ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนเช็กลิสต์อาหารที่คุณแม่ไม่ควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย !
การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง
เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !
นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ

ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ
- แอลกอฮอล์ : อันดับแรกเลยที่ห้ามเด็ดขาด คือแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะว่าเมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่น้ำนมได้ภายในระยะเวลา 30-60 นาทีหลังจากดื่ม และปริมาณแอลกอฮอล์ในน้ำนมจะคงอยู่นานประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อการดื่ม 1 แก้ว มีผลทำให้ทารกนอนไม่หลับ ซึม กระสับกระส่าย และที่สำคัญคือส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของลูกอีกด้วย
- คาเฟอีน : จริงๆ แล้วจะไม่แนะนำให้กินของที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนค่ะ แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถกินได้นะคะ แต่ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากคาเฟอีนจะถูกขับออกทางน้ำนมประมาณ 1% ของปริมาณที่แม่ได้รับ ซึ่งทารกจะไม่สามารถขับคาเฟอีนออกจากร่างกายได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่ ดังนั้นหากได้รับคาเฟอีนมากเกินไป อาจทำให้ทารกนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายได้นั่นเองค่ะ
- อาหารรสจัด : อาหารรสจัดอาจส่งผลให้น้ำนมของแม่มีรสชาติเปลี่ยนไป เมื่อลูกน้อยดื่มน้ำนมที่มีรสจัด อาจทำให้เกิดอาการ เช่น หงุดหงิด ร้องไห้ไม่หยุด นอนไม่หลับ รู้สึกไม่สบายตัว ตื่นบ่อย เป็นต้น
- อาหารทะเล : แม้ว่าอาหารทะเลจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 แต่แม่ให้นมก็ควรระมัดระวังในการกินค่ะ เนื่องจากอาหารทะเลบางชนิดอาจมีการปนเปื้อนของสารปรอท ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังน้ำนม ส่งผลเสียต่อระบบประสาทส่วนกลาง และพัฒนาการของทารกได้ แต่หากจำเป็นต้องกินให้เลือกที่สด สะอาด คุณภาพดี และกินในปริมาณที่พอเหมาะค่ะ
- ผลไม้รสเปรี้ยว : คุณแม่ให้นมลูก ห้ามกินอะไร ? หนึ่งในสิ่งที่ควรเลี่ยงก็คือ ผลไม้รสเปรี้ยวที่มีปริมาณกรดสูง เช่น ส้ม, มะนาว นั่นเองค่ะ เพราะหากว่าแม่กินมากเกินไป อาจส่งต่อน้ำนมทำให้ลูกอาจมีอาการ จุกเสียด แน่นท้อง รู้สึกไม่สบายตัว มีผื่นคันตามผิวหนัง หรือผื่นผ้าอ้อม ซึ่งหากคุณแม่ต้องการเสริมวิตามินซีในน้ำนม ก็สามารถเลือกกินผลไม้รสเปรี้ยวที่ไม่ได้มีกรดมากเกินไป เช่น สับปะรด หรือมะม่วง แทนได้ก็จะไม่ส่งผลต่อน้ำนมมากนักค่ะ
- ผักตระกูลกะหล่ำ : แม่ให้นมควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงการกินผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี, กระหล่ำดอก, บล็อกโคลี่ เป็นต้น เนื่องจากผักเหล่านี้อาจทำให้ทารกเกิดลมในกระเพาะ รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืด แน่นท้องได้นั่นเอง
- กลุ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง : อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น นมถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วต่างๆ เป็นกลุ่มที่คุณแม่ให้นมไม่ควรกินค่ะ เนื่องจากเมื่อเด็กได้กินน้ำนมของแม่ที่กินอาหารพวกนี้แล้ว อาจทำให้เด็กมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้ เช่น ผื่นคัน หายใจมีเสียงดัง เป็นลมพิษ รวมถึงอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด แน่นท้องจากก๊าซ หรือท้องเสียได้

แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น BabyGift จะขอแนะนำเพิ่มเติมอีก 3 อย่าง ดังนี้ค่ะ
- กระเทียม : ถึงแม้ว่าเราจะแนะนำไปว่า ให้นมลูก ห้ามกินอะไรที่มีรสจัด แต่มีข้อมูลที่ระบุว่ากระเทียมกลับมีประโยชน์ เพราะมีสารอัลลิซินที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม ทำให้แม่สามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้น แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปนะคะ
- หัวปลี : หัวปลี คือส่วนดอกของต้นกล้วยที่มากไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินซี แถมยังมีคาร์โบไฮเดต โปรตีน และกากใยอาหารจึงช่วยบำรุงเลือดให้กับคุณแม่หลังคลอด ช่วยขับน้ำนม มีแคลอรี่ต่ำ ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนัก เรียกว่าเป็นอาหารสุขภาพที่ดีทั้งกับคุณแม่ และกลุ่มผู้ลดน้ำหนัก หรือกินมังสวิรัติด้วยค่ะ
- ฟักทอง : หนึ่งในผักสารพัดประโยชน์ที่นิยมในหมู่คนลดน้ำหนัก นอกจากจะช่วยบำรุงสายตาแล้ว ช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกาย แถมยังเป็นผักเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่หลังคลอดอีกด้วย และนอกจากอาหารคาวแล้ว ฟักทองยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำของหวานที่อร่อย และได้ประโยชน์อีกด้วยค่ะ

ให้นมลูก กินน้ำอะไรได้บ้าง ?
สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมที่กำลังสงสัยว่า ถ้าให้นมลูก จะกินน้ำอะไรได้บ้างนั้น เรามีไอเดียสำหรับเครื่องดื่มมาให้ลองเลือกดังนี้ค่ะ
- น้ำดื่มสะอาด น้ำเปล่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแม่ให้นม เพื่อส่งเสริมให้ร่างกายได้รับน้ำที่เพียงพอ ให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้เพียงพอนั่นเองค่ะ
- น้ำผลไม้ 100% เช่น น้ำมะพร้าว นอกจากจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังเป็นแหล่งวิตามินซี แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ควรระวังน้ำตาลที่สูงในผลไม้ ดังนั้นควรดื่มแต่พอดีนะคะ
- น้ำขิง จะช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลิตน้ำนมได้ดีขึ้นตามไปด้วย
สำหรับนมประเภทต่างๆ เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง ฯลฯ ควรระมัดระวังในการดื่ม เนื่องจากลูกของเราอาจจะแพ้ หรือท้องอืดได้ค่ะ

คุณแม่ให้นม ควรออกกำลังกายแบบไหน ต้องระวังอะไรบ้าง ?
สำหรับคุณแม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ก็ไม่ควรออกกำลังกายหนักทันที เพราะอาจทำให้เหนื่อยล้า ปวดเมื่อยได้ค่ะ แต่ว่าหากเป็นคุณแม่ที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว การออกกำลังกายจะทำให้มีกรดแลกติกเพิ่มขึ้นในน้ำนม ซึ่งอาจทำให้น้ำนมมีรสขม และเปรี้ยว แต่ไม่ได้เป็นอันตรายนะคะ เพียงแค่ว่าลูกของเราอาจไม่อยากกินนมเพราะรสขมหรือเปรี้ยวได้ แต่หลังจากออกกำลังกาย 30 นาทีไปแล้ว ปริมาณกรดแลคติกก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ จึงแนะนำคุณแม่ว่าควรให้นมลูก หรือปั๊มนมออกก่อนออกกำลังกาย หรือว่ารอ 30 นาทีหลังจากออกกำลังกายก่อนแล้วค่อยให้นมอีกครั้ง นอกจากนั้นคุณแม่ไม่ควรออกกำลังกายให้หนักจนเกินไป ควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ สำหรับคุณแม่ที่สนใจท่าบริหารร่างกายหลังคลอด เราเจอข้อมูลคำแนะนำจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ลองดูเพิ่มเติมได้เลยค่ะ
BabyGift แนะนำสินค้าเพื่อคุณแม่ให้นม

1. MOMMY BOOSTER น้ำหัวปลีน้ำผึ้งตะไคร้ 180 ml. แพค 15 ขวด
น้ำหัวปลีออร์แกนิค Mommy Booster ทำจากหัวปลีออร์แกนิคจากสวนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดนครปฐม ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ มั่นใจในคุณภาพได้เพราะมีการรับรองด้วยงานวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่เติมน้ำตาล และสารการบูด บำรุงเลือด บำรุงครรภ์ และ บำรุงน้ำนม
จุดเด่น
- ดื่มได้ทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่ให้นม ช่วยบำรุงเลือด บำรุงครรภ์ และบำรุงน้ำนม
- Mommy Booster มีส่วนผสมถึง 3 อย่าง ได้แก่ “น้ำหัวปลีเข้มข้น” ช่วยสร้างน้ำนม ทำให้น้ำนมข้น บำรุงเลือด มีการเติมความหวานจากธรรมชาติด้วย “น้ำผึ้ง” ไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน ปลอดภัย ไม่มีสารเคมี และ “ตะไคร้” ที่ช่วยล้างสารพิษ ช่วยลดการอักเสบ

2. BUNNE & MAMALADE เสื้อชั้นในปั๊มนม รุ่น Empow-Her สีดำ
BUNNE & MAMALADE เป็นเสื้อชั้นในปั๊มนมที่มาในดีไซน์ Sport เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ไร้โครงเหล็ก แต่โอบอุ้มเต้านมให้ทรงสวยได้ตลอด เป็นมนุษย์แม่ก็เท่ ปั๊มนมได้แบบ Hands Free และสามารถทำกิจกรรมอื่นไปด้วยได้ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีมินท์, สีดำ และสีเทา
จุดเด่น
- เป็นเสื้อในดีไซน์ Sport ที่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ มี ตะขอหลัง 5 ระดับ ช่วยซัพพอร์ตคอ บ่า ไหล่
- ตัวเนื้อผ้าหลักเป็นคอตตอนสัมผัสนุ่มสบาย ตัวผ้าซับเต้าที่มีรูปั๊มเป็นผ้าใยไผ่ที่จะให้สัมผัสนุ่ม และไม่ระคายเคืองผิว ทำให้สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่อึดอัด

3. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X
HAENIM รุ่น 7X ตัวนี้ผลิต และนำเข้าจากประเทศเกาหลีค่ะ ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย ปั๊มนมดูดลึกอย่างนุ่มนวล ปั๊มสบายไม่เจ็บเต้า ตอบโจทย์คุณแม่มือใหม่ คุณแม่ท้องแรกที่เพิ่งเคยปั๊มนม ปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 90 รูปแบบ
จุดเด่น
- ตัวกรวยปั๊มมีให้เลือก 2 แบบ คือ กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่เจ็บเต้า ไม่ย้วยแบบซิลิโคนทั่วไป แถมยังมีปุ่มนวดกระตุ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกเยอะ และกรวยซิลิโคนแบบบางพิเศษ NexusFit™ Basic ออกแบบให้ไม่มีปุ่มนวด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกน้อย
- มีโหมดจดจำ ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ปั๊มนมครั้งต่อไปสะดวก ประหยัดเวลา
- มีโหมด Mute เปิด-ปิด ไร้เสียง มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง
- มีขวดนม PA (Polyamide) ใสเหมือนแก้ว ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดี
- ระบบ 1 มอเตอร์ คุณแม่สามารถเลือกปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามต้องการ และมีระบบหยุดอัตโนมัติ หลังการปั๊มนม 30 นาที เพื่อความปลอดภัย
ในระหว่างให้นม คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ กาแฟ เนื้อสัตว์ดิบ อาหารทะเลที่มีสารปนเปื้อน รวมถึงอาหารรสเค็มหรือเผ็ดจัด เพื่อให้น้ำนมแม่มีคุณภาพดี เกิดประโยชน์สูงสุด และปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อลูกของเรานั่นเองค่ะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการกระตุ้นน้ำนม ให้นมลูก อยากปรึกษาเรื่องให้นมลูก ห้ามกินอะไร ควรกินอะไรเพิ่มเติม หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Seriesคาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด(คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural ,รุ่น Swing Moon STD) คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบตามช่วงวัย– Child Style ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยคาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย– Junior Style ช่วงวัย 3-7 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักเด็กที่มากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้ เทคนิคการเลือกคาร์ซีท :ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ เพราะเด็กบางคนอายุมากแต่น้ำหนักตัวน้อย ในขณะที่บางคนอายุน้อยแต่สูงและน้ำหนักตัวมากค่ะ ปรับเอนนอนได้ […]
ปัญหาลูกทารกนอนยาก ไม่ยอมนอน ถือเป็นหนึ่งปัญหาปวดหัวใจ ทำคุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านเครียดและไม่สบายใจไปตามๆ กัน เพราะเมื่อลูกนอนยาก งอแง ไม่ยอมหลับ ก็มักจะงอแงร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ปลอบอย่างไรก็ไม่หาย กว่าจะนอนได้ก็นานเป็นชั่วโมง แถมเวลาลูกหลับแล้วตื่นมาทีไรก็ยังงอแง อารมณ์ไม่ดี เลี้ยงยากจนคุณแม่ๆ ทั้งหลายเพลียใจ ลูกน้อยทารกควรนอนมากแค่ไหน ? คุณแม่รู้ไหมว่า…ลูกทารกวัยแรกเกิด- 1 เดือน นอนกลางวันถึงวันละ 8-9 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง รวม 15-18 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนลูกวัย 1 -3 เดือน นอนกลางวันวันละ 6-7 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง รวมประมาณ 15 ชั่วโมง จนเมื่อลูกน้อยวัย 6 เดือน เริ่มนอนน้อยลง คือ นอนกลางวันลงเหลือ 3-4 ชั่วโมง และกลางคืน 10-11 ชั่วโมง รวม […]
การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]
เชื่อว่าปัญหาที่หลายๆ บ้านจะต้องเจอก็คือ การที่ลูกรักไม่ยอมกินข้าว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป เมื่อเริ่มเดินได้คล่อง เริ่มวิ่งได้บ้าง ก็จะติดเล่น ไม่ค่อยยอมกินข้าวหรือกินได้น้อย บางคนก็อมข้าว ไม่ยอมเคี้ยว หรือหันหน้าหนี กว่าจะป้อนหมดชามก็ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเป็นกังวล เพราะการที่ลูกเราไม่ยอมกินข้าวก็อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของลูกได้ แต่ปัญหาการกินของลูกรับมือได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่ต้องให้เวลา ใช้ความเข้าใจ และต้องใจแข็งนิดหน่อย ก็จะทำให้ลูกมีวินัยในการกินมากขึ้น ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ? มาลองฝึกลูกน้อยไปพร้อม ๆ กันกับ BabyGift ได้เลยค่ะ ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ ทำยังไงดี ? ชวนดูเทคนิคดีๆ ที่ทำให้ลูกกินได้มากขึ้น การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในปริมาณที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับลูกน้อย เพราะส่งผลต่อการเจริญเติบโตตามวัย หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั้นอาจทำให้ลูกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และสุขภาพไม่แข็งแรงได้ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเด็กอายุครบ 1 ขวบจะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธอาหารหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหยิบจับอาหารเข้าปากได้เอง การปฏิเสธ หรือคายอาหารจึงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเองกินสิ่งที่เป็นพิษหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไป โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบนั้นจะเกิดขึ้นไม่นานและหายไปได้เอง แต่เด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมกินยาก […]
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวพบกับเจ้าตัวน้อยในอีก 9 เดือนข้างหน้านี้ เชื่อว่าหลายๆท่าน น่าจะกำลังเตรียมให้พร้อมก่อนที่คุณแม่จะคลอด เมื่อเจ้าตัวน้อยเกิดมา จะได้มีทุกอย่างไว้อย่างครบครัน ดังนั้น BabyGift จึงได้นำ Baby Checklist ฉบับสมบูรณ์ มาฝากกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลยค่า หมวดของใช้คุณแม่ คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นม หมวดสุขอนามัย หมวดอาบน้ำ หมวดเดินทาง หมวดทานอาหาร หมวดนอนหลับ หมวดอเนกประสงค์ หมวดเวชภัณฑ์ ยา อาหารเสริม หมวดทำความสะอาด หมวดเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เคล็ดลับในการเลือกของใช้ การเตรียมของใช้จำเป็นสำหรับแม่มือใหม่เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายและราบรื่น อย่าลืมเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการของครอบครัวและคำนึงถึงคุณภาพเป็นหลัก เพื่อความสุขและความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก
ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มักมีการท้องผูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ระบบการขับถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปด้วย วิธีแก้ท้องผูกสำหรับคนท้องกับ 7 อาหารช่วยให้คุณแม่ท้อง หมดปัญหาเรื่องท้องผูกอีกต่อไป ตำลึงเป็นผักไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมีขายทั่วไปที่สำคัญนำมาปรุงอาหารจานอร่อยก็แสนจะง่าย เช่น แกงจืดตำลึง ตำลึงผัด น้ำมันหอย เป็นต้น และอย่างที่รู้ดีว่า ผักใบเขียวเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนในการบำรุงสายตาและมีเส้นใยอาหารอยู่มากด้วยค่ะ กุยช่ายเพราะเป็นผักที่มีกลิ่นแรงคะแนนความนิยมอาจไม่มากแต่ประโยชน์ทางสารอาหารสิ่งที่ได้เรียกว่ามากโขค่ะ ไม่ว่าเบต้าแคโรทีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ฉะนั้นถ้าไม่ฝืนความรู้สึกเกินไปกับการกินก็ไม่น่าพลาดกับเมนูกุยช่ายผัดกับเนื้อสัตว์ ลูกพรุนไม่ว่าพรุนสด พรุนเมล็ด หรือน้ำลูกพรุนสกัดแบบสำเร็จรูป เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินแก้อาการท้องผูกที่ช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผลไม้ประเภทนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ค่ะ กล้วยผลไม้ดีๆ ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีให้เลือกหลายชนิดตามความชอบไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ที่สำคัญกินได้ทั้งปี ราคาไม่แพง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายช่วยใช้ขับถ่ายสะดวก มะละกอสุกอีกหนึ่งผลไม้หากินง่ายราคาเบาๆ มากด้วยคุณค่าด้านโภชนาการไม่ว่าวิตามินบี1 บี2 และเบต้าแคโรทีน รวมถึงประโยชน์ทางยา แก้เรื่องท้องผูก เหมาะเป็นผลไม้มื้ออาหารว่างของแม่ท้องทีเดียว น้ำนอกจากร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดยผ่านการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ระดับขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติด้วยค่ะ ข้าวกล้องบางครั้งก็เรียกว่าข้าวแดง ข้าวซ้อมมือ ข้าวอนามัย ที่มีความต่างทางสีสัน ด้านคุณค่าทางสารอาหารแบบข้าวหอม เพราะอุดมด้วยสารอาหารมีสรรพคุณเป็นยาอาหารสุภาพของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่อองกากใยอาหารในข้าวกล้องนั้นถูกค้นพบว่า มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก เป็นข้อเสนอดีๆ ในการเลือกกินค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : mother&care
