เตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน ให้พร้อมก่อนคลอด ต้องมีอะไรบ้าง?
ห้องนอนเด็กอ่อน เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ หากกำลังวางแผนที่จะมีลูกน้อย หรือบางครอบครัวคุณแม่อาจกำลังตั้งครรภ์ และเตรียมพร้อมที่จะจัดบ้าน จัดห้องนอนเพื่อต้อนรับลูกน้อย เพราะห้องนอนที่ดีของลูกน้อยวัยทารกจะส่งผลต่อทั้งสุขภาพ พัฒนาการและอารมณ์จิตใจในอนาคต
ด้วยเพราะลูกน้อยทารกต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน และการนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้โกร๊ธฮอร์โมน หรือฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโตหลั่งเต็มที่ ทำให้ลูกเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งหากลูกน้อยนอนหลับไม่เต็มที่ หรือมีสิ่งต่างๆ รบกวนเวลานอน ทำให้นอนไม่เพียงพอ ลูกจะงอแง หงุดหงิดง่าย เติบโตได้ไม่ดี แถมยังส่งผลต่ออารมณ์จิตใจ ทำให้เป็นเด็กเลี้ยงยากและอารมณ์ไม่ดี ยิ่งหากห้องนอนไม่มีการเตรียมพร้อมป้องกันอุบัติเหตุไว้อย่างดี ลูกก็อาจจะมีอันตรายในขณะนอนจนถึงชีวิตได้อีกด้วย
ฉะนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องนอนให้ลูกทารก จึงเป็นเรื่องที่ทุกบ้านต้องพิถีพิถันใส่ใจ ควรเลือกซื้อ จัดวางและเตรียมพร้อมให้ลูกในแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย จะดีที่สุด

5 เรื่องต้องคิด ก่อนเตรียม ห้องนอนเด็กอ่อน
ก่อนเลือกซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ในห้องเด็กอ่อนให้ลูกน้อย มีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาเป็นสำคัญนั่นคือ การเลือกห้องนอนให้ลูก ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับ 5 เรื่อง นั่นคือ
- ห้องต้องมีพื้นที่กว้างเหมาะสม เพื่อให้สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์เช่น เตียง เปล และชั้นวางของได้สะดวก ไม่คับแคบจนทำให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปแล้วดูแลลูกลำบาก สามารถจัดวางของต่างๆ ได้ในระยะห่างกันพอดี ไม่อยู่ใกล้จนลูกโตแล้วเอื้อมมาคว้าหยิบจับจนสิ่งต่างๆ หล่น โค่นล้มจนเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ห้องนอนลูก ควรอยู่ใกล้ห้องคุณพ่อคุณแม่ หรือใกล้กับห้องนั่งเล่นของบ้าน เพื่อให้ทุกคนที่ใกล้ชิดสามารถเข้ามาช่วยเหลือและดูแลลูกน้อยได้ง่ายและเข้าออกได้สะดวก
- ควรเป็นห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ และปรับได้ โดยควรเป็นห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอให้คุณพ่อคุณแม่ได้มองเห็นและดูแลลูกได้ชัดเจน จะได้รู้ว่าลูกทำอะไร และสามารถหยิบจับของใช้ได้ไม่ผิดพลาด นอกจากนี้ควรมีม่านหรือมูลี่ไว้บังแดดหรือแสงที่ส่องมาด้วย เพื่อจะไม่ให้แสงนั้นแยงตาลูกน้อยเวลานอน ส่วนในเวลากลางคืนเมื่อลูกหลับ อาจจะต้องมีการใช้ดวงไฟอ่อนๆไว้ด้วย เผื่อกรณีคุณพ่อคุณแม่ติดกล้องวงจรปิดหรือเบบี้มอนิเตอร์เอาไว้ดูลูกน้อยนอนได้นั่นเอง
- เป็นห้องที่ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีเสียงดัง และสิ่งแวดล้อมใกล้ๆ ห้องนอนลูก ควรจะมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่ใกล้กับห้องครัว เพื่อไม่ให้มีเสียงทำครัวหรือกลิ่นอาหารเข้ามาได้ ไม่ใกล้ที่มีคนพลุกพล่านหรือใกล้ที่จอดรถและห้องที่มีเสียงดัง
- มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ใกล้ถนน ห้องนอนของลูกน้อยควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ควรอยู่ใกล้ถนน ใกล้ที่จอดรถ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง สารพิษ หรือควันรถยนต์เข้ามาในห้องนอนของลูก หากกรณีจำเป็นต้องใช้ห้องนอนที่ใกล้สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ควรต้องปิดห้องให้มิดชิด และมีเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์ช่วยฟอกอากาศ เพื่อป้องกันฝุ่นและเชื้อโรค
- ห้องนอนควรมีประตูปิดมิดชิด พื้นเรียบและไม่ลื่น ไม่เปิดง่าย จนทำให้เด็กโตหรือสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้ง่าย รวมทั้งพื้นห้องควรจะเรียบไม่ขรุขระ สะอาด และปลอดภัยไม่ลื่นง่ายเกินไป เพื่อให้คุณแม่สามารถอุ้มลูกเดิน หรือเข้าออกได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง
Checklist ห้องนอนเด็กอ่อน ต้องมีอะไรบ้าง

เตียงนอน
ควรเป็นเตียงนอนที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งเตียงนอนเด็กอ่อน ควรเป็นเตียงที่มีความมั่นคงแข็งแรง และเป็นเตียงใหญ่พอที่จะใช้สำหรับให้ลูกเวลาโตได้อีกระยะหนึ่ง เตียงไม่มีมุมหรือเหลี่ยมแหลมคมที่เป็นอันตราย หากเป็นเตียงที่มีซี่กรง ควรมีความถี่ของซี่กรงรอบเตียงหรือราวกันตกห่างกันไม่เกิน 6 ซม. ไม่ควรใช้เตียง 2 ชั้นในเด็กเล็ก เพราะยังช่วยตัวเองไม่ได้ จึงอาจจะพลัดตกลงมาจนเป็นอันตรายได้

อุปกรณ์เครื่องนอน
นอกจากเตียงแล้ว ควรเตรียมเครื่องนอน เช่น ฟูก เบาะนอนสำหรับลูกน้อยให้พอดีกับเตียงนอน รวมถึงควรมี หมอนที่ต้องไม่อ่อนนุ่มหรือใหญ่เกินไป เพราะอาจกดทับใบหน้าและจมูกของลูกได้ ควรมีมุ้งครอบเตียงเพื่อป้องกันยุงและแมลงด้วย
ที่นอน ต้องเป็นฟูกที่นุ่มแต่ไม่นิ่มจนอ่อนยวบ เพราะลูกอาจจะจมไปกับที่นอนจนหายใจไม่ออกได้ ผ้าปูที่นอนและฟูกต้องเรียบตึง ไม่หลุดง่าย ผ้าปูที่นอนและเครื่องนอน ควรเป็นผ้าใยธรรมชาติที่ผิวสัมผัสนุ่ม ไม่ระคายเคืองผิวลูกน้อย และไม่ควรมีตุ๊กตา หรือของเล่นอยู่บนฟูกด้วย

Play Pen, Play Yard หรือเปลไกวไฟฟ้า เปลโยก ซึ่งมีที่เปลี่ยนผ้าอ้อม
คุณพ่อคุณแม่อาจเตรียมเพลเพน ที่ด้านบนสามารถปรับเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกได้ หรือจะใช้เพลเลนนี้ไว้สำหรับเปลี่ยนที่ให้ลูกนอนเล่น นั่งเล่นได้อย่างปลอดภัย กรณีต้องทำความสะอาดหรือเปลี่ยนผ้าปูเตียงนอนหรืออื่นๆ นอกจากนี้เปลไกวไฟฟ้า หรือเปลไกวอัตโนมัติ จะช่วยโยกไกวเพื่อกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ ช่วยแบ่งเบาภาระคุณแม่ในการอุ้มกล่อมลูกนอนได้อีกด้วย

ตู้เสื้อผ้าเด็ก ตู้อเนกประสงค์
หรือชั้นวางอุปกรณ์ของใช้ ที่ช่วยสำหรับจัดเก็บเสื้อผ้า ผ้าอ้อมและของใช้ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อยได้พร้อมกันทั้งหมด เพื่อให้คุณแม่ได้หยิบจับนำเสื้อผ้า ผ้าอ้อมผ้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป หรือเครื่องใช้ของลูก แยกประเภทต่างๆ ได้เป็นระเบียบ และนำมาใช้ได้ง่าย โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ เลือกที่มีขนาดพอเหมาะไม่สูงเกินไป ทำให้คุณแม่ต้องเอื้อมหยิบของใช้ การติดตั้งต้องยึดกับผนังให้แข็งแรง ไม่โยกหรือเอนจนล้มลงมาทับเตียงลูก หรือทับคุณแม่ได้ ตู้ต้องสามารถรองรับน้ำหนักของใช้ต่างๆ ได้ดี

คอกกั้นเด็ก
กรณีมีเผื่อไว้สำหรับให้ลูกน้อยที่เริ่มคืบคลาน และสามารถใช้ได้ไปจนลูกน้อยเกาะยืน เริ่มเดิน หรือเดินแล้ว เพื่อไว้จัดเป็นโซนสำหรับนอนหรือนั่งเล่น เล่นของเล่นอยู่ในบริเวณนั้น ให้ลูกมีพื้นที่เคลื่อนไหวได้อิสระ เสริมสร้างพัฒนากล้ามเนื้อและการเรียนรู้ให้ลูกน้อยได้พร้อมกัน ทั้งยังจำกัดพื้นที่ให้ลูกอยู่ในโซนที่ปลอดภัยอีกด้วย

Play Mat เสื่อหรืออุปกรณ์ปูพื้นสำหรับเด็กเล็ก
ไว้ใช้สำหรับปูไว้ในบริเวณที่นั่งหรือนอนเล่นของลูกน้อย ปูในคอกกั้นเด็ก ให้เป็นพื้นที่เล่นอิสระอย่างมีความสุขและปลอดภัยของลูกน้อย

เบบี้มอนิเตอร์ (Baby Monitor) กล้องสำหรับดูลูกน้อยแบบไร้สาย
- ตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลลูกยามลูกน้อยนอนหลับ หรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ต้องไปทำธุระส่วนตัว รวมถึงกรณีที่ต้องให้พี่เลี้ยงหรือคนอื่นดูแลลูกน้อย
- เบบี้มอนิเตอร์นิยมใช้กันมากในบ้านที่มีลูกเล็กเบบี๋ โดยเฉพาะในห้องนอนของเด็กอ่อน
- สามารถดูลูกน้อยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญยังใช้ง่าย ดูได้ทุกที่ เพราะสามารถต่อแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
- มีทั้งกล้องแบบที่สามารถเห็นภาพและเสียงด้วยระบบ AI บันทึกภาพเป็นไฟล์วิดีโอย้อนหลังได้
- สามารถนำกล้องไปติดไว้ในที่ต่างๆ ได้หลากหลาย ทั้งตั้งบนผนัง บนเฟอร์นิเจอร์ หรือซ่อนไว้มุมต่างๆ เพื่อดูลูกน้อยได้
- ในกล้องบางรุ่น ยังสามารถตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่นละอองได้อีกด้วย
กล้องดูลูกน้อยแบบไร้สายเหล่านี้ ถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่สำคัญประจำบ้านยุคใหม่ ที่ใช้ดูความเคลื่อนไหวของลูกผ่านแอปพลิเคชั่นบนหน้าจอมือถือ ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกน้อยได้อย่างใกล้ชิด เหมือนดูแลลูกด้วยตัวเอง ใช้ดูแลความปลอดภัยได้ทั้งกับลูกน้อย คนในครอบครัว สัตว์ สิ่งของภายในบ้านได้พร้อมกัน

เก้าอี้ให้นม หรือเก้านั่งคุณแม่
อาจเลือกซื้อไว้ใช้ในห้องนอนของลูกสัก 1 ตัว เพื่อไว้ให้คุณแม่สามารถนั่งให้นมลูกน้อยได้สะดวก ก่อนที่จะพาลูกน้อยเข้าเตียงนอน ช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องไปนั่งให้นมลูกที่โซฟา หรือนอกห้องนอนลูกน้อย เวลาลูกหิว ง่วง หรือใกล้เวลานอนก็ให้นมลูกน้อยได้สะดวกทันที

อุปกรณ์ของใช้ลูกน้อย
ที่จำเป็นในห้อง เช่น เสื้อผ้าของลูก โมบายของเล่น ที่ตัดเล็บ ตะกร้าใส่ผ้าอ้อม กล่องเก็บของเล่นไม่ให้เกะกะ ผ้าอ้อม อุปกรณ์ให้นม ตะกร้าผ้าที่ใช้แล้ว ถังขยะ เป็นต้น
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น
การเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดีเริ่มต้นจากการให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่การที่ลูกไม่ยอมกินข้าวเป็นปัญหาที่แม่หลายคนต้องพบเจอ แม้ว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กในวัยทารกหรือวัยเด็กเล็ก แต่หากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและสุขภาพของลูกในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีจัดการลูกไม่ยอมกินข้าวที่ได้ผลจริงมาฝากค่ะ 1. สร้างสภาพแวดล้อมในการทานอาหารที่ดี บรรยากาศการทานอาหารที่ดีช่วยให้ลูกอยากทานมากขึ้น คุณแม่ควรสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและไม่กดดันขณะทานอาหาร เช่น การทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว หรือการตั้งโต๊ะอาหารที่มีสีสันและดูน่าสนใจ เคล็ดลับ: 2. ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกอาหาร เด็กมักจะรู้สึกสนุกและมีความภาคภูมิใจเมื่อได้เลือกหรือช่วยเตรียมอาหารเอง คุณแม่สามารถให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือกเมนูอาหารหรือการจัดเตรียมอาหารบางอย่าง เพื่อให้พวกเขารู้สึกว่าการทานอาหารเป็นเรื่องสนุกและไม่น่าเบื่อ เคล็ดลับ: 3. หลีกเลี่ยงการบังคับให้กินอาหาร การบังคับให้ลูกทานอาหารอาจทำให้ลูกเกิดความเครียดและต่อต้านการทานอาหารมากขึ้น การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาหารจะช่วยให้ลูกมีทัศนคติที่ดีต่อการทานอาหาร เคล็ดลับ: 4. เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย เด็กมักเบื่ออาหารที่ซ้ำซาก ดังนั้นคุณแม่ควรเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายและน่าสนใจ เช่น การทำอาหารในรูปแบบต่างๆ หรือการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ เข้าไปในอาหาร เคล็ดลับ: 5. ไม่เสิร์ฟของหวานก่อนมื้ออาหาร การเสิร์ฟของหวานหรือขนมก่อนมื้ออาหารจะทำให้ลูกอิ่มท้องก่อนและไม่อยากทานข้าว ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการให้ขนมก่อนมื้ออาหาร เคล็ดลับ: 6. ทานอาหารร่วมกับลูก การทานอาหารร่วมกับลูกจะช่วยให้ลูกเห็นแบบอย่างในการทานอาหารที่ดี และทำให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วมในการทานอาหารด้วยกัน เคล็ดลับ: 7. ควบคุมเวลาการทานอาหาร การมีเวลาทานอาหารที่ชัดเจนจะช่วยให้ลูกสร้างนิสัยการทานอาหารที่ดี ไม่ทานอาหารระหว่างมื้อซึ่งอาจทำให้ลูกไม่หิวเวลาทานข้าว เคล็ดลับ: 8. ให้รางวัลเมื่อทานอาหารเสร็จ การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วเป็นวิธีหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ลูกทานอาหารอย่างเต็มใจ โดยรางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นขนมหรือของหวานเสมอไป […]
ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้ ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ […]
ด้วยนวัตกรรมที่ถูกวิจัยและคิดค้นโดยกุมารแพทย์จากญี่ปุ่น จึงทำให้มี 10 คุณสมบัติพิเศษ จากรถเข็นเด็ก Aprica นี้ ที่ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ ว่าลูกน้อยปลอดภัยตลอดการเดินทางแน่นอนค่ะ Sofa Cushion ที่สุดของความนุ่มสบายด้วยนวัตกรรมใหม่ ยกโซฟามาไว้ในรถเข็นเด็ก ช่วยรองรับแรงกระแทก เข็นได้กับทุกพื้นผิวให้ลูกน้อยเพลดเพลินนุ่มสบายในทุกการเดินทาง Double Shock ลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกได้ถึง 2 จุด ใต้ที่นั่ง และที่ล้อ Ergonomic Design ที่รองรับการเจริญเติบโต 3 ช่วงวัย ได้อย่างลงตัว Multi-Shockless โครงสร้างแบบลดรอยต่อ โครงสร้างของรถเข็นเด็กถูกเชื่อมต่อส่วนต่างๆเป็นชิ้นเดียวกัน จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการสั่นสะเทือนได้ดี แม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน Double Thermo System ลดความอับชื้นแบบ Double ลูกน้อยรู้สึกปลอดโปร่ง สบายตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เหมาะสมด้วยฉนวนกับความร้อนพิเศษ ช่วยสะท้อนความร้อนจากพื้นพร้อมช่องระบายอากาศที่ด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนได้ดี ลดความร้อนสะสมบริเวณหลังของลูกน้อย ให้ความรู้สึกสบายตัว เบาะรองนอนทรงนาฬิกาทราย เหมาะกับสรีระของลูกน้อยวัยแรกเกิด เพราะเด็กทารกจะนอนในท่ากางแขนกางขา เบาะรองนอนทรง WM สามารถรับสรีระได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้เคลื่อนไหวขยับแขนขาได้อย่างเป้นธรรมชาติ High Seat […]
คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อย และต้องใช้ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยที่สามารถรัดเข็มขัดนิรภัยขณะนั่งรถได้อย่างปลอดภัย และคาร์ซีทเองก็มีอยู่หลายแบบ หลายยี่ห้อ และหลายราคาเช่นกัน ซึ่งคาร์ซีทที่เป็นของใหม่นั้น คุณพ่อคุณแม่บางท่านก็อาจจะมองว่ามีราคาสูงเกินไป และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ก็เลยมองหาคาร์ซีทมือสองที่มีราคาย่อมเยากว่า โดยเฉพาะคาร์ซีทแบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่นแบบมือสองที่มีราคาย่อมเยากว่าของใหม่มาก และดูจากสภาพภายนอกก็ยังมีความใหม่ ไม่เก่า และน่าใช้ แต่ความจริงแล้ว เราควรใช้คาร์ซีทแบบมือสองหรือเปล่า ? จะเลือกอย่างไร ? คุณภาพจะดีหรือไม่ ต้องพิจารณาอย่างไร มาอ่านเพิ่มเติมกันเลยค่ะ ควรซื้อไหม คาร์ซีทมือสอง ? แชร์สิ่งต้องรู้ก่อนซื้อคาร์ซีทแบบมือสอง ในบทความนี้กัน ! เคยสงสัยกันมั้ยคะว่า ทำไมคาร์ซีทแบรนด์ดังนำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งหลายที่ขายกันตามท้องตลาดในราคาสองสามหมื่นบาทนั้น เมื่อเป็นคาร์ซีทมือสองก็ยังคงมีสภาพเยี่ยมเหมือนใหม่แถมยังดูน่าใช้ ที่สำคัญคือขายกันในราคาแค่ไม่กี่พันบาทเท่านั้น เรียกได้ว่าทั้งสภาพ และราคาดูมีความน่าสนใจ ดูมีความคุ้มค่ามากๆ จนหลายคนอยากซื้อมาใช้ให้ลูกนั่งกันเลยทีเดียว แต่ความจริงก็คือ คาร์ซีทมือสองญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นเค้าไม่ใช้กันแล้ว เรียกง่ายๆ ก็คือ เป็นของที่เค้าเอาทิ้งกันแล้วนั่นเอง แต่ด้วยเทคนิคการทำความสะอาดขั้นเทพของคนญี่ปุ่นที่ไม่ว่าของจะเก่า เลอะเทอะ เปรอะเปื้อนแค่ไหน ไม่ว่าจะมีคราบเลือด คราบอาเจียน มีเชื้อรา มีกลิ่นเหม็นจากปัสสาวะเด็ก หรือมีคราบสิ่งสกปรกอื่นๆ หรือสีซีดจางขนาดไหนก็สามารถนำมาทำความสะอาดให้ดูเหมือนใหม่ได้ ทำให้คาร์ซีทที่ถูกใช้มานานหลายปียังดูสะอาดและสวยสภาพดีไม่ต่างจากของใหม่นั่นเองค่ะ และถ้าเป็นแบบนี้ะถ้าเป็นแบบนี้ คาร์ซีทมือสอง ปลอดภัยจริงหรือ ? ควรซื้อมาใช้หรือไม่ เรามาดูกันต่อเลยค่ะ ในขั้นตอนการทำความสะอาดคาร์ซีทที่สกปรกมากๆ […]
คุณแม่ยุคใหม่หลายๆ ท่านอาจจะรู้จัก วิธีการให้อาหารเสริมลูกน้อยแบบ Baby Led Weaning หรือการ กินแบบ BLW กันบ้างแล้ว เพราะเป็นวิธีการที่หลายบ้านเริ่มนิยมใช้ เนื่องจากเป็นการฝึกลูกกินอาหารเสริมด้วยตัวเองตั้งแต่มื้อแรก ในแบบที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องป้อน และไม่ต้องบดหรือปั่นอาหารให้ลูกน้อย ที่สำคัญคือการให้ลูกกินอาหารเสริมด้วยวิธีนี้ ยังมีข้อดีหลายอย่าง เพราะเป็นการฝึกให้ลูกได้ใช้พัฒนาการทั้งด้านกล้ามเนื้อ สายตา ได้เรียนรู้รสชาติอาหารที่แตกต่าง และเป็นการฝึกพื้นฐานการช่วยเหลือตัวเองเพื่อพัฒนาให้ลูกสามารถทำอะไรได้เองเก่งขึ้นในอนาคต กินแบบ BLW มีขั้นตอนอย่างไร? วิธีการ กินแบบ BLW มีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ ซึ่งการให้ลูกกินด้วยวิธีการแบบนี้ จะช่วยให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกรักมีความสุขกับมื้ออาหารของลูกมากขึ้น เพราะไม่ต้องเหนื่อยเดินป้อนข้าวลูก ลูกน้อยเองก็รู้สึกสนุก เพลิดเพลินกับการได้หยิบจับอาหารเข้าปาก ทำให้การ กินแบบ BLW เป็นที่นิยมกันในครอบครัวต่างประเทศ และนิยมในเมืองไทยบ้านเรามากขึ้น แต่การจะเริ่มให้ลูกกิน BLW จะต้องมีการเตรียมพร้อมก่อนให้มื้อแรก และคุณแม่ต้องเรียนรู้ข้อจำกัดและข้อควรระวังหลายๆ อย่าง ดังนั้นไปดูกันว่ามีอะไรที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันใส่ใจบ้าง แม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อเริ่มให้ลูก กินแบบ BLW แม้จะดูเหมือนการให้อาหารเสริมลูกด้วยวิธีการ BLW นี้ จะไม่ได้ยุ่งยากนัก แต่ก็มีเรื่องสำคัญต่างๆ ที่คุณแม่จะต้องใส่ใจและพิถีพิถันเลือกให้ลูกน้อย เพื่อความปลอดภัย และให้อาหารลูกในแบบ BLW ได้สำเร็จ […]
