เครื่องปั๊มนม มีกี่แบบ? วิธีเลือกซื้อแบบที่ใช่สำหรับคุณแม่
ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ตามความตั้งใจ เพื่อให้ลูกน้อยทารกได้กินน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องยาวนานที่สุด คือ เครื่องปั๊มนม เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดีจะมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมากมาย ได้แก่
- ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปหาซื้อนมผสม ซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ยาวนาน
- ช่วยกระตุ้นและเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ ให้ลูกได้รับสารอาหารจากนมแม่เต็มที่
- ช่วยให้คุณแม่ทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูกกินได้เมื่อต้องไปทำงาน กระตุ้นให้นมแม่มีมากสม่ำเสมอจนลูกโต
- ช่วยปั๊มเพื่อระบายน้ำนมออก ให้เต้านมนิ่มลง ช่วยให้ลูกน้อยดูดนมได้ง่ายขึ้น เพราะหากเต้านมคัดแข็งเมื่อไรลูกน้อยจะดูดนมได้ยากลำบาก จนอาจไม่ยอมกินนมแม่ และยังทำให้คุณแม่อาจเสี่ยงตเต้านมอักเสบเพราะน้ำนมไม่ได้ระบายด้ว
- ช่วยกระตุ้นน้ำนมให้มามาก มาเร็ว และผลิตน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยทารกที่มีปัญหาในการดูดนมจากเต้าไม่ได้ ให้ได้รับคุณค่าน้ำนมแม่เต็มที่ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น ลูกน้อยทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือลูกน้อยที่มีสุขภาพอ่อนแอ มีโรคประจำตัวจนไม่สามารถดูดนมแม่เองได้
แต่การที่คุณแม่จะใช้ เครื่องปั๊มนม ให้ได้คุ้มค่า จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ปรึกษาผู้มีประสบการณ์และเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณแม่เอง เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลายแบบ และมีราคาที่แตกต่าง คุณแม่จึงต้องพิจารณาเลือกถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ และเรียนรู้ว่าเลือกแบบไหนจะเหมาะกับเราและลูกน้อย
ฉะนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับเครื่องปั๊มนมแบบต่างๆ ที่มีขายในปัจจุบัน การทำงานที่น่าสนใจลักษณะการใช้งาน และคุณสมบัติที่น่ารู้ รวมถึงวิธีการเลือกซื้อในแบบที่ใช่มากที่สุด

1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ
- ราคาประหยัด แต่ปั๊มนมได้ทีละข้างเท่านั้น
- ใช้แรงมือในการบีบ ทำให้คุณแม่ควบคุมแรงในการปั๊มนมได้ด้วยตัวเอง
- เสียงไม่ดัง
- ปั๊มไปด้วยให้ลูกดูดนมแม่ไปด้วยอีกข้างไม่ได้
- เพราะคุณแม่ต้องใช้มือปั๊ม ทำให้เมื่อยมือ ปั๊มนมได้ไม่นาน
- ระบายน้ำนมแม่ได้ไม่เต็มที่

2. เครื่องปั๊มนมแบบใช้แบตเตอรี่
- ราคาไม่แพงมากนัก แต่สูงกว่าเครื่องปั๊มนมแบบมือ
- เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติ ที่มีแบตเตอรี่ในตัว
- คุณแม่สามารถปรับระดับแรงปั๊มนมได้หลายระดับ
- ใช้งานสะดวกไม่ต้องใช้แรงมือบีบ มีทั้งแบบปั๊มเดี่ยวและปั๊มคู่
- มีการทำงานให้เลือกหลากหลายโหมด เช่น โหมดกระตุ้นน้ำนม หรือโหมดปั๊มนม
- ปั๊มนมได้ทีละข้าง ใช้เครื่องปั๊มชนิดพร้อมกับให้นมลูกอีกข้างหนึ่งได้
- มีเสียงค่อนข้างดัง ทำให้บางรุ่นอาจไม่เหมาะที่จะนำไปปั๊มที่ทำงาน หรือเวลากลางคืน

3. เครื่องปั๊มนมแบบใช้ไฟฟ้า
- ราคาค่อนข้างสูง แต่มักมีความคงทน ใช้งานได้นาน
- เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติ ใช้งานสะดวก ง่าย ปั๊มได้รวดเร็ว
- ใช้กำลังไฟฟ้าในการปั๊มนมแม่ ไม่ทำให้คุณแม่เมื่อยมือ
- มีทั้งชนิดที่ปั๊มนมได้ทีละข้างหรือปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มได้พร้อมกันสองข้างหรือปั๊มคู่
- มีทั้งชนิดที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว และมีแบตเตอรี่ในตัว รวมถึงมีแบบแบตเตอรี่ที่พกพาได้ ชาร์จไฟได้สะดวกทั้งจากไฟบ้าน หรือไฟจากแบตเตอรี่สำรอง เช่น พาวเวอร์แบงก์
- มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณแม่ใช้สะดวก ทั้งตั้งเวลาได้ เสียงเงียบ เตือนเมื่อถึงเวลาปั๊ม และอื่นๆ
- มีการทำงานให้คุณแม่เลือกใช้งานได้หลายรูปแบบ หลายโหมด เช่น โหมดปั๊ม โหมดกระตุ้น และปรับแรงบีบได้หลากหลายตามคุณแม่ต้องการ
- เหมาะทั้งสำหรับคุณแม่ที่อยู่บ้านและคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
- มีหลายขนาดให้เลือกทั้งเล็กและใหญ่ บางรุ่นมีขนาดเล็ก ทำให้คุณแม่พกพาไปข้างนอกได้ง่ายอีกด้วย
- มีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยคุณแม่ในการปั๊มนมมากมาย อาทิ กรวยปั๊มสำรอง ขวดนม สายยางและอื่นๆ

เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหน? ที่ใช่สำหรับคุณแม่
เพราะเครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยคู่ใจ ให้คุณแม่ทำสต๊อกน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มนมเป็นสำคัญ โดยควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับครอบครัว และมีประสิทธิภาพต่างๆ ดังนี้
- เลือกที่ปั๊มนมที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก ปั๊มนมได้นุ่มนวลและไม่เจ็บ
- พิจารณาอย่างพิถีพิถันหาข้อมูลในการใช้เครื่องปั๊มนมให้ถูกวิธี เพื่อให้ปั๊มนมแม่ได้มีคุณภาพ
- ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีแรงดูดที่เหมาะสม สามารถตั้งใกล้เคียงกับความแรงของการดูดของลูกได้ มีอัตราการปั๊มหรือรอบดูดประมาณ 40 - 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการดูดของลูกรัก
- เลือกใช้เครื่องปั๊มนมให้ตรงกับวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการใช้ของตนเอง เช่น หากคุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้านเต็มเวลาอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมเหมือนคุณแม่ที่ต้องไปทำงานนอกบ้าน แต่การมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้ ก็ช่วยแบ่งเบาภาระในการเอาลูกเข้าเต้า และกระตุ้นน้ำนมแม่ได้สม่ำเสมอ สลับกับการให้ลูกดูดนมแม่ได้
- เลือกให้เหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะเครื่องปั๊มนมมีตั้งแต่ราคาถูก ไปจนถึงแพง
- เลือกให้เหมาะต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ทำงานนอกบ้าน ต้องเดินทางบ่อยๆ หรือต้องโดยสารรถสาธารณะ อาจเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าขนาดเล็ก พกพาสะดวก และมีเสียงเงียบ เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนเพื่อนร่วมงาน
- เลือกให้เหมาะกับสไตล์การเลี้ยงลูก เช่น เลี้ยงลูกคนเดียว ต้องปั๊มทำสต๊อกนมบ่อยๆ ด้วยตัวเอง หรือหากมีลูกแฝด อาจเลือกเครื่องปั๊มชนิดปั๊มคู่ เพื่อกระตุ้นน้ำนมได้ครั้งเดียวในปริมาณมาก
- เลือกที่มีคุณภาพดี ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายหรือสารตกค้าง ทำความสะอาดได้ง่าย และมีขนาดที่เหมาะพอดีเต้านมคุณแม่
- เลือกเครื่องปั๊มนมแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ มีมาตรฐาน ผ่านการทดสอบ หรือเป็นแบรนด์ที่คุณแม่ทั่วไปนิยมใช้ เพื่อความมั่นใจว่าจะช่วยคุณแม่ปั๊มนมให้ลูกได้ดีที่สุด
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
การใช้ชีวิตของคุณแม่ทุกคนจะเปลี่ยนไปแน่นอนเมื่อเริ่มตั้งท้อง เพราะฮอร์โมนในร่างกายของเราเปลี่ยนไป ทำให้ทั้งร่างกาย สุขภาพ และอารมณ์ของเราไม่เหมือนเดิม คุณแม่ที่ตั้งท้องมาถึงไตรมาส 2 จะต้องเจอกับปัญหาสุขภาพอะไรกันบ้าง เราไปดูกันค่ะ 1. ตะคริว ขอบอกเลยค่ะ ว่าอาการตะคริวนี่ถือว่าเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยของแม่ท้องเลยทีเดียว เพราะมดลูกที่ใหญ่ขึ้นไปกดทับบริเวณเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีพอ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ในช่วงที่คุณแม่นอนราบนั่นเอง 2. ตกขาว อาการตกขาวก็เป็นอาการหนึ่งที่คุณแม่ต้องเจอเช่นเดียวค่ะ ถ้าตกขาวเป็นสีขาวปกติก็เป็นเรื่องทั่วไปนะ ไม่ได้มีปัญหาหรือน่าห่วงอะไร แต่เมื่อใดที่ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป หรือมีกลิ่นเหม็นแล้วล่ะก็ คุณแม่จะต้องรีบไปพบคุณหมอนะคะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณแม่กำลังติดเชื้อทางช่องคลอดค่ะ 3. ฟันผุและปัญหาทางช่องปาก แม่ท้องจะต้องการแคลเซียมมากกว่าปกติ เพราะจะต้องแบ่งกับลูกน้อยด้วย และคุณแม่ที่รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะพบกับปัญหาฟันผุ เนื่องจากโดนลูกแบ่งแคลเซียมไปนั่นเองค่ะ ส่วนสำหรับปัญหาทางช่องปากนั้น คุณแม่ส่วนใหญ่จะพบกับปัญหาเลือดออกตามไรฟันค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรจะไปพบทันตแพทย์เป็นประจำนะคะ 4. เลือดกำเดา ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนำไปสู่ปัญหาในโพรงจมูกของคุณแม่ค่ะ เพราะฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ผลิตเลือดเพิ่มขึ้นไปด้วย เส้นเลือดฝอยภายในจมูกจึงบวมและแตกออกมาได้ง่าย เพราะอย่างนั้นถ้าคุณแม่รู้สึกระคายเคืองในจมูก ขอแนะนำให้คุณแม่ใช้น้ำเกลือที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปล้างจมูกนะคะ และห้ามใช้ของแข็งแหย่เข้าไปในโพรงจมูกโดยเด็ดขาดเลยค่ะ 5. ผิวแตกลาย เนื่องจากท้องที่ใหญ่ขึ้น ผิวของคุณแม่จึงแตกเป็นลายทางค่ะ โดยผิวที่แตกลายนี้เราสามารถหาครีมมาทาเพื่อบรรเทาได้นะคะ แต่ในคุณแม่บางคนอาจจะเจออาการคันร่วมด้วย ซึ่งถ้าคุณแม่เผลอเกาแล้วนั้น ก็อาจจะทำให้เกิดบาดแผลและนำไปสู่การติดเชื้อได้ค่ะ 6. เส้นเลือดขอด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น […]
เมื่อรู้ตัวว่าท้อง แม่ๆทุกคนก็อยากดูแลปกป้องลูก ซึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ยังต้องมีการเดินทางด้วยรถยนต์จากเดิมที่คาดเข็มขัดได้ปกติ อาจรู้สึกกังวลว่าสายเข็มขัดนิรภัยจะรัดโดนลูกในห้องหรือกลัวสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนท้อง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เป็น “คาร์ซีทแม่ท้อง” ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยปกป้องคุณแม่ คาร์ซีทแม่ท้อง คืออะไร คาร์ซีทแม่ท้อง คือ อุปกรณ์เสริมติดรถยนต์ ลักษณะเป็นเบาะรองนั่งนิรภัย โครงสร้างด้านในแข็งแรงเป็นเหล็กมีตะขอเหล็กสำหรับเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้สายเข็มขัดพาดผ่านบริเวณหน้าขาแทนการคาดบริเวณหน้าท้อง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์และคนท้องให้ปลอดภัย และช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาคาดเข็มขัดนิรภัย และรองด้วยเมมโมรี่โฟม ทำให้การนั่งรถสบายขึ้น ภายนอกสุดหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ลดการลื่นไถล เป็นสินค้าประเภทความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์คล้ายกับคาร์ซีท ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ซึ่งในประเทศไทยคาร์ซีทแม่ท้อง จัดเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration ระบบเข็มขัดนิรภัยในปัจจุบันทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ในต่างประเทศนิยมใช้คาร์ซีทแม่ท้อง ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ที่มาของคาร์ซีทแม่ท้อง วิศวกรชาวออสเตรเลียที่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ผลการตรวจร่างกายและความปลอดภัยของลูกในครรภ์ปกติ เมื่อลูกคลอดพบว่าลูกไม่สามารถพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เนื่องจากการถูกกระแทกในอุบัติเหตุครั้งนั้น จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมในที่ช่วยให้การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้องปลอดภัยและง่ายขึ้น นั้นก็คือ คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนท้อง ที่ต้องการปกป้องลูกน้องในครรภ์และตนเองให้ปลอดภัย วัสดุของคาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield แข็งแรงไหม ทำจากอะไร? คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง? คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield การันตีความปลอดภัย ด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยโดยสถาบันระดับสากล ADRs กฎการออกแบบของออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติสำหรับความปลอดภัยของยานพาหนะที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ “ECE” ที่ประกาศใช้ […]
เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยอันดับหนึ่งของคุณแม่ลูกอ่อน โดเฉพาะคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกน้อยได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด เครื่องปั๊มนมจะช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ทำให้เกิดอาการคัดเต้านม ซึ่งการที่คุณแม่ปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ทำให้คุณแม่สามารถสต็อกน้ำนมได้ตามความต้องการ ปัจจุบันในท้องตลาดมีเครื่องปั๊มนมหลากหลายยี่ห้อมากมาย และก็มีหลายประเภทให้เลือกซื้อ คุณแม่บางคนอาจสงสัยว่าควรเลือกแบบไหน จะเลือกเครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? BabyGift มีเครื่องปั๊มนมน่าใช้ในปี 2025 มาแนะนำให้เหล่าคุณแม่ได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกันเลยค่ะ เครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? เครื่องปั๊มนมแบบไหนที่ถูกใจคุณแม่บ้าง ? เครื่องปั๊มนมนั้นจำเป็นสำหรับคุณแม่อย่างมาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกและต้องกลับไปทำงานหลังลาคลอดทำให้ไม่ได้ให้ลูกกินนมจากเต้าเหมือนตอนอยู่บ้าน เครื่องปั๊มนมนั้นก็มีประโยชน์มากมาย อย่างเช่น ทำให้คุณแม่ปั๊มนมเก็บลงสต็อกได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นน้ำนม เสมือนว่ามีทารกดูดน้ำนมอย่างเสมอซึ่งช่วยให้ร่างกายคุณแม่ผลิตน้ำนมได้มากยิ่งขึ้น ทั้งช่วยบรรเทาอาการคัดเต้านม และทำให้คุณแม่ได้มีเวลาพักผ่อนหรือมีเวลาทำกิจกรรมส่วนตัวเพิ่มขึ้นในระหว่างที่ลูกดูดนมสต็อกในขวดแทนการดูดจากเต้า เรียกว่าเครื่องปั๊มนมนั้นมีความจำเป็นมากทีเดียวเลยค่ะ แล้วจะเลือกเครื่องปั๊มนม ยี่ห้อไหนดี ? ก็ต้องดูว่าแต่ละรุ่นแต่ละแบบนั้น ตอบโจทย์การใช้งานของคุณแม่ได้มากน้อยอย่างไร สำหรับคุณแม่ที่อาจจะกำลังสงสัยว่าเครื่องปั๊มนม มีกี่แบบ ? โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันดังนี้ค่ะ BabyGift แนะนำเครื่องปั๊มนม 10 อันดับน่าใช้ประจำปี 2025 รู้กันแล้วว่ามีกี่ประเภท ตอนนี้เราลองมาดูยี่ห้อน่าใช้กันต่ะค่ะ ปัจจุบันตามท้องตลาดก็มีเครื่องปั๊มนมจำหน่ายมากมาย ทั้งแบบปั๊มมือ และแบบไฟฟ้า มีฟังก์ชั่นให้เลือกอย่างหลากหลาย […]
การเริ่มต้นบทบาทคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการให้นม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตในช่วงแรกชีวิต เมื่อคุณพาลูกน้อยนั่ง คาร์ซีทเด็กแรกเกิด กลับถึงบ้าน ภารกิจหลักที่คุณแม่กังวลที่สุดคือลูกกินอิ่มไหม หรือกินมากเกินไปหรือเปล่า วันนี้ BabyGift จะมาเผยตารางกินนม และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับนมเด็กแรกเกิด เพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ปริมาณนมทารกที่เหมาะสมตามวัย เด็กแรกเกิดกินนมกี่ออนซ์ การเข้าใจธรรมชาติของกระเพาะอาหารทารกเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกเกิดกระเพาะของลูกยังมีขนาดเล็กเท่าลูกมะนาวเท่านั้น ปริมาณนมเด็กแรกเกิดที่ต้องการในแต่ละมื้อจึงดูเหมือนน้อย แต่เน้นความถี่แทน เรามาเจาะลึกปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงสัปดาห์กันเลย ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ ในสัปดาห์แรก กระเพาะของทารกจะเริ่มขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยทารกจะกินนมประมาณ 1.5-3 ออนซ์ (45-90 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน หากให้นมแม่ควรให้เข้าเต้า 8-12 ครั้ง หรือทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง ทารก 2 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ทารกจะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น ปริมาณการกินจะเพิ่มเป็น 2-4 ออนซ์ (60-120 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ โดยยังคงรักษาความถี่ที่ […]
คุณแม่ทั้งหลายรู้สึกถึงลูกดิ้นกันรึยังจ้ะ ที่เค้าว่ากันว่าเวลาลูกดิ้นเป็นช่วงที่แฮปปี้สุดๆ นั้นไม่ใช่เรื่องโม้นะ เพราะว่ามันเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าตื่นเต้น เหมือนโลกหยุดหมุนเลยล่ะ คุณแม่ๆ มือใหม่ทั้งหลายก็คงกำลังรอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่ออยู่ใช่มั้ยคะ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าลูกของคุณแม่ๆ ทั้งหลายจะเริ่มดิ้นกันตอนไหน ท้องเริ่มใหญ่แล้วแต่ลูกไม่เห็นดิ้นซักที… จริงๆ แล้วขนาดท้องก็ไม่ได้บ่งบอกถึงขนาดตัวลูกในท้องของคุณแม่นะ คุณแม่จะรู้สึกถึงการดิ้นของลูกเร็วหรือช้านั้นจะขึ้นอยู่กับผนังหน้าท้องของคุณแม่ต่างหากล่ะ คุณแม่ท่านไหนที่ดั้งเดิมเป็นคนตัวเล็ก ผนังหน้าท้องบาง ก็จะรู้สึกได้เร็วกว่าคุณแม่ที่มีผนังหน้าท้องที่หนาค่ะ ในช่วงท้องอ่อนๆ ขนาดตัวของลูกจะยังเล็กมาก ต่อให้ดิ้นเป็นวงกลมม้วนสิบตลบก็ไม่มีทางมาชนกับผนังหน้าท้องให้คุณแม่รู้สึกได้ค่ะ สำหรับคุณแม่ท้องแรกจะรู้สึกถึงลูกดิ้นตอนประมาณสัปดาห์ที่ 18-25 ส่วนคุณแม่ที่เคยตั้งท้องมาแล้วจะรู้สึกตอนประมาณสัปดาห์ที่ 13-14 ค่ะ ความรู้สึกแรกคือคุณแม่จะรู้สึกเหมือนโดนปลาตอดที่หน้าท้องเบาๆ อาจจะรู้สึกจั๊กจี้นิดนึง แต่มีความสุขสุดๆ ไปเลย ลูกดิ้นตอนไหนบ้างนะ? ลูกน้อยของเรามักจะหลับซะเยอะค่ะ แต่มักจะชอบตื่นมาแดนซ์ตอนช่วงดึกๆ ตั้งแต่ 3 ทุ่มจนเข้าตี 1 ตี 2 ราวกับจะเปิดผับในท้องของเราอย่างนั้นแหละ เอาจริงๆ แล้วลูกน้อยในท้องจะยังตื่นไม่เป็นเวลา เพราะเค้ายังไม่รู้จักกลางวันกลางคืน ส่วนใหญ่ลูกจะดิ้นหลังอาหารทั้งสามมื้อ เวลาคุณแม่ทานอะไรหวานๆ เวลาที่คุณแม่ได้ออกกำลังกายเบาๆ หรือแม้แต่เวลาที่คุณแม่หิวก็อาจจะทำให้ลูกดิ้น เพราะว่าเสียงท้องร้องของคุณแม่อาจจะกำลังกวนเค้าอยู่ พอคุณแม่เริ่มท้องแก่สักประมาณ 36 สัปดาห์ ความรู้สึกถึงการดิ้นของลูกอาจจะเปลี่ยนไปค่ะ จะช้าๆ เนิบๆ เพราะเค้าตัวใหญ่ขึ้นทำให้มีพื้นที่ในมดลูกแคบลง จะมาขยับปุปปับเหมือนเดิมก็คงไม่ได้ละ ลูกดิ้นสำคัญอย่างไร ในช่วงท้องอ่อนๆ จะเป็นช่วงที่คุณแม่กังวลมากว่าลูกยังอยู่กับเรารึเปล่าเพราะเราไม่รู้สึกถึงการขยับของเค้าเลย แต่พอเรารู้สึกว่าเค้าดิ้น เราจะอุ่นใจมากๆ ค่ะ เพราะการดิ้นของลูกน้อยทำให้เรารู้ว่าเค้ายังแข็งแรงดีอยู่นั่นเอง การนับลูกดิ้น คุณแม่มือใหม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องการนับลูกดิ้น แต่ก็อาจจะยังคงงงๆ ว่าจะนับยังไง การนับลูกดิ้นจริงๆ แล้วก็มีหลายวิธีนะ […]
คุณแม่อาจป้อนอาหารบดละเอียดให้ลูกเสริมกับการกินนมแม่เป็นหลัก หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากฝึก BLW ให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองเป็นก็อาจให้ลูกหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ กินเองโดยที่ไม่ต้องป้อนซึ่งอาจเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมาก อย่างเช่น ผักต้มนิ่มๆ ผลไม้นิ่มๆ เนื้อปลาต้มนิ่มๆ และเมื่อลูกย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 เป็นต้นไป ลูกก็จะเริ่มกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift มีเมนูอาหารเด็ก 8 เดือน 5 เมนูอร่อยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันค่ะ ชวนเข้าครัวเตรียมเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนให้ลูกน้อย เด็ก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง ? พอลูกของเราอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่เพิ่มเติมได้ และถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ควรให้นมแม่ควบคู่กับการเพิ่มมื้ออาหารให้ลูก ซึ่งอาหารสำหรับเด็กอ่อนนั้น สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย และเมื่อลูกอายุ 8 เดือนก็จะเริ่มมีฟันน้ำนม สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น เนื้อสัมผัสอาหารมีความหยาบได้มากขึ้น รวมถึงกินผลิตภัณฑ์จากนมอย่าง เนย ชีส และโยเกิร์ตได้ สำหรับเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่เราจะแนะนำกันนั้น สามารถใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ แนะนำ […]
