ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ คืออะไร ต่างจากพลาสติกอย่างไรบ้าง ?

สำหรับคนที่ชอบการเข้าครัว ทำอาหาร ถนอมอาหาร คงรู้จัก อลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminium foil) กันอย่างแน่นอน เพราะเป็นอุปกรณ์ในการถนอมอาหารและใช้ในการนำความร้อนปรุงอาหาร ปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ ๆ นำอลูมิเนียมฟอยล์ไปแปรรูปเป็น ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อช่วยในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นหืน และยังช่วยให้อุ่นนมได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาก ๆ เราจึงได้หาข้อมูลคุณสมบัติทั้งข้อดีและข้อเสียมาบอกกัน จะน่าใช้หรือไม่ ตอบโจทย์คุณแม่นักปั๊มแค่ไหน ไปดูกันเลย

ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ คืออะไร ? 

คือ การใช้แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ เป็นวัสดุหลักในการผลิตถุงเก็บน้ำนม แทนการใช้พลาสติก โดยการขึ้นรูปถุงนมด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ ผ่านการเคลือบด้วย Polyethylene, Polyamide และ Polyester รวม 4 ชั้น ให้ถุงเก็บน้ำนมแข็งแรงทนทานกว่าถุงเก็บน้ำนมพลาสติกใสทั่วไป รวมถึงอลูมิเนียมฟอยล์จะมีคุณสมบัติทึบแสง 100% เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมแม่ให้คงรสชาติ กลิ่นไม่เหม็นหืน แบบเดียวกันกับการห่ออาหาร ถนอมอาหารในครัวเรือน 

ทดลองอุ่นนมแม่แช่แข็ง ด้วยเครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer
ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ VS ถุงเก็บน้ำนมพลาสติก

ถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์ 

  1. วางนมแม่แช่เเข็งลงในเครื่องอุ่นนม
  2. เลือกโหมดอุ่นนม (Warm) ตั้งอุณหภูมิของเครื่องไว้ที่ 37°C
  3. ใช้เวลาในการอุ่นนม 20 นาที ลูกน้อยพร้อมทานได้เลย 

*อลูมิเนียมฟอยล์นำความร้อนได้ดี จะไม่ต้องใช้โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost) เพราะจะทำให้อุณหภูมิของน้ำนมสูงเกินไป* 

ถุงเก็บน้ำนมพลาสติก 

  1. วางนมแม่แช่เเข็งลงในเครื่องอุ่นนม
  2. เลือกโหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost) ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 60 °C

*ความร้อน 60 °C เจอกับติดลบ 5-15 °C จะทำให้น้ำแข็งละลาย แต่ยังคงความเย็นอยู่* 

  1. ให้เลือกโหมดอุ่นนม (Warm) ต่อ ตั้งอุณหภูมิของเครื่องไว้ที่ 37 °C ใช้เวลาในการอุ่น 45 นาที ก็จะได้น้ำนมให้ลูกน้อยทาน

สรุปผลการทดลองอุ่นนมแม่

ถุงเก็บเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์ อุ่นนมแม่ขั้นตอนเดียว ใช้เวลาเพียง 20 นาที ส่วนถุงเก็บน้ำนมพลาสติก อุ่นนมแม่หลายขั้นตอนมากว่า และใช้เวลาถึง 45 นาที ผลสรุปคือถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์ อุ่นนมแม่แช่แข็งได้รวดเร็วกว่า ถุงเก็บน้ำนมแบบพลาสติกใส

การทดสอบการเปลี่ยนสีน้ำนมแม่ วัสดุอลูมิเนียมฟอยล์ VS วัสดุพลาสติกทั่วไป 

จากการทดลองจะเห็นได้ว่า ถุงทึบแสง 100% จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นน้อย ลดการเปลี่ยนสีของน้ำนมแม่ได้ดี ส่วนถุงแบบพลาสติกใส จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นมากกว่า ทำให้สีของน้ำนมแม่เปลี่ยนค่อนข้างเยอะนั่นเอง

ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ มีข้อดีอย่างไร 

  • ลดกลิ่นเหม็นหืน น้ำนมแม่สต็อก หากไม่เลือกถุงเก็บน้ำนมที่ใช้วัสดุลดการสัมผัสแสง ลดการสัมผัสอากาศ จะทำให้รสชาติและกลิ่นน้ำนมแม่เปลี่ยนไปได้ง่ายมาก การใช้อลูมิเนียมฟอยล์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการเก็บรักษานมแม่
  • เก็บความเย็นได้นานขึ้น เป็นคุณสมบัติของอลูมิเนียมฟอยล์อยู่แล้ว ที่เก็บความเย็นได้นานกว่าพลาสติก หากคุณแม่ปั๊มนมนอกบ้าน แล้วเก็บน้ำนมสต็อกใส่กระเป๋าเก็บความเย็น หรือ เจลเย็น การใช้ถุงนมอลูมิเนียมฟอยล์จะช่วยเก็บความเย็นได้นานขึ้นอีก ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำนมจะเสียไว
  • อุ่นนมแม่ได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เวลาน้อย ด้วยคุณสมบัตนำความร้อนได้ดี จึงสามารถอุ่นนมแม่แช่แข็งได้เร็ว ใช้เวลาเพียง 20 นาที ต่างจากถุงนมแบบพลาสติกที่ใช้เวลาถึง 45 นาที
  • ลดการเปลี่ยนสีน้ำนม ด้วยกระบวนการผลิตจากเทคโนโลยีการปิดกั้นออกซิเจน ลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น จากผลการทดลอง ถุงนมอลูมิเนียมฟอยล์ลดการเปลี่ยนสีของน้ำนมได้ ต่างจากพลาสติกที่สีของน้ำนมเปลี่ยนไปมาก
  • ถุงนมอลูมิเนียมฟอยล์แข็งแรง ด้วยการผลิตเสริมความแข็งแรงถึง 4 ชั้น Aluminium foil, Polyethylene, Polyamide และ Polyester ทำให้ไม่รั่วซึม ไม่แตกง่าย พร้อมทนอุณหภูมิได้ถึง -20 องศา สามารถแช่แข็งน้ำนมสต็อกได้นานโดยไม่ต้องกังวลว่าถุงนมเป็นน้ำแข็งแล้วปริแตก

ข้อเสียของถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์ 

  • ถุงแบบทึบแสง 100% ทำให้มองไม่เห็นน้ำนมในถุง สำหรับคุณแม่ที่กังวลเรื่องการรีดไล่อากาศ ไม่ว่าถุงทึบแสง หรือ ถุงพลาสติกแบบใส จะไล่อากาศแบบเดียวกัน แต่ทั้งสองแบบจะไม่สามารถไล่อากาศได้ 100% ส่วนใหญ่แล้ว จะเหลือฟองอากาศที่เป็นฟองเล็ก ๆ อยู่บ้าง ซึ่งไม่ส่งผลต่อน้ำนมแม่
  • ไม่มีขีดระบุปริมาณน้ำนมต่อออนซ์ แต่จะระบุเป็นปริมาณ Max ที่ข้างถุงนม เช่น  max 200 ml. สำหรับคุณแม่ที่กังวลเรื่องปริมาณน้ำนม สามารถดูขีดปริมาณที่ขวดนมของเครื่องปั๊มนมแทนได้ หรือถ้าปั๊มนมได้น้อย ไม่ถึงปริมาณ max แนะนำให้ใส่ขวดนมแช่เย็นแล้วอุ่นให้ลูกน้อยทานต่อวัน
  • ถุงนมอลูมิเนียมฟอยล์นำความร้อนได้ดีมาก คุณแม่ที่ไม่มีเครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer ที่ควบคุมอุณภูมิได้ที่ 37 องศา เวลาอุ่นนมอาจทำให้อุณหภูมินมสูงเกินไป กรณีนี้คุณแม่จึงจะต้องควบคุมเวลาด้วยตัวเอง หรือ ใช้เครื่องอุ่นนม เพื่อความสะดวกมากขึ้น

ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ ใช้ดีไหม เหมาะกับใคร ?  

  • คุณแม่มือใหม่ มีเวลาน้อย ยังหยิบจับอะไรไม่ถูกในการดูแลลูกน้อย การเลือกใช้ถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์ จะช่วยให้คุณแม่มีเวลามากขึ้น เพราะใช้เครื่องอุ่นนม กดโหมด Warm เพียง 20 นาที ลูกน้อยก็ได้ทานนมอย่างรวดเร็ว
  • คุณแม่เวิคกิ้งวูแมน ที่ต้องไปทำงาน ยังปั๊มนมเก็บน้ำนมสต็อกให้ลูกน้อย แต่มีความกังวลเรื่องการรักษาความเย็น การใช้ถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์คู่กับกระเป๋าเก็บความเย็น หรือ เจลเย็น จะช่วยให้เก็บความเย็นได้นานขึ้น ละลายช้ากว่าถุงนมพลาสติกทั่วไป
  • คุณแม่ที่กังวลเรื่องสีน้ำนมจะเปลี่ยน การเลือกใช้ถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์ จะช่วยป้องกันการเปลี่ยนสีของน้ำนมได้ เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีการปิดกั้นออกซิเจน ลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น 

 มาถึงตรงนี้ คุณแม่หลายทานคงรู้จักถุงเก็บน้ำนมที่ทำจากอลูมิเนียมฟอยล์กันมากขึ้นแล้ว เป็นถุงนมที่น่าลองใช้ไม่น้อยกว่าถุงนมพลาสติกแบบเดิมเลย หากคุณสมบัติตอบโจทย์แล้ว อย่าลืมเลือกแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ รวมถึงซื้อกับร้านขายสินค้าและแม่เด็กที่น่าเชื่อถือด้วยนะคะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่มือใหม่ขอให้ยกมือขึ้น! ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ มั่นใจเลยว่า ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายต้องกำลังรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ กับการเตรียมของให้ลูกน้อยอยู่แน่ๆ เพราะไอเท็มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเป็นล้านแปดพันเก้า อันนี้ก็น่ารัก อันนี้ก็ดูจำเป็น แต่ถ้าเราจะซื้อทุกอย่างก็คงไม่ไหว สำหรับบทความนี้ เราก็เลยนำเช็คลิสต์แบบครบถ้วนทุกหมวดมาฝากกันค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ยังขาดอะไรไปบ้าง 1. หมวดการนอน 2. หมวดให้นม 3. หมวดการกิน 4. หมวดอาบน้ำ/สุขอนามัย 5. หมวดการแต่งตัว 6. หมวดเดินทาง 7. หมวดฝึกพัฒนาการ 8. หมวดสุขภาพ/ดูแล 9. หมวดปกป้องลูกน้อย 10. หมวดทำความสะอาด และนี่ก็คือเช็คลิสต์ของสำคัญที่คุณแม่ขาดกันไม่ได้เลยค่า ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณแม่จำไว้เสมอว่า การซื้อสินค้าสำหรับลูกทุกครั้งนั้นควรคำนึงหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ และการใช้งานในระยะยาวด้วยน้า

ในช่วงแรกของการเป็นคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ คำถามที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ “ทำไมต้องใช้หมอนสำหรับทารก หรือหมอนหัวทุย” แท้จริงแล้วหมอนเหล่านี้มีประโยชน์มากมายสำหรับเจ้าตัวน้อย เนื่องจากช่วยป้องกันปัญหาหัวแบน กระดูกสันหลังบิดเบี้ยว ช่วยเพิ่มความสบายในการนอนหลับ ระบายอากาศได้ดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนมาเรียนรู้เหตุผลสำคัญที่คุณพ่อ คุณแม่ทุกคนไม่ควรมองข้ามในการเลือกหมอนสำหรับทารกแรกเกิด เพื่อเตรียมห้องนอนเด็กอ่อนให้พร้อมก่อนคลอดกันค่ะ  เลือกหมอนทารกใบแรกให้ลูก ต้องเลือกยังไง ? หมอนหัวทุยจำเป็นหรือเปล่า ?  หมอนสำหรับทารกถือเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลเจ้าตัวน้อย แม้จะดูเป็นสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ แต่การเลือกหมอนที่เหมาะกับทารกจะส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกน้อยอย่างมาก คุณพ่อ คุณแม่คนไหนที่กำลังสงสัยว่าจะเลือกหมอนสำหรับทารก หรือหมอนหัวทุยยังไงดี ไปหาคำตอบพร้อมกันในบทความนี้พร้อมๆ กันเลยค่ะ  หมอนทารก คืออะไร ?  หมอนสำหรับทารก เป็นหมอนขนาดเล็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับทารก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้   ควรใช้หมอนทารก เมื่อไหร่ ?  ตามคำแนะนำจากกุมารแพทย์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ได้มีการสรุปว่า ท่านอนที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับทารก คือการนอนหงายบนพื้นผิวแบนราบโดยไม่มีสิ่งของใดๆ อยู่บนเตียงนอน เช่น ผ้าห่ม ตุ๊กตา หมอน เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือโรคไหลตายในทารก (SIDS) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็กอายุไม่เกิน 4 เดือน การใช้หมอนอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการอุดกั้นทางเดินหายใจของทารก เมื่อทารกพลิกตัว หรือคว้าวัตถุเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว […]

Hypochlorous Acid หรือ HOCl คืออะไร? Hypochlorous Acid หรือ กรดไฮโปคลอรัส มีชื่อเรียกทางเคมีว่า HOCl นั้น เป็นกรดอ่อน ๆ ชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมชาติโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเพื่อการรักษาและการปกป้องร่างกาย  ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึงสปอร์ของเชื้อราได้ โดยการเข้าไปทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อโรค เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้น เนื่องจากกรดไฮโปคลอรัส (HOCl) เป็นกรดชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน ในเม็ดเลือดขาวของร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบาง  หรือดวงตา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ และมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าสารฟอกขาวประเภทคลอรีนถึง 80-120 เท่า กรดไฮโปคลอรัส สามารถพบได้จาก “ น้ำอิเล็กโทรไลต์ “ ซึ่งเป็นน้ำที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) ซึ่งมีการคิดค้นครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์และนักเคมี นามว่า ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) เมื่อปีทศวรรษ 1834 โดยเขาได้คิดค้นหลักการสำคัญของกระบวนการอิเล็กโทรลิซิสตั้งเป็นกฎสองข้อเรียกกันว่า Faraday’s Laws of Electrolysis ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาไฟฟ้าเคมี (Electrochemistry) มาจนถึงทุกวันนี้ กระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คืออะไร ? อิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คือกระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือที่ใช้แยกสารละลายด้วยไฟฟ้า มีชื่อเรียกว่า เซลล์อิเล็กโทรไลต์ หรือ อิเล็กโทรลิติกเซลล์ ประกอบด้วย […]

ความเชื่อแรกที่ต้องมี..คาร์ซีทคือสิ่งสำคัญ เคยคิดไหมว่าถ้าวันหนึ่งคุณขับรถประสบอุบัติเหตุจนทำให้ลูกน้อยๆ ของคุณได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต คุณจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง?? ผมถือว่าผมเป็นคนที่โชคดีคนหนึ่งที่ได้รับการปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของคาร์ซีทสำหรับเด็กๆ ทั้งจากคุณหมอประจำตัวลูกๆ พี่สาว ภรรยา ตลอดจนเพื่อนๆของผมและภรรยาที่เคยมีลูกมาก่อน ที่พร่ำสอนว่า ต้องให้เด็กนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่ขึ้นรถนะ… ทุกครั้งที่ผมเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ผมกับภรรยาจะให้ลูกๆนั่งคาร์ซีทตลอดเวลา ถึงแม้ช่วงแรกๆ (รวมถึงช่วงหลังๆด้วยบางเวลา) เค้าจะร้องไห้ฟูมฟายก็ตาม เราก็ต้องใจแข็งปล่อยให้ร้องไห้ไป เพราะถือคติว่า “safety first” พอนานๆเข้า เด็กๆก็จะเริ่มรู้เงื่อนไขเองว่า ถ้าไม่นั่งบนคาร์ซีทจะไม่ได้ขึ้นรถไปด้วย แม้แต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาลหลังคลอด ผมและภรรยาก็ให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด …เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนมักจะใจอ่อน และมักจะคิดว่านิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร แต่อย่าลืมว่าอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีจริงๆ แข็งใจปล่อยให้ลูกร้องไห้ ดีกว่าไม่มีโอกาสให้เขาได้ร้องไห้นะครับ… กระนั้นก็ดี ด้วยความที่คาร์ซีทยี่ห้อดีๆมักจะมีราคาสูง(มาก) เดิมทีผมมีลูกชายคนเดียวก็มีสำหรับเด็กแรกเกิดถึงสองขวบ ต่อมาพอน้องปัณณ์โตขึ้นก็กัดฟันควักกระเป๋าซื้อสำหรับเด็ก 1-5 ขวบ มาอีกตัว จากนั้นพอผมมีน้องปุณณ์ ลูกสาวอีกคนที่อายุย่างเข้า 9 เดือน ภรรยาก็อยากได้ คาร์ซีทที่แข็งแรงๆ อีกอันไว้ให้น้องปัณณ์นั่ง ส่วนน้องปุณณ์จะขยับมานั่งอันที่สองแทน ผมก็คัดค้านเพราะเห็นว่าสิ้นเปลือง อันแรกยังใช้ได้อยู่เลย… แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ยอมควักเงินอีกสองหมื่นกว่าซื้อมาอีกตัวอย่างเสียไม่ได้ หลังจากซื้อมาได้เพียงเดือนเดียว เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและร้ายแรงที่สุดในชีวิตผมก็เกิดขึ้นจนได้ ผมกับครอบครัวเดินทางไป กทม. โดยลูกชายผมนั่งคาร์ซีทตัวใหม่อยู่ด้านข้างคนขับ (ขยับเบาะให้ไกลจาก […]

วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8  ซึ่งประกอบด้วย 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ  […]

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย 1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน 2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้ 3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย) 4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid