จุกนมคอแคบ-คอกว้าง ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี?

หากคุณแม่กำลังเลี้ยงลูกอยู่บ้านตลอดเวลา และให้นมแม่แก่ลูกน้อยแบบ 100% อยู่  คงจะยังไม่ต้องหาข้อมูลหรือกังวลกับการเลือกซื้อขวดนมหรือจุกนมให้ลูกมากนักเพราะยังไม่ได้ใช้ แต่เมื่อไรที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน ไปทำธุระข้างนอก หรือต้องให้นมแม่กับลูกด้วยขวดนมแล้ว สิ่งที่ต้องนึกถึงคือการเลือกขวดนมและจุกนมที่จะช่วยให้ลูกกินนมแม่ได้เต็มอิ่ม สบายท้อง ไม่ดูดลมเข้าไปและไม่เสี่ยงต่อการแน่นท้อง หรือร้องโคลิก

และที่สำคัญจุกนมที่เลือกให้ลูกนั้นควรจะมีคุณสมบัติที่คล้ายการดูดจากเต้านมแม่ เพื่อให้ลูกน้อยไม่สับสนระหว่างเต้านมกับขวดนม ยอมกินนมแม่จากขวด และยอมกลับมากินนมแม่จากเต้าคุณแม่ได้เสมอ  เราจึงมาแนะนำให้คุณแม่รู้จักกับจุกนมคอแคบ และจุดนมคอกว้าง เพื่อให้คุณแม่หลายๆ ท่านที่ยังไม่รู้จัก ได้เห็นถึงความแตกต่าง และตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม ถูกใจ ลูกน้อยอิ่มนมได้เต็มที่โดยไม่มีปัญหาสุขภาพมาฝากกัน

ชวนแม่เรียนรู้เรื่องจุกนมลูก

เพราะลูกน้อยวัยทารกจะเคยชินกับการกินนมจากอกคุณแม่  เมื่อต้องมากินนมจากขวดจึงอาจสับสนและมีปัญหา คุณแม่จึงควรพิถีพิถันพิจารณาเลือกใช้จุกนมที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกน้อยดูดนมได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยควรศึกษาเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้  ขนาดของจุกนมที่แตกต่างว่าเหมาะกับลูกวัยไหน  วิธีทำความสะอาดและการเก็บรักษาจุกนมให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานเสมอ

เรื่องน่ารู้ของ ปลายจุกนม เนื่องจากแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะในการใช้งาน นั่นคือ
– ปลายจุกนมเป็นรูวงกลม มักเป็นรูจุกนมที่ช่วยให้น้ำนมไหลได้ง่าย คือแม้ลูกจะไม่ดูด น้ำนมก็ไหลผ่านออกได้จึงเป็นจุกนมที่ช่วยให้ลูกดูดนมง่าย ไม่ต้องใช้แรงเยอะ
– ปลายจุกนมเป็นรูตัว Y (Three-Cut) เป็นจุกนมที่หากไม่ดูดนมจะไม่ไหล ต้องใช้แรงดูดของลูกให้น้ำนมไหลผ่านออกมา (ยกเว้นเป็นจุกนมสำหรับเด็กที่มีภาวะพิเศษดูดนมเองไม่ได้ จะมีการทำให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น)
– ปลายจุกนมเป็นรูกากบาท (Cross-Cut) มักเป็นจุกนมที่ต้องใช้แรงดูดเหมือนรูตัว Y คือหากลูกไม่ดูดนมจะไม่ไหล  น้ำนมจะออกมามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดูดของลูกเอง ช่วยป้องกันอาการสำลักให้ลูกน้อยได้นอกจากนี้รูของปลายจุกนม จะมีขนาดของรูที่เล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับไซส์ของจุกนมนั้นๆ เช่น จุกนมไซส์ L ก็จะมีปลายรูที่ขยายใหญ่หรือกว้างกว่า จุกนมไซส์ m และไซส์ S นั่นเอง

วัสดุที่ใช้ทำจุกนม ปัจจุบันจุกนมสำหรับเด็กส่วนใหญ่จะผลิตมาจาก ซิลิโคน และยาง (พารา) ซึ่งจุกนมซิลิโคนจะมีสีขาวใส มีเนื้อที่แน่น มีความทนทานและคงรูปเดิมได้นาน แม้ผ่านความร้อนหลายครั้งเนื่องจากทนความร้อนได้ดี  ส่วนจุกนมจากยางพารา จะมีสีเหลืองอมน้ำตาล มีความนิ่มและยืดหยุ่นมากกว่า แต่อายุการใช้งานจะสั้น

ขนาดของจุกนม โดยทั่วไปจะมี 3 ขนาด คือ
– Size S หรือ SS เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด จนถึง 3 เดือน
– Size M เหมาะสำหรับลูกน้อยอายุ 3 – 6 เดือน
– Size L เหมาะสำหรับลูกน้อยอายุ 6 เดือนขึ้นไปสาเหตุที่ต้องเลือกขนาดของจุกนมที่มีรูระบายน้ำนมแตกต่าง เนื่องจากลูกทารกจะดูดนมได้ช้าและกินได้ทีละน้อย เพราะกล้ามเนื้อในช่องปากและการดูดกลืนยังไม่แข็งแรง หากรูจุกนมกว้างหรือจุกนมใหญ่เกินไป อาจทำให้ลูกสำลักจนเป็นอันตรายได้ และนอกเหนือจากขนาดจุกนมเหล่านั้นแล้ว ก็ยังมี จุกนมพิเศษ ที่เหมาะกับเด็กที่มีปัญหาการดูดนม เช่น มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ มีโรคหัวใจหรือโรคอื่นๆ ที่ทำให้เด็กไม่มีแรงดูดนม หรือยังดูดนมเองได้ไม่ดีอีกด้วย

รูปร่างของจุกนม
– จุกนมปลายกลมมน เป็นจุกนมที่มักเห็นกันทั่วไป คือมีปลายจุกกลมมน รูปทรงระฆัง
– จุกนมปลายแบนเรียบ มีคอและฐานกว้าง เวลาลูกดูดจะให้ความรู้สึกคล้ายดูดนมจากเต้านมแม่
– จุกนมปลายแหลมแบน เป็นชนิดที่ถูกออกแบบมาให้รองรับเพดานปาก เหงือก และลิ้นของทารก โดยปลายที่แบนออกจะวางตัวพอดีบนลิ้นขณะเด็กดูดนม รวมทั้งจุกนมยังมีลักษณะของคอหรือฐานจุกนมที่แตกต่าง คือมีทั้งแบบคอกว้าง และคอแคบ

จุกนมคอกว้าง คอแคบ ต่างกันอย่างไร?

จุกนมคอกว้าง …ใช้กับขวดนมคอกว้าง

ส่วนใหญ่ใช้กับขวดนมคอกว้างขนาด 4 ออนซ์ สำหรับลูกอายุ 3 – 6 เดือน (ใช้จุกนมไซส์ M) และขนาด 8 ออนซ์ สำหรับลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป  (ใช้จุกนมไซส์ L) แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาทำขนาด 2 ออนซ์(ใช้จุกนมไซส์ S) สำหรับลูกน้อยวัยแรกเกิด -3 เดือนด้วย

ข้อดี :

  • ฐานของจุกนมมีความกว้าง  คล้ายฐาน หรือลานของเต้านมแม่
  • ออกแบบคล้ายนมแม่ ทำให้ลูกใช้วิธีการดูดคล้ายนมแม่  ลูกจึงดูดนมได้อย่างคุ้นเคย
  • ลูกน้อยไม่ต้องกลืนอากาศในขณะดูดนม  ลดปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือลดอาการโคลิก
  • คอจุกนมที่กว้างและมักมีปลายจุกแบนคล้ายเต้านมแม่ กระตุ้นลูกน้อยดูดนมแม่จากขวดได้ราบรื่น ใช้สลับระหว่างขวดนมกับเต้านมแม่ได้ดี    ลูกน้อยไม่สับสนหรือแตกต่างระหว่างดูดนมแม่กับดูดนมจากขวด  ลูกจึงกินนมแม่ที่ปั๊มไว้ได้ง่าย  และยังสะดวกหากต้องการฝึกให้ลูกเปลี่ยนมากินนมผงเมื่อโตขึ้นด้วย
  • น้ำนมไม่หกหรือเปื้อนง่าย เพราะจุกนมคอกว้างลักษณะนี้ ออกแบบมาให้ลูกน้อยต้องใช้แรงดูดหรือยกขวดนมขึ้น น้ำนมจึงจะไหลออกได้
  • ทำความสะอาดง่ายและทั่วถึง เพราะคอจุกนมกว้าง

ข้อเสีย :

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • ต้องใช้คู่กับขวดนมคอกว้างที่มีขนาดขวดที่กว้างและใหญ่ จึงอาจทำให้ลูกถือเองได้ยากและใช้พื้นที่ในการวางหรือเก็บ

จุกนมคอแคบ…ใช้กับขวดนมคอแคบ

จุกนมคอแคบ เป็นจุกที่คุณแม่รู้จักและใช้กันมานาน จะใช้จุกคอแคบนี้กับขวดนมคอแคบซึ่งมักมีอยู่ 3 ขนาด ได้แก่ ใช้จุกนมไซส์ S กับขวดนมขนาด 2 ออนซ์ สำหรับเบบี๋แรกเกิด – 3 เดือน  จุกนมไซส์ M ใช้กับขวดขนาด 4 ออนซ์ สำหรับลูกวัย 3 – 6 เดือน  และจุกนมไซส์ L ใช้กับขวดขนาด 8 ออนซ์ สำหรับลูกวัย 6 เดือนขึ้นไป

ข้อดี :

  • ราคาค่อนข้างถูก  หาซื้อง่าย มีขายอยู่ทั่วไป
  • เริ่มมีการออกแบบให้เหมือนนมแม่ โดยบางรุ่นหรือยี่ห้ออาจมีวาล์วหรือระบบลดการกลืนลมเข้า ป้องกันอาการแน่นท้อง ท้องอืดของลูกน้อยได้
  • ลูกดูดนมได้สะดวก  แม้จะนั่ง หรือนอน ก็ดูดนมได้โดยไม่ต้องยกขวดขึ้น

ข้อเสีย :

  • อาจทำให้ลูกดูดลมหรืออากาศเข้าไปได้ง่าย เสี่ยงต่อการแน่นท้อง ท้องอืด และอาการโคลิก (ยกเว้นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันลูกดูดลม)
  • น้ำนมไหลออกได้ง่าย แค่เอียงขวดนม  จึงทำให้นมหกเลอเทอะง่าย
  • อาจทำให้ลูกสับสนระหว่างการดูดนมขวดกับนมแม่ได้ เพราะใช้วิธีการดูดแตกต่างกัน
  • เพราะจุกนมทำให้ดูดนมง่าย จึงอาจทำให้ลูกน้อยติดจุกนม และไม่ยอมดูดนมจากเต้าคุณแม่อีกต่อไป ทำให้ไม่เกิดการดูดเต้านมเพื่อกระตุ้นน้ำนมแม่ให้มาอย่างต่อเนื่องได้
  • จุกนมคอแคบ ทำความสะอาดยาก ล้างอาจไม่ทั่วถึง

เมื่อคุณแม่รู้แล้วว่าบ้านเราควรจะเลือกจุกนมแบบไหน ก็สามารถดูข้อมูลและเลือกซื้อหากันได้เลย  อย่าลืมดูจุกนมที่มีมาตรฐานความปลอดภัย ใช้วัสดุปลอดสารอันตราย  และเลือกยี่ห้อที่ไว้วางใจได้ เท่านี้ลูกน้อยก็กินนมได้เต็มอิ่มและมีความสุขแน่นอน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย 1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน 2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้ 3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย) 4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ […]

ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้ แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ 1. ฟักทองแกงบวดนมสด ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย 2. แกงหัวปลีใส่ไก่  หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย […]

พอรู้ว่าตั้งท้อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักอยากจะทราบเป็นอันดับแรกก็คือเพศของลูกในท้องใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราตั้งใจจะมาพูดถึงวิธีสนุกๆ ที่ไม่ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีที่อิงความเชื่อล้วนๆ ฮิตกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม่นไม่แม่น ไม่รู้ แต่ก็สนุกดีค่ะ ถือว่าคลายเครียดกันเนอะ (เอ๊ะ หรือจะทำให้เครียดกว่าเดิม?) 9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวิธีเหล่านี้เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณที่ตอนนั้นวิทยาการก็ยังไม่ค่อยจะล้ำสมัยซักเท่าไหร่ ถือว่าทำเอาเล่นๆ ขำๆ ละกันนะคะ ถ้าคุณแม่อยากทราบเพศลูกที่ชัวร์ๆ ก็ลองปรึกษาขอ คุณหมอตรวจโครโมโซมหรือเจาะน้ำคร่ำดูก็ได้ค่ะ เพราะสองวิธีนี้ให้ผลแม่นยำถึง 99.4% เลยล่ะ แม่นยิ่งกว่าการบอกเพศจากการอัลตร้าซาวด์อีกนะ แต่ต่อให้ลูกจะคลอดออกมาเป็นเพศไหน เราก็มั่นใจว่าคุณแม่ทุกท่านจะรักลูกจนหมดหัวใจแน่นอน

 คาร์ซีทหมุนได้ จำเป็นต่อคุณพ่อ คุณแม่อย่างไร คุณพ่อและคุณแม่ทุกคน พยายามและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยเสมอ เพราะลูกน้อยคือแก้วตาดวงใจของคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะดีกว่าไหมถ้าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยยังสร้างความสะดวกสบายสำหรับคุณพ่อและคุณแม่ไปพร้อมกัน การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เหมือนกัน นอกจากจะดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ต่อทั้งกับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในการใช้คาร์ซีท อย่างปัญหาการอุ้มลูกน้อยเวลาขึ้นลงรถ หรือปัญหาที่จอดรถแคบเกินไป ที่ทำให้การอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถลำบาก อาจจะชนกับรถ หรือกำแพง ที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้ง คุณพ่อ คูณแม่ และลูกน้อยได้ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณพ่อ และคุณแม่เลือกใช้คาร์ซีทแบบ Convertible Carseat คาร์ซีทหมุนได้ 2 ทิศทาง หรือคาร์ซีทที่หมุนได้ 360 องศา ที่นอกจากปกป้องลูกน้อยได้แล้ว ยังเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้คาร์ซีทหมุนได้ยังมีข้อดีอีกมากมาย ทาง Baby Gift จึงขอพา คุณพ่อ คุณแม่ มาเข้าใจถึงข้อดีของคาร์ซีทหมุนได้กันค่ะ ข้อดีของการใช้ คาร์ซีทหมุนได้ 1. คุณพ่อ และคุณแม่ สะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถ อย่างที่บอกไปในตอนต้น ปัญหาที่จอดรถหายากและแคบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่คนใช้รถ ใช้ถนน ต้องได้พบเจอ และในกรณีคุณพ่อ คุณแม่ ที่ต้องการพาลูกน้อย […]

ด้วยนวัตกรรมที่ถูกวิจัยและคิดค้นโดยกุมารแพทย์จากญี่ปุ่น จึงทำให้มี 10 คุณสมบัติพิเศษ จากรถเข็นเด็ก Aprica นี้ ที่ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ ว่าลูกน้อยปลอดภัยตลอดการเดินทางแน่นอนค่ะ Sofa Cushion ที่สุดของความนุ่มสบายด้วยนวัตกรรมใหม่ ยกโซฟามาไว้ในรถเข็นเด็ก ช่วยรองรับแรงกระแทก เข็นได้กับทุกพื้นผิวให้ลูกน้อยเพลดเพลินนุ่มสบายในทุกการเดินทาง Double Shock ลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกได้ถึง 2 จุด ใต้ที่นั่ง และที่ล้อ Ergonomic Design ที่รองรับการเจริญเติบโต 3 ช่วงวัย ได้อย่างลงตัว Multi-Shockless โครงสร้างแบบลดรอยต่อ โครงสร้างของรถเข็นเด็กถูกเชื่อมต่อส่วนต่างๆเป็นชิ้นเดียวกัน จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการสั่นสะเทือนได้ดี แม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน Double Thermo System ลดความอับชื้นแบบ Double ลูกน้อยรู้สึกปลอดโปร่ง สบายตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เหมาะสมด้วยฉนวนกับความร้อนพิเศษ ช่วยสะท้อนความร้อนจากพื้นพร้อมช่องระบายอากาศที่ด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนได้ดี ลดความร้อนสะสมบริเวณหลังของลูกน้อย ให้ความรู้สึกสบายตัว เบาะรองนอนทรงนาฬิกาทราย เหมาะกับสรีระของลูกน้อยวัยแรกเกิด เพราะเด็กทารกจะนอนในท่ากางแขนกางขา เบาะรองนอนทรง WM สามารถรับสรีระได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้เคลื่อนไหวขยับแขนขาได้อย่างเป้นธรรมชาติ High Seat […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event