที่สุดในโซนซาฟารีที่มีสัตว์ป่ามากมายจากแอฟริกา แค่นี้ก็เหมือนได้ใช้วันหยุดไปท่องเที่ยวเจอสัตว์ในแอฟริกาแบบคูลสุดๆ หรือโซน Jungle Cruise ที่จำลองบรรยากาศลุ่มน้ำอะเมซอน แถมยังเต็มไปด้วยการแสดงโชว์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโชว์ลิงชกมวย โชว์ลิงอุรุงอุตัง โชว์โลมา หรือจะเป็นโชว์สตันท์แมน รอดูดีๆบางช่วงบัตรรายปียังมีโปรโมชั่นพิเศษอีกด้วย เรียกได้ว่า ซื้อครั้งเดียวเข้าได้ไม่อั้นทั้งปี คุ้มยิ่งกว่าคุ้มแบบนี้พลาดไม่ได้แล้ว

สวนสัตว์เชียงใหม่

ค่าบัตรผ่านประตู :
ผู้ใหญ่ : 100 บาท
เด็ก : 20 บาท
ค่าบัตรเข้าชมอควาเรียม :
ผู้ใหญ่ : 250 บาท
เด็ก : 190 บาท

เวลาทำการ : 8:00-17:00 น.
ติดต่อ : โทร. 053-221-179
ที่อยู่ : 100 ถ. ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200

สวนสัตว์คู่เมืองเชียงใหม่ ที่โด่งดังจากการยืมตัว ช่วงช่วง และหลินฮุ่ย คู่รักแพนด้าจากประเทศจีนมาจัดแสดง ปัจจุบันมีการเสริมส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น อควาเรียม และสโนว์โดม ที่พลาดไม่ได้คือ การเข้าชมความน่ารักของแพนด้า และชมความสวยงามของโลกใต้ท้องทะเลที่อควาเรียมที่มีอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 133 เมตร พร้อมปลา 250 สายพันธุ์ กว่า 10,000 ตัว

สวนเสือศรีราชา ชลบุรี

ค่าบัตรผ่านประตู :
ผู้ใหญ่ : 200 บาท
เด็ก (สูงไม่เกิน 140 ซม) : 100 บาท
เด็ก (สูงไม่เกิน 100 ซม) : ฟรี
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (แสดงบัตร) : ฟรี

เวลาทำการ : จันทร์-อาทิตย์ (8:00-17:30 น.)
ติดต่อ : โทร. 038-296-556
ที่อยู่ : 341 หมู่ที่ 3 อำเภอศรีราชา ชลบุรี 20230

แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสวนสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ มีกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ สามารถเลือกชม เลือกสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น ตกจระเข้ ป้อนนมลูกเสือ ยิงอาหารให้เสือ ถ่ายรูปกับเสือ ป้อนนมปลาคราฟ ตกปลาช่อน สนามลูกเสือ แถมยังมีการแสดงอีกมากมายเรียกได้ว่า ซื้อบัตรครั้งเดียวชมได้ทุกการแสดงกันเลยทีเดียว ด้านในยังมีภัตตาคารชื่อดังให้บริการอาหารไทย  จีน ยุโรป และอินเดีย ครบรสขนาดนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องพาลูกน้อยแวะเช็คอินกันแล้วค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ? กับพิกัดสวนสัตว์ ที่จะพาเจ้าหนูเพลิดเพลินไปกับการท่องโลกของสัตว์นานาชนิด พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ปลื้มที่ไหน อย่าลืมเตรียมความพร้อมเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางอย่างคาร์ซีท หรือเตรียมตัวช่วยดีๆอย่างรถเข็นเด็กที่สามารถพับพกพาได้ ช่วยให้การเที่ยวของลูกน้อยเป็นเรื่องสนุก สะดวกสบายมากขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่พร้อมแล้ว จัดกระเป๋าพาน้องๆหนูๆไปเที่ยวถ่ายรูปเช็คอินกันเลย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เพราะนมแม่ คือสุดยอดอาหารมื้อแรกและเป็นอาหารที่ดีที่สุดของลูกน้อย   คุณแม่ทุกท่านจึงตั้งใจมอบคุณค่าน้ำนมแม่นี้ให้แก่ลูกรักได้นานที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยส่วนใหญ่มักจะเตรียมพร้อมตั้งแต่ตั้งครรภ์ และหลังคลอดก็ให้นมแม่จากเต้าทันทีและเต็มที่  และเชื่อว่าคุณแม่ทุกคนยอ่มวางแผนที่จะ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ เพื่อให้ลูกได้กินนมแม่ในช่วงที่ต้องไปทำงาน และมีน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกได้กินต่อเนื่องยาวนาน แต่การ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ นอกจากคุณแม่ต้องมีวินัยในการปั๊มนมสม่ำเสมอทุกๆ 2-3 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องแล้ว  คุณแม่จำเป็นเรียนรู้ข้อมูลและอุปกรณ์ต่างๆ ในการเก็บน้ำนมแม่ เพื่อให้น้ำนมแม่ที่นำมาให้ลูกกินในภายหน้ายังมีคุณค่าครบถ้วนเต็มที่  ให้ลูกรักมีพัฒนาการดีทุกด้าน  เก่ง ฉลาด และสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ฉะนั้นมาดูกันว่า วิธีการทำสต๊อกน้ำนมแม่ต้องทำอย่างไร อุปกรณ์ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ เครื่องปั๊มนม  เป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้คุณแม่ได้ปั๊มนมเก็บไว้ และกระตุ้นให้น้ำนมมาได้มากอย่างต่อเนื่อง และสามารถปั๊มนมแม่ได้ ตั้งแต่ที่บ้านไปจนถึงเมื่อต้องกลับไปทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้เลือกมากมาย หาซื้อได้ง่ายทั้งทางออนไลน์และห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยคุณแม่ควรพิถีพิถันหาข้อมูล และเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมที่ถูกใจ เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้งานเมื่อต้องไปทำงานนอกบ้านหรือออกข้างนอก เช่น คุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน กับคุณแม่ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูก อาจจะต้องเลือกเครื่องปั๊มนมที่ให้ความสะดวก และมีระบบการทำงานที่แตกต่างกันนั่นเอง เครื่องปั๊มนมยุคใหม่ ก็มีให้คุณแม่ได้เลือกมากมายหลายแบบ หลายการใช้งานและหลายราคา อาทิ เครื่องปั๊มนมชนิดปั๊มมือ  เครื่องปั๊มนมชนิดใช้แบตเตอรี่ และ เครื่องปั๊มนมชนิดใช้ไฟฟ้า  แถมยังมีทั้งแบบที่ปั๊มนมเดี่ยวข้างเดียว แบบปั๊มนมได้คู่พร้อมกันสองข้าง รวมถึงสามารถชาร์จไฟจากพาวเวอร์ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญคือการเลือกเครื่องปั๊มนมที่ได้มาตรฐาน มีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับความนิยมจากคุณแม่ทั่วไป ราคาเหมาะสม […]

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering […]

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

เนื้องอกในมดลูก (Myoma Uteri) แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แต่ความจริงเนื้องอกชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับพวกเนื้องอกของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นเจ้าเนื้องอกนี้จะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวเองค่ะ แต่ขนาดของมันจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นถ้าได้รับการกระตุ้นโดยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และขนาดจะเล็กลงได้หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนชนิดนี้ เพราะอย่างนี้เราจึงมักจะพบเนื้องอกในมดลูกในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และเมื่อหมดประจำเดือนเนื้องอกนี้ก็จะค่อยๆ เล็กลงและหายไปเองในที่สุดค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์เป็นแบบไหนกันนะ? เนื้องอกในมดลูกจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ โดยจะแทรกอยู่ตามที่ต่างๆ บนผนังมดลูกค่ะ อาจจะอยู่ตรงกลางของผนังมดลูก หรืออยู่บนผนังค่อนมาทางโพรงของมดลูก บางรายอาจถึงขนาดยื่นลงมาผ่านปากมดลูกยาวมาถึงช่องคลอดเลยก็ได้ค่ะ แล้วอาการล่ะจะเป็นแบบไหน? เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้จะเติบโตอย่างช้าๆ คุณแม่ส่วนใหญ่จึงจะไม่ทราบว่าตนมีเนื้องอกนี้อยู่จนกว่าคุณหมอจะตรวจพบ อย่างไรก็ตามอาการที่สังเกตได้จากการมีเนื้องอกในมดลูกนั้นจะมีลักษณะดังข้างล่างนี้ค่ะ แต่ว่าคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เป็นอาการปกติที่พบในคุณแม่ท้องทั่วไปต่อให้ไม่มีเนื้องอกในมดลูกนะ ถ้าพบเนื้องอกในมดลูกตอนตั้งครรภ์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะเบียดดันมดลูก ทำให้มดลูกโตได้ไม่เต็มที่และอาจทำให้เกิดการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หรือถ้าหากเนื้องอกไปอยู่ที่ด้านล่างแล้วก็อาจจะไปขวางตรงส่วนของช่องคลอด คุณแม่จึงไม่สามารถคลอดเองได้แต่จะต้องผ่าคลอดค่ะ แต่ในบางราย หากเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกมาก ก็อาจส่งผลทำให้แท้งลูกในท้องได้ค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์รักษาให้หายได้ไหมนะ? โดยปกติแล้วคุณหมอจะไม่ทำการรักษาเนื้องอกนี้ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาหรือผ่าตัดค่ะ เพราะว่ายาไม่ได้ช่วยให้เนื้องอกยุบลง ส่วนการผ่าตัดก็เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากและแท้งบุตรค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่อาจจะต้องถูกตัดมดลูกทิ้งหากเลือดออกมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ตามหลักการแล้วคุณหมอจะเริ่มทำการรักษาเมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยได้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะในคุณแม่บางรายเนื้องอกมีขนาดเล็กลงหลังคลอดจนไม่ต้องทำการรักษาก็มีค่ะ แต่ในบางรายก็อาจโตขึ้นจนต้องตัดมดลูกทิ้งเลยค่ะ คู่แต่งงานคู่ไหนที่วางแผนอยากมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ ก็อย่าลืมแวะไปตรวจร่างกายกับคุณหมอเสียก่อนนะคะ จะได้เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง หากเจอเนื้องอกในมดลูกก็จะได้รักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้สบายใจไม่ต้องมานั่งเครียดให้เสียสุขภาพนะ

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]

การใช้เครื่องปั๊มนมครั้งแรกอาจดูมีหลายขั้นตอน ทั้งการประกอบอุปกรณ์ เลือกขนาดกรวย วางกรวยให้ตรง และปรับระดับแรงดูด จนคุณแม่หลายคนไม่แน่ใจว่ากำลังทำถูกวิธีหรือไม่ ความจริงแล้ว การปั๊มนมไม่ควรทำให้เจ็บ และไม่จำเป็นต้องเปิดแรงดูดสูงสุดจึงจะได้น้ำนมดี สิ่งสำคัญคือการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับสรีระ จัดท่าให้สบาย และค่อย ๆ ปรับเครื่องตามการตอบสนองของร่างกาย ก่อนปั๊มนมครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มใช้งาน ควรอ่านคู่มือของเครื่องแต่ละรุ่นให้เข้าใจ เนื่องจากตำแหน่งวาล์ว สายลม และรูปแบบการตั้งค่าอาจแตกต่างกัน จากนั้นเตรียมให้พร้อมดังนี้ คุณแม่อาจประคบอุ่นหรือคลึงเต้านมเบา ๆ ก่อนเริ่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนม เลือกขนาดกรวยปั๊มนมอย่างไร? ขนาดกรวยเป็นปัจจัยสำคัญต่อทั้งความสบายและประสิทธิภาพในการปั๊ม เมื่อเปิดเครื่อง หัวนมควรเคลื่อนอยู่ตรงกลางอุโมงค์กรวยโดยไม่เสียดสีกับขอบมากเกินไป และไม่ควรมีเนื้อเต้านมถูกดึงเข้าไปในกรวยเป็นจำนวนมาก สัญญาณว่ากรวยอาจไม่พอดี ได้แก่ หากไม่แน่ใจ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมหรือทดลองกรวยหลายขนาดก่อนตัดสินใจ วิธีใช้เครื่องปั๊มนมครั้งแรกทีละขั้นตอน 1. จัดท่านั่งให้สบาย นั่งหลังตรงโดยไม่ต้องก้มตัวมากเกินไป วางเท้าให้มั่นคง และผ่อนคลายหัวไหล่ 2. วางกรวยให้หัวนมอยู่ตรงกลาง แนบกรวยเข้ากับเต้านมให้พอดี แต่ไม่จำเป็นต้องกดแรงจนรู้สึกอึดอัด 3. เริ่มจากโหมดกระตุ้น หากเครื่องมีโหมดกระตุ้นน้ำนม ให้เริ่มด้วยจังหวะดูดเบาและเร็ว เพื่อเลียนแบบช่วงที่ลูกเริ่มดูดนม 4. เปลี่ยนเป็นโหมดปั๊ม เมื่อน้ำนมเริ่มไหล ค่อยเปลี่ยนเข้าสู่โหมดปั๊ม แล้วปรับแรงดูดให้อยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event