เปลนอนทารก แบบไหนดี แจกวิธีเลือกเปลนอนลูก พร้อมแนะนำยี่ห้อคุณภาพ

เปลนอนเด็กเล็กเป็นของใช้ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณแม่ลูกอ่อนหรือคุณแม่ใกล้คลอด ก็อาจจะมองหาเปลนอนสำหรับทารกเตรียมเอาไว้ให้ลูกน้อย ซึ่งตามท้องตลาดก็มีเปลนอนอยู่หลายแบบหลายฟังก์ชั่นให้เลือกมากมาย จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนสำหรับทารกมีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง ในบทความนี้ BabyGift มีคำแนะนำดีๆ มาฝากแล้วค่ะ

เปลนอนลูกมีกี่แบบ ? เลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? ชวนคุณแม่มาดูกัน !

ในวัยแรกเกิดนั้น ทารกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นแล้ว อุปกรณ์อย่างเปลนอนเด็กเล็ก (Baby Crib) จึงมีความสำคัญมาก ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพดี มีความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี ก็จะทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายตัว ไม่ร้อน ไม่ปวดเมื่อย ยิ่งลูกน้อยได้นอนหลับพักผ่อนมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อยมากเท่านั้น เครื่องนอนต่างๆ อย่างเช่น เปลนอน ฟูกนอน หมอน ผ้าห่ม จึงมีความสำคัญมากๆ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความปลอดภัย และความแข็งแรงทนทานของเปล คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนเด็กเล็กก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1. เปลโยก

เปลโยกสำหรับเด็กเล็กนั้น เป็นเปลยอดนิยมของคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน ลักษณะเหมือนเก้าอี้ที่มีเบาะรองนอนให้ลูกน้อย มีขนาดพอดีตัว สามารถโยกได้ แต่ไม่สามารถแกว่งหรือไกวได้ เวลากล่อมลูกจึงต้องใช้วิธีโยก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะทารกมักจะรู้สึกอบอุ่นสบายตัวเมื่ออยู่ในเปลขนาดพอดีตัวมากกว่าเปลที่มีพื้นที่กว้าง แต่เมื่อลูกตัวโตขึ้นหรือต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็เปลี่ยนเป็นเปลแบบอื่นที่มีพื้นที่มากกว่า

ข้อดี

  • มีขนาดพอดีตัวเด็ก ใช้พื้นที่จัดเจ็บน้อย
  • สามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้
  • ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพ จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้สนิท และนอนสบายยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

  • ด้วยความที่มีขนาดพอดีตัว ทำให้เด็กขยับตัวได้น้อย
  • เมื่อลูกตัวโตขึ้นก็ต้องเปลี่ยนเป็นเปลแบบใหม่ ใช้งานได้ในระยะสั้นๆ

2. เปลนอนทารกแบบชิดเตียงแม่

จะเลือกซื้อเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนที่เรียกว่า Bedside Crib ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่นิยม เตียงแบบนี้จะมีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียง เพื่อนำมาต่อกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น สามารถถึงตัวลูกได้แค่เพียงเอื้อมมือ

ข้อดี

  • ลูกนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้
  • เตียงเปิดข้างได้ สะดวกในการตื่นมาดูแล และให้นมลูก
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่อันตรายกับทารกเมื่อปีนป่าย
  • มีมุ้งกันแสง มุ้งกันแมลง สามารถระบายอากาศดี
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)

ข้อเสีย

  • ใช้งานได้ในช่วงแรกเกิดจนถึง 1 ขวบแรกเท่านั้น เมื่อลูกตัวโตขึ้นและหัดยืนได้ เปลนอนแบบนี้ก็อาจไม่เหมาะกับขนาดตัวของลูกอีกต่อไป

3. เปลนอนแบบคอกไม้

ถ้าต้องการใช้งานได้อย่างยาวนาน จะเลือกเปลทารก แบบไหนดี ? แนะนำเป็นเปลแบบคอกไม้ หรือเตียงไม้เลยค่ะ ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้มาก ใช้ได้ในระยะยาวตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 1 – 2 ขวบเลยทีเดียว เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกชินกับการนอนคนเดียวตั้งแต่ยังเล็ก

ข้อดี

  • แยกพื้นที่ระหว่างที่นอนลูกกับที่นอนของคุณพ่อคุณแม่อย่างชัดเจน
  • มีลักษะเป็นช่องไม้ซี่ๆ อากาศถ่ายเทได้ดี
  • วัสดุไม้มีความแข็งแรงทนทาน มั่นคง รองรับน้ำหนักได้มาก
  • มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย ดิ้นไปมาได้อย่างอิสระ
  • สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยลูกหัดคลานหรือหัดเดิน

ข้อเสีย

  • มีน้ำหนักมาก ใช้พื้นที่มาก เคลื่อนย้ายได้ลำบาก
  • เตียงไม้เนื้อจะแข็ง ไม่มีผ้าหุ้ม สามารถสร้างอันตรายให้ทารกได้ ในกรณีที่เด็กตัวโตขึ้น และพยายามปีนออกจากเตียง

4. เปลเพน

เปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลเพน หรือเปลแบบ Playpen เป็นเปลเด็กที่สามารถปรับเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ เพื่อให้ลูกฝึกคลานหรือฝึกยืน ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการที่เด็กคลานซุกซนไปมา มีทั้งแบบเปิดกว้างและแบบมีมุ้งปิดเพื่องป้องกันยุงและแมลง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 – 7 เดือน และอาจใช้ได้ยาวนานจนลูกอายุ 2 ขวบเลยค่ะ

ข้อดี

  • สามารถพับเก็บได้ และนำไปนอกสถานที่ได้
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูกน้อย
  • มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ช่วยในการเลี้ยงลูกวัยหัดคลานได้สะดวกมากขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตกเปลได้
  • วัสดุหุ้มด้วยผ้า เด็กจับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก
  • ใช้งานได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยหัดคลาน – หัดเดิน

ข้อเสีย

  • ด้วยลักษณะเป็นคอกกั้นทึบรอบด้าน อาจทำให้ลูกขาดโอกาสการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว
  • หากเลือกแบบที่ไม่สามารถพับเก็บได้ ก็จะใช้พื้นที่มาก

5. เปลไกวไฟฟ้า

เปลนอนทารกไกวไฟฟ้าก็เป็นเปลนอนเด็กที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันค่ะ สามารถปรับใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติ ช่วยกล่อมลูกหลับได้ง่ายและทำให้ลูกหลับสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดีทีเดียวจะเลือกแบบไกวหน้าหลัง – หรือไกวแบบซ้ายขวา ก็ต้องดูว่าพื้นที่ที่จะนำไปใช้งานมีขนาดกว้างมากน้อยเพียงใด และเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานค่ะ (สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของเปลไกวแบบหน้าหลัง กับ ไกวซ้าย – ขวาได้ในเว็บไซต์ BabyGift เลยค่ะ)

ข้อดี

  • ออกแบบมาเพื่อกล่อมเด็กแรกเกิดให้นอนหลับสบาย บางรุ่นสามารถปรับเป็นคอกกั้นได้
  • สามารถเปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลและให้นมลูกในเวลากลางคืน
  • มีระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยให้ทารกหลับสนิท ลดการงอแง
  • พ่อแม่มีเวลามากขึ้น ไม่ต้องคอยอุ้มลูกกล่อมนอน
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน – วัยหัดเดิน

ข้อเสีย

  • บางรุ่นใช้งานได้ระยะสั้น ช่วงแรกเกิด – 9 เดือนเท่านั้น ควรมองหารุ่นที่สามารถปรับใช้งานเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่ามากขึ้น

ชวนดูข้อคำนึงในการใช้เปลนอนทารกให้ปลอดภัย

นอกจากการพิจารณาว่าจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ที่เหมาะกับลูกน้อยของเราและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด (สามารถอ่านข้อมูล เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเปลนอนทารก เพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ BabyGilt เลยนะคะ ) ยังต้องมองในแง่ของความปลอดภัยเป็นหลักอีกด้วย โดยมีข้อแนะนำในการใช้งานเปลเด็กเล็กดังนี้ค่ะ

  • เลือกฟูกที่พอดีกับเปล มีความนุ่มและหนาแน่นมากพอเพื่อให้ลูกน้อยนอนสบาย 
  • ไม่ควรเลือกฟูกที่อ่อนนุ่มเกินไป หรือสามารถสอดนิ้วระหว่างขอบเปลและฟูกได้มากกว่า 2 นิ้ว เพราะอาจเสี่ยงทำให้จมูกและปากของเด็กไปติดในบริเวณตรงนั้นและทำให้หายใจไม่ออกได้  
  • ไม่ควรวางหมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาไว้ในเปลแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้ปากหรือจมูกของเด็กถูกกดทับและหายใจไม่ออกได้  
  • ควรให้ลูกนอนเปลในท่าทางนอนหงายอยู่เสมอ 
  • หากเลือกเป็นเปลคอกไม้ ควรมีระยะห่างของซี่ไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กไปติดหรือหลุดลอดออกจากช่องได้  
  • เลือกเปลที่มีฐานมั่นคง และมีความสมดุล มั่นใจว่าสามารถรองรับน้ำหนักทารกได้โดยที่ไม่พลิกคว่ำ 
  • หากเลือกเป็นแบบเปลมีล้อ ต้องมีระบบล็อคล้อที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้  
  • หากเป็นเปลประกอบหรือพับได้ ควรจรวจสอบตัวล็อคให้ดีว่ามีความแน่นหนามากพอหรือไม่ เพื่อป้องกันเปลล้มหรือทรุดตัวซึ่งเป็นอันตรายกับลูก 
  • ควรเฝ้าดูลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กในบ้านที่โตกว่า เพราะอาจวิ่งชนหรือปีนป่ายทำให้เปลล้มคว่ำได้  

BabyGift แนะนำ เปลนอนทารกน่าใช้ ประจำปี 2024

1. APRICA เปลไกวไฟฟ้า​ รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green

เปลนอนทารก แบบไหนดีที่ใช้งานได้อย่างครอบคลุม แนะนำเป็นเปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ Aprica รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green เปลไกวขนาดพอดีตัวลูกน้อย ไม่กินพื้นที่ ตัวช่วยคุณแม่ในการดูแลลูกน้อย เปรียบเสมือนมีพี่เลี้ยงไว้ที่บ้านเลยทีเดียวค่ะ คิดค้นโดยกุมารแพทย์ญี่ปุ่น  รองรับการนอนหลับที่ปลอดภัยของลูกน้อย การอุ้มลูกนานๆ นั้นอาจจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเป็นข้อมืออักเสบเรื้อรังได้ แต่ถ้ามีตัวช่วยอย่างเปลไกวไฟฟ้าก็จะทำให้การเลี้ยงลูกน้อยสะดวกสบายมากขึ้นได้ค่ะ 

จุดเด่น  

  • มี 3 โหมดไกวอัจริยะ พิเศษด้วย Auto Mode 2 ที่เลียนแบบการไกวตามธรรมชาติของแม่มากที่สุด ให้ลูกน้อยเคลิ้มหลับ และหลับได้สนิท  
  • มีหลังคากันแสง ช่วยปกป้องดวงตา และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนหลับ พร้อมป้องกันรังสี UV – A 
  • ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ร้อน เบาะมีความนุ่มพิเศษ ให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย 
  • เปลสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ สะดวกในการใช้งานของคุณพ่อคุณแม่ พร้อมล้อเคลื่อนย้ายได้สะดวก  
  • มีหมอนประคองศรีษะ และคอ ป้องกันการปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด SIDS (โรคไหลตายในเด็ก) 
  • มาพร้อมถาดรอง 2 ชั้นที่ปรับเป็นโต๊ะกินข้าวได้ สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ 
  • ใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี  

2. เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Sleep & Play Auto Swing – PRINCE & PRINCESS

เปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Sleep & Play Auto Swing มีเซนเซอร์ไกวอัตโนมัติ สามารถปรับเป็นคอกกั้นได้ ใช้งานได้ถึง 2 ปี มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเป็นเตียงนอนทารก เป็นเปลไกว และสามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้เมื่อลูกโตขึ้น มีมุ้งตาข่ายกันแมลงที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมโมบายสวยงามที่ช่วยเสริมพัฒนาการการมองเห็นและเพลงกล่อมเด็กถึง 12 เพลง ให้ลูกนอนฟังเพลงเพลินๆ พร้อมหลับสนิททุกช่วงเวลา 

จุดเด่น  

  • เตียงไกวไฟฟ้าสามารถปรับการไกวได้ 5 ระดับ ​ 
  • ตั้งเวลาการไกวให้หยุดเองอัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 8, 15, 30 นาที​ 
  • มีระบบ Sensor จับการขยับของเตียงเมื่อทารกเคลื่อนไหว เพื่อไกวเปลอัตโนมัติให้ลูกน้อยหลับสนิทนานขึ้น​ 
  • เตียงเปิดข้างได้ สามารถวางชิดกับเตียงคุณแม่เพื่อการดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด พร้อมสายคล้องกันเตียงเลื่อน เพิ่มความปลอดภัยขึ้น​ 
  • เตียงสามารถปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนหรือแหวะนมในเด็ก​ 
  • สามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อฝึกพัฒนาการ นั่ง คลาน ยืน​ 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 7 ระดับ ปรับได้สูงสุด 44 เซนติเมตร ให้พอดีกับเตียงคุณแม่​ 
  • ควบคุมการทำงานด้วยรีโมท ​สามารถเปิดเพลงโดยเชื่อมต่อบลูทูธ PT – BABY ได้​ 
  • โครงสร้างแข็งแรงมั่นคง รองรับน้ำหนักได้ดี ล้อเตียงล็อคได้ เคลื่อนย้ายสะดวก​ 
  • ขอบเตียงครอบด้วยผ้า Peach มีความหนานุ่ม เด็กเกาะหรือจับได้ ไม่เจ็บมือ​ 
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 24 เดือน รับน้ำหนักได้ถึง 25 กิโลกรัม 

3. JOIE เปลนอนเด็ก รุ่น Playard Excursion Change & Bounce

เปลนอนเด็กจากแบรนด์ JOIE แบรนด์คุณภาพจากประเทศอังกฤษ รุ่น Playard Excursion Change & Bounce เป็นเปลนอนเด็กขนาดเล็กที่สามารถพับเก็บ และพกพาไปนอกสถานที่ได้ มาพร้อมเก้าอี้กล่อมเด็ก เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม และกล่องดนตรี ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี ครอบคลุมทุกการใช้งาน ช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น  

จุดเด่น  

  • เปลนอนสำหรับเด็กมาพร้อมที่นอนเด็กอ่อนในรูปแบบเก้าอี้กล่อมเด็ก และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม สามารถถถอดใช้งานด้านนอกได้ 
  • เปลมีตาข่ายทั้ง 4 ด้าน สามารถระบายอากาศได้ดี 
  • มาพร้อมกล่องดนตรีที่มีเสียงเพลง 5 เสียง เเละเสียงธรรมชาติ 5 เสียง เพื่อขับกล่อมลูกน้อย และสามารถเปิดไฟในที่มืดได้ปรับได้ 3 ระดับ 
  • เคลื่อนย้ายได้สะดวกด้วยล้อ และสามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับการเดินทาง 
  • ที่นอนเด็กอ่อน และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับเด็กเล็ก สามารถถอดออกมาใช้ด้านนอกได้ 
  • เก้าอี้เด็กอ่อนมีระบบสั่นสะเทือน ช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายยิ่งขึ้น และมีบาร์ของเล่นสามารถถอดออกได้ 
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ 

4. NUNA เปลไกวเด็ก รุ่น Swing Soother Leaf Grow | toy bar

เปลนอนเด็กเล็กอีกรุ่นหนึ่งที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่จัดเก็บไม่มาก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เรียกได้ว่าเป็นเปลไกวที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่มาพร้อมทอยบาร์สุดน่ารัก ให้ลูกน้อยได้เพลิดเพลินไปกับของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น และการหยิบจับสิ่งของ พร้อมนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ไม่มีงอแง แถมยังมาพร้อมเบาะ 2 ชั้นที่ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กจนโต 

 จุดเด่น  

  • มีลักษณะการไกวเสมือนการเคลื่อนไหวของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ 
  • เป็นการเคลื่อนไหวโดยใช้แรงโน้มถ่วง ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับหรือสงบลงได้ง่ายขึ้น 
  • เหมาะตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต รับน้ำหนักได้มากถึง 60 กิโลกรัม 
  • สามารถปรับระดับความลาดชันของพนักพิงได้ 3 ระดับ  เอน นั่ง นอน 
  • เบาะชั้นที่ 1 เป็นเบาะนั่งหนานุ่ม  เหมาะสำหรับเด็กอ่อน มีเข็มขัดล็อคตัวเด็ก เเผ่นซัพพอต์หนานุ่ม  และสามารถถอดออกได้ 
  • เบาะชั้นที่ 2 หมาะสำหรับเด็กโต สามารถให้ลูกน้อยนั่งทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น 
  • สามารถล็อคให้เบาะอยู่นิ่งได้ 
  • เบาะรองนั่งสามารถถอดออกเพื่อซักทำความสะอาดได้ง่าย 
  • เนื้อผ้าทำจากผ้าคอตตอนออแกนนิค ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม

เปลนอนสำหรับเด็กเล็กนั้นก็มีอยู่หลายแบบเลยทีเดียว จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด และสิ่งที่ละเลยไม่ได้เป็นอันขาดก็คือความปลอดภัย ควรเลือกเปลนอนเด็กที่มีความแข็งแรงทนทานได้มาตรฐาน มีคุณภาพดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกเราค่ะ ทั้งนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจเปลนอนเด็กเล็กแบบต่างๆ สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเปลนอนเด็กทารกหรือสินค้าอื่น ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย พอรู้ข่าวดีว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์คงเกิดอาการดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ในความดีใจของคุณแม่ก็เกิดคำถามและความกังวลในหัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะการลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อยู่ตลอด หนึ่งในนั้นเชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คงอยากรู้สินะว่า ลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงเราตอนไหน และการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ และคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสื่อสารในรูปแบบไหนได้บ้าง ที่จะช่วยการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้รับรู้ เพราะคุณแม่ทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีกับลูกได้ดีอีกอย่างหนึ่ง บางทีเราเองก็จะเห็นคุณแม่หลายๆคน เปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกฟังสไตล์โมซาส เผื่อลูกจะได้อารมณ์ดี บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็เล่านิทาน แต่จริงๆแล้วคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงตอนกี่เดือนกันแน่ พัฒนาการการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ได้ เพราะจริงๆแล้ว ทารกจะได้ยินเสียงได้ดีตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป และการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ 1. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้น้ำเสียงปกติในชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ รวมถึงคุณแม่อาจจะเพิ่มการร้องเพลง หรืออ่านหนังสือ เข้าไปด้วยก็เป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์แล้ว 2. เปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สามารถเปิดได้หมด ทั้ง โมสาร์ท คลาสสิก แจ๊ส ป๊อป ร็อค ลูกทุ่ง เพียงแค่ขอให้เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไม่รุนแรงเกินไป ก็ช่วยให้ลูกได้รู้สึกถึงจังหวะมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นพัฒนาการการได้ยิน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเมื่อลูกได้ดิ้นและขยับตัวตามจังหวะดนตรีเพลง […]

“เพราะรถเข็นเด็กทุกคัน ไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน” หลายคนยังเข้าใจผิดว่ารถเข็นเด็กแต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย  แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย 1.ปรับให้นอนราบได้ 170 องศา สำหรับเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็กแรกเกิด ที่ดีควรสามารถปรับให้นอนราบได้ 170 องศา ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง ยังไม่แข็งแรง จึงควรจัดให้เด็กนอนในท่านอนราบที่เป็นธรรมชาติ 2. เบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย จะช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม โดยมีพื้นที่วางแขนแบบ W-Shape และวางขาแบบ M-Shape เพื่อให้ขยับตัวได้ง่าย ซึ่งเป็นท่านอนที่เป็นธรรมชาติสำหรับเด็กวัยแรกเกิด 3. ชุดหมอนรองคอและสะโพก สำหรับทารกวัยแรกเกิดที่ยังไม่แข็งแรง เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทารกวัยแรกเกิด ที่คอยังโงนเงนไม่แข็งแรง Head Support ที่มีส่วนเว้าโค้งพอเหมาะจะช่วยสอดรับช่วงต้นคอและศีรษะ ป้องกันคอพับซึ่งอาจส่งผลต่อการปิดทับระบบทางเดินหายใจได้ Hip Support หรือหมอนรองสะโพก ช่วยประคองให้กระดูกสันหลังมั่นคงไม่โค้งหรือเอียง ช่วยจัดท่านั่งและนอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ 4. เบาะรองนอนระบายอากาศได้ดี และช่วยรองรับสรีระได้อย่างนุ่มนวล ด้วยระบบปรับอุณหภูมิในร่างกายลูกน้อยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กทารกจะมีความสามารถในการควบคุมอุณหภุมิต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้มีเหงื่อออกมากกว่า โดยเฉพาะในเวลานอนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเต็มที่ ดังนั้นเบาะที่มีคุณสมบัติช่วยระบายอากาศได้ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดความร้อน […]

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนคงเคยฝึกการอาบน้ำเด็กอ่อนจากคลินิกฝากครรภ์ หรือ จากโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อที่จะได้อาบน้ำสระผมให้กับลูกน้อยของเราอย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย ซึ่งการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถทำตามได้อย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง ในบทความนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ   ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มาดูขั้นตอนการอาบน้ำเด็กแรกเกิดยังไง ให้ถูกวิธี คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางคนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการอาบน้ำให้เด็กอ่อนหรือ เด็กแรกเกิด เพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีร่างกายบอบบาง ยังไม่แข็งแรง หากอาบน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบายได้ อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดชำระร่างกาย และดูแลสุขอนามัยของเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเด็กเล็กมีผิวที่บอบบาง จึงเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจไม่สบายได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของลูกน้อย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีวิธีการอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ  อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด  วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ไม่ยาก   1. ให้คุณแม่ หรือ คนที่จะอาบน้ำให้เด็ก เตรียมตัวให้พร้อมผู้ที่จะอาบน้ำให้เด็กเล็กควรถอดเครื่องประดับออกให้หมด ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขีดข่วนโดนตัวเด็ก พร้อมกับล้างมือถูสบู่ให้สะอาดก่อนอาบน้ำให้เด็กทุกครั้ง ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ดูแลควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการข่วนผิวหนังของเด็กด้วยค่ะ […]

Baby Shower เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อรับขวัญทารกที่ใกล้คลอด แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นญาติและเพื่อนสนิท ซึ่งจะนำของขวัญมามอบให้คุณแม่ เพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยของครอบครัวนั่นเอง เป็นการแบ่งปันความรักให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ และปัจจุบันคนไทยเริ่มนิยมธรรมเนียมนี้เพิ่มมากขึ้น เริ่มจากการตั้งงบประมาณ ดูจากจำนวนแขกที่เชิญ หาสถานที่ ที่เราและแขกเดินทางสะดวก หรือถ้าบ้านมีบริเวณรับแขกจำนวนเยอะได้ ก็จัดที่บ้านได้เลยค่ะ  เลือกธีมงาน ส่งคำเชิญแบบออนไลน์สะดวกที่สุดค่ะ เตรียมของตกแต่งในงาน เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ตามธรรมเนียมว่าที่คุณแม่ จะมี Registered list ว่าของที่อยากได้มีอะไรบ้าง  ก็จะทำให้คุณแม่ได้ของใช้เบบี๋ได้ตรงกับใจที่ต้องการ และลิสต์ของรับขวัญจะมีตามนี้นะคะ 1. เสื้อผ้าเด็กอ่อน รวมไปถึงถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าห่อตัว ผ้าห่ม จัดแบบยกเซตไปเลยรับรองว่าคุณแม่เป็นปลื้มแน่ๆ 2. เก้าอี้ทานข้าว บางคนอาจคิดว่า กว่าจะได้ใช้ต้องรอเด็กโตก่อน ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แต่เอาจริงๆแล้ว แป๊บๆเองนะคะ ได้ใช้ยาวๆจนเด็กโต 3 – 4 ปีได้เลย นะคะ 3. เปลไกว ยิ่งเป็นแบบอัตโนมัติยิ่งดี จะได้ช่วยให้แม่ๆได้พักผ่อนไปพร้อมกับลูกๆ 4. เป้อุ้มเด็ก ไอเทมนี้ไม่ควรพลาด ตัวช่วยคุณแม่ที่คุณพ่อสามารถแบ่งเบาได้ด้วย พ่อใช้ก็ชิลๆ แม่ใช้ก็ชิคๆ […]

ไขข้อสงสัยที่สาวๆอยากรู้ “แม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม?” วันนี้ Baby Gift มีคำตอบค่ะ ปัจจุบันการศัลยกรรมเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงและเข้าถึงทุกเพศทุกวัยทั่วโลก โดยเฉพาะการอัพไซส์ แม่เสริมหน้าอก เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นสาวๆจะมีหน้าอกที่สวยงามและขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ รวมถึงมีร่องอกที่ชิดและชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้สาวๆเกิดความมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อสาวๆนิยมหันมาเสริมหน้าอก กันมากขึ้นจนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า คุณแม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถให้นมลูกได้ตามปกติและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะปัจจุบันการเสริมหน้าอกใช้เทคนิคใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม  ซึ่งอยู่คนละส่วนกับที่ใช้ผลิตน้ำนม และไม่ได้มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม ส่วนในกรณีที่คุณแม่เสริมหน้าอกลังเลเรื่อง คุณแม่เสริมหน้าอก สามารถปั๊มนมได้ไหม? คำตอบคือ ทำได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถปั๊มนมได้ตามปกติ โดยเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีคุณภาพ รองรับการปั๊มนมสำหรับคนที่เสริมหน้าอก  อย่างไรก็ตาม การเสริมหน้าอกควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และเพื่อความสบายใจของคุณแแม่ควรปรึกษาคุณหมอในการวางแผนมีลูกเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นกรณีไป ได้คำตอบแบบนี้แล้วคุณแม่มั่นใจหายห่วง เตรียมพร้อมรับมือเตรียมตัวเป็นคุณแม่กันดีกว่าค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย 1. โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์  มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน : ภาคเรียนที่ 2  เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม  และภาคเรียนที่ 3  เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th  เบอร์โทรศัพท์  : 0 2870 7512 […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid