เลือกรถเข็นเด็กตามนิสัยและไลฟ์สไตล์คุณแม่

เพราะแม่แต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่าง Aprica จึงสรรสร้างนวัตกรรมที่รองรับทุกความต้องการด้วยรถเข็นเด็กหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นไหน เหมาะกับคุณไปดูกันเลย

แม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มเททุกความสุขเพื่อลูกและคนในครอบครัวเป็นสำคัญ

ถ้าคำว่า “ที่สุด” คือนิยามของรถเข็นเด็กที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือคำตอบเดียวที่คุณต้องการ

รถเข็นเด็ก Aprica โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมอบความสบาย นุ่มนวล ปกป้องลูกน้อยแบบ 360 องศา ใส่ใจในสุขภาพและเสริมสร้างพัฒนาการ เพื่อเทวดานางฟ้าตัวน้อย

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia

  • น้ำหนักรถเข็น 6.8 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • ล้อหมุน 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ
  • ระบบโช๊คใต้ที่นั่งและบริเวณล้อ ลดแรงสั่นสะเทือนลง 40%
  • ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
  • หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 54 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • เบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้น สัมผัสนุ่ม สบายตัว ลดความอับชื้นDouble Head&Hip Support ด้วยชุดหมอนรองศีรษะและสะโพก และโครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
  • เพิ่มขนาดตะกร้าใส่ของขนาดใหญ่
  • สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Soraria Magic basket

  • น้ำหนักรถเข็น 7.5 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • ล้อหมุน 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ
  • ช่องระบายอากาศด้านหลัง พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษ
  • หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 56 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • เบาะรองนอน CoolMax All Season ที่ช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเจ้าตัวน้อย ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือเย็น ด้วยการดูดซับเหงื่อในวันที่ร้อนจัดและให้ความอบอุ่นในวันที่อากาศหนาวเย็น ช่วยให้เทวดาตัวน้อยรู้สึกสบายได้ทุกฤดู
  • ชุดหมอนรองศีรษะและสะโพก และโครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
  • โครงสร้างแบบลดรอยต่อ ที่เชื่อมต่อส่วนต่างๆ เป็นชิ้นเดียวช่วยเพิ่มความแข็งแรงแม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน

คุณแม่ทรงพลัง คล่องแคล่ว ขี้เล่น

ถ้าคุณและลูกน้อยต้องการความคล่องตัว พร้อมทุกสถานการณ์

รถเข็นเด็กน้ำหนักเบาแต่ครบทุกฟังชันท์ที่เหนือกว่า พร้อมเติมความคล่องตัวด้วยการใช้รถเข็นสลับกับเป้อุ้มเด็กได้ง่าย เป็นตัวช่วยที่ดี ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ คุณแม่ก็พร้อม

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS

  • น้ำหนักรถเข็น 5.3 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • ล้อหมุน 360 องศา ทั้ง 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ
  • ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
  • ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
  • หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 53 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • เบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้น สัมผัสนุ่ม สบายตัว ลดความอับชื้น
  • โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
  • สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light

  • น้ำหนักรถเข็น 4.9 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 53 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • เบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้น สัมผัสนุ่ม สบายตัว ลดความอับชื้น
  • โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
  • สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

คุณแม่เด็กแนว กิ๊บเก๋ทันสมัย ไม่ชอบตามใคร

สนใจทางเลือกใหม่ๆ รักอิสระและความแปลกใหม่

รถเข็นเด็ก แบบ 3 ล้อเท่ห์ๆ ไม่เหมือนใครที่ผสมผสานทุกฟังก์ชั่นอย่างลงตัว และที่โดนใจยิ่งกว่าคือ ความแข็งแรง ทนทาน ไม่ว่าจะไปไหนก็พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ใช้ง่ายพับกางสะดวกและขนาดกระทัดรัด

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Smooove

  • น้ำหนักรถเข็น 9 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • ล้อแบบสูบลม ลดการสั่นสะเทือนได้ถึง 80% เข็นได้ในทุกพื้นผิว
  • ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
  • หลังคากัน UV 99% ขนาดใหญ่ ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 58 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • เบาะรองนอนแบบBREATHAIR ระบายอากาศลดความอับชื้นได้ดี
  • โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • การพับแบบ One step เมื่อพับแล้วสามารถตั้งรถเข็นได้ จึงไม่ทำให้รถเข็นเปื้อนฝุ่น
  • สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

คุณแม่นักเดินทาง ชอบท่องเที่ยวไปกะลูกสองคนก็ลุยเองได้ หรือไปทั้งครอบครัวก็ยิ่งสนุกดี

ถ้าการเดินทางท่องเที่ยวคือ กิจกรรมที่คุณต้องการทำร่วมกันกับลูก

รถเข็นเด็กแบบ Lightweight น้ำหนักเบาเพียง2.9 kg. คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์คุณแม่ได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหิ้วขึ้นบันไดรถไฟฟ้าซักกี่ขั้น ขึ้นเครื่องบินไปอีกกี่จุดหมายปลายทางก็หมดปัญหา เพราะการเดินทางไปไหนมาไหนกับลูกน้อยเพียงลำพัง คุณต้องรับมือกับสัมภาระมากเป็นพิเศษ รถเข็นน้ำหนักเบาพับกางง่ายด้วยมือเดียวภายใน 1 วินาที ช่วยให้คุณไม่ต้องปล่อยมือจากลูกน้อยวัยซนที่ต้องการการดูแลตลอดเวลา

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon

  • น้ำหนักรถเข็น 3.6 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
  • หลังคาบังแดดกัน ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon Plus Highseat

  • น้ำหนักรถเข็น 4.8 kg.
  • สำหรับเด็กวัยแรกเกิด – 3 ปี (น้ำหนัก 2.5 – 15 kg.)
  • ปรับนอนราบได้ 170 องศา
  • ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
  • ช่องระบายอากาศ พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
  • หลังคากัน UV 99% ปิดได้มิดชิด ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 53 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • โครงสร้างเบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย ช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Magicalair Plus Highseat

  • น้ำหนักรถเข็น 3.3 kg.
  • สำหรับเด็กวัย 7 เดือน – 3 ปี (น้ำหนัก 15 kg.)
  • ปรับเอนได้เพื่อความผ่อนคลาย
  • ระบบล้อแบบ 3D Suspension ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นรองรับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนขรุขระได้อย่างนุ่มนวล
  • ระบบระบายอากาศแบบ Double พร้อมฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง
  • หลังคาบังแดดกัน ปกป้องดวงตาและผิวอันบอบบาง
  • ที่นั่งสูงจากพื้น 52 cm. ช่วยลดระดับอุณหภูมิในรถเข็นได้ถึง 2 องศา และระดับความหนาแน่นของฝุ่นละอองในอากาศลดลงได้ถึง 10-20 %
  • สามารถพับและกางได้ด้วยมือเดียว
  • สามารถถอดซักได้ทุกชิ้นส่วน ซักกับเครื่องซักผ้าได้

Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

รวมสุดยอดวิธี เลือกเป้อุ้มทารก เพราะเป้อุ้มเด็ก  เป็นเครื่องทุ่นแรงที่สำคัญยิ่งสำหรับคุณแม่  ที่เรียกได้ว่าคืออุปกรณ์คู่กายคู่ใจที่พาคุณแม่และลูกน้อยไปทำกิจวัตรด้วยกันได้เสมอ เป้อุ้มลูกนี้จึงเป็นหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกประจำบ้านที่กำลังเลี้ยงลูกอ่อน ยิ่งเป็นครอบครัวเล็กที่คุณแม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวไม่มีคนมาช่วยเลี้ยงลูก ในช่วงเวลาที่คุณพ่อไปทำงานนอกบ้าน  ยิ่งถือเป็นของใช้ที่จะช่วยให้คุณแม่ทำงานและกิจกรรมอื่นๆได้ พร้อมเลี้ยงลูกได้แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งในยุคสมัยที่การหาเงินได้ฝืดเคือง และข้าวของใช้ราคาสูงเช่นนี้ การเลือกซื้อเป้อุ้มลูกทั้งที เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ และเลือกใช้ให้คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย แต่จะรู้ได้อย่างไร? ว่าเป้อุ้มเด็กแบบไหนดี ทนทานปลอดภัย ใช้งานได้นานจนลูกโต ลองมาอ่านเทคนิคดีๆ เหล่านี้กันเลย 1 ตอบโจทย์การใช้งาน การเลี้ยงลูกของครอบครัว นั่นคือการเลือกให้ตรงกับสไตล์การเลี้ยงลูกของครอบครัว การทำงานของคุณพ่อคุณแม่และการเดินทางของคนในบ้าน ซึ่งต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ  ได้แก่  ขนาดของครอบครัวและคนช่วยเลี้ยงลูก เพราะหากเป็นครอบครัวเล็ก คุณแม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว คุณพ่อไปทำงาน จำเป็นต้องใช้เป้อุ้มลูก สำหรับเวลาทำงานบ้าน ทำธุระหรือจำเป็นต้องออกไปซื้อของนอกบ้าน   แม้แต่เป็นครอบครัวใหญ่ อาจจะได้ใช้เวลาคุณแม่ต้องทำธุระ ผลัดกันใช้เวลาเดินทางไปข้างนอก  สิ่งของที่ใช้กับลูก เวลาที่ต้องพาลูกออกนอกบ้าน เพราะหากคุณพ่อคุณแม่มีข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ต้องพกไปมาก การใช้เป้อุ้มเด็กก็จะทำให้สะดวก พ่อแม่ถือของใช้ และซื้อของได้สบาย ไม่ต้องใช้มืออุ้มหรือเข็นลูก หรือหากเวลาไปไหนที่ต้องใช้พื้นที่จำกัดการใช้เป้อุ้มเด็กก็จะไม่ต้องเปลืองพื้นที่เพราะพับเก็บได้ พกพาง่ายกว่ารถเข็น    การเดินทางของครอบครัว หมายถึงสังเกตการใช้ชีวิตของครอบครัวว่า ต้องออกไปต่างจังหวัด หรือไปเยี่ยมญาติบ่อยหรือเปล่า ใช้เวลาพาลูกออกนอกบ้านนานแค่ไหน หากต้องไปที่ไหนไม่นานนัก การใช้เป้อุ้มเด็กจะมีความคล่องตัวสะดวกกว่ารถเข็น  […]

ใกล้คลอดแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนอาจกำลังกังวลกับการ ผ่าคลอด วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมความรู้มาให้คุณแม่ได้เห็นอีกมุมของการ ผ่าคลอด ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ โดยปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่คลอดธรรมชาติเอง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะเชื่อว่าการคลอดแบบธรรมชาตินั้นฟื้นตัวไว เสียเลือดน้อย และกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้คุณแม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการคลอดลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนนิยมมากก็คือ “การผ่าคลอด” โดยการผ่าคลอด แบ่งเป็น 2 กรณี คือ  1. ผ่าคลอด แบบวางแผนมาก่อน เมื่อคุณแม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดเองไม่ได้ หรือคุณหมอเห็นเหตุจำเป็นที่ต้องกำหนดวันผ่าคลอด ได้แก่ คุณแม่สุขภาพไม่ดีมีความเสี่ยงสูง คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน คุณแม่ท้องแฝดไม่สามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ รวมไปถึงทารกที่อยู่ในท่าผิดปกติ หรือทารกอยู่ในภาวะวิกฤตมีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องผ่าคลอดออกมาโดยเร็ว 2. ผ่าคลอด แบบฉุกเฉิน คุณแม่บางคนเกิดภาวะความเสี่ยงกะทันหัน  จำเป็นต้องได้รับการผ่าคลอดแบบฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย ข้อดีของการ “ผ่าคลอด”  ปัจจุบันการผ่าคลอด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การผ่าคลอด จึงเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับคุณแม่ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกการคลอดแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย หากคุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวล ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อวางแผนเลือกวิธีการคลอดที่ปลอดภัยที่สุดต่อคุณแม่และลูกน้อย คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ Baby Gift หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาทีม Baby Gift Expert เรายินดีให้คำแนะนำค่ะ

อาการทารกท้องอืด เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าตัวเล็กอึดอัดแน่นท้อง พวกเขายังไม่สามารถสื่อสารบอกเราได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้จ้า บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุของอาการเด็กทารกท้องอืด พร้อมแนะแนวทางป้องกันและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวและอารมณ์ดีอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องอืด การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการทารกท้องอืดจะช่วยให้เรารับมือได้ตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยในเด็กวัยแรกเกิดมีดังนี้ ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ในช่วงขวบปีแรก ระบบทางเดินอาหารของเจ้าตัวเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนหรือน้ำตาลแลคโตสในนมอาจยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊สสะสม และนำไปสู่ภาวะทารกท้องอืดได้ง่าย ทานนมปริมาณมากเกินไป การให้ลูกทานนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการของกระเพาะอาหาร (Overfeeding) หรือให้ทานถี่เกินไป ทำให้นมย่อยไม่ทันจนเกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด และมีลมในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ ดูดกลืนลมเข้าไปในท้อง ขณะที่ลูกดูดนมไม่ว่าจะจากเต้าแม่หรือขวดนม หากท่าทางไม่ถูกต้องหรือลูกร้องไห้หนักขณะหิว จะทำให้มีการดูดกลืนอากาศเข้าไปในท้องพร้อมกับน้ำนม ลมเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เด็กทารกท้องอืด และรู้สึกอึดอัดมาก เด็กไม่ได้เรอ หลังทานนมเสร็จ หากคุณแม่ไม่ได้ช่วยจับลูกเรอเพื่อขับลมออก แก๊สที่สะสมอยู่ภายในจะดันขึ้นมาจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ลมตีขึ้น หรือแหวะนม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทารกท้องอืดที่พบได้บ่อยที่สุด ทารกท้องอืดอาการเป็นอย่างไร เนื่องจากลูกสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนอาการทารกท้องอืด ดังนี้ ร้องไห้งอแง ลูกจะร้องไห้โยเยเสียงดังผิดปกติ ดูไม่สบายตัว และปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด โดยเฉพาะหลังทานนมเสร็จไม่นาน ปวดท้อง หากลองคลำที่หน้าท้องลูกแล้วรู้สึกว่าท้องป่อง แข็ง หรือดูแน่นกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณของภาวะมีลมในท้องมากจนทำให้ลูกปวดท้อง ไม่ยอมนอน ลูกจะกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นมาร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความอึดอัดจากแก๊สที่ดันอยู่ในท้อง […]

Baby Shower เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อรับขวัญทารกที่ใกล้คลอด แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นญาติและเพื่อนสนิท ซึ่งจะนำของขวัญมามอบให้คุณแม่ เพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยของครอบครัวนั่นเอง เป็นการแบ่งปันความรักให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ และปัจจุบันคนไทยเริ่มนิยมธรรมเนียมนี้เพิ่มมากขึ้น เริ่มจากการตั้งงบประมาณ ดูจากจำนวนแขกที่เชิญ หาสถานที่ ที่เราและแขกเดินทางสะดวก หรือถ้าบ้านมีบริเวณรับแขกจำนวนเยอะได้ ก็จัดที่บ้านได้เลยค่ะ  เลือกธีมงาน ส่งคำเชิญแบบออนไลน์สะดวกที่สุดค่ะ เตรียมของตกแต่งในงาน เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ตามธรรมเนียมว่าที่คุณแม่ จะมี Registered list ว่าของที่อยากได้มีอะไรบ้าง  ก็จะทำให้คุณแม่ได้ของใช้เบบี๋ได้ตรงกับใจที่ต้องการ และลิสต์ของรับขวัญจะมีตามนี้นะคะ 1. เสื้อผ้าเด็กอ่อน รวมไปถึงถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าห่อตัว ผ้าห่ม จัดแบบยกเซตไปเลยรับรองว่าคุณแม่เป็นปลื้มแน่ๆ 2. เก้าอี้ทานข้าว บางคนอาจคิดว่า กว่าจะได้ใช้ต้องรอเด็กโตก่อน ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แต่เอาจริงๆแล้ว แป๊บๆเองนะคะ ได้ใช้ยาวๆจนเด็กโต 3 – 4 ปีได้เลย นะคะ 3. เปลไกว ยิ่งเป็นแบบอัตโนมัติยิ่งดี จะได้ช่วยให้แม่ๆได้พักผ่อนไปพร้อมกับลูกๆ 4. เป้อุ้มเด็ก ไอเทมนี้ไม่ควรพลาด ตัวช่วยคุณแม่ที่คุณพ่อสามารถแบ่งเบาได้ด้วย พ่อใช้ก็ชิลๆ แม่ใช้ก็ชิคๆ […]

การทำความสะอาดและ ฆ่าเชื้อขวดนม เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจมาก ๆ ไม่แพ้ขั้นตอนการ “เลือกขวดนม” และเลือกน้ำยาสำหรับ “ล้างขวดนม” เลยค่ะ เพราะลูกน้อยเบบี๋วัยแรกเกิดยังไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อโรคต่าง ๆ เหมือนผู้ใหญ่ การละเลย ไม่ใส่ใจในขั้นตอนการฆ่าเชื้อขวดนมนี้ อาจส่งผลให้ลูกน้อยเจ็บป่วยจากเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นได้ จากแต่เดิมวิธี ฆ่าเชื้อขวดนม ที่คุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าคือวิธีการ “ฆ่าเชื้อด้วยการต้ม” ซึ่งต้องใช้เวลานานเกินครึ่งชั่วโมง เพื่อรอให้น้ำร้อนถึงจุดเดือดที่จะสามารถฆ่าเชื้อได้ ซึ่งวิธีนี้ก็ยังทำให้ขวดนมเสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการฆ่าเชื้อขวดนม ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของการทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนมได้มากขึ้น มีวิธีใดบ้างนั้นเรามาดูกันค่ะ 1.การฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่งไฟฟ้า การฆ่าเชื้อด้วยการนึ่ง ถือเป็นวิธีการที่ง่าย และใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการต้ม เพียงแค่เติมน้ำตามปริมาณที่กำหนด วางฐานรองนึ่งให้เข้าที่ นำขวดนมที่ถอดชิ้นส่วนล้างอย่างสะอาดแล้ว มาวางคว่ำลง แล้วปิดฝากดปุ่มให้เครื่องทำงาน เครื่องจะทำให้น้ำที่เราเติมไปเดือดและละเหยไอน้ำให้ลอยขึ้นไปฆ่าเชื้อ หลังจากเครื่องทำงานเสร็จ เพียงนำที่คีบขวดนมออกมามาผึ่งให้แห้งก็สามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างสบายใจค่ะ ข้อดี  – สะดวก ใช้งานง่าย และเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก และเป็นวิธีที่ผู้ใหญ่ในบ้านน่าจะคุ้นเคยกันดีข้อเสีย  – ต้องหมั่นล้างคราบตระกรันบริเวณถาดใส่น้ำด้านล่างให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเชื้อรา และเชื้อโรคบางชนิดแอบแฝงได้ 2.การฆ่าเชื้อด้วยไมโครเวฟ วิธีนี้ถือเป็นหลักการเดียวกับเครื่องนึ่งไฟฟ้า คือเป็นการทำให้น้ำเดือดและละเหยเป็นไอน้ำขึ้นมาฆ่าเชื้อ เหมาะสำหรับบ้านที่มีเครื่องไมโครเวฟอยู่แล้ว หรือผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา […]

คุณแม่ฉีดวัคซีนกันหรือยังงงงง อย่ามัวแต่รีรอนะ เพราะว่าวัคซีนนั้นสำคัญมาก แต่ใครที่ฝากท้องกับคุณหมอแล้วก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็จะนัดฉีดเอง คุณแม่บางคนอาจจะสงสัยว่าเวลาท้องแล้วจะต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง วันนี้เราเลยนำความรู้เกี่ยวกับวัคซีนที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ ปกติแล้วการได้รับวัคซีนของคุณแม่ท้องจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ก็คือช่วงก่อนตั้งครรภ์กับช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ด้านล่างคือวัคซีนต่างๆ ที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ 1. วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (Rubella Vaccine) ใครเตรียมตัวเป็นคุณแม่ก็ไปฉีดวัคซีนตัวนี้ล่วงหน้าสัก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยนะคะ อ๊ะๆ คนที่ยังไม่ได้ฉีดกำลังตกใจกันอยู่ใช่มั้ย อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนท้อง คุณแม่ก็แค่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก หลักๆ คืออย่าไปที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคเลยล่ะ ยิ่งถ้าไปเจอคนที่ไอหรือจามหรือเป็นไข้อะไรพวกนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่เลย เพราะถ้าหากคุณแม่ติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันตัวนี้เข้าในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก มันจะส่งผลให้ลูกในท้องมีความพิการที่อวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู หัวใจ แขน ขาหรือสมองได้ค่ะ คุณแม่ที่เป็นหัดเยอรมันจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมนี่แหละ แต่จะแถมด้วยผื่นขึ้นตามตัว แต่ว่าถ้าคุณแม่ติดเชื้อไวรัสนี้ในช่วงเดือนท้ายๆ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะลูกของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อนี้เนื่องจากเค้าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว 2. วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine) ไวรัสตัวนี้พบเยอะมากได้ประเทศไทยค่ะ คนที่เป็นก็จะแสดงอาการไม่เหมือนกันหรอก แต่ถ้าเป็นขั้นรุนแรงแล้วล่ะก็สามารถเสียชีวิตได้เลยค่ะ คนที่เป็นโรคนี้หนักๆ ตัวจะเหลือง อ่อนเพลียมากตลอดเวลาแล้วตับก็จะถูกทำลาย เจ้าเชื้อตัวนี้สามารถติดจากแม่สู่ลูกในท้องได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลร้ายแรงอะไรนะคะ ที่บอกว่าติดต่อก็คือว่า ถ้าเกิดคุณแม่มีเชื้อนี้ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event