เครื่องปั๊มนม จำเป็นไหม? ควรซื้อเมื่อไหร่ดี?

น้ำนมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และยูนิเซฟ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการให้นมแม่ทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด  และควรให้นมแม่แก่ลูกน้อยเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตลอดจนให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารเสริมที่มีคุณค่า ปลอดภัยและเหมาะกับอายุ ตั้งแต่เดือนที่ 6 ไปจนถึงลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่า หรือนานที่สุดตราบเท่าที่ลูกและแม่ยังมีความต้องการนมแม่อยู่

ด้วยเพราะนมแม่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเพื่อพัฒนาลูกทุกด้านทั้งด้านสมอง ความฉลาด การเจริญเติบโต อารมณ์จิตใจ แถมการให้นมแม่ยังช่วยให้ครอบครัวประหยัด  นมแม่สะอาด และสะดวกในการเลี้ยงลูกน้อย ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกคนตั้งใจที่จะให้นมแม่หลังคลอดทันที  ตลอดจนมองหาอุปกรณ์ช่วยในการให้นมแม่ได้สำเร็จ เพื่อให้ลูกรักได้ประโยชน์จากนมแม่อย่างเต็มที่และยาวนาน

“ เครื่องปั๊มนม ”  ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่ยุคใหม่ให้นมแม่ได้สะดวกมากขึ้น  และเป็นตัวช่วยสำคัญในการปั๊มนมเพื่อทำสต๊อกนมแม่ไว้ในยามที่ต้องไปทำงาน  ทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านต้องซื้อเป็นของใช้ประจำตัว

แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านมีคำถามว่าเครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นหรือไม่? เพราะลูกน้อยทารกสามารถดูดนมจากเต้าคุณแม่ได้   เราจึงมาชี้ให้เห็นถึงข้อดีของเครื่องปั๊มนมว่ามีความจำเป็นหรือช่วยคุณแม่ได้แค่ไหน พร้อมคำแนะนำว่าคุณแม่ควรซื้อเมื่อไร จึงจะใช้งานได้ดีและคุ้มค่าที่สุด

เครื่องปั๊มนม ช่วยแม่ให้นมลูกได้อย่างไรบ้าง?

  1. กระตุ้นให้น้ำนมแม่มีต่อเนื่อง ในยามที่ลูกไม่ได้ดูดกระตุ้น หรือต้องออกไปข้างนอก  เพราะกระบวนการสร้างน้ำนมแม่ในร่างกาย จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นให้ระบายออกและผลิตใหม่ หมุนเวียนกันไปอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหากคุณแม่ไม่ได้ให้ลูกดูดนม หรือปั๊มนมเพื่อกระตุ้นและระบายน้ำนมออกทุกๆ  2-3 ชั่วโมงสม่ำเสมอ  น้ำนมแม่ก็จะผลิตน้อยลง จนหดหายไป ลูกก็จะไม่ได้กินนมแม่เต็มที่และยาวนาน
  2. ช่วยกระตุ้นเพิ่มปริมาณน้ำนมแม่ ให้มีมากเพียงพอต่อลูกน้อย การให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าเป็นการกระตุ้นน้ำนม และช่วยสร้างน้ำนมได้ดีที่สุด แต่การใช้เครื่องปั๊มนมจะยิ่งช่วยกระตุ้นเสริ ม ให้ร่างกายคุณแม่มีการสร้างน้ำนมมาชดเชยเพิ่มมากขึ้น เช่นหลังจากให้ลูกดูดนมแม่จากเต้าเสร็จแล้ว อาจปั๊มนมต่ออีกนิด หรือปั๊มนมจากเต้านมอีกข้าง  หรือให้ลูกน้อยดูดนมจากเต้า สลับกับการใช้เครื่องปั๊มนม และปั๊มนมอย่างมีวินัย จะยิ่งทำให้น้ำนมแม่มามาก และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อยเสมอ
  3. เป็นตัวช่วยสร้างวินัยในการให้นมแม่  เนื่องจากการให้นมแม่ได้สำเร็จตั้งแต่หลังคลอด และให้นมแม่ได้นานที่สุด คุณแม่จำเป็นต้องให้ลูกน้อยดูดนมแม่เพื่อกระตุ้นและระบายน้ำนมออกจากเต้าสม่ำเสมอ โดยไม่ควรทิ้งช่วงไว้นาน  แม้ลูกจะหลับยังต้องปลุกมาเพื่อดูดนมแม่กระตุ้นทุก 2-3 ชั่วโมง แต่หากคุณแม่มีเครื่องปั๊มนม จะทำให้คุณแม่ปั๊มนมได้สม่ำเสมอ  กระตุ้นและระบายน้ำนมออกจากเต้าได้ตามเวลาที่ต้องการ หรือทำได้ทันทีเมื่อเต้านมคัด  แม้เวลาที่ลูกหลับ
  4. ช่วยให้คุณแม่ทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้  ไม่ต้องซื้อหานมใดๆ เสริม เพราะคุณแม่จะสามารถปั๊มนม เก็บน้ำนมแม่ แช่ตู้เย็น หรือตู้แช่แข็งไว้ให้ลูกกินได้ เมื่อต้องไปไปธุระนอกบ้าน  หรือเมื่อต้องกลับไปทำงานหลังคลอด ทำให้ลูกได้กินนมแม่ต่อเนื่องยาวนาน สม่ำเสมอ  โดยไม่จำเป็นต้องใช้นมผสมเสริม  ลูกน้อยจึงได้คุณค่าสารอาหารเต็มที่ พร้อมๆ กับครอบครัวได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วย 
  5. แบ่งเบาภาระคุณแม่  เวลาเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เมื่อต้องให้นมลูกตอนกลางคืน หรือในช่วงที่ต้องการพักผ่อน  การใช้เครื่องปั๊มนมเพื่อปั๊มนมแม่เก็บไว้ล่วงหน้า จะทำให้คุณแม่ลดความอ่อนล้า ในการอดนอน หรือความเมื่อยเนื้อตัว เมื่อต้องอยู่ในท่าให้นมนานๆ ได้
  6. เพิ่มความมั่นใจ ว่าจะให้นมแม่ได้นานที่สุด เพราะเครื่องปั๊มนมจะอยู่คู่กายคุณแม่ ช่วยปั๊ม ช่วยกระตุ้น และช่วยทำสต๊อกนมแม่ให้คุณแม่ให้นมลูกได้สำเร็จและยาวนานที่สุด ตามที่ตั้งใจไว้  ยิ่งให้ลูกดูดเต้านมสลับกับการปั๊มนมได้สม่ำเสมอเท่าไร  ลูกรักก็จะได้คุณค่าจากนมแม่เพื่อภูมิต้านทาน พัฒนาการสมองและเติบโตได้นานไปจนโต  เพราะคุณแม่บางท่าน สามารถปั๊มนาทำสต๊อกนมแม่ และให้นมแม่กับลูกได้ไปจนถึงวัยอนุบาลเลยทีเดียว
  7. ใช้ได้คุ้มค่า และยาวนาน  นอกจากเครื่องปั๊มนมจะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ ในแบบที่ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อนมอื่นใด มาเสริมให้ลูกน้อยแล้ว เครื่องปั๊มนมส่วนใหญ่จะใช้งานได้ยาวนานคุ้มค่า หากคุณแม่เลือกซื้อที่ผลิตมาได้มาตรฐาน  มีความคงทน  ดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ใช้ถูกวิธี  อาจต้องมีเปลี่ยนอะไหล่หรือชิ้นส่วนบ้างตามกาลเวลาหรือความเหมาะสม แต่ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า  เพราะซื้อเครื่องปั๊มนมแม่แค่ 1 ชิ้น แต่จะมีนมแม่ให้ลูกกินไปจนโต

เครื่องปั๊มนมได้ เลือกซื้อได้ตามทรัพย์และสไตล์ครอบครัว

สำหรับบางบ้านที่คุณแม่สะดวกและมีเวลาเต็มที่เพื่อให้ลูกน้อยได้ดูดนมจากเต้าตลอดเวลา ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก  เพราะอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมได้  แต่จากสื่อและข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่าเครื่องปั๊มนมในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย หลายราคา  ทำให้คุณแม่สามารถเลือกซื้อหาได้หลายแบบหลายชนิดตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง   ดังนั้นเครื่องปั๊มนมจึงถือว่าไม่ได้เป็นของใช้ที่สิ้นเปลืองเท่าไร   คุณแม่พอใจหรือสะดวกแบบไหนก็เลือกได้แบบนั้นเลยค่ะ

ซื้อเครื่องปั๊มนมเมื่อไรดี?

  1. วางแผนซื้อได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ หากคุณแม่วางแผนที่จะให้ลูกน้อยได้คุณค่านมแม่เต็มที่และนานที่สุด  ควรเริ่มมองหาหรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ โดยควรเลือกและวางแผนดูว่าควรจะใช้เครื่องปั๊มนมแบบไหนให้เหมาะกับการเลี้ยงลูก  ลองทดสอบ สอบถามผู้ที่มีประสบการณ์ อ่านข้อมูลความรู้ต่างๆ  และไปดูด้วยตัวเองล่วงหน้าก่อนคลอดเพื่อให้ในช่วงหลังคลอด คุณแม่จะได้มีตัวช่วยในการปั๊มนมแม่กระตุ้น ร่วมกับให้ลูกทารกแรกเกิดดูดกระตุ้นได้ทันที ไม่ต้องหาซื้อในช่วงพักฟื้น หรือกำลังเลี้ยงลูกแรกเกิด ให้เกิดฉุกละหุก
  2. เลือกซื้อ เปรียบเทียบกันตอนหลังคลอด * แต่หากคุณแม่ไม่ได้วางแผน เตรียมไว้ หรือซื้อในช่วงตั้งครรภ์  หลังคลอดก็ยังสามารถเลือกซื้อได้ เพียงหาเวลาไปศึกษาหรือเลือกดูสักนิด ยิ่งในปัจจุบันคุณแม่สามารถเลือกซื้อ เปรียบเทียบสินค้า และสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ ก็ยิ่งทำให้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการเลี้ยงลูกหรือออกไปข้างนอก  ก็มีเครื่องปั๊มนมใช้ ทำสต๊อกนมแม่ หรือกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้ลูกรักได้ง่ายดาย

ส่วนจะเลือกเครื่องปั๊มนมแบบไหนดี  และมีความแตกต่างอย่างไร? เรามีบทความแนะนำเอาไว้ให้คุณแม่หาข้อมูลช่วยในการพิจารณาเลือกซื้อไว้ในเว็บนี้แล้วค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป การปั๊มนมคืออะไร การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง 7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้ การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น 1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ […]

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานจะได้เจอหน้าลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่คงตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปคลอด เราแนะนำให้จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ก่อนนะคะ ซึ่งสามารถเริ่มจัดได้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 8 หรือเข้าสู่เดือนที่ 9 เลยค่ะ มีอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องเตรียม ไปดูพร้อม ๆ กันเลย 10 ไอเท็ม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ของใช้สำหรับลูกน้อย เตรียมของไปคลอด ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เตรียมอย่างละ 2-3 ชุด แนะนำให้เลือกแบบผ้านุ่มพิเศษสำหรับทารกแรกเกิด หากใช้เป็นผ้าห่อตัวทารกเลยก็จะช่วยให้ทารกนอนในท่าตามธรรมชาติได้อย่างสบาย และยังสามารถขยับแขนได้อย่างอิสระ ช่วยให้ทารกหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย ผ้าอ้อมผ้า ควรจะเตรียมไว้ประมาณ 1 แพ็ค (6 ผืน) ใช้ผ้าอ้อมที่เป็นเนื้อผ้าแบบใยไผ่ 100 % หรือ Cotton 100% เพราะสัมผัสจะนุ่ม ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทารก แนะนำแบรนด์ IFLIN, Sofflin ผ้าเช็ดตัวเด็กทารก สำหรับทารกแรกเกิดที่ผิวยังบอบบางมาก ควรจะใช้ผ้าเช็ดตัวของทารกโดยเฉพาะ ซึ่งผ้าแบบใยไผ่จะเหมาะกับผิวเด็กทารกมากกว่า […]

หากคุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์และกังวลว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือจะต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะมาถึง การรู้ว่าเตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบหาซื้อของใช้ในวินาทีสุดท้าย การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น 20 เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง ของใช้เด็กแรกเกิดมีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมก่อนวันคลอดถึงจะไม่เป็นกังวล เราได้รวบรวมรายการสำคัญ 20 อย่างที่ทุกครอบครัวควรมี การเตรียมของใช้เด็กทารกอย่างครบถ้วนจะช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น 1. ครีมทาผื่นผ้าอ้อม ผิวของทารกยังบอบบางและแพ้ง่าย การอยู่กับผ้าอ้อมเปียกนานอาจทำให้เกิดผื่นแดงได้ ครีมทาผื่นผ้าอ้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการระคายเคืองบริเวณก้น ควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ลดการอักเสบ และปกป้องผิวจากความเปียกชื้นเป็นส่วนผสม 2. เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้า สะดวกต่อการให้นมเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือเมื่อต้องกลับไปทำงาน การมีนมแม่สำรองจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนตลอดเวลา ควรเลือกแบบไฟฟ้าที่ปรับระดับแรงดูดได้ตามความต้องการของคุณแม่ได้อย่างอิสระ 3. อุปกรณ์สำหรับให้นมลูก ขวดนม จุกนม และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เป็นของใช้เด็กทารกที่ใช้บ่อยมาก ควรเตรียมไว้หลายชุดเพื่อสลับใช้ หมอนรองให้นมจะช่วยพยุงแขนของคุณแม่ให้สบายขณะให้นม จุกนมหลอกก็เป็นตัวช่วยปลอบใจลูกในยามหิวหรือเหงา 4. เครื่องวัดอุณหภูมิทารก เทอร์โมมิเตอร์สำหรับเด็กเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลสุขภาพ ทารกอาจมีไข้หรือไม่สบายได้ง่าย การสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ว่าควรพาไปหาหมอหรือดูแลเองที่บ้าน ควรเลือกแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้รวดเร็ว 5. เครื่องนอนสำหรับเด็ก ชุดเครื่องนอนเด็กประกอบด้วยฟูก หมอน และผ้าห่มที่เหมาะกับทารก เนื้อผ้าต้องอ่อนนุ่มและระบายอากาศได้ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ควรเลือกผ้าฝ้าย 100% ที่ไม่ระคายผิว 6. เตียงเด็ก […]

Amarin Baby & Kids Awards 2025 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 ขอบคุณคุณแม่ทั่วประเทศสำหรับทุกคะแนนโหวตกับรางวัล MOMMY’S CHOICE : BEST CHILD SAFETY PRODUCT ให้กับ #กล้องเบบี้มอนิเตอร์ Safe & Sound Plus เปิดจอหรือมือถือก็ดูแลลูกได้ 24 ชม. รวมถึงความไว้วางใจจากทุกครอบครัวที่มีให้เราเสมอมาค่ะ และขอขอบคุณทางทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ทุกท่านที่ร่วมจัดงานดีๆ แบบนี้ทุกปี ค่ะ เราสัญญาว่าจะพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้นต่อไปนะคะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2025 #ABKAWARDS2025 #สินค้าแม่และเด็ก

อวัยวะและระบบในร่างกายลูกน้อย ทั้ง 8 ที่ยังอ่อนแอและบอบบางใน เด็กแรกเกิดเช่น สมอง ศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นส่วนลำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบของลูกสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอบบางและอ่อนแอมาก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญดูแลเป็นพิเศษ 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กวัยแรกเกิด ที่ยังไม่สมบูรณ์ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กวัยแรกเกิด 1 ความมั่นใจของลูกน้อยสามารถเสริมสร้างได้ผ่านการสัมผัส เพราะความมั่นใจ คือ พื้นฐานของพัฒนาการของลูกน้อย การสัมผัสด้วยการกอดและการสบตาจากแม่หรือคนรอบข้าง คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ก่อให้เกิดความมั่นใจของลูกน้อย เมื่อแม่พยายามปลอบในเวลาที่ลูกร้อง การยิ้มตอบเมื่อแม่พูดคุยด้วย สิ่งเหล่านี้คือสายใยแห่งความผูกพันที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และไว้ใจซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างให้ลูกมีบุคลิกและการแสดงออกในเชิงบวกได้ 2 ความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นผ่านสัมผัสทั้ง 5 เด็กในวัยแรกเกิด ทุกอย่างรอบตัว คือ โลกใบใหม่ของเค้า เด็กในวัยแรกเกิด – 1 ปี จะพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการนำเข้าปาก และเมื่อย่างเข้าสู่วัยขวบปีแรก เด็กจะสนใจอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยการสัมผัสและการมอง ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นนี้เองจะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการเรียนรู้และทักษะทางด้านร่างกาย การเรียนรู้โลกภายนอกด้วยการสัมผัสกับลมเบาๆและได้ยินเสียงจากธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างดี 3 ทักษะในการสื่อสารและเข้าสังคมสามารถพัฒนาได้จากรอยยิ้มของคนรอบข้าง เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 2 เด็กจะเริ่มรู้จักการยิ้ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นพัฒนาการแรกในการเข้าสังคม ด้วยการมีปฏิกริยาโต้ตอบและบอกความรู้สึกให้ผู้คนรอบข้างได้รับรู้ ความสามารถในการสื่อสารขั้นพื้นฐานนี้ จะได้รับการพัฒนาโดยเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกและจะค่อยๆ […]

การได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยคือความสุขที่สุดของพ่อแม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานทางร่างกาย การจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จึงเปรียบเสมือนการติดเครื่องยนต์ให้ลูกน้อยพร้อมออกไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับกิจกรรมสนุก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้ากัน กล้ามเนื้อมัดใหญ่สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) หมายถึงกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และขา ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด ความสำคัญของพัฒนาการส่วนนี้มีหลายด้าน 8 กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนาการเป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงในทุกวัน เราได้รวบรวมกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 8 รูปแบบที่เหมาะสมกับช่วงวัยมาฝากดังนี้ 1. งอแขนขา เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่วัยทารกด้วยการช่วยลูกฝึกยืดและงอแขนขาเบา ๆ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและทำให้เส้นเอ็นรวมถึงกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น การฝึกให้ร่างกายทั้งสองฝั่งขยับอย่างสมดุลจะช่วยให้ลูกมีความแข็งแรงเริ่มต้นก่อนจะก้าวไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป 2. หันซ้ายขวา ชันคอ การชันคอเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมลำตัวส่วนบน กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาการมองเห็นและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อคอและไหล่ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ของเล่นที่มีสีสันสดใสหลอกล่อให้ลูกหันตาม เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ฝึกนั่ง คลาน เกาะ เมื่อลูกเริ่มมีแรงส่งจากกล้ามเนื้อหลังและลำตัว การฝึกให้นั่งเอง คลานไปหาของเล่น หรือเกาะเฟอร์นิเจอร์เพื่อทรงตัว จะเป็นการทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ทรงพลังมาก เพราะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขาและแขนให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวได้ในอนาคต 4. เดิน วิ่ง ก้มเก็บของ สำหรับเด็กวัย 1 […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event