แชร์เทคนิคเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ตามวัย ถูกใจลูกน้อย

ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง

เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้

ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน

วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ

ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ หรือฆ่าเชื้อด้วยการ ลวก นึ่ง หรือเข้าตู้อบยูวีได้ จะดีมาก เพราะน้องมีโอกาสนำเข้าปากได้

นอกจากนี้ การฝึกการได้ยินเสียง ในช่วงนี้สำคัญมาก เพราะน้องๆ จะมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อเสียงต่างๆ เพราะเค้าฝึกการฟังมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว การเลือก เปลไกวไฟฟ้า ที่มีเสียงกล่อมมาให้ด้วย จะช่วยฝึกการฟังเสียง และยังช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วย หากมีโมบายชนิดมีเพลง หรือการเปิดเพลงคลอ ก็จะช่วยกระตุ้นการได้ยินได้ดีเช่นกันค่ะ

และเมื่อเข้าใกล้วัย 6 เดือน น้องๆ บางคนอาจมี อาการคันเหงือก เพราะ ฟันซี่แรกกำลังจะขึ้น จึงมักชอบ คว้าจับสิ่งของเข้าปาก มากัด หรืออม ยางกัดซิลิโคน แบบมีที่จับหรือมีสายคล้องจะเหมาะกับน้องๆ วัยนี้มากเลยค่ะ

ของเล่นเด็ก วัย 6 – 10 เดือน

ช่วงนี้น้องๆ หนูๆ จะเริ่ม พลิกคว่ำตัว ชันคอ กันได้แล้ว และเริ่มจะ เรียนรู้การคลาน โดยจะเริ่มจากการคว่ำตัว พยายามชันคอ และเริ่มใช้บริเวณหน้าท้องไถไปมาที่พื้น จนไปถึงทำท่าโก้งโค้งขยับไปมาหน้าหลัง เป็นท่าเตรียมพร้อมที่จะเริ่มหัดคลาน  การเลือกซื้อ แผ่นรองคลาน และ คอกกั้นเด็ก ให้กับลูกน้อย ควรเลือกชนิดที่ ปราศจากสารเคมี BPA FREE  เช็ดทำความสะอาดได้ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค ไม่ใช้สีที่เป็นอันตรายต่อทารก เพราะน้องๆ มักจะก้มไปเลียพื้นเวลาฝึกคลานค่ะ

นอกจากนี้ น้องๆ จะเริ่มสนใจสิ่งอื่นมากขึ้น โดยเรียนรู้จากการกด บีบ จับ แล้วก่อให้เกิดเสียง หรือเกิดแสง และยังเริ่ม จดจำรูปทรงต่างๆ ในวัยนี้ ของเล่นที่มีการขยับเขยื้อนได้ เช่น รถไฟ ลูกบอล หรือคีย์บอร์ดของเล่น  ที่กดแล้วเกิดแสงสีเสียง จะช่วยกระตุ้นให้น้องตื่นตัว หรือคลานไปคว้าจับมาเล่นได้ดีค่ะ

ของเล่นเด็ก วัย 10-12 เดือน

เด็กวัยนี้จะหลังแข็ง สามารถนั่งทรงตัวได้ด้วยตัวเองแล้ว และยังเป็นวัยที่ เริ่มหยิบจับได้ดีมากขึ้น เริ่มจากของที่มีน้ำหนักเบา และเมื่อเข้าใกล้วัย 1 ขวบขึ้น ก็จะ เริ่มอยากจะเกาะยืน และเดินได้ด้วยตนเอง เพราะเป็นวัยที่ ชอบสำรวจสิ่งต่างๆ

ของเล่นที่เหมาะสมกับน้องๆ วัยนี้คือ ของเล่นที่ช่วยในการหัดยืน หรือหัดเกาะเดินต่างๆ จะ ช่วยให้เรียนรู้การทรงตัวได้ด้วยตนเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ ยังต้องคอยอยู่ข้างๆ หรือช่วยพยุงอยู่ในระยะนี้ค่ะ

และวัยนี้มีความ เก่งเรื่องการจดจำ ได้มาก ทั้งรูปภาพ รูปทรง สี คุณแม่สามารถฝึกเล่น Flash Card หรือบ้านกิจกรรม สนุกๆ กับลูกได้ หรือการเล่านิทานที่มีภาพ มีเสียง ก็จะถูกใจน้องๆ มากเลยค่ะ

ของเล่นเด็กวัย 1-2 ขวบ

วันนี้น้องๆ หนูๆ จะสามารถเดินได้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ โดยเริ่มเดินเตาะแตะแบบช้าๆ จนไปถึงวัยที่เริ่มวิ่งจนจับตัวแทบไม่ทันเลยค่ะ และยังเป็นวัยแห่งการใช้พลัง กรี๊ดกร๊าด คึกคักสุดๆ ไปเลย ร่างกายสามารถหยิบจับ ขยับส่วนต่างๆ ได้ตามใจมากยิ่งขึ้น และ ฟังคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่รู้เรื่อง แล้วค่า จึงเป็นวัยที่พร้อมจะเรียนว่ายน้ำ ลงสระว่ายน้ำกับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างปลอดภัย คุณแม่สามารถซื้อ อุปกรณ์การว่ายน้ำ เช่น ห่วงยางว่ายน้ำ แพมเพิสสำหรับลงสระว่ายน้ำ หรือสระว่ายน้ำขนาดเล็ก ให้ลูกเล่นในบ้านได้ค่ะ รวมไปถึง การเล่นของเล่นที่มีการทรงตัว เช่น ม้าโยกตัวเล็กๆ หรือรถเข็น 4 ล้อขาไถ ก็สามารถฝึกได้ในตอนนี้ค่า

และน้องๆ วัยนี้ชอบทำตามพ่อแม่ ชอบเล่นบทบาทสมมติ การหาของเล่นที่คล้ายๆ กับสิ่งที่พ่อแม่ใช้ เช่น กระเป๋าแต่งหน้า กระเป๋าเชฟ กระเป๋าช่าง อุปกรณ์ช่าง จะช่วยให้น้องได้ฝึกหยิบจับ ปาได้อย่างปลอดภัยค่า

ของเล่นเด็กวัย 3 ขวบ ขึ้นไป

วัย 3 ขวบขึ้นไป พร้อมที่จะไปโรงเรียนแล้วค่า น้องๆ หนูๆ สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ด้วยตนเอง จากการเรียนรู้ตามพ่อแม่ สามารถขยับร่างกาย ทรงตัว ทำงานร่วมกันระหว่างประสาทสัมผัสทางตา และมือพร้อมกันได้ดี ยืนขาเดียวได้ สามารถเล่นและเรียนรู้ในรูปแบบที่ซับซ้อนเป็นระบบมากขึ้น มีจินตนาการที่สูง

ส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ด้วยของเล่นที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บล็อกตัวเลขเสริมพัฒนาการ กล้องถ่ายรูปเด็ก จักรยาน3ล้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ได้มีพัฒนาการที่ดี และได้ใช้จินตนาการของลูกได้อย่างเต็มที่ บอกเลยน้องๆหนู ถูกใจ ร้องว้าวแน่นอนค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ คุณพ่อคุณแม่ คุณน้าคุณอาทุกท่าน เลือกซื้อของเล่นเด็ก ไปฝากลูกน้อย หรือหลานรัก ได้อย่างถูกต้องสมวัย ให้ลูกน้อยเล่นได้สนุก ส่งเสริมพัฒนาการได้ดี

เบบี้กิ๊ฟ ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ตัวแทนนำเข้าของเล่นเด็กคุณภาพ โดยเราคัดสรรเฉพาะสินค้าที่มีความปลอดภัยต่อทารก ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อให้ลูกน้อยเล่นได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล สามารถรับ ช้อปสินค้าผ่าน Website BabyGift หรือ เข้าสัมผัสสินค้าตัวจริงได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน ทีมงานเบบี้กิ๊ฟ ยินดีให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าแม่และเด็กให้กับทุกท่านค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

” ลูกติดเต้า ไม่ยอมใช้ขวดนมเลย ทำอย่างไรดี ? เริ่มให้ลูกหย่านมจากเต้า มาฝึกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ดี ? ” อีกคำถามที่แม่ๆหลายคนมักเจอตอนลูกน้อยอายุ 1 ขวบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมจากเต้าเพียงอย่างเดียว วันนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากแม่ๆกันค่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความจริงแล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ด้วยคุณค่าของน้ำนมความอบอุ่นและอื่นๆ แต่เมื่อลูกรักโตขึ้น หลายคนที่ดูดนมแม่จากเต้าจนติด หรือที่เรียกว่า ” ลูกติดเต้า “  งอแงไม่ยอมกินนมจากขวด เวลาที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานหรืออยู่นอกบ้าน การให้นมแม่จากขวดนม หรือการเริ่มหย่านมแม่ มักจะเกิดปัญหาตามมาเพราะลูกไม่ยอมกินนมจากขวด งอแงร้องไห้  จนเกิดปัญหาการกินกับลูกได้ และปัญหาการใช้ชีวิตของคุณแม่เอง ฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคแบบไหน ที่สามารถทำให้ลูกได้ฝึกกินนมจากขวดได้ โดยไม่หักดิบ ไม่ทำให้ลูกร้องไห้งอแง หงุดหงิดเสียใจ คุณแม่เองก็ไม่ต้องเครียดไปด้วย ตามมาดูกันเลยค่ะ 8 ทริค ฝึกลูกดูดนมขวดแบบแฮปปี้ 1 )  ค่อยๆ ฝึก ไม่บังคับลูกเพราะการดูดขวดคือทักษะใหม่ของลูกรักที่เคยแต่ดูดนมแม่จากเต้ามาตลอด จนกลายเป็นว่า ลูกติดเต้า รวมถึงวิธีการดูดนมจากขวดกับการดูดนมจากเต้าก็มีความแตกต่าง  จึงต้องอาศัยเวลาให้ลูกปรับตัวและฝึกฝน รวมถึงลูกรักเองก็ต้องใช้สมาธิในการดูดมากขึ้นในช่วงแรก ฉะนั้นการทำความเข้าใจไม่บังคับ และให้ลูกได้ลองฝึกในสิ่งแวดล้อมที่เงียบและสงบค่อย […]

คุณแม่มือใหม่กับการเอาลูกน้อยเข้าเต้า ให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ฟังดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ เพราะการที่แขนของคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักลูกและต้องก้มตัวให้นมลูกน้อยบ่อย ๆ อาจจะทำให้คุณแม่ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน หรือ เมื่อยล้าได้สะสมจนส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ เพราะเห็นถึงปัญหาของคุณแม่หลังคลอด หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จึงถูกออกแบบมาเพื่อคุณแม่ให้นมโดยเฉพาะเลยค่ะ หมอนออกแบบตามสรีระศาสตร์ทารก ช่วยประคองคอและหลังของลูกน้อย พร้อมช่วยลดอาการปวดเมื่อยของคุณพ่อคุณแม่เวลาอุ้มทารกได้ด้วยค่ะ หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จำเป็นต้องมีไหม? คุณแม่ที่เชี่ยวชาญในการอุ้มทารกเป็นอย่างดี อุ้มลูกน้อยได้สบายหายห่วง เบาะอุ้มให้นมอาจจะดูไม่จำเป็นเท่าไหร่ค่ะ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เวลาให้นมลูกยังต้องเกร็งแขน จนต้องใช้วิธีเอาหมอนหนุนมาวางซ้อนกันหลาย ๆ ใบ เพื่อรองรับลูกน้อย ยกลูกให้ถึงเต้านม หมอนรองให้นมก็ถือว่าจำเป็นต้องมีค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยอยู่ในระดับที่ให้นมได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยของคุณแม่ และที่สำคัญหมอนทั่วไปไม่เหมาะกับการให้ทารกนอนระหว่างให้นม เพราะหมอนไม่ได้โค้งกระชับรองรับสรีระทารกค่ะ วิธีเลือกซื้อหมอนรองให้นม 1. เลือกจากรูปทรงหมอนรองให้นมมีหลายรูปแบบ เช่น รูปตัวยู, เบาะตามสรีระทารก เป็นต้น คุณแม่ควรจะเลือกแบบที่ตัวเองถนัด ที่สำคัญคุณสมบัติหลักควรจะกระชับรองรับสรีระทารกได้เป็นอย่างดี 2. กระชับแนบตัวลูก หรือ ตัวคุณแม่หมอนรองให้นมควรจะแนบกระชับตัวลูกน้อย รองรับตามสรีระเด็กทารก เพื่อให้คุณแม่อุ้มได้ถูกท่า หากเป็นแบบหมอนรูปตัวยู ควรจะปรับสายได้เพื่อให้แนบกระชับกับเอวคุณแม่ ไม่ให้หมอนเลื่อนหลุดง่าย […]

ถ้าพูดถึงสิ่งที่แม่ๆ เป็นกังวลที่สุดตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ซึ่งตอนนี้แพร่ระบาดและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วทั่วโลกกว่า 4,000 ราย แถมยังดูทีท่าไม่มีจะหยุดเสียด้วย COVID-19 หรือที่เราเรียกกันว่าไวรัสโคโรน่านั้น เป็นเชื้อก่อโรคชนิดหนึ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยล่ะค่ะ ความน่ากลัวของมันก็คือ มันจะลอยอยู่ในอากาศ​ ทำให้สามารถติดต่อกันได้ง่ายมากๆ แค่หายใจเข้าไปก็สามารถติดต่อกันได้แล้ว นอกจากการหายใจ การสัมผัสกันก็ยังถือเป็นการแพร่เชื้อชั้นดี ไม่ต้องพูดถึงเวลาไอหรือจามกันเลย แค่ฟังก็รู้สึกชีวิตอยู่ยากแล้ว และยังจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ถ้ามีอีกหนึ่งชีวิตพ่วงมาด้วย แต่อย่ากลัวไปค่ะ เราจะต้องรอด ขอแค่เปลี่ยนตัวเองเป็นคุณแม่สายคลีนตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่นี้ก็อย่าหวังว่าเชื้อโรคจะได้แอ้ม วิธีเอาตัวรอดจากไวรัสโคโรน่าฉบับคุณแม่ต้องไปทำงาน 1.พกหน้ากากติดตัวให้เป็นนิสัย คงไม่ใช่แค่พก แต่ขอให้คุณแม่สวมเอาไว้ค่ะ เพราะการสวมหน้ากากเป็นวิธีป้องกันที่ง่ายและเบสิคที่สุดในตอนนี้แล้ว อย่างที่บอกว่าไวรัสจะลอยอยู่ในอากาศ คุณแม่จะไม่ทราบเลยว่าแต่ละครั้งที่หายใจเข้าไปนั้นจะเอาอะไรเข้าไปบ้าง เพราะฉะนั้น คุณแม่ควรจะใส่หน้ากากตลอดเวลา และควรจะเลือกหน้ากากที่มีความเหมาะสมด้วยนะคะ เพราะหน้ากากบางชนิดก็บางเกินไป ไม่สามารถกันได้นะ 2. ล้างมือทุกชั่วโมง ความจริงเรื่องการล้างมือนี่ถ้าไม่มีไวรัสระบาดก็ควรจะทำให้ติดเป็นนิสัยนะ เหตุผลที่เราควรล้างมือบ่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่ไวรัสโคโรน่าเท่านั้นที่ติดต่อผ่านการสัมผัส แต่เชื้อโรคอื่นๆ ก็จะตกค้างอยู่ที่มือเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม การล้างมือเป็นประจำจะทำให้มือของเราสะอาด เวลาหยิบจับอาหารอะไรเข้าปากก็หมดห่วง อย่าลืมว่าการล้างมือที่ถูกต้องควรล้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงซอกเล็บด้วยนะคะ 3. พกเจลแอลกอฮอล์ บางทีการเดินตามหาน้ำล้างมือในสถานที่ต่างๆ ก็อาจดูจะเป็นเรื่องยากเกินไปซักนิด ดังนั้นเราจึงมีตัวเลือกใหม่ฉบับพกพาให้คุณแม่สะดวกได้มากขึ้นกว่าเดิม เจลแอลกอฮอล์ที่ดีควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ 70-95% […]

การเลือก “เป้อุ้มทารก” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้ความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้สะดวกขึ้น แต่ยังช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่คำถามที่เจอบ่อยคือ “ควรเลือกแบบไหนดี?” “ยี่ห้อไหนเหมาะกับลูกเรา?” ทำไมควรใช้เป้อุ้มทารก? เป้อุ้มไม่ได้มีแค่ความสะดวก แต่ยังช่วยในหลายด้าน ทำให้ลูกรู้สึกใกล้ชิด อบอุ่น เหมือนอยู่กับแม่ ช่วยลดการงอแง (โดยเฉพาะเด็กที่ติดอุ้ม) พ่อแม่เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น เช่น เดินห้าง / ทำงานบ้าน เหมาะมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้อง “เลี้ยงลูกไป ใช้ชีวิตไป” วิธีเลือกเป้อุ้มให้เหมาะกับลูก 1. รองรับสรีระทารก (Ergonomic Design) รองรับสะโพกแบบตัว M ไม่กดทับกระดูกสันหลัง สำคัญต่อพัฒนาการระยะยาว 2. ปรับได้ตามช่วงวัย ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด เด็กโต ปรับสาย / ปรับตำแหน่งได้ ช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 3. พ่อแม่ใส่สบาย น้ำหนักไม่กดไหล่ มี Hip Seat (ที่นั่งรองสะโพก) ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดอาการปวดหลัง 4. วัสดุระบายอากาศ ไม่ร้อน อับ […]

พอใกล้คลอด คุณแม่หลายคนก็มองหาวิธีหรือเคล็ดลับที่จะทำให้คลอดลูกง่าย หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่เริ่มท้องเลยก็ว่าได้ คุณแม่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะเลือกผ่าคลอดกันอยู่เยอะ เพราะสามารถเลือกฤกษ์งามยามดี แถมไม่ต้องทนเจ็บท้อง หรือรอลุ้นว่าจะปวดท้องคลอดตอนไหน ส่วนคุณแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติ ก็อาจจะเคยได้ยินมาว่าการเดินบ่อยๆ จะช่วยทำให้คลอดลูกได้ง่าย ความเชื่อนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าจริง มันเป็นไปได้ยังไง สำหรับในบทความนี้ เรานำความรู้ดีๆ มาฝากกันค่า ประโยชน์ของการเดิน 1.การเดินเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง         แน่นอนว่าคุณหมอต่างก็แนะนำให้คุณแม่ท้องทุกคนออกกำลังกายเบาๆ ไม่หักโหม หรือไม่ออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดิน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับออกซิเจนได้เต็มปอด 2. การเดินช่วยกระตุ้นฮอร์โมน         การเดินจะช่วยหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าออกซิโตซิน ซึ่งสร้างมาจากต่อมใต้สมอง เจ้าฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมากระตุ้นให้มดลูกหดบีบตัว และทำให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างไม่นานเกินรอค่ะ 3.เรียนรู้จังหวะการหายใจ         ในตอนที่คุณแม่เดิน ก็เหมือนกับคุณแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ลมหายใจ เรียนรู้การหายใจเข้า หายใจออก อย่าลืมว่าการหายใจเข้าออกแต่ละครั้งก็ควรทิ้งช่วงห่าง อย่าหายใจถี่เกินไป เพราะจะทำให้คุณแม่เหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม คุณแม่ที่คุ้นชินกับการหายใจจะช่วยให้สามารถบังคับแรงเบ่งได้ในตอนคลอดได้ด้วยนะ ข้อเสียของการเดินที่เยอะเกินไป […]

ปัญหาลูกทารกนอนยาก ไม่ยอมนอน ถือเป็นหนึ่งปัญหาปวดหัวใจ ทำคุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านเครียดและไม่สบายใจไปตามๆ กัน เพราะเมื่อลูกนอนยาก งอแง ไม่ยอมหลับ ก็มักจะงอแงร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ปลอบอย่างไรก็ไม่หาย กว่าจะนอนได้ก็นานเป็นชั่วโมง  แถมเวลาลูกหลับแล้วตื่นมาทีไรก็ยังงอแง อารมณ์ไม่ดี เลี้ยงยากจนคุณแม่ๆ ทั้งหลายเพลียใจ ลูกน้อยทารกควรนอนมากแค่ไหน ? คุณแม่รู้ไหมว่า…ลูกทารกวัยแรกเกิด- 1 เดือน นอนกลางวันถึงวันละ 8-9 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง รวม 15-18 ชั่วโมงต่อวัน  ส่วนลูกวัย 1 -3 เดือน นอนกลางวันวันละ 6-7 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง   รวมประมาณ 15 ชั่วโมง  จนเมื่อลูกน้อยวัย 6 เดือน เริ่มนอนน้อยลง คือ นอนกลางวันลงเหลือ 3-4 ชั่วโมง และกลางคืน 10-11 ชั่วโมง รวม […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid