อาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างไรให้ถูกวิธี ? และปลอดภัยต่อลูกน้อยมากที่สุด

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนคงเคยฝึกการอาบน้ำเด็กอ่อนจากคลินิกฝากครรภ์ หรือ จากโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อที่จะได้อาบน้ำสระผมให้กับลูกน้อยของเราอย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย ซึ่งการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถทำตามได้อย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง ในบทความนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ  

ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มาดูขั้นตอนการอาบน้ำเด็กแรกเกิดยังไง ให้ถูกวิธี

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางคนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการอาบน้ำให้เด็กอ่อนหรือ เด็กแรกเกิด เพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีร่างกายบอบบาง ยังไม่แข็งแรง หากอาบน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบายได้ อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดชำระร่างกาย และดูแลสุขอนามัยของเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเด็กเล็กมีผิวที่บอบบาง จึงเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจไม่สบายได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของลูกน้อย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีวิธีการอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด 

  1. อ่างอาบน้ำ 
  2. แผ่นกันลื่น 
  3. ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่และผืนเล็ก 
  4. ฟองน้ำถูตัวแบบนุ่ม 
  5. สบู่เหลวอาบน้ำชนิด Head to Toe 
  6. สำลีชุบน้ำต้มสุกสำหรับเช็ดตา 
  7. กระดาษเปียก 
  8. สำลี และแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดสะดือ 
  9. ผ้าอ้อม และเสื้อผ้าที่สะอาด  
  10. ที่รองนอนสำหรับถอดเสื้อผ้า และแต่งตัวลูกน้อย ควรหุ้มด้วยพลาสติกเพื่อกันน้ำ หรือปูด้วยผ้าขนหนูเพื่อซับน้ำ

วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ไม่ยาก  

1. ให้คุณแม่ หรือ คนที่จะอาบน้ำให้เด็ก เตรียมตัวให้พร้อม

ผู้ที่จะอาบน้ำให้เด็กเล็กควรถอดเครื่องประดับออกให้หมด ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขีดข่วนโดนตัวเด็ก พร้อมกับล้างมือถูสบู่ให้สะอาดก่อนอาบน้ำให้เด็กทุกครั้ง ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ดูแลควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการข่วนผิวหนังของเด็กด้วยค่ะ

2. เตรียมน้ำที่ใช้อาบ 

เตรียมน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำ ซึ่งน้ำไม่ควรอุ่นหรือร้อนจนเกินไป อาจอยู่ที่ประมาณ 30 – 37 องศาเซลเซียส หรือ เป็นน้ำที่อุณหภูมิห้อง หากน้ำร้อนเกินไปอาจทำให้เด็กผิวแห้งได้ ทั้งนี้ควรเตรียมสภาพแวดล้อมให้มีอุณหภูมิเหมาะสมด้วย เช่น ถ้าอยู่ในห้องแอร์ก็ควรปิดแอร์ก่อน เพราะเมื่ออาบน้ำเสร็จ ลูกจะสัมผัสกับอากาศเย็นอาจทำให้หนาวสั่น และไม่สบายได้

3. สระผมให้ลูก

วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ในกรณีที่ต้องการสระผมให้ลูก ให้ประคองลูกโดยการใช้ฝ่ามือข้างที่ถนัดช้อนประคองตรงต้นคอ และศีรษะของลูกไว้ พร้อมกับใช้แขนข้างที่ไม่ถนัดอุ้มลูกหันลำตัวเข้าหาเรา อาจห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูขณะสระผมก่อนก็ได้ เพื่อป้องกันเด็กหนาว จากนั้นใช้นิ้วโป้ง และนิ้วกลางของมือด้านเดียวกันกดพับหูลูกไว้ เพื่อป้องกันน้ำเข้าหู และจัดท่าทางให้ศีรษะเด็กอยู่ต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย เพื่อให้น้ำไหลย้อนไปทางศีรษะ ไม่ไหลมาทางลำตัว การสระผมสามารถใช้ฟองน้ำนุ่มๆ หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบีบน้ำลงบริเวณเส้นผมของลูกเพื่อทำความสะอาดแทนการตักน้ำราด เพราะอาจทำให้น้ำกระเด็นเข้าตาลูกได้ หลังจากนั้นให้เช็ดผมลูกให้แห้งก่อน แล้วจึงค่อยพาไปอาบน้ำต่อ

4. อาบน้ำให้ลูกน้อย 

สำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ให้ประคองลูกน้อยโดยใช้ฝ่ามือประคองที่ท้ายทอยของลูก และใช้นิ้วที่เหลือล็อคบริเวณใต้รักแร้ของเด็ก ใช้มืออีกข้างล็อคบริเวณก้นของลูกเอาไว้ และนำลงอ่างอาบน้ำ สำหรับการถูสบู่นั้น ให้ใช้มือและแขนของเราประคองตัวของลูกอยู่ตลอดเวลา ส่วนมืออีกข้างนั้นให้ใช้ถูสบู่และล้างตัวให้ลูกน้อย ในระหว่างอาบน้ำ คุณแม่อาจร้องเพลงเบาๆ เพื่อให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย หรือสบตากับลูกน้อยเพื่อให้ลูกรู้สึกอุ่นใจ หรือพูดคุยกับลูกไปด้วย ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยอีกทางหนึ่ง โดยพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ สำหรับช่วง 1 – 2 เดือนแรกนั้น จะเป็นการมองจ้องหน้า สบตา ฟังเสียงคนคุยด้วย และแยกเสียงแม่จากผู้หญิงคนอื่นได้ เป็นต้น  

5. อุ้มลูกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ

เมื่อล้างสบู่ออกเรียบร้อยแล้ว ให้อุ้มลูกขึ้นจากอ่างอาบน้ำให้ไว การอาบน้ำเด็กแรกเกิดไม่ควรอาบน้ำเกิน 5 – 7 นาที เพราะจะทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้ เมื่อขึ้นจากอ่างอาบน้ำให้ห่อตัวลูกน้อยด้วยผ้าขนหนูเพื่อความอบอุ่น และอุ้มลูกไปวางบนเบาะที่รองนอน จากนั้นเช็ดตัวลูกน้อยให้แห้ง โดยเฉพาะตามบริเวณข้อพับต่างๆ  

6. เช็ดทำความสะอาดส่วนอื่นๆ

เตรียมสำลีชุบน้ำต้มสุก เพื่อเช็ดตาให้กับลูกน้อยของเรา ควรใช้สำลีแผ่นใหม่เสมอสำหรับเช็ดดวงตาแต่ละข้าง โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ เช็ดรอบปาก และจมูกให้ทั่วใบหน้าของลูก รวมถึงบริเวณคอ และหลังหู จากนั้นเช็ดสะดือลูกด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ ซึ่งสายสะดือจะค่อยๆ แห้งและหลุดออกภายใน 2 สัปดาห์ รวมถึงการเช็ดอวัยวะเพศของลูกน้อยให้สะอาดด้วยการใช้กระดาษเปียกหรือสำลีแผ่นใหญ่ชุบน้ำต้มสุก (ควรแยกส่วนระหว่างสำลีเช็ดตากับสำลีเช็ดส่วนอื่น ๆ ให้ชัดเจนนะคะ) 

7. แต่งตัวให้ลูกน้อย 

เมื่อเช็ดทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาใส่เสื้อผ้าให้ลูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้ลูกน้อยอย่างโลชั่นหรือเบบี้ออยล์ที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่อเด็กเล็ก หรือ ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกก็ได้ค่ะ จากนั้นใส่ผ้าอ้อมและใส่เสื้อผ้าให้ลูกน้อย ควรเลือกเป็นเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้านุ่มนวล ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน หรือถ้าอากาศเย็นก็ควรใส่เสื้อผ้าหนาขึ้นเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับลูกน้อยค่ะ  

ข้อควรระวังในการอาบน้ำเด็กแรกเกิด

  • ควรอาบน้ำในเวลาสาย ๆ หรือบ่าย ๆ ไม่ควรอาบตอนเช้าตรู่ หรือตอนค่ำเพราะอากาศเย็น อาจทำให้ลูกน้อยไม่สบายได้ 
  • ไม่ควรปล่อยให้ลูกน้อยอยู่เพียงลำพังอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม 
  • ห้ามใช้สบู่ของผู้ใหญ่อาบน้ำเด็กแรกเกิดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้  
  • ห้ามใช้สบู่ทุกชนิดล้างหน้าลูกน้อย แม้ว่าจะเป็นสบู่เด็กก็ตาม เพราะอาจเข้าตาลูกและทำให้แสบระคายเคือง เป็นอันตรายต่อดวงตาได้  
  • เมื่อต้องอาบน้ำเด็กทารก ควรเช็กอุณหภูมิของน้ำก่อนอาบน้ำให้ลูกน้อยทุกครั้ง  
  • ไม่ควรปล่อยให้ลูกหนาวสั่น ควรใช้ผ้าขนหนูห่อตัวขณะสระผม จากนั้นเช็ดผมให้แห้งก่อนพาลูกไปอาบน้ำเป็นลำดับต่อไป  

BabyGift แนะนำตัวช่วยสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด  

1. โต๊ะอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมพับได้ Tub a puff​ – PRINCE & PRINCESS

ตัวช่วยที่ทำให้การอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายขึ้นก็คือ โต๊ะอาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อมพับได้ Tub a puff จากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS ปรับใช้งานได้แบบ 3 in 1 ยืนอาบน้ำให้ลูกน้อยได้สะดวก ไม่ปวดหลัง ดีต่อคุณแม่ผ่าคลอด มีเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมเพื่อใช้สำหรับเช็ดตัวและแต่งตัวให้ลูก แถมยังมีอ่างอาบน้ำตั้งพื้น ใช้งานได้นาน 2 ปี ทั้งนี้ มีสิ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจมาก ๆ ก็คือ หากเช็ดตัวหรืออาบน้ำให้ลูกบนโต๊ะ ควรระมัดระวังลูกพลัดตกจากโต๊ะเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่บนโต๊ะเพียงลำพังอย่างเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้นะคะ

จุดเด่น  

  • วัสดุและโครงสร้างออกแบบได้มาตรฐาน มีผลการทดสอบรับรองความปลอดภัยระดับสากล  
  • โครงอลูมิเนียมแข็งแรง ปลอดภัยมั่นคง  
  • ข้อต่อแข็งแรงพิเศษ รับน้ำหนักได้ถึง 15 กิโลกรัม  
  • พับแล้ววางตั้งได้ พร้อมลากได้ เคลื่อนย้ายสะดวกสบาย ประหยัดพื้นที่  
  • ล้อเข็นมีระบบล็อค ยืนอาบน้ำลูกได้อย่างปลอดภัย  
  • มีช่องวางสบู่ แชมพู และชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำด้านล่าง หยิบใช้ได้สะดวก คุณแม่ไม่ห่างจากตัวลูกน้อย  
  • มีสายยางระบายน้ำทิ้ง สะดวกในการทำความสะอาด  
  • ติดตามพัฒนาการลูกได้ทุกวัน ด้วยเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมพร้อมแถบวัดส่วนสูงลูก 0 – 60 เซนติเมตร  
  • ตากผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าของลูกได้ในตัว เป็นมากกว่าอ่างอาบน้ำลูกน้อย

2. BELLINI SPONGE ฟองน้ำธรรมชาติ รุ่น Honeycomb No.12

ฟองน้ำธรรมชาติจากทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นฟองน้ำเนื้อละเอียดนำเข้าจากประเทศอิตาลี ผ่านการทดสอบจากมหาวิทยาลัยเซียน่า (University of Siena) สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีผิวแพ้ง่าย ซึ่งฟองน้ำแบบ Honeycomb เป็นฟองน้ำธรรมชาติที่สามารถดูดซับ และอุ้มน้ำได้ดี อีกทั้งยังให้สัมผัสที่นุ่มละมุน อาบน้ำลูกน้อยได้อย่างสบายตัว ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เกิดการระคายเคือง  

จุดเด่น  

  • เป็นฟองน้ำธรรมชาติจากทะเลเมติเตอร์เรเนียน 100% 
  • ฟองน้ำมีการซึมซับดีเยี่ยมมากกว่าฟองน้ำสังเคราะห์ และสามารถคลายตัวได้รวดเร็วกว่า 
  • ฟองน้ำมีความนุ่มพิเศษ มีผิวสัมผัสอ่อนโยนเหมาะสำหรับเด็กเล็ก  
  • ฟองน้ำมีความยืดหยุ่น ทนทาน ไม่เปื่อยหรือยุ่ยง่าย สามารถใช้งานได้ยาวนาน 
  • สามารถล้างทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ถ้ามีการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จากสภาพโครงสร้างภายในจากธรรรมชาติที่มีช่องทางการไหลผ่านของน้ำและอากาศต่อเนื่องกัน ปราศจากสารตกค้าง เช่น สบู่ โฟม ภายในฟองน้ำ 
  • ผ่านการทดสอบว่าไม่ระคายเคืองผิวหนัง และได้รับการรับรองจากสถาบันผู้เขี่ยวชาญด้านผิวหนังของมหาวิทยาลัย Siena 
  • ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  
  • สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100% 

3. Soft แปรงสีฟันไฟฟ้า รุ่น Baby Smile 0-3 ขวบ

สำหรับลูกน้อยที่เริ่มมีฟันขึ้นแล้ว อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลสุขอนามัยที่ดีก็คือ แปรงฟันสำหรับเด็ก ซึ่งแปรงสีฟันไฟฟ้าของแบรนด์ Soft รุ่น Baby Smile สามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุ 0 – 3 ขวบ เป็นแปรงสีฟันที่ออกแบบมาเพื่อเด็กเล็กโดยเฉพาะ เพื่อให้ลูกน้อยของเรามีสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง 

จุดเด่น 

  • มีสีสันที่สดใส กระตุ้นให้ลูกน้อยสนุกกับการแปรงฟัน 
  • สั่น 17,000 ครั้งต่อนาที ด้วยระบบโซนิคไม่ทำให้เหงือนร่น 
  • ขนแปรงดูปองท์หนานุ่ม หน้าตัดโค้งเพื่อความนุ่มนวล 
  • ขนาดพอเหมาะกับปากเด็กเล็ก มีไฟ LED สีขาวเพื่อมองเห็นช่องปากได้ชัดเจน 
  • ด้ามแปรงออกแบบมาพิเศษเพือให้เด็กเล็กจับได้ถนัดมือและไม่ลื่น 
  • มี Safety lock สกรูเพิ่มความปลอดภัยกันเด็กเปิดที่ใส่ถ่าน 
  • กันน้ำด้วยมาตรฐาน IPX7 
  • มีถ้วยดูดสูญญากาศด้านล่างแปรง สามารถตั้งวางได้ ลดพื้นที่จัดเก็บและช่วยให้ขนแปรงไม่สัมพัสกับสิ่งสกปรก 
  • ด้ามแปรงรับประกัน 1ปี 

4. แปรงสีฟันซิลิโคน แบบสวมนิ้ว  Finger Toothbrush – PRINCE & PRINCESS 

สำหรับทารกแรกเกิด หรือ เด็กเล็ก ที่ลิ้นเป็นคราบนมสีขาว แนะนำให้ใช้แปรงซิลิโคนทำความสะอาดได้ เพราะขนแปรงนุ่มพิเศษ มาตรฐาน Food Grade ปลอดสาร BPA Free อีกด้วย ทั้งนี้ทันตแพทย์เด็กแนะนำให้ใช้ทำความสะอาดลิ้น เหงือกและฟันของลูกน้อยเป็นประจำเพื่อสุขภาพฟันที่ดีค่ะ 

จุดเด่น 

  • แปรงสีฟันทำจากซิลิโคนคุณภาพสูง Food Grade 
  • ไร้สาร BPA Free ปลอดภัยต่อทารก 
  • ขนแปรงซิลิโคนกลมมน อ่อนนุ่มพิเศษ ไม่ระคายเคืองเหงือกและช่องปาก 
  • ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีรสชาติ ปลอดภัยต่อสุขภาพทารก 
  • ขึ้นรูปแปรงแบบชิ้นเดียว เพื่อความปลอดภัย 
  • ขนาดออกแบบให้เหมาะต่อช่องปากของทารก 
  • ด้านปุ่มนูนสามารถนวดเหงือกทารกได้ ทำให้เหงือกแข็งแรง 
  • มีกล่องเก็บแปรง ป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรก พร้อมพกพาสะดวก 
  • เหมาะสำหรับเด็ก 6 เดือน+ 

เป็นยังไงบ้างคะ วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้นไม่ได้ยากจนเกินไปใช่มั้ยคะ เพียงแต่ว่ามีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายข้อหน่อย ซึ่งถ้าหากอาบน้ำอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ลูกน้อยปลอดภัย สบายตัว และมีสุขอนามัยที่ดี ทั้งนี้ หากลูกโตขึ้น จนสามารถนั่งในอ่างอาบน้ำได้แล้ว อาจเสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำโดยสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำที่ทำให้ลูกน้อยมีความสุข เช่น การเพิ่มของเล่นลอยน้ำอย่างเป็ดลอยน้ำหรือตุ๊กตาลอยน้ำเพื่อเสริมพัฒนาการด้านการหยิบจับ หรือของเล่นเสริมพัฒนาการอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างความสุข สนุกสนานขณะที่ลูกอาบน้ำได้ดี ทำให้ลูกสนุกกับการอาบน้ำและมีสุขอนามัยที่ดีค่ะ 

ถ้าหากต้องการตัวช่วยในการอาบน้ำให้ลูกน้อย สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ร้าน BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก :  https://www.youtube.com/watch?v=0yrgitV9vY8
https://www.babycenter.com/baby/bathing-body-care/when-can-my-baby-go-in-the-shower_1368466

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ความปลอดภัยของลูกน้อยระหว่างการเดินทางเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การติดตั้งคาร์ซีทจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือการสร้างเกราะคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อปกป้องชีวิตและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักในทุกเส้นทาง ทำไมคาร์ซีทถึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามมองข้าม? ร่างกายของเด็กยังไม่เติบโตสมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างกระดูกและต้นคอที่บอบบาง การอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนจึงไม่สามารถต้านทานแรงเหวี่ยงมหาศาลเมื่อเกิดการชนได้ การใช้คาร์ซีทจะช่วยยึดเหนี่ยวร่างกายของเด็กให้ปลอดภัยอยู่กับที่นั่ง ลดความเสี่ยงในการพุ่งออกนอกตัวรถ และป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงที่อวัยวะภายในได้อย่างมีนัยสำคัญ 5 วิธีเลือกซื้อคาร์ซีทให้คุ้มค่าและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลายในท้องตลาด การเฟ้นหาคาร์ซีทที่เหมาะสมที่สุดต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยเน้นทั้งความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานประจำวันดังนี้ 1. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัย น้ำหนัก และส่วนสูงของเด็ก คุณแม่ควรเลือกคาร์ซีทโดยยึดหลักสรีระเป็นสำคัญ แบ่งง่าย ๆ เป็นกลุ่มเด็กแรกเกิดที่ต้องการการปกป้องลำคอเป็นพิเศษ ไปจนถึงกลุ่มเด็กโตที่ต้องการเพียงเบาะเสริมความสูงเพื่อให้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์พาดผ่านตำแหน่งที่ถูกต้อง การเลือกที่พอดีกับตัวเด็กจะช่วยให้ระบบนิรภัยทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด 2. รู้จักระบบติดตั้ง ISOFIX และ ISOFIT เพื่อความมั่นคงสูงสุด การติดตั้งคาร์ซีทด้วยระบบ ISOFIX คือการล็อกเข้ากับจุดยึดเหล็กในรถโดยตรง ช่วยลดความผิดพลาดในการติดตั้งให้เป็นศูนย์ ส่วนระบบ ISOFIT มักใช้ในเด็กโตโดยยึดโครงเบาะไว้และใช้สายเบลท์รถยนต์รัดตัวเด็กอีกชั้น ทั้งสองระบบมอบความมั่นคงที่เหนือกว่าการใช้เพียงสายเบลท์แบบเดิม ๆ อย่างมาก 3. ตรวจสอบป้ายรับรองมาตรฐานความปลอดภัย (ECE R44/04 หรือ R129) ป้ายมาตรฐานสากลคือเครื่องยืนยันความปลอดภัย หากเป็นมาตรฐาน ECE R44/04 จะผ่านการทดสอบการชนหน้าและหลัง แต่ถ้าเป็นมาตรฐานล่าสุดอย่าง […]

การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป การปั๊มนมคืออะไร การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง 7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้ การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น 1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ […]

เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้วขอคารวะให้กับความสตรองของแม่ๆ แต่ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเท่าไหร่กลับยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แถมร่างกายของคุณแม่ช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบเยอะมากๆ คุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลเรื่องท้องเล็ก ช่วง 6 เดือนนี่แหละค่ะ ที่ท้องของคุณแม่ๆ จะเริ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำหนักก็ยังขึ้นพรวดๆ แบบก้าวกระโดด ช่วงนี้คุณแม่จะหิวเป็นพิเศษ แถมยังต้องทานอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมเพราะลูกน้อยของคุณแม่กำลังช่วยใช้พลังงาน ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจจะรู้สึกถึงอาการท้องแข็ง อาการท้องแข็งคือเวลาที่มดลูกของคุณแม่หดตัว ท้องของคุณแม่ก็จะแข็งนูนขึ้นมาค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าไม่ได้เกิดแบบถี่ๆ ติดต่อกัน และเพราะความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะเหล่านี้นี่แหละ ทำให้คุณแม่อาจจะต้องดูแลช่วงครึ่งหลังนี้เป็นพิเศษ เรามาดู 6 เรื่องที่คุณแม่ท้อง 6 เดือนต้องระวังกันค่ะ 1.ความเครียดไม่ใช่เรื่องดี อันที่จริงเรื่องความเครียดก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกๆ แล้วเนอะ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วงนี้คุณแม่จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เกิดความเครียดไม่รู้ตัว เช่น คุณแม่บางคนอาจจะเป็นกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาของตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีอาการปวดชายโครงเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเครียดตามมา หากคุณแม่เกิดอาการเครียดมากๆ แล้ว จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมี ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้จะส่งผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ คุณแม่ที่เครียดมักจะคลอดก่อนกำหนด แถมยังทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อีกด้วย 2.ไม่ใช่เวลาของกิจกรรมผาดโผน ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น การทำกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาจเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ แถมการที่คุณแม่เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วหรือทำอะไรแบบปุปปับ ยังเป็นสาเหตุทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เกิดอาการท้องแข็ง และถ้าเกิดคุณแม่มีอาการท้องแข็งบ่อยๆ เข้าล่ะก็ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดอยู่นะ 3. […]

หลากหลายฟังก์ชั่น ช่วงอายุการใช้งานยาวนาน รองรับเด็กมีความสูง 76 ถึง 150 ซมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย I-size R 129 และการรับรองจากสภาบันชั้นนำ เบาะกว้าง นั่งสบาย นุ่มกว่าที่เคยสัมผัสรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐาน  ECE R44-04และการทดสอบจากสถาบันชั้นนำในยุโรป พกพาสะดวก ติดตั้งง่ายรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44-04 

ท้องมาสามเดือนแต่ยังไม่เห็นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ท้องก็ยังไม่ใหญ่ ลูกก็ยังไม่ดิ้น แถมขึ้นบีทีเอสก็ยังไม่มีคนลุกให้นั่งอีกต่างหาก ถ้าคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่เดือนที่สี่ ห้าและหกให้ดีๆ เลยจ้า บอกก่อนเลยว่าช่วงไตรมาสนี้ นอกจากอารมณ์คุณแม่ๆ จะแปรปรวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงแล้ว เจ้าร่างกายก็น้อยหน้าซะที่ไหน เผลอๆ แปรปรวนหนักกว่าอารมณ์ซะอีก เราลองไปดูกันดีกว่า ว่าช่วงนี้คุณแม่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ลูกได้ดูดนมไปสักพัก หัวนมคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ช่วงก่อนคลอดนี่ร่างกายก็จะเตรียมพร้อมเพื่อลูกน้อย ท่อน้ำนมขยาย ลานนมกว้างขึ้น บางทีอาจจะเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากเต้า แต่อย่าได้ไปบีบหัวนมเลยเชียว เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ ในช่วงไตรมาสนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นเลยอาจจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลงนิดหน่อย ช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะต้องการพลังงานแค่ประมาณ 2,200 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณแม่บางคนอาจจะคิดว่าทานสำหรับสองคน ต้องเอาแคลมาบวกกันรึเปล่า…ไม่ต้องนะ เดี๋ยวน้ำหนักคุณแม่จะพุ่งทะลุเป้าเกินไปซะก่อน เราขอเน้นให้คุณแม่เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่นพวกผักใบเขียว ปลาที่มีโอเมกา 3 โปรตีนจากไก่ อะไรพวกนี้ดีกว่า ส่วนพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายก็ควรจะงดไปก่อนเนอะ เพราะไขมันเยอะมากกกก แถมของทอดๆ ยังอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกคลื่นไส้อีกต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทานยาบำรุงที่คุณหมอให้มา โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะลูกจะแย่งแคลเซียมจากเราไปเยอะมากๆ เพราะงั้นควรจะทานเสริมเข้าไปให้ได้อย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวันนะคะ

คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก 4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้ คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024 Ailebebe รุ่น Kurutto R The First จุดเด่น  การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี  การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น  Ailebebe รุ่น Kurutto R […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event