5 ข้อต้องห้าม หากไม่อยาก คลอดก่อนกำหนด

คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ทำตาม 5 ข้อนี้

ปกติแล้วคุณแม่จะอุ้มท้องลูกน้อยทั้งหมด 40 สัปดาห์ อันที่จริงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครถึงหรอกนะคะ เพราะว่าคุณหมอจะอนุญาตให้คลอดได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 37 เป็นต้นไปแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 นี้ คุณแม่ก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ คอยระแวดระวังสัญญาณเตือน ถ้าพบก็รีบไปหาคุณหมอ อย่าชะล่าใจเลยนะคะ ส่วนในระหว่างนี้มาดูกันว่ามีอะไรที่คุณแม่จะสามารถเลี่ยงได้บ้างเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด

1. เซย์โนกับบุหรี่และแอลกอฮอล์กันดีกว่า

แน่นอนว่าบุหรี่และแอลกอฮอล์ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับแม่ท้อง ก็ขนาดกับคนธรรมดายังไม่ดีเลยใช่มั้ยล่ะ เหตุผลนึงก็เพราะ ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์มีสารที่จะไปยับยั้งหรือชะลอการเติบโตของลูกน้อยค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ก็อย่าได้ไปอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่เลยเชียว เพราะสารนิโคตินในบุหรี่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้แม้คุณแม่จะไม่ใช่คนที่สูบก็ตาม อ่านมาถึงตรงนี้คุณแม่อาจจะเริ่มกังวล เมื่อตอนเย็นเดินผ่านคนสูบบุหรี่ ลูกจะเป็นอะไรมั้ยนะ? คุณแม่ทำจิตใจให้สบายค่ะ เราแอบไปถามคุณหมอมาให้แล้ว คุณหมอบอกว่าถ้าเจอก็ให้เดินหนี เจอผ่านๆ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปนั่งใกล้ๆ แถวนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ

2. ขอแค่แม่อย่าเครียด

เพราะความเครียดจะทำให้มดลูกขอคุณแม่บีบตัวค่ะ ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 24 เป็นต้นไป คุณแม่ก็จะรู้สึกถึงอาการที่มดลูกบีบตัวนี้ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า อาการท้องแข็ง แต่ว่าอาการท้องแข็งเนี่ย ไม่ควรจะเกิดถี่ๆ ติดกัน ถ้าพูดเป็นตัวเลขก็คือ ไม่ควรถึง 6 ครั้งภายในหนึ่งชั่วโมง เพราะนั่นเป็นสัญญาณว่าคุณแม่ใกล้จะคลอดแล้วล่ะค่ะ คุณแม่ที่ต้องเผชิญกับความเครียดมากๆ ก็จะเป็นการกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว ทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ แถมยังเสี่ยงแท้งอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นมาทำใจให้สบายไปด้วยกันนะ

3. สุขภาพช่องปากก็สำคัญ

คุณแม่หลายๆ คนไม่ได้สนใจสุขภาพในช่องปากเท่าที่ควร ก็นั่นสินะ ใครจะไปคิดว่าคนท้องต้องดูแลปากและฟันด้วย เหตุผลคืองี้ค่ะ ถ้าช่องปากของคุณแม่ไม่สะอาด คุณแม่ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งถ้าติดเชื้อทางช่องปากแล้วเนี่ย ก็อาจส่งผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ ทางที่ดี นอกจากจะพบคุณหมอสูติฯ แล้ว คุณแม่ก็ควรไปพบคุณหมอฟันด้วยนะคะ

4. กลั้นปัสสาวะไม่ดีนะ

ในช่วงตั้งครรภ์นั้นคุณแม่จะรู้สึกปวดปัสสาวะมากกว่าปกติค่ะ เพราะว่ามดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมาเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณแม่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา หากคุณแม่กลั้นปัสสาวะ ก็อาจเป็นการเสี่ยงให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบได้ แน่นอนว่าทางเดินปัสสาวะอักเสบก็สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว คุณแม่ก็ควรจะทำความสะอาดและเช็ดให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อด้วยนะคะ

5. เบี้ยวนัดคุณหมอ

เบี้ยวนัดคุณหมอไม่ดีนะ การที่เรามาหาคุณหมอเป็นประจำ นอกจากจะเป็นการตรวจครรภ์ทั่วไปแล้ว ยังเป็นเรื่องดีที่คุณหมอจะดูแลได้ทันหากคุณแม่มีอาการผิดปกติ แต่ถ้าคุณแม่ติดธุระจริงๆ ก็ขอคุณหมอเลื่อนได้แหละ แต่ขออย่าให้เลื่อนเกิน 1-2 สัปดาห์นะคะ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายที่คุณหมอจะนัดถี่ขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมทานวิตามินที่คุณหมอสั่งให้ครบด้วยนะ

ปัจจัยที่ทำให้คลอดก่อนกำหนดนั้นมีเยอะแยะมากมายเลยล่ะค่ะ บางอย่างก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อ่ะนะ อย่างพวกความผิดปกติทางร่างกายของตัวคุณแม่เอง หรือของลูกน้อยในครรภ์อะไรแบบนี้ แต่อย่างน้อยถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่กล่าวถึงไปข้างต้นได้ ก็ถือว่าเราได้ลดความเสี่ยงไปได้มากแล้วล่ะค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อลูกน้อยอายุตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องพาลูกออกจากบ้านไปทำธุระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปหาหมอ หรือ พาไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะใช้รถเข็นเด็กเพื่อความสะดวกสบายของคุณพ่อคุณแม่แล้วนั้น ตัวช่วยอีกอย่างหนึ่งที่มักจะเป็นตัวเลือกของคุณพ่อคุณแม่ก็คือ เป้อุ้มเด็ก เพราะสามารถพาลูกน้อยไปได้ทุกที่ เรียกว่าเป็นตัวช่วยทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี แต่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังกังวลว่า เป้อุ้มลูกนั้น จะทำให้ เด็กขาโก่ง หรือเปล่า มีความปลอดภัยขนาดไหน ควรเลือกอย่างไรดี ในบทความนี้ BabyGift มีข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ   ตอบข้อสงสัย เป้อุ้มลูก ใช้แล้วเด็กขาโก่งไหม ? พร้อม 3 ยี่ห้อแนะนำ เป้อุ้มทารก จำเป็นหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร ?   เป้สำหรับอุ้มเด็ก เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงกายในการอุ้มลูกน้อยวัยทารก เพราะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยด้วยมือตัวเองตลอดเวลา และไม่ต้องหาคนช่วยอุ้ม ด้วยเพราะลูกยังเล็ก ยังเดินไม่ได้ ดังนั้นการทำกิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่ของคุณแม่จึงจำเป็นต้องอุ้มลูกไว้บ่อย ๆ ทั้งการอุ้มไล่ลม อุ้มกล่อมนอน อุ้มปลอบโยน อุ้มเดินเล่น อุ้มขณะออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แถมยังต้องอุ้มลูกตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารกไปจนถึงวัยประมาณเกือบ 2 ขวบ จนเมื่อลูกเดินได้เก่ง  ดังนั้นการใช้เป้อุ้มลูกก็จะช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้มาก ทำให้สามารถพาลูกน้อยไปกับเราได้ทุกที่ ทำกิจกรรมต่าง ๆ […]

 ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

การได้โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ภารกิจนี้อาจมาพร้อมความกังวลใจ เพราะร่างกายของทารกนั้นบอบบางกว่าที่คิด การเรียนรู้ท่าอุ้มที่ถูกวิธีจึงเป็นทักษะแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อส่งต่อความอบอุ่นอย่างปลอดภัยและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ท่าอุ้ม สำคัญอย่างไรต่อสรีระและพัฒนาการของลูกน้อย การใส่ใจเรื่องท่าอุ้ม ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างร่างกายของเด็ก เนื่องจากกล้ามเนื้อคอและหลังของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักศีรษะได้เอง หากอุ้มผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสรีระ หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบต่อสมองได้ การใช้ท่าอุ้มต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจึงเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง รวมเทคนิคท่าอุ้มต่าง ๆ ที่คุณแม่ต้องฝึกให้ชำนาญ การเลี้ยงลูกมีหลายสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน คุณแม่จึงควรฝึกฝนท่าอุ้มต่าง ๆ ให้หลากหลายและคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเพื่อให้นม อุ้มเพื่อระบายลม หรืออุ้มเพื่อปลอบโยน ซึ่งแต่ละท่ามีเทคนิคเฉพาะตัวดังนี้ ท่าอุ้มทารกแรกเกิด วิธีการประคองศีรษะให้มั่นคงปลอดภัย สำหรับวัยแรกเกิด ท่าอุ้มที่ปลอดภัยที่สุดคือการประคองศีรษะและท้ายทอยให้มั่นคงเสมอ โดยใช้มือหนึ่งช้อนใต้ก้นและอีกมือรองรับลำคอ จากนั้นค่อย ๆ ช้อนตัวลูกมาแนบอก ให้ศีรษะวางบนข้อพับแขนอย่างนุ่มนวล ท่านี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงและป้องกันการสะบัดของศีรษะที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อกระดูกสันหลังที่ยังบอบบาง ท่าอุ้มเรอ วิธีจับลูกเรอหลังมื้อนมเพื่อลดลมในกระเพาะ หลังอิ่มนม การใช้ท่าอุ้มเพื่อช่วยระบายลมเป็นสิ่งจำเป็นมาก คุณแม่อาจใช้วิธีอุ้มพาดบ่า โดยให้คางของลูกเกยบนไหล่แล้วลูบหลังเบา ๆ หรือจัดให้นั่งบนตักโดยใช้มือประคองหน้าอกและคางไว้ (หลีกเลี่ยงการกดทับลำคอ) เพื่อช่วยไล่ลมในกระเพาะอาหาร ลดอาการอึดอัด และป้องกันการแหวะนมที่อาจทำให้ลูกไม่สบายตัว ท่าอุ้มเข้าเต้า 4 ท่ามาตรฐานที่ช่วยให้นมลูกได้ง่ายขึ้น การให้นมจะราบรื่นขึ้นหากเลือกท่าอุ้มที่ถูกต้อง เช่น ท่าอุ้มนอนขวาง (Cradle […]

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]

ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าเรื่องพาหะธาลัสซีเมียนี่เป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอตั้งท้องเท่านั้นแหละ การเป็นพาหะฯ นี่เรื่องใกล้ตัวสุดๆ แถมทำให้กังวลมากมายเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าคุณแม่อาจจะกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร วันนี้เราก็นำความรู้มาฝากกันค่ะ เคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร? อันที่จริง การเป็นพาหะธาลัสซีเมียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลยนะ เพราะมีคนไทยตั้งกว่า 24 ล้านคนที่เป็นพาหะโรคนี้ เผลอๆ เวลาเดินตามถนนเราอาจจะเจอคนที่เป็นพาหะอยู่เต็มไปหมด แถมเรายังอาจจะเป็นด้วยก็ได้นะ คนที่เป็นพาหะของโรคนี้ง่ายๆ ก็คือ คนที่มีเชื้อธาลัสซีเมีย “แฝง” อยู่ในร่างกาย เพราะงั้นคนที่เป็นพาหะจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปกติเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ออกอาการอะไร แต่อาจจะเลือดจางนิดหน่อย โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม เพราะงั้น หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกที่คลอดออกมาก็สามารถเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึง 25% เลยนะ พูดง่ายๆ คือ พาหะก็เหมือนมีโรคอยู่ครึ่งนึง แม่มีครึ่ง พ่อมีครึ่ง พอมารวมกัน ลูกก็มีโอกาสที่จะได้รับโรคนี้ไปเต็มๆ เลยนั่นเอง แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินไปนะคะ เพราะหากคุณหมอตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะแล้ว ขั้นต่อไปคุณหมอจะดูว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดไหน เพราะถ้าเป็นคนละชนิดกัน ก็หายห่วง! พาหะธาลัสซีเมียมีกี่ชนิด แล้วต่างกันยังไง? พาหะธาลัสซีเมียมี 2 ชนิด ก็คือ อัลฟ่ากับเบตา อัลฟ่านี่จะค่อนข้างรุนแรง แต่มากน้อยก็แล้วแต่ยีนส์ที่แฝงอยู่นั่นแหละ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มเบตาก็จะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ […]

การเป็นแม่มือใหม่คือการเผชิญหน้ากับโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และความท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพของลูกน้อย เพราะสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเติบโตและพัฒนาการของเด็กๆ ในวัยเด็กแรกเกิด ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ดูยากในตอนเริ่มต้น แต่แม่มือใหม่สามารถเริ่มต้นด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกมีสุขภาพดีได้ มาดูกันว่า 10 เคล็ดลับที่จะช่วยเลี้ยงลูกให้สุขภาพดีมีอะไรบ้างค่ะ 1. ให้นมแม่เป็นหลัก การให้นมแม่เป็นการมอบสารอาหารที่ดีที่สุดแก่ลูกในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต นมแม่มีทั้งสารอาหารที่ครบถ้วนและภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็ก เคล็ดลับ: 2. เริ่มอาหารเสริมเมื่อถึงเวลา เมื่อเด็กครบ 6 เดือน ควรเริ่มให้อาหารเสริมเพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต การเลือกอาหารที่เหมาะสมจะช่วยพัฒนาร่างกายและสมองของลูกได้อย่างดี เคล็ดลับ: 3. ส่งเสริมการนอนหลับที่เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กและช่วยพัฒนาสมอง เด็กเล็กต้องการการนอนหลับมากในแต่ละวัน เคล็ดลับ: 4. ฉีดวัคซีนตามกำหนด การฉีดวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคร้ายแรง เช่น โรคหัด คอตีบ หรือบาดทะยัก ซึ่งเป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม เคล็ดลับ: 5. ให้ลูกได้รับการเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพัฒนาการร่างกายและสมองของลูก การให้ลูกมีโอกาสเคลื่อนไหวตามวัย เช่น การคลาน การนั่ง หรือการยืน ช่วยเสริมพัฒนาการให้ดีขึ้น เคล็ดลับ: 6. รักษาความสะอาดและสุขอนามัย การรักษาความสะอาดทั้งร่างกายและสิ่งแวดล้อมช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น การติดเชื้อในช่องปากหรือผิวหนัง […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid