แม่ท้องกินนมมาก ลูกอาจเสี่ยงแพ้นมวัวจริงหรือ?

ในความคิดหรือความเชื่อของคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ท่าน ยังมีความคิดและดูจากโฆษณาต่างๆ จนทำให้เชื่อว่า ตอนท้องแม่ต้องดื่มนมมากๆ  เพื่อบำรุงให้แม่และลูกแข็งแรง  ซึ่งความจริงแล้วข้อมูลนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะเรื่องของการกินอาหารและกินนมของแม่ท้องนั้น วิธีที่ดีและถูกต้องที่สุดคือกินอย่างเหมาะสม หลากหลายไม่ซ้ำและกินมากจนเกินไป

โดยเฉพาะเรื่องการกินนมในแม่ท้อง ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะมีข้อมูลออกมาบอกว่า การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มนมวัวมากเกินไป จะเป็นสาเหตุให้ลูกแพ้นมวัวได้ตั้งแต่แรกเกิด  เราจึงขอนำความรู้ดีๆ เกี่ยวกับโภชนาการและการกินนมวัวมาอธิบายให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เข้าใจ เพื่อให้กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมมาฝากค่ะ

แม่ท้องกินนมวัวมาก ลูกอาจแพ้ได้จริงหรือ?

ข้อมูลนี้เป็นความจริงค่ะ เพราะการที่ร่างกายคุณแม่ได้รับสารอาหารอะไรมากจนเกินไป จะสามารถกระตุ้นให้ลูกน้อยมีอาการแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ได้ตั้งแต่หลังคลอด  นั่นคือนมวัวที่กินมากไปนั้น จะไปทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมและโปรตีนนมวัว  เป็นหนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ที่ส่งผลกับลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จนกระตุ้นให้เกิดการแพ้  โดยจะมีอาการแสดงของการแพ้นมวัวได้แก่

  • อาการทางผิวหนัง เป็นผื่น ลมพิษ ผื่นแพ้บริเวณผิวหนัง
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายเป็นมูกเลือด ขับถ่ายผิดปกติ
  • อาการทางระบบหายใจ เช่น หายใจมีเสียงดังวี้ด หายใจไม่ออก มีเสมหะเรื้อรัง

ซึ่งปกติแล้วการที่ลูกน้อยจะแพ้นมวัว แพ้อาหาร หรือเป็นภูมิแพ้ได้นั้น สาเหตุใหญ่หลักๆ คือ

  1. จากพันธุกรรม คือการที่ครอบครัวมีประวัติเป็นภูมิแพ้ หรือแพ้อาหาร มีคุณพ่อคุณแม่ป่วยเป็นภูมิแพ้ แพ้อาหารต่างๆ เป็นหอบหืด รวมถึงประวัติของพี่น้องและญาติ
  2. การกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม เช่น ได้รับควันบุหรี่ ควันพิษ สารพิษ ละอองเกสร ขนสัตว์ แมลง และอื่นๆ กรณีนี้จะสังเกตได้ในผู้ใหญาบางคนที่ไม่เคยเป็นภูมิแพ้เลยตั้งแต่เด็ก และมาเป็นตอนทำงาน ตอนเรียน ที่ต้องเจอกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มีสารกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ได้
  3. การที่ลูกได้รับนมวัวตั้งแต่แรกเกิด หรือคุณแม่ดื่มนมวัวปริมาณมากทุกวันในช่วงที่ให้นมแม่กับลูก เพราะโปรตีนที่ลูกได้รับจากนมวัวที่คุณแม่กินเข้าไปมากๆ จะสามารถผ่านไปทางน้ำนม กระตุ้นให้ลูกน้อยมีอาการแพ้นมวัวได้ด้วย
  4. ลูกน้อยได้รับการกระตุ้นจากการรับประทานอาหารของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ เช่น จากความคิดของคุณแม่หลายๆ ท่านที่เชื่อว่าในช่วงท้อง ยิ่งต้องบำรุงด้วยนมวัวมากๆ คือจากที่ปกติก่อนตั้งครรภ์เคยดื่มสัปดาห์ละ 2 แก้ว หรือวันละ 1 แก้ว แต่พอท้องกลับดื่มนมวันละเป็นลิตร  ซึ่งการดื่มนมมากเกินกว่าปกติที่เคยกิน จะส่งผลกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้นมวัวได้นั่นเอง

นอกจากนี้ยังไม่รวมกับโปรตีนในนมวัวที่คุณแม่ได้รับจากอาหารอื่นๆ ที่แฝงไปด้วยนมอีก เช่น เบเกอรี่ ไอศกรีม เนย ชีส  ยิ่งทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนจากนมวัวมากเกินไป ทำให้ลูกน้อยแพ้นมวัวได้ตั้งแต่หลังคลอด

นมอะไรที่คุณแม่ท้องดื่มได้บ้าง

  • นมวัว   ยังคงเป็นนมที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถดื่มได้ เพราะมีโปรตีนและแคลเซียมที่สำคัญและจำเป็นสำหรับสุขภาพคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อยในท้อง แต่ไม่ควรดื่มในปริมาณมากเกินไป ควรดื่มแค่ปริมาณที่เคยดื่มก่อนตั้งครรภ์ หรือน้อยกว่านั้นก็ได้ พร้อมกับเลือกดื่มนมอื่นๆ สลับไปด้วย

โดยนมวัวที่คุณแม่ดื่มได้ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ ซึ่งนมสำหรับแม่ท้องที่แนะนำคือ นมนมสดพาสเจอไรส์ชนิดพร่องมันเนย เพราะได้คุณค่าสารอาหารที่ต้องการโดยที่ตัวแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องรับไขมันมากเกินไป แต่ข้อเสียคือนมชนิดนี้อายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่นาน  กรณีที่คุณแม่ดื่มนมชนิดนี้ไม่ได้ก็อาจเลือกนมชนิดอื่นแทน เช่น นมสดยูเอชที นมสดพร่องมันเนย นมสดสเตอริไรซ์ สลับกับโยเกิร์ต โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือ เลือกพิจารณาถึงปริมาณสารอาหาร โดยเฉพาะแคลเซียม(ข้างกล่อง) เพื่อให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอมากที่สุดค่ะ

  • นมแพะ  นมแกะ  หากคุณแม่สามารถดื่มได้ ก็เป็นนมที่แม่ท้องกินได้เหมือนนมวัว แต่ข้อควรระวังจะเหมือนกันคือ ไม่ดื่มในปริมาณมากเกินไป กินซ้ำๆ ทุกวันเป็นประจำ เพราะนมแพะ นมแกะ ก็มีโปรตีนที่เหมือนกับนมวัว และสามารถกระตุ้นให้ลูกน้อยมีอาการแพ้ได้เช่นเดียวกัน 
  • นมจากถั่วเหลือง เป็นนมที่คุณแม่สามารถกินได้ เพราะมีแคลเซียมสูง พร้อมโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุ  แต่มีคุณแม่หลายท่าน กลัวลูกแพ้นมวัวจนไม่กล้ากินนมวัว และถามว่ากินนมถั่วเหลืองมากๆ แทนได้ไหม? ตอบว่าก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะลูกก็ยังมีโอกาสแพ้ถั่วเหลืองได้เช่นเดียวกับนมวัว  ดังนั้นเวลาคุณแม่ดื่มนมถั่วเหลือง ก็ไม่ควรดื่มมากเป็นประจำ ควรกินสลับกับนมอื่นๆ บ้างในบางครั้งเท่านั้นก็เพียงพอ
  • นมทางเลือกอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็น นมถั่วชนิดต่างๆ  นมอัลมอนด์ นมวอลนัต น้ำนมข้าว นมข้างโพด นมธัญพืช ก็เป็นนมที่คุณแม่สามารถดื่มได้เช่นกัน แต่ก็ควรจะสลับกันดื่มให้หลากหลาย ไม่กินซ้ำๆ ทุกวัน หรือกินครั้งละมากๆ

หากแม่ไม่แพ้ ไม่ต้องงด

* คุณแม่ไม่จำเป็นต้องงดอาการกลุ่มเสี่ยงต่อการแพ้ต่างๆ ในระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็น ไข่ ถั่วเหลือง แป้งสาลี ถั่วลิสง หรืออาหารทะเล เพียงเพราะกลัวว่าลูกจะแพ้  ยกเว้นกรณีคุณแม่แพ้อาหารเหล่านั้นจึงควรงด  ฉะนั้นหากแม่กินได้ไม่แพ้ ก็สามารถทานอาหารต่างๆ ต่อไป  เพราะหากคุณแม่งดกินอาหารเหล่านี้ อาจทำให้ร่างกายของแม่และลูกน้อยขาดสารอาหารสำคัญบางชนิด จนส่งผลเสียต่อสุขภาพลูกน้อยในอนาคต

กินนมแค่ไหน ดีต่อสุขภาพแม่และลูกเบบี๋ในท้อง

โภชนาการที่ดีและเหมาะสมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สุด คือ การกินอาหารให้หลากหลายครบถ้วน 5 หมู่ ไม่จำเจ ไม่ซ้ำซาก ดังนั้นคุณแม่จึงไม่จำเป็นต้องดื่มนมทุกวัน หรือตั้งเป็นกฎว่าต้องกินวันละ 1 กล่อง เพราะโปรตีน แคลเซียมและสารอาหารสำคัญมีอยู่ในอาหารอื่นๆ ทั้งเนื้อสัตสว์ และผัก ผลไม้มากมาย รวมถึงในอาหารอื่นๆ ที่แฝงผลิตภัณฑ์จากนมวัวไว้ในปริมาณมากอย่างที่คุณแม่คาดไม่ถึง เช่น  ไอศครีม 1 แกลลอน ทำจากนม 6 แกลลอน ส่วนชีส 1 กิโลกรัมนั้นทำจากนมถึง 10 ลิตร

โดยอาหารที่แนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก เพื่อลดความเสี่ยงความผิดปกติของสมองและไขสันหลังให้ลูกน้อย คืออาหารที่มีโฟลิค เช่น ตับ ไข่แดง ผักสีเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง หรือ โฟลิคเม็ดที่ได้จากคุณหมอ ฉะนั้นช่วงนี้ยังไม่ต้องการแคลอรี่และแคลเซียมเพิ่มขึ้นมากนัก จึงอาจไม่ต้องกินนมให้มาก  พอตั้งครรภ์ 6 เดือนหลัง ร่างกายคุณแม่จะต้องการแคลอรี่เพิ่มขึ้นจาก 2,000 เป็น 2,500 กิโลแคลอรี่/วัน(แคลอรี่เพิ่มขึ้น 500 กิโลแคลอรี่ ก็เทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยว หรือ อาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นอีก 1 ชาม/วันเท่านั้น)  ต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นจาก 1,000 เป็น 1,200 มก./วัน

ฉะนั้นคุณแม่จะกินนมวัวนม หรือนมถั่วเหลือง แค่สัปดาห์ละ 2-3 แก้วก็ได้ หรือจะสลับดื่มนมต่างๆ ไม่เกินวันละ 2 แก้วก็ได้  ไม่ต้องเน้นกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินไป กินแคลเซียมธรรมชาติจากผักใบเขียว ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ ถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดพืช ให้หลากหลาย หรืองาดำแทน รวมถึงแคลเซียมเม็ดที่คุณหมอสูติให้ก็เพียงพอแล้ว  แต่ถ้าคุณแม่กินอาหารอื่นๆเพิ่มเข้าไปอีก ก็จะได้แคลอรี่ส่วนเกิน ปัญหาที่ตามมาคือ น้ำหนักคุณแม่จะขึ้นมากเกินไป ควบคุมไม่ได้ และหากกินนมวัวมากเกินไป นอกจากน้ำหนักที่เพิ่มมากไป ยังเป็นสาเหตุให้ลูกแพ้นมวัวหลังคลอดได้อีกด้วย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

น้ำนมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และยูนิเซฟ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ด้วยการให้นมแม่ทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด  และควรให้นมแม่แก่ลูกน้อยเพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตลอดจนให้นมแม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับอาหารเสริมที่มีคุณค่า ปลอดภัยและเหมาะกับอายุ ตั้งแต่เดือนที่ 6 ไปจนถึงลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่า หรือนานที่สุดตราบเท่าที่ลูกและแม่ยังมีความต้องการนมแม่อยู่ ด้วยเพราะนมแม่มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนเพื่อพัฒนาลูกทุกด้านทั้งด้านสมอง ความฉลาด การเจริญเติบโต อารมณ์จิตใจ แถมการให้นมแม่ยังช่วยให้ครอบครัวประหยัด  นมแม่สะอาด และสะดวกในการเลี้ยงลูกน้อย ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่หลังคลอดทุกคนตั้งใจที่จะให้นมแม่หลังคลอดทันที  ตลอดจนมองหาอุปกรณ์ช่วยในการให้นมแม่ได้สำเร็จ เพื่อให้ลูกรักได้ประโยชน์จากนมแม่อย่างเต็มที่และยาวนาน “ เครื่องปั๊มนม ”  ถือเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่ยุคใหม่ให้นมแม่ได้สะดวกมากขึ้น  และเป็นตัวช่วยสำคัญในการปั๊มนมเพื่อทำสต๊อกนมแม่ไว้ในยามที่ต้องไปทำงาน  ทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านต้องซื้อเป็นของใช้ประจำตัว แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านมีคำถามว่าเครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นหรือไม่? เพราะลูกน้อยทารกสามารถดูดนมจากเต้าคุณแม่ได้   เราจึงมาชี้ให้เห็นถึงข้อดีของเครื่องปั๊มนมว่ามีความจำเป็นหรือช่วยคุณแม่ได้แค่ไหน พร้อมคำแนะนำว่าคุณแม่ควรซื้อเมื่อไร จึงจะใช้งานได้ดีและคุ้มค่าที่สุด เครื่องปั๊มนม ช่วยแม่ให้นมลูกได้อย่างไรบ้าง? เครื่องปั๊มนมได้ เลือกซื้อได้ตามทรัพย์และสไตล์ครอบครัว สำหรับบางบ้านที่คุณแม่สะดวกและมีเวลาเต็มที่เพื่อให้ลูกน้อยได้ดูดนมจากเต้าตลอดเวลา ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก  เพราะอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมได้  แต่จากสื่อและข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่าเครื่องปั๊มนมในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย หลายราคา  ทำให้คุณแม่สามารถเลือกซื้อหาได้หลายแบบหลายชนิดตามกำลังทรัพย์ของตัวเอง   […]

Renolux บริษัทผู้ผลิตสินค้าเพื่อแม่และเด็ก มานานกว่า 40 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในเมือง Nord-Isère ใกล้กับเมือง Lyon เป็นผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะในด้านการผลิตคาร์ซีท จนในปัจจุบันมีการพัฒนากระบวนการผลิตโฟมโพลียูรีเทนแบบพิเศษ ที่เป็นเอกสิทธ์เฉพาะของบริษัท          ทำให้จากความเชี่ยวชาญและความรู้ที่สั่งสมมาช่วยให้เราสามารถคิดสร้างสรรค์และควบคุมแต่ละขั้นตอนของการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กของเราทุกขั้นตอนภายในไซต์ 17,000 ตารางเมตรที่ตั้งอยู่ใน Nord-Isère ได้อย่างมีประสิทธิภาพ          ปัจจุบันความรู้ทางอุตสาหกรรมของ Renolux ช่วยให้เราเชี่ยวชาญในเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคพอลิเมอไรเซชันผ่านกระบวนการจดสิทธิบัตรของเรา (โฟมโพลียูรีเทน) งานโลหะ (การเจาะการตัดการรัดการเชื่อม) สิ่งทอ (การเคลือบการตัดการทำ) และการประกอบในที่สุด มุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกวัน          เพราะฉะนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ของ Renolux จะไม่ใช่แค่ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทั่วไปเท่านั้น แต่ยังได้ความเชี่ยวชาญมากกว่า 40 ปี ในการให้บริการผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กที่มีคุณภาพของ Renolux           คาร์ซีท Renolux Renofix คาร์ซีทเด็กโตที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กน้ำหนัก 15 – 36 KG. […]

คำตอบไม่ใช่ “รุ่นที่แพงที่สุด” แต่คือ “รุ่นที่ใช้แล้วชีวิตง่ายขึ้นจริง” รถเข็นพับได้ (Foldable Stroller) จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะช่วยให้ทุกอย่าง “คล่องตัวขึ้นทันที” 4 รุ่นรถเข็น ที่ตอบโจทย์ต่างสไตล์การใช้งาน แทนที่จะบอกว่ารุ่นไหนดี ลองดูว่า “ชีวิตคุณเหมาะกับแบบไหน” มากกว่า ถ้าคุณอยากได้ “ความคุ้มค่า ใช้ได้ทุกวัน” 1. FOPPAPEDRETTI รุ่น Like รุ่นนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการรถเข็นดี ๆ สักคัน ที่ไม่ต้องคิดเยอะ ใช้ได้ยาว โครงแข็งแรง มาตรฐานยุโรป ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ดีไซน์เรียบ ดูดี “ซื้อครั้งเดียว ใช้ได้ยาว ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย” ถ้าคุณอยากได้ “ความพรีเมียม + ความลื่นในการใช้งาน” 2. FOPPAPEDRETTI รุ่น TicToc ความรู้สึกตอนเข็น จะต่างจากรถเข็นทั่วไปชัดเจน เข็นลื่น นุ่ม พับง่าย ใช้งานคล่อง ดีไซน์ดูทันสมัยขึ้นอีกระดับ “ใช้แล้วรู้สึกดีทุกครั้งที่พาลูกออกไปข้างนอก” ถ้าคุณมี […]

เพราะความปลอดภัยคือเหตุผลอันดับ 1 ที่พ่อแม่ต้องควักเงินซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อย ก็เพื่อปกป้องลูกจากการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ปัจจัยที่รองลงมาคือ ลูกนอนสบาย ใช้งานง่าย และงบประมาณ มาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีท จริงๆแล้ววัดจากอะไร ก็ต้องเป็นวัสดุที่รองรับแรงกระแทกด้านใน ซึ่งคาร์ซีทแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อใช้วัสดุภายในที่ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1. EPS Foam และ EPP Foam EPS Foam (Polystyrene Foam)  เป็นวัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทก ที่ใช้ใน หมวกกันน๊อค ช่วยปกป้องชีวิต ผู้สวมใส่ โฟมชนิดนึ้จึงถูกนำไว้ในคาร์ซีท ใช้รองรับแรงกระแทกสำหรับศีรษะและส่วนบนของร่างกายเด็ก ในกรณีที่เกิดการกระแทกโฟมจะแตกและจะกระจายแรงกระแทกออกไปโดยแทบไม่มีแรงสะท้อนกลับ จึงทำให้ได้เด็กปลอดภัย ดังนั้นผู้ผลิตคาร์ซีทระดับมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ จึงนำโฟมชนิดนี้มาใช้ในคาร์ซีทเพื่อรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ ส่วน EPP Foam (Polypropylene Foam) เป็นวัสดุที่คล้ายกับ EPS Foam แต่มีความยืดหยุ่น ไม่แตกหักง่าย และทนความร้อนดีกว่า  จึงนำไปผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.carseatsite.com/FAQ.htm 2. Urethane […]

เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้วคุณแม่จะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เพราะทุกอย่างที่คุณแม่ทานเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยในท้องโดยตรงนี่เนอะ ของบางอย่างที่คุณแม่ทานเป็นปกติทุกวันอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนของบางอย่างที่เจอทีไรก็ต้องเบ้ปากอาจจะมีประโยชน์มากกว่าก็ได้ อาหารการกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อน้ำหนักและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงสมองของลูกน้อย แต่เราควรจะเลือกรับประทานอาหารแบบไหนดีล่ะ แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอดี ลองมาดูกัน! 1. โฟเลตโฟเลตหรือกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่มาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยปกติแล้วสาว ๆ บ้านไหนที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ คุณหมอก็จะแนะนำให้ซื้อโฟเลตมาทานเพื่อเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ท้องเลย เพราะเจ้าตัวโฟเลตนี้เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างระบบประสาท เซลล์สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้ารับสารอาหารตัวนี้เข้าไปไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้ทารกมีความพิการทางสมองได้ค่ะ ส่วนคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนท้องก็ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงคุณหมอก็จะสั่งโฟเลตให้ทานทุกวันเพื่อบำรุงอยู่แล้ว บำรุงตอนท้องก็ไม่ได้สายเกินไปค่ะ อีกอย่างอาหารหลาย ๆ อย่างที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันก็มีโฟเลตอยู่บ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ไข่แดง ตับ ฟักทอง แครอท ฯลฯ ที่สำคัญคือคุณแม่ควรจะทานโฟเลตให้ได้วันละ 400-800 ไมโครกรัมกันนะคะ 2. เนื้อสัตว์ต่าง ๆส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สำหรับคนท้องจะเป็นจำพวกเนื้อแดงอย่าง “เนื้อวัว” เพราะว่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องโลหิตจางของคุณแม่ได้ แล้วก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทารกเช่นกัน แต่เนื้อวัวที่คุณแม่ทานควรจะเป็นแบบไร้มัน หรือมันน้อยที่สุดนะคะ เพราะการที่คุณแม่ทานมันเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้คลื่นไส้หรือท้องอืดได้นะ เนื้อไก่นี่ก็เป็นอะไรที่แนะนำ เพราะมีโปรตีนสูงและจะช่วยเรื่องน้ำหนักของลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ก่อนก็เป็นพวกอาหารทะเล เพราะมีการตรวจพบสารปรอทในสัตว์ทะเลที่จับมาจากบางที่ค่อนข้างสูงเลยล่ะ […]

ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เชื้อไวรัสโคโรน่า มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คนเป็นเพิ่มขึ้นวันละ 30 กว่าคนทุกวัน ลักษณะการแพร่ระบาดอยู่ในระยะที่ 2 และคนส่วนใหญ่ก็เพียงแค่ตามหาหน้ากากอนามัยที่ตอนนี้ราคาแพงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือแม้แต่เจลแอลกอฮอล์ที่มีการทำปลอมแปลงออกมาอีกมากมายเพราะหวังกอบโกยเงิน ในช่วงวิกฤต แบบนี้ แต่บริษัทประกันต่างๆ กลับออกกรมธรรม์ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า เพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่เกิดการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า อย่างแท้จริง และทุกประกันก็ให้ความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เมื่อตรวจพบเจอโรค ก็จ่ายทันที (Update 15/03/63) สินทรัพย์ประกันภัย แผน4 ** นอกจากนี้ ยังได้รับความคุ้มครองเพิ่ม กรณีประสบอุบัติเหตุ หากเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ จะได้รับเงินประกัน และค่าปลงศพ 2,000-8,000 บาท ตามข้อกำหนดของแต่ละกรมธรรม์ โดยเงื่อนไขสำหรับผู้เอาประกันภัย ต้องมีอายุระหว่าง 1-99 ปี แต่จะไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-Existing Condition) ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต SCB แผน B – Covid 19 Plus แผน 3 สินมั่นคงประกันภัย ประกันภัยการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า กรุงเทพประกันภัย ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า วิริยะประกันภัย Covid Shield แผน […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid