เปลนอนทารก แบบไหนดี แจกวิธีเลือกเปลนอนลูก พร้อมแนะนำยี่ห้อคุณภาพ

เปลนอนเด็กเล็กเป็นของใช้ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณแม่ลูกอ่อนหรือคุณแม่ใกล้คลอด ก็อาจจะมองหาเปลนอนสำหรับทารกเตรียมเอาไว้ให้ลูกน้อย ซึ่งตามท้องตลาดก็มีเปลนอนอยู่หลายแบบหลายฟังก์ชั่นให้เลือกมากมาย จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนสำหรับทารกมีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง ในบทความนี้ BabyGift มีคำแนะนำดีๆ มาฝากแล้วค่ะ

เปลนอนลูกมีกี่แบบ ? เลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? ชวนคุณแม่มาดูกัน !

ในวัยแรกเกิดนั้น ทารกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นแล้ว อุปกรณ์อย่างเปลนอนเด็กเล็ก (Baby Crib) จึงมีความสำคัญมาก ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพดี มีความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี ก็จะทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายตัว ไม่ร้อน ไม่ปวดเมื่อย ยิ่งลูกน้อยได้นอนหลับพักผ่อนมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อยมากเท่านั้น เครื่องนอนต่างๆ อย่างเช่น เปลนอน ฟูกนอน หมอน ผ้าห่ม จึงมีความสำคัญมากๆ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความปลอดภัย และความแข็งแรงทนทานของเปล คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนเด็กเล็กก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1. เปลโยก

เปลโยกสำหรับเด็กเล็กนั้น เป็นเปลยอดนิยมของคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน ลักษณะเหมือนเก้าอี้ที่มีเบาะรองนอนให้ลูกน้อย มีขนาดพอดีตัว สามารถโยกได้ แต่ไม่สามารถแกว่งหรือไกวได้ เวลากล่อมลูกจึงต้องใช้วิธีโยก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะทารกมักจะรู้สึกอบอุ่นสบายตัวเมื่ออยู่ในเปลขนาดพอดีตัวมากกว่าเปลที่มีพื้นที่กว้าง แต่เมื่อลูกตัวโตขึ้นหรือต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็เปลี่ยนเป็นเปลแบบอื่นที่มีพื้นที่มากกว่า

ข้อดี

  • มีขนาดพอดีตัวเด็ก ใช้พื้นที่จัดเจ็บน้อย
  • สามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้
  • ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพ จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้สนิท และนอนสบายยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

  • ด้วยความที่มีขนาดพอดีตัว ทำให้เด็กขยับตัวได้น้อย
  • เมื่อลูกตัวโตขึ้นก็ต้องเปลี่ยนเป็นเปลแบบใหม่ ใช้งานได้ในระยะสั้นๆ

2. เปลนอนทารกแบบชิดเตียงแม่

จะเลือกซื้อเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนที่เรียกว่า Bedside Crib ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่นิยม เตียงแบบนี้จะมีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียง เพื่อนำมาต่อกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น สามารถถึงตัวลูกได้แค่เพียงเอื้อมมือ

ข้อดี

  • ลูกนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้
  • เตียงเปิดข้างได้ สะดวกในการตื่นมาดูแล และให้นมลูก
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่อันตรายกับทารกเมื่อปีนป่าย
  • มีมุ้งกันแสง มุ้งกันแมลง สามารถระบายอากาศดี
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)

ข้อเสีย

  • ใช้งานได้ในช่วงแรกเกิดจนถึง 1 ขวบแรกเท่านั้น เมื่อลูกตัวโตขึ้นและหัดยืนได้ เปลนอนแบบนี้ก็อาจไม่เหมาะกับขนาดตัวของลูกอีกต่อไป

3. เปลนอนแบบคอกไม้

ถ้าต้องการใช้งานได้อย่างยาวนาน จะเลือกเปลทารก แบบไหนดี ? แนะนำเป็นเปลแบบคอกไม้ หรือเตียงไม้เลยค่ะ ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้มาก ใช้ได้ในระยะยาวตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 1 – 2 ขวบเลยทีเดียว เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกชินกับการนอนคนเดียวตั้งแต่ยังเล็ก

ข้อดี

  • แยกพื้นที่ระหว่างที่นอนลูกกับที่นอนของคุณพ่อคุณแม่อย่างชัดเจน
  • มีลักษะเป็นช่องไม้ซี่ๆ อากาศถ่ายเทได้ดี
  • วัสดุไม้มีความแข็งแรงทนทาน มั่นคง รองรับน้ำหนักได้มาก
  • มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย ดิ้นไปมาได้อย่างอิสระ
  • สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยลูกหัดคลานหรือหัดเดิน

ข้อเสีย

  • มีน้ำหนักมาก ใช้พื้นที่มาก เคลื่อนย้ายได้ลำบาก
  • เตียงไม้เนื้อจะแข็ง ไม่มีผ้าหุ้ม สามารถสร้างอันตรายให้ทารกได้ ในกรณีที่เด็กตัวโตขึ้น และพยายามปีนออกจากเตียง

4. เปลเพน

เปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลเพน หรือเปลแบบ Playpen เป็นเปลเด็กที่สามารถปรับเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ เพื่อให้ลูกฝึกคลานหรือฝึกยืน ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการที่เด็กคลานซุกซนไปมา มีทั้งแบบเปิดกว้างและแบบมีมุ้งปิดเพื่องป้องกันยุงและแมลง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 – 7 เดือน และอาจใช้ได้ยาวนานจนลูกอายุ 2 ขวบเลยค่ะ

ข้อดี

  • สามารถพับเก็บได้ และนำไปนอกสถานที่ได้
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูกน้อย
  • มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ช่วยในการเลี้ยงลูกวัยหัดคลานได้สะดวกมากขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตกเปลได้
  • วัสดุหุ้มด้วยผ้า เด็กจับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก
  • ใช้งานได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยหัดคลาน – หัดเดิน

ข้อเสีย

  • ด้วยลักษณะเป็นคอกกั้นทึบรอบด้าน อาจทำให้ลูกขาดโอกาสการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว
  • หากเลือกแบบที่ไม่สามารถพับเก็บได้ ก็จะใช้พื้นที่มาก

5. เปลไกวไฟฟ้า

เปลนอนทารกไกวไฟฟ้าก็เป็นเปลนอนเด็กที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันค่ะ สามารถปรับใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติ ช่วยกล่อมลูกหลับได้ง่ายและทำให้ลูกหลับสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดีทีเดียวจะเลือกแบบไกวหน้าหลัง – หรือไกวแบบซ้ายขวา ก็ต้องดูว่าพื้นที่ที่จะนำไปใช้งานมีขนาดกว้างมากน้อยเพียงใด และเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานค่ะ (สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของเปลไกวแบบหน้าหลัง กับ ไกวซ้าย – ขวาได้ในเว็บไซต์ BabyGift เลยค่ะ)

ข้อดี

  • ออกแบบมาเพื่อกล่อมเด็กแรกเกิดให้นอนหลับสบาย บางรุ่นสามารถปรับเป็นคอกกั้นได้
  • สามารถเปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลและให้นมลูกในเวลากลางคืน
  • มีระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยให้ทารกหลับสนิท ลดการงอแง
  • พ่อแม่มีเวลามากขึ้น ไม่ต้องคอยอุ้มลูกกล่อมนอน
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน – วัยหัดเดิน

ข้อเสีย

  • บางรุ่นใช้งานได้ระยะสั้น ช่วงแรกเกิด – 9 เดือนเท่านั้น ควรมองหารุ่นที่สามารถปรับใช้งานเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่ามากขึ้น

ชวนดูข้อคำนึงในการใช้เปลนอนทารกให้ปลอดภัย

นอกจากการพิจารณาว่าจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ที่เหมาะกับลูกน้อยของเราและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด ยังต้องมองในแง่ของความปลอดภัยเป็นหลักอีกด้วย โดยมีข้อแนะนำในการใช้งานเปลเด็กเล็กดังนี้ค่ะ

  • เลือกฟูกที่พอดีกับเปล มีความนุ่มและหนาแน่นมากพอเพื่อให้ลูกน้อยนอนสบาย 
  • ไม่ควรเลือกฟูกที่อ่อนนุ่มเกินไป หรือสามารถสอดนิ้วระหว่างขอบเปลและฟูกได้มากกว่า 2 นิ้ว เพราะอาจเสี่ยงทำให้จมูกและปากของเด็กไปติดในบริเวณตรงนั้นและทำให้หายใจไม่ออกได้  
  • ไม่ควรวางหมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาไว้ในเปลแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้ปากหรือจมูกของเด็กถูกกดทับและหายใจไม่ออกได้  
  • ควรให้ลูกนอนเปลในท่าทางนอนหงายอยู่เสมอ 
  • หากเลือกเป็นเปลคอกไม้ ควรมีระยะห่างของซี่ไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กไปติดหรือหลุดลอดออกจากช่องได้  
  • เลือกเปลที่มีฐานมั่นคง และมีความสมดุล มั่นใจว่าสามารถรองรับน้ำหนักทารกได้โดยที่ไม่พลิกคว่ำ 
  • หากเลือกเป็นแบบเปลมีล้อ ต้องมีระบบล็อคล้อที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้  
  • หากเป็นเปลประกอบหรือพับได้ ควรจรวจสอบตัวล็อคให้ดีว่ามีความแน่นหนามากพอหรือไม่ เพื่อป้องกันเปลล้มหรือทรุดตัวซึ่งเป็นอันตรายกับลูก 
  • ควรเฝ้าดูลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กในบ้านที่โตกว่า เพราะอาจวิ่งชนหรือปีนป่ายทำให้เปลล้มคว่ำได้  

BabyGift แนะนำ เปลนอนทารกน่าใช้ ประจำปี 2024

1. APRICA เปลไกวไฟฟ้า​ รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green

เปลนอนทารก แบบไหนดีที่ใช้งานได้อย่างครอบคลุม แนะนำเป็นเปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ Aprica รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green เปลไกวขนาดพอดีตัวลูกน้อย ไม่กินพื้นที่ ตัวช่วยคุณแม่ในการดูแลลูกน้อย เปรียบเสมือนมีพี่เลี้ยงไว้ที่บ้านเลยทีเดียวค่ะ คิดค้นโดยกุมารแพทย์ญี่ปุ่น  รองรับการนอนหลับที่ปลอดภัยของลูกน้อย การอุ้มลูกนานๆ นั้นอาจจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเป็นข้อมืออักเสบเรื้อรังได้ แต่ถ้ามีตัวช่วยอย่างเปลไกวไฟฟ้าก็จะทำให้การเลี้ยงลูกน้อยสะดวกสบายมากขึ้นได้ค่ะ 

จุดเด่น  

  • มี 3 โหมดไกวอัจริยะ พิเศษด้วย Auto Mode 2 ที่เลียนแบบการไกวตามธรรมชาติของแม่มากที่สุด ให้ลูกน้อยเคลิ้มหลับ และหลับได้สนิท  
  • มีหลังคากันแสง ช่วยปกป้องดวงตา และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนหลับ พร้อมป้องกันรังสี UV – A 
  • ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ร้อน เบาะมีความนุ่มพิเศษ ให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย 
  • เปลสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ สะดวกในการใช้งานของคุณพ่อคุณแม่ พร้อมล้อเคลื่อนย้ายได้สะดวก  
  • มีหมอนประคองศรีษะ และคอ ป้องกันการปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด SIDS (โรคไหลตายในเด็ก) 
  • มาพร้อมถาดรอง 2 ชั้นที่ปรับเป็นโต๊ะกินข้าวได้ สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ 
  • ใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี  

2. เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Sleep & Play Auto Swing – PRINCE & PRINCESS

เปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Sleep & Play Auto Swing มีเซนเซอร์ไกวอัตโนมัติ สามารถปรับเป็นคอกกั้นได้ ใช้งานได้ถึง 2 ปี มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเป็นเตียงนอนทารก เป็นเปลไกว และสามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้เมื่อลูกโตขึ้น มีมุ้งตาข่ายกันแมลงที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมโมบายสวยงามที่ช่วยเสริมพัฒนาการการมองเห็นและเพลงกล่อมเด็กถึง 12 เพลง ให้ลูกนอนฟังเพลงเพลินๆ พร้อมหลับสนิททุกช่วงเวลา 

จุดเด่น  

  • เตียงไกวไฟฟ้าสามารถปรับการไกวได้ 5 ระดับ ​ 
  • ตั้งเวลาการไกวให้หยุดเองอัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 8, 15, 30 นาที​ 
  • มีระบบ Sensor จับการขยับของเตียงเมื่อทารกเคลื่อนไหว เพื่อไกวเปลอัตโนมัติให้ลูกน้อยหลับสนิทนานขึ้น​ 
  • เตียงเปิดข้างได้ สามารถวางชิดกับเตียงคุณแม่เพื่อการดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด พร้อมสายคล้องกันเตียงเลื่อน เพิ่มความปลอดภัยขึ้น​ 
  • เตียงสามารถปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนหรือแหวะนมในเด็ก​ 
  • สามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อฝึกพัฒนาการ นั่ง คลาน ยืน​ 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 7 ระดับ ปรับได้สูงสุด 44 เซนติเมตร ให้พอดีกับเตียงคุณแม่​ 
  • ควบคุมการทำงานด้วยรีโมท
  • โครงสร้างแข็งแรงมั่นคง รองรับน้ำหนักได้ดี ล้อเตียงล็อคได้ เคลื่อนย้ายสะดวก​ 
  • ขอบเตียงครอบด้วยผ้า Peach มีความหนานุ่ม เด็กเกาะหรือจับได้ ไม่เจ็บมือ​ 
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 24 เดือน รับน้ำหนักได้ถึง 25 กิโลกรัม 

3. JOIE เปลนอนเด็ก รุ่น Playard Excursion Change & Bounce

เปลนอนเด็กจากแบรนด์ JOIE แบรนด์คุณภาพจากประเทศอังกฤษ รุ่น Playard Excursion Change & Bounce เป็นเปลนอนเด็กขนาดเล็กที่สามารถพับเก็บ และพกพาไปนอกสถานที่ได้ มาพร้อมเก้าอี้กล่อมเด็ก เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม และกล่องดนตรี ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี ครอบคลุมทุกการใช้งาน ช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น  

จุดเด่น  

  • เปลนอนสำหรับเด็กมาพร้อมที่นอนเด็กอ่อนในรูปแบบเก้าอี้กล่อมเด็ก และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม สามารถถถอดใช้งานด้านนอกได้ 
  • เปลมีตาข่ายทั้ง 4 ด้าน สามารถระบายอากาศได้ดี 
  • มาพร้อมกล่องดนตรีที่มีเสียงเพลง 5 เสียง เเละเสียงธรรมชาติ 5 เสียง เพื่อขับกล่อมลูกน้อย และสามารถเปิดไฟในที่มืดได้ปรับได้ 3 ระดับ 
  • เคลื่อนย้ายได้สะดวกด้วยล้อ และสามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับการเดินทาง 
  • ที่นอนเด็กอ่อน และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับเด็กเล็ก สามารถถอดออกมาใช้ด้านนอกได้ 
  • เก้าอี้เด็กอ่อนมีระบบสั่นสะเทือน ช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายยิ่งขึ้น และมีบาร์ของเล่นสามารถถอดออกได้ 
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ 

4. NUNA เปลไกวเด็ก รุ่น Swing Soother Leaf Grow | toy bar

เปลนอนเด็กเล็กอีกรุ่นหนึ่งที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่จัดเก็บไม่มาก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เรียกได้ว่าเป็นเปลไกวที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่มาพร้อมทอยบาร์สุดน่ารัก ให้ลูกน้อยได้เพลิดเพลินไปกับของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น และการหยิบจับสิ่งของ พร้อมนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ไม่มีงอแง แถมยังมาพร้อมเบาะ 2 ชั้นที่ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กจนโต 

 จุดเด่น  

  • มีลักษณะการไกวเสมือนการเคลื่อนไหวของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ 
  • เป็นการเคลื่อนไหวโดยใช้แรงโน้มถ่วง ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับหรือสงบลงได้ง่ายขึ้น 
  • เหมาะตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต รับน้ำหนักได้มากถึง 60 กิโลกรัม 
  • สามารถปรับระดับความลาดชันของพนักพิงได้ 3 ระดับ  เอน นั่ง นอน 
  • เบาะชั้นที่ 1 เป็นเบาะนั่งหนานุ่ม  เหมาะสำหรับเด็กอ่อน มีเข็มขัดล็อคตัวเด็ก เเผ่นซัพพอต์หนานุ่ม  และสามารถถอดออกได้ 
  • เบาะชั้นที่ 2 หมาะสำหรับเด็กโต สามารถให้ลูกน้อยนั่งทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น 
  • สามารถล็อคให้เบาะอยู่นิ่งได้ 
  • เบาะรองนั่งสามารถถอดออกเพื่อซักทำความสะอาดได้ง่าย 
  • เนื้อผ้าทำจากผ้าคอตตอนออแกนนิค ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม

เปลนอนสำหรับเด็กเล็กนั้นก็มีอยู่หลายแบบเลยทีเดียว จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด และสิ่งที่ละเลยไม่ได้เป็นอันขาดก็คือความปลอดภัย ควรเลือกเปลนอนเด็กที่มีความแข็งแรงทนทานได้มาตรฐาน มีคุณภาพดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกเราค่ะ ทั้งนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจเปลนอนเด็กเล็กแบบต่างๆ สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเปลนอนเด็กทารกหรือสินค้าอื่น ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเริ่มต้นบทบาทคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักมาพร้อมกับคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของใช้ชิ้นเล็ก ๆ อย่างจุกหลอกที่หลายบ้านลังเลว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ การเลือกใช้จุกหลอกอย่างถูกวิธีและปลอดภัยจะช่วยให้การเลี้ยงลูกราบรื่นขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวน้อยอย่างมั่นใจ จุกหลอกคืออะไร ทำไมถึงเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณแม่ จุกหลอก คืออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเลียนแบบหัวนมแม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นอย่างยางหรือซิลิโคน เพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการดูดตามธรรมชาติของทารก ซึ่งพฤติกรรมนี้มีมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การใช้จุกหลอกจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่สร้างความรู้สึกอุ่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเยี่ยมในยามที่เจ้าตัวน้อยร้องงอแง เจาะลึกข้อดีของจุกหลอก ที่ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย การเลือกใช้จุกหลอกไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ลูกหยุดร้องเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านสรีรวิทยาและอารมณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ ช่วยให้ลูกอารมณ์ดีและนอนหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้น การดูดจุกหลอกช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ทารกฝึกควบคุมอารมณ์และสงบลงได้ง่าย เมื่อลูกรู้สึกผ่อนคลายจะส่งผลให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลับสนิทได้นานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้เติบโตสมวัยอย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารกและป้องกันการดูดนิ้ว ผลการศึกษาพบว่าการใช้จุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกได้ เนื่องจากช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ลูกดูดนิ้วมือ เพราะการฝึกให้เลิกใช้จุกหลอกนั้นทำได้ง่ายกว่าพฤติกรรมการติดดูดนิ้วที่จะส่งผลเสียต่อรูปฟันในระยะยาว ข้อควรระวังและวิธีใช้จุกหลอก เพื่อให้การใช้จุกหลอกเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ วิธีเลือกซื้อจุกหลอกคุณภาพสูงเพื่อสรีระของลูกรัก การเลือกจุกหลอกไม่ใช่แค่รุ่นไหนก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัสดุที่ต้องสัมผัสกับช่องปากของลูกโดยตรง เลือกขนาดที่เหมาะสมและวัสดุซิลิโคนระดับ Food Grade คุณแม่ควรเลือกจุกหลอกตามไซซ์ที่ระบุตามช่วงอายุ เพื่อให้เข้ากับรูปปากและเพดานเหงือกของลูก ที่สำคัญวัสดุต้องผลิตจากซิลิโคนระดับ Food Grade ที่มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่นสูง และต้องปราศจากสาร BPA (BPA Free) […]

เพราะแม่แต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่าง Aprica จึงสรรสร้างนวัตกรรมที่รองรับทุกความต้องการด้วยรถเข็นเด็กหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นไหน เหมาะกับคุณไปดูกันเลย แม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มเททุกความสุขเพื่อลูกและคนในครอบครัวเป็นสำคัญ ถ้าคำว่า “ที่สุด” คือนิยามของรถเข็นเด็กที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือคำตอบเดียวที่คุณต้องการ รถเข็นเด็ก Aprica โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมอบความสบาย นุ่มนวล ปกป้องลูกน้อยแบบ 360 องศา ใส่ใจในสุขภาพและเสริมสร้างพัฒนาการ เพื่อเทวดานางฟ้าตัวน้อย รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Soraria Magic basket คุณแม่ทรงพลัง คล่องแคล่ว ขี้เล่น ถ้าคุณและลูกน้อยต้องการความคล่องตัว พร้อมทุกสถานการณ์ รถเข็นเด็กน้ำหนักเบาแต่ครบทุกฟังชันท์ที่เหนือกว่า พร้อมเติมความคล่องตัวด้วยการใช้รถเข็นสลับกับเป้อุ้มเด็กได้ง่าย เป็นตัวช่วยที่ดี ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ คุณแม่ก็พร้อม รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light คุณแม่เด็กแนว กิ๊บเก๋ทันสมัย ไม่ชอบตามใคร สนใจทางเลือกใหม่ๆ รักอิสระและความแปลกใหม่ รถเข็นเด็ก แบบ 3 ล้อเท่ห์ๆ ไม่เหมือนใครที่ผสมผสานทุกฟังก์ชั่นอย่างลงตัว และที่โดนใจยิ่งกว่าคือ ความแข็งแรง ทนทาน ไม่ว่าจะไปไหนก็พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ใช้ง่ายพับกางสะดวกและขนาดกระทัดรัด […]

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีทมือสอง โดย หมอวิน เพจ #เลี้ยงลูกตามใจหมอ ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของคาร์ซีท #คาร์ซีทมือสอง ตามที่พ่อหมอเคยเขียนเรื่องการเลือกซื้อคาร์ซีทไว้แล้วตั้งแต่ตอนเปิดเพจครับ คลิกอ่านได้ครับที่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1318721458224835&substory_index=0&id=1312969582133356 ก็เริ่มมีลูกเพจเริ่มถามเรื่อง “การซื้อคาร์ซีท” ในหัวข้อนอกเหนือจากคำถามเบื้องต้นครับ โดยเฉพาะเรื่อง “การซื้อคาร์ซีทมือสอง” หรือ “คาร์ซีทเก่า” ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมาร ฯ ของสหรัฐอเมริกา … บอกไว้ว่า

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : เว็ปไซด์ theasianparent.com

ปัญหาลูกทารกนอนยาก ไม่ยอมนอน ถือเป็นหนึ่งปัญหาปวดหัวใจ ทำคุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านเครียดและไม่สบายใจไปตามๆ กัน เพราะเมื่อลูกนอนยาก งอแง ไม่ยอมหลับ ก็มักจะงอแงร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ปลอบอย่างไรก็ไม่หาย กว่าจะนอนได้ก็นานเป็นชั่วโมง  แถมเวลาลูกหลับแล้วตื่นมาทีไรก็ยังงอแง อารมณ์ไม่ดี เลี้ยงยากจนคุณแม่ๆ ทั้งหลายเพลียใจ ลูกน้อยทารกควรนอนมากแค่ไหน ? คุณแม่รู้ไหมว่า…ลูกทารกวัยแรกเกิด- 1 เดือน นอนกลางวันถึงวันละ 8-9 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง รวม 15-18 ชั่วโมงต่อวัน  ส่วนลูกวัย 1 -3 เดือน นอนกลางวันวันละ 6-7 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง   รวมประมาณ 15 ชั่วโมง  จนเมื่อลูกน้อยวัย 6 เดือน เริ่มนอนน้อยลง คือ นอนกลางวันลงเหลือ 3-4 ชั่วโมง และกลางคืน 10-11 ชั่วโมง รวม […]

คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ   จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย      ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ  คาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event