รวมภาพกิจกรรม Mommy’s Love Magic

สอนดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิดแบบจับมือทำ โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย..#BabyGift เข้าใจและมองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ร่วมกับ พี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่

สรุปเทคนิคดูแลทารกแรกเกิด โดยผู้เชี่ยวชาญ #พี่กัลนมแม่ จากในงาน 𝐌𝐨𝐦𝐦𝐲’𝐬 𝐋𝐨𝐯𝐞 𝐌𝐚𝐠𝐢𝐜 จะมีอะไรบ้าง ? ตามมาดูกันเลยค่ะ

1. ดูแลการกินของทารก

#นมแม่ดีที่สุด ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงติดเชื้อต่างๆ ได้ ถ้าลูกไม่ยอมดูดเต้าให้แม่ใช้เครื่องปั๊มนม และขวดนมแรกเกิดป้อนนมแม่ให้กับลูกน้อยแทน

2. หมั่นสังเกตการเจริญเติบโตลูกน้อย

ปกติแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ น้ำหนักลูกน้อยจะเพิ่มขึ้น วันละ 30 กรัม หากน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่านี้ ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ

3. สังเกตการขับถ่ายของลูก

อุจจาระแต่ละสีบอกสุขภาพลูกได้ หากมีสีขาวหรือแดงเข้ม หรือหากมีปัสสาวะขุ่น มีตะกอน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

4. การนอนของทารก

ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก คือ การนอนหงาย เด็กแรกเกิดควรนอน 16-18 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ Growth Hormone หลั่งได้เต็มที่ ช่วยให้ลูกน้อยโตไว และมีอารมณ์ที่ดี

5. คอยช่วยกระตุ้นพัฒนาการต่างๆ

ทารกรับรู้ได้จากสีหน้าและน้ำเสียงของพ่อแม่ ควรพูดคุยกับลูกน้อย ยิ้มแย้ม หัวเราะกับเค้าบ่อยๆ คอยจับเอียงหน้าไปมาอย่างช้าๆ อุ้มพาดบ่า เพื่อช่วยกระตุ้นพัฒนาการต่างๆ

6. อาบน้ำลูกอย่างปลอดภัย

ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป โดยใช้น้ำเพียง 10 cm. เท่านั้น เพื่อไม่ให้เยอะเกินไป สามารถอาบน้ำให้ลูกวันละ 2 รอบได้เหมือนผู้ใหญ่ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูกน้อย

#BabyGift ขอขอบคุณทางเพจพี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่ ที่เป็นเกียรติมามอบความรู้ดีๆ ให้กับทุกครอบครัวในงาน คุณพ่อคุณแม่สามารถติดตามเทคนิคการเลี้ยงลูกดีๆ อีกมากมาย ทางแฟนเพจได้เลยค่า

❤️ รวมช่องทาง BabyGift : https://linktr.ee/babygiftthailand​

” 𝙏𝙝𝙚 𝘽𝙚𝙨𝙩 𝙘𝙖𝙧𝙚 𝙛𝙤𝙧 𝙔𝙤𝙪𝙧 𝘽𝙖𝙗𝙮 “

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การตัดสินใจมีลูกสักคน นับเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว เพราะการมีลูกนั้นมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว และหันมาคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT จะพาไปดูกันว่าหากใช้ สิทธิประกันสังคมคนท้อง คุณแม่เบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลย สิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ให้กับผู้ประกันตนสำหรับคนท้องอีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกจ่ายทีหลังได้เลยที่ประกันสังคมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตรก่อน สิทธิเบิกจ่ายค่าคลอดบุตร คุณแม่ท้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคม เบิกค่าคลอดบุตรได้ในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้งเช่น ค่าทำคลอด ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการอื่นๆ โดยสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า หากคุณแม่คลอดบุตรคนที่ 3คุณแม่จะไม่สามารถเบิก ค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นถ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประกันตนด้วย ก็สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อกับบุตรคนที่ 3 […]

แม่ท้องต้องตรวจคัดกรองอะไร ใน 3 ไตรมาส เมื่อรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ คุณแม่เคยสงสัยไหมว่าตลอดเวลา 9 เดือนที่ลูกน้อยอยู่ในท้องนั้น ต้องตรวจอะไรบ้าง แม้กระทั่งในวันไปฝากครรภ์คุณหมอก็จะต้องขอตรวจหลายอย่างจากคุณแม่ เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ โรคประจำตัว และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อการดูแลให้คุณแม่มีครรภ์คุณภาพตลอดเวลา เราจึงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองต่างๆ เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยตลอด 3 ไตรมาส เพื่อให้คุณแม่ได้รู้ว่าในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ จะต้องเข้ารับการตรวจอะไร ควรจะเลือกตัดสินใจตรวจแบบไหน รวมถึงการตรวจคัดกรองต่างๆ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหมาะกับคุณแม่วัยไหนบ้าง แม่ท้องต้องตรวจอะไร? จำเป็นแค่ไหนนะ? การตรวจคัดกรองและตรวจเช็กสุขภาพต่างๆ ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลของการตรวจต่างๆ จะช่วยประเมินสุขภาพและความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ได้รู้ถึงความเสี่ยงต่างๆ ในขณะตั้งครรภ์  ได้ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคภัยแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ ภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ประเมินอายุครรรภ์และการคลอด รวมถึงยังทำให้ได้รู้ความเสี่ยงอาการดาวน์หรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ที่สำคัญ ตลอดจนได้รู้โครโมโซมเพศของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ซึ่งการตรวจต่างๆ นี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรงได้ดี และคุณหมอจะยังสามารถให้คำแนะนำคุณแม่ในการปฏิบัติตัว การดูแลรักษาโรคภัยต่างๆ และให้คำแนะนำคุณแม่ในการตัดสินใจคลอดอีกด้วย  เรียกว่าหากคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ตรวจอะไร ควรตัดสินใจและเชื่อมั่นในหมอและตัวเองไว้ดีที่สุดค่ะ การตรวจคัดกรองคุณแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน (14 สัปดาห์แรก) คุณแม่จะต้องถูกซักประวัติ ตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ […]

รอยยิ้มของลูกน้อยคือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ แต่เมื่อใดที่เจ้าตัวเล็กเริ่มงอแงเพราะอาการระคายเคืองจากการแพ้แพมเพิส หัวใจคนเป็นแม่คงกระวนกระวายไม่น้อย ปัญหาผิวหนังอักเสบในบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อม หากปล่อยไว้และไม่รีบแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจลุกลามจนกลายเป็นผื่นแดงอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง ทำให้ลูกน้อยเจ็บปวดและเสียสุขภาพจิตได้ บทความนี้จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อปกป้องผิวที่บอบบางของลูกรักให้กลับมาเนียนนุ่มและแข็งแรงดังเดิม ผื่นผ้าอ้อมคืออะไร และทำไมลูกถึงมีอาการแพ้แพมเพิส? ผื่นผ้าอ้อม (Diaper Dermatitis) หรือที่เรียกกันติดปากว่าอาการแพ้แพมเพิส คือภาวะผิวหนังอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณก้น อวัยวะเพศ ขาหนีบ และหน้าท้อง ซึ่งสัมผัสกับผ้าอ้อมโดยตรง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความอับชื้นและการเสียดสีเป็นเวลานาน ผิวที่อ่อนบางของทารกจะถูกกระตุ้นจนเกิดการระคายเคือง หากสะสมไว้นานวันเกราะป้องกันผิวจะเริ่มอ่อนแอลง นำมาสู่อาการลูกแพ้แพมเพิสที่สร้างความรำคาญใจให้ทั้งครอบครัว สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณใต้ผ้าอ้อม การทำความเข้าใจสาเหตุจะช่วยให้แก้ปัญหาการแพ้แพมเพิสได้ตรงจุดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้ สังเกตอาการลูกแพ้แพมเพิส มีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? คุณแม่ควรหมั่นสังเกตบริเวณใต้ผ้าอ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการลูกแพ้แพมเพิสในแต่ละระยะดังนี้ วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสให้ผิวลูกกลับมาเนียนนุ่มสุขภาพดี เมื่อพบว่าลูกมีอาการผื่นคัน วิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสเบื้องต้นที่ได้ผลดีเยี่ยมและควรทำทันทีคือ แนวทางป้องกันผื่นผ้าอ้อมอย่างยั่งยืนเพื่อลูกรัก การป้องกันคือวิธีรักษาอาการแพ้แพมเพิสที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถดูแลผิวลูกให้ห่างไกลจากการแพ้แพมเพิสได้ด้วยแนวทางดังนี้ ดูแลผิวลูกให้สมบูรณ์แบบด้วยตัวช่วยจาก BabyGift ผู้ช่วยที่เข้าใจแม่ รู้ใจลูก การดูแลผิวพรรณในจุดบอบบางต้องการความละเอียดอ่อนสูง BabyGift มุ่งมั่นคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดจากแบรนด์ดังระดับสากล โดยเฉพาะในโซน Clean & Care ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรอ่อนโยนและอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ปลอดภัยไร้สารเคมี คุณแม่สามารถเข้ามาทดลองสัมผัสเนื้อผ้าของแพมเพิส หรือปรึกษาเรื่องการเลือกของใช้เตรียมคลอดที่เหมาะสมกับผู้เชี่ยวชาญได้ทุกสาขา เพื่อให้มั่นใจว่าลูกรักจะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด นอกจากเรื่องผิวพรรณแล้ว หากกำลังมองหาอุปกรณ์นิรภัยอื่น ๆ เช่น การเลือกคาร์ซีทมาตรฐานโลก หรือกำลังตัดสินใจว่า เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดีที่จะช่วยพยุงน้ำหนักได้ดีและระบายอากาศเยื่ยมเพื่อลดความอับชื้นสะสมบริเวณขาหนีบของลูกน้อย […]

กำหนดคลอดใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานจะได้เจอหน้าลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่คงตื่นเต้นมากเลยใช่ไหมคะ แต่ก่อนจะไปคลอด เราแนะนำให้จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ก่อนนะคะ ซึ่งสามารถเริ่มจัดได้ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ 8 หรือเข้าสู่เดือนที่ 9 เลยค่ะ มีอะไรบ้างที่คุณแม่ต้องเตรียม ไปดูพร้อม ๆ กันเลย 10 ไอเท็ม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋า เตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง ของใช้สำหรับลูกน้อย เตรียมของไปคลอด ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เตรียมอย่างละ 2-3 ชุด แนะนำให้เลือกแบบผ้านุ่มพิเศษสำหรับทารกแรกเกิด หากใช้เป็นผ้าห่อตัวทารกเลยก็จะช่วยให้ทารกนอนในท่าตามธรรมชาติได้อย่างสบาย และยังสามารถขยับแขนได้อย่างอิสระ ช่วยให้ทารกหลับได้ง่ายและนานขึ้นด้วย ผ้าอ้อมผ้า ควรจะเตรียมไว้ประมาณ 1 แพ็ค (6 ผืน) ใช้ผ้าอ้อมที่เป็นเนื้อผ้าแบบใยไผ่ 100 % หรือ Cotton 100% เพราะสัมผัสจะนุ่ม ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับทารก แนะนำแบรนด์ IFLIN, Sofflin ผ้าเช็ดตัวเด็กทารก สำหรับทารกแรกเกิดที่ผิวยังบอบบางมาก ควรจะใช้ผ้าเช็ดตัวของทารกโดยเฉพาะ ซึ่งผ้าแบบใยไผ่จะเหมาะกับผิวเด็กทารกมากกว่า […]

การนับอายุครรภ์คือหนึ่งในเรื่องที่สร้างความสับสนให้คุณแม่มือใหม่หลายคน และมักจะถูกถามบ่อย ๆ ว่า “ตอนนี้ท้องกี่เดือนแล้ว?” “อายุครรภ์เท่าไหร่?” ซึ่งบางครั้งคุณแม่เองก็อาจจะยังไม่แน่ใจนัก การทราบอายุครรภ์ที่แม่นยำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เพื่อตอบคำถาม แต่ยังเพื่อความปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง วันนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาไขข้อสงสัยและเรียนรู้วิธีการนับอายุครรภ์ให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดกัน การนับอายุครรภ์สำคัญอย่างไร การนับอายุครรภ์ที่ถูกต้องและแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินพัฒนาการของทารกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสัปดาห์ รวมถึงวางแผนการตรวจครรภ์และติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ประโยชน์ของการนับอายุครรภ์ การนับอายุครรภ์มีประโยชน์หลายอย่างที่คุณแม่ควรรู้ ประการแรกคือช่วยให้แพทย์ประเมินพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ตรงตามช่วงอายุจริง เช่น ขนาดของทารก หรือการเต้นของหัวใจ ประการที่สองคือช่วยกำหนดวันคลอดที่คาดการณ์ไว้ (EDC) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อมเรื่องของใช้ต่าง ๆ เช่น ของเตรียมคลอด ของใช้ลูกแรกเกิด อุปกรณ์แม่และเด็กมีอะไรบ้าง หรือการวางแผนการลาคลอด ประการที่สามคือใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางการแพทย์ เช่น การให้ยา หรือการทำหัตถการต่าง ๆ อย่างปลอดภัย 6 วิธีนับอายุครรภ์ที่ทำได้ด้วยตัวเอง การนับอายุครรภ์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด คุณแม่สามารถเริ่มต้นคำนวณได้ด้วยตัวเองหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป 1. นับอายุครรภ์ที่นับตามวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับคุณแม่ที่จำวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้แม่นยำ โดยสูตินรีแพทย์จะเริ่มนับอายุครรภ์จากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มา (LMP) และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งปกติแล้วการตั้งครรภ์จะครบกำหนดที่ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย และสามารถนำไปคำนวณวันคลอดที่คาดไว้ได้อย่างแม่นยำ […]

เพราะความเป็นแม่มันอยู่ในสายเลือด เมื่อรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในท้องอีกหนึ่งชีวิต เราก็ต้องดูแลครรภ์นี้ให้ดีที่สุด เพราะผู้หญิงทุกคนก็อยากตั้งครรภ์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ถ้าเมื่อระหว่างทาง จู่ๆ คุณหมอก็ตรวจพบว่า ครรภ์นี้เกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ขึ้นมา แล้วงานนี้ว่าที่คุณแม่มือใหม่อย่างเราๆ จะมีวิธีรับมืออย่างไร ควรจะควบคุมอาหารยังไง งานนี้เรามีคำตอบ ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์คือ ความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่รกผลิตออกมามีผลต่อประสิทธิภาพของอินซูลิน (ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) ของแม่ โดยปกติตับอ่อนจะผลิตอินซูลินออกมาแต่ในกรณีนี้ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลเลยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกระยะการตั้งครรภ์ แต่โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาครึ่งหลังของการตั้งครรภ์ บางคนอาจพบภาวะนี้ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ โดยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักไม่ก่อให้เกิดอาการใด ๆ ส่วนใหญ่คุณหมอ จะตรวจพบภาวะดังกล่าวได้จากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด แต่คุณแม่ตั้งครรภ์บางราย อาจมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปากแห้ง และรู้สึกเหนื่อยหากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งบางอาการค่อนข้างคล้ายคลึงกับอาการของคนตั้งครรภ์ ดังนั้น ควรปรึกษาคุณหมอหากมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการที่เผชิญอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้ หากคุณแม่ตั้งครรภ์พบว่ามีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์แล้ว จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อสุขภาพที่ดีต่อตนเองและลูกในครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกด้วย แนวทางในการรักษาภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ได้แก่ 1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด คุณหมออาจให้เราตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด 4-5 ครั้ง/วัน ในช่วงเวลาก่อนรับประทานอาหารเช้าและหลังมื้ออาหารทุกมื้อ เพื่อตรวจดูว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ โดยเจาะเลือดที่ปลายนิ้วแล้วหยดเลือดลงบนแถบทดสอบ จากนั้นอ่านค่าด้วยเครื่องวัดระดับน้ำตาล ซึ่งจะแสดงระดับน้ำตาลในเลือดที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา 2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event