เครื่องปั๊มนม มีกี่แบบ? วิธีเลือกซื้อแบบที่ใช่สำหรับคุณแม่

เครื่องปั๊มนมมีกี่แบบ? วิธีเลือกซื้อแบบที่ใช่สำหรับคุณแม่ พร้อมภาพตัวอย่างเครื่องปั๊มนม

ตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ตามความตั้งใจ เพื่อให้ลูกน้อยทารกได้กินน้ำนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องยาวนานที่สุด คือ เครื่องปั๊มนม เพราะเครื่องปั๊มนมที่ดีจะมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมากมาย  ได้แก่

  • ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปหาซื้อนมผสม ซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ยาวนาน
  • ช่วยกระตุ้นและเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ ให้ลูกได้รับสารอาหารจากนมแม่เต็มที่
  • ช่วยให้คุณแม่ทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูกกินได้เมื่อต้องไปทำงาน กระตุ้นให้นมแม่มีมากสม่ำเสมอจนลูกโต
  • ช่วยปั๊มเพื่อระบายน้ำนมออก ให้เต้านมนิ่มลง ช่วยให้ลูกน้อยดูดนมได้ง่ายขึ้น เพราะหากเต้านมคัดแข็งเมื่อไรลูกน้อยจะดูดนมได้ยากลำบาก จนอาจไม่ยอมกินนมแม่ และยังทำให้คุณแม่อาจเสี่ยงตเต้านมอักเสบเพราะน้ำนมไม่ได้ระบายด้ว
  • ช่วยกระตุ้นน้ำนมให้มามาก มาเร็ว และผลิตน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยทารกที่มีปัญหาในการดูดนมจากเต้าไม่ได้ ให้ได้รับคุณค่าน้ำนมแม่เต็มที่ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น  ลูกน้อยทารกที่คลอดก่อนกำหนด หรือลูกน้อยที่มีสุขภาพอ่อนแอ มีโรคประจำตัวจนไม่สามารถดูดนมแม่เองได้

แต่การที่คุณแม่จะใช้ เครื่องปั๊มนม ให้ได้คุ้มค่า จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล ปรึกษาผู้มีประสบการณ์และเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณแม่เอง เพราะปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้คุณแม่เลือกซื้อมากมาย หลายแบบ และมีราคาที่แตกต่าง  คุณแม่จึงต้องพิจารณาเลือกถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ และเรียนรู้ว่าเลือกแบบไหนจะเหมาะกับเราและลูกน้อย

ฉะนั้นเราจึงขอแนะนำให้คุณแม่ได้รู้จักกับเครื่องปั๊มนมแบบต่างๆ ที่มีขายในปัจจุบัน   การทำงานที่น่าสนใจลักษณะการใช้งาน และคุณสมบัติที่น่ารู้ รวมถึงวิธีการเลือกซื้อในแบบที่ใช่มากที่สุด

1. เครื่องปั๊มนม แบบปั๊มมือ 

  • ราคาประหยัด  แต่ปั๊มนมได้ทีละข้างเท่านั้น
  • ใช้แรงมือในการบีบ  ทำให้คุณแม่ควบคุมแรงในการปั๊มนมได้ด้วยตัวเอง
  • เสียงไม่ดัง
  • ปั๊มไปด้วยให้ลูกดูดนมแม่ไปด้วยอีกข้างไม่ได้
  • เพราะคุณแม่ต้องใช้มือปั๊ม ทำให้เมื่อยมือ ปั๊มนมได้ไม่นาน
  • ระบายน้ำนมแม่ได้ไม่เต็มที่

2. เครื่องปั๊มนมแบบใช้แบตเตอรี่

  • ราคาไม่แพงมากนัก แต่สูงกว่าเครื่องปั๊มนมแบบมือ
  • เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติ ที่มีแบตเตอรี่ในตัว
  • คุณแม่สามารถปรับระดับแรงปั๊มนมได้หลายระดับ
  • ใช้งานสะดวกไม่ต้องใช้แรงมือบีบ  มีทั้งแบบปั๊มเดี่ยวและปั๊มคู่
  • มีการทำงานให้เลือกหลากหลายโหมด เช่น โหมดกระตุ้นน้ำนม หรือโหมดปั๊มนม
  • ปั๊มนมได้ทีละข้าง ใช้เครื่องปั๊มชนิดพร้อมกับให้นมลูกอีกข้างหนึ่งได้
  • มีเสียงค่อนข้างดัง  ทำให้บางรุ่นอาจไม่เหมาะที่จะนำไปปั๊มที่ทำงาน หรือเวลากลางคืน

3. เครื่องปั๊มนมแบบใช้ไฟฟ้า

  • ราคาค่อนข้างสูง แต่มักมีความคงทน ใช้งานได้นาน
  • เป็นเครื่องปั๊มนมแบบอัตโนมัติ ใช้งานสะดวก ง่าย ปั๊มได้รวดเร็ว
  • ใช้กำลังไฟฟ้าในการปั๊มนมแม่ ไม่ทำให้คุณแม่เมื่อยมือ
  • มีทั้งชนิดที่ปั๊มนมได้ทีละข้างหรือปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มได้พร้อมกันสองข้างหรือปั๊มคู่
  • มีทั้งชนิดที่ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว  และมีแบตเตอรี่ในตัว  รวมถึงมีแบบแบตเตอรี่ที่พกพาได้ ชาร์จไฟได้สะดวกทั้งจากไฟบ้าน หรือไฟจากแบตเตอรี่สำรอง เช่น พาวเวอร์แบงก์
  • มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณแม่ใช้สะดวก  ทั้งตั้งเวลาได้ เสียงเงียบ เตือนเมื่อถึงเวลาปั๊ม และอื่นๆ
  • มีการทำงานให้คุณแม่เลือกใช้งานได้หลายรูปแบบ หลายโหมด เช่น โหมดปั๊ม โหมดกระตุ้น และปรับแรงบีบได้หลากหลายตามคุณแม่ต้องการ
  • เหมาะทั้งสำหรับคุณแม่ที่อยู่บ้านและคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน
  • มีหลายขนาดให้เลือกทั้งเล็กและใหญ่ บางรุ่นมีขนาดเล็ก ทำให้คุณแม่พกพาไปข้างนอกได้ง่ายอีกด้วย
  • มีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยคุณแม่ในการปั๊มนมมากมาย อาทิ กรวยปั๊มสำรอง ขวดนม สายยางและอื่นๆ

เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหน? ที่ใช่สำหรับคุณแม่

เพราะเครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยคู่ใจ ให้คุณแม่ทำสต๊อกน้ำนมแม่ให้ลูกน้อยได้เต็มที่ ดังนั้นคุณแม่จำเป็นต้องคำนึงถึงคุณภาพของเครื่องปั๊มนมเป็นสำคัญ โดยควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับครอบครัว และมีประสิทธิภาพต่างๆ ดังนี้  

  • เลือกที่ปั๊มนมที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก ปั๊มนมได้นุ่มนวลและไม่เจ็บ
  • พิจารณาอย่างพิถีพิถันหาข้อมูลในการใช้เครื่องปั๊มนมให้ถูกวิธี เพื่อให้ปั๊มนมแม่ได้มีคุณภาพ
  • ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีแรงดูดที่เหมาะสม สามารถตั้งใกล้เคียงกับความแรงของการดูดของลูกได้ มีอัตราการปั๊มหรือรอบดูดประมาณ 40 - 60 ครั้งต่อนาที ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการดูดของลูกรัก
  • เลือกใช้เครื่องปั๊มนมให้ตรงกับวัตถุประสงค์และความจำเป็นในการใช้ของตนเอง เช่น หากคุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้านเต็มเวลาอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปั๊มนมเหมือนคุณแม่ที่ต้องไปทำงานนอกบ้าน แต่การมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้ ก็ช่วยแบ่งเบาภาระในการเอาลูกเข้าเต้า และกระตุ้นน้ำนมแม่ได้สม่ำเสมอ สลับกับการให้ลูกดูดนมแม่ได้
  • เลือกให้เหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะเครื่องปั๊มนมมีตั้งแต่ราคาถูก ไปจนถึงแพง
  • เลือกให้เหมาะต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น  ทำงานนอกบ้าน ต้องเดินทางบ่อยๆ หรือต้องโดยสารรถสาธารณะ  อาจเลือกเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าขนาดเล็ก พกพาสะดวก และมีเสียงเงียบ เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนเพื่อนร่วมงาน
  • เลือกให้เหมาะกับสไตล์การเลี้ยงลูก เช่น เลี้ยงลูกคนเดียว ต้องปั๊มทำสต๊อกนมบ่อยๆ ด้วยตัวเอง  หรือหากมีลูกแฝด อาจเลือกเครื่องปั๊มชนิดปั๊มคู่  เพื่อกระตุ้นน้ำนมได้ครั้งเดียวในปริมาณมาก
  • เลือกที่มีคุณภาพดี ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายหรือสารตกค้าง ทำความสะอาดได้ง่าย และมีขนาดที่เหมาะพอดีเต้านมคุณแม่
  • เลือกเครื่องปั๊มนมแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ มีมาตรฐาน ผ่านการทดสอบ หรือเป็นแบรนด์ที่คุณแม่ทั่วไปนิยมใช้ เพื่อความมั่นใจว่าจะช่วยคุณแม่ปั๊มนมให้ลูกได้ดีที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งแรกๆ ที่คุณแม่ส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเรื่องของการคลอดใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนวิธีการคลอดนั้น ก็อย่างที่คุณแม่ทราบกันดีว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ก็คือการคลอดธรรมชาติกับการผ่าคลอดค่ะ เราลองเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าสองวิธีนี้ต่างกันยังไงบ้าง การคลอดธรรมชาติคืออะไร มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง? การคลอดธรรมชาติก็คือการที่คุณแม่เบ่งลูกน้อยออกมาทางช่องคลอด ซึ่งการคลอดแบบนี้คุณแม่จะต้องรอให้มีน้ำเดินหรือเจ็บท้องคลอด รวมถึงปากมดลูกเปิดมากพอที่จะทำการคลอดได้นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่จะเจ็บท้องคลอดกันที่ช่วง 37-40 สัปดาห์ค่ะ การคลอดธรรมชาติมักเป็นที่นิยมเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่ก็อยากมีประสบการณ์ อยากรับรู้ถึงความเจ็บปวดในการเบ่งคลอด แถมยังมีราคาถูกกว่าผ่าคลอดอีกด้วยนะ แม้ว่าการคลอดธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แผลหายเร็ว และคุณแม่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่คุณแม่ควรทราบกันไว้ซักนิดนึงน้า ปัจจัยที่อาจทำให้การคลอดธรรมชาติไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป 1. ลูกไม่กลับหัว ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการคลอดธรรมชาติ และมักจะจบลงด้วยการที่คุณหมอเปลี่ยนไปเป็นผ่าคลอดแทนค่ะ โดยปกติ เวลาที่จะคลอด ลูกน้อยจะต้องกลับหัวเพื่อใช้หัวดันออกมาจากช่องคลอด มีทารกบางรายที่ไม่ยอมกลับหัว หรืออาจจะกลับหัวผิดตำแหน่ง ทำให้คุณหมอไม่สามารถทำคลอดได้ 2. คุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น แรงเบ่งนั้นมีความสำคัญกับการคลอดธรรมชาติมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น ลูกน้อยก็จะไม่สามารถคลอดออกมาได้ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะ เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ เค้าจะมีการอบรม สอนวิธีการเบ่ง การหายใจ เพื่อให้คุณแม่สามารถเบ่งได้อย่างถูกวิธีค่ะ 3. คุณแม่มีโรคประจำตัว โรคประจำตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น โรคเบาหวาน […]

การเลือก “เครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับตัวเอง” จะช่วยให้การให้นมลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น และลดความเครียดของคุณแม่ได้มาก เครื่องปั๊มนมคืออะไร? ทำไมคุณแม่ยุคนี้ “ต้องมี” เครื่องปั๊มนม (Breast Pump) คืออุปกรณ์ที่ช่วยดูดน้ำนมออกจากเต้านม เพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูก เหมาะสำหรับ: ปัจจุบันเครื่องปั๊มนมถูกออกแบบให้ “ใช้ง่าย เงียบ และสบายขึ้น” วิธีเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับคุณแม่ 1. เลือกประเภทเครื่องปั๊ม แบบมือ (Manual) ราคาย่อมเยา เหมาะกับใช้งานเป็นครั้งคราว แบบไฟฟ้า (Electric) สะดวก ประหยัดเวลา เหมาะกับคุณแม่ที่ปั๊มทุกวัน แบบไร้สาย / Hands-free ใส่ในบราปั๊มได้ เคลื่อนไหวได้ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้อง Multitask 2. ความนุ่มนวลและแรงดูด จุดสำคัญที่สุดคือ “ปั๊มแล้วไม่เจ็บ” 3. ความเงียบ 4. ความสะดวกในการพกพา 5. มาตรฐานความปลอดภัย แนะนำเครื่องปั๊มนมยอดนิยม (BabyGift) 1. HAENIM รุ่น 7X เหมาะกับ: คุณแม่ที่ปั๊มนมทุกวัน ต้องการเครื่องที่ครบและคุ้มค่าในระยะยาว […]

ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์

ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของคาร์ซีท#คาร์ซีทมือสอง ตามที่พ่อหมอเคยเขียนเรื่องการเลือกซื้อคาร์ซีทไว้แล้วตั้งแต่ตอนเปิดเพจครับ คลิกอ่านได้ครับที่https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1318721458224835&substory_index=0&id=1312969582133356 ก็เริ่มมีลูกเพจเริ่มถามเรื่อง “การซื้อคาร์ซีท” ในหัวข้อนอกเหนือจากคำถามเบื้องต้นครับ โดยเฉพาะเรื่อง “การซื้อคาร์ซีทมือสอง” หรือ “คาร์ซีทเก่า” ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมาร ฯ ของสหรัฐอเมริกา … บอกไว้ว่า เรื่องความปลอดภัย … หมอย้ำเสมอตั้งแต่เปิดเพจครับ เป็นเรื่องที่ผ่อนปรนไม่ได้#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ References: การใช้คาร์ซีทมือสอง

 ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

โดยส่วนใหญ่แล้ว หากต้องการพาทารก ขึ้นเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่ควรพาไปเมื่อทารกอายุ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการเดินทางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงมากพอ อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ บนเครื่องบินยังทำให้ทารกเกิดความเครียดได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายๆ สายการบินมีการอนุญาติให้ขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 7 วัน และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำต่างๆ ก่อนการพาลูกขึ้นเครื่องบินีกันค่ะ  ชวนเตรียมพร้อมก่อนพา เด็ก ขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมอะไร ? ต้องรู้อะไรบ้าง ?  ในแต่ละสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินค่ะ บางที่ก็อนุญาติให้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 วัน แต่บางที่ก็ต้องอายุ 14 วันก่อนถึงจะอนุญาติให้เดินทางได้ ซึ่งเอกสารที่ใช้สำหรับการเดินทางหลักๆ ก็จะเป็นใบสูติบัตร กับพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ ซึ่งหากมีเด็กโดยสารไปด้วย ผู้ปกครองจำเป็นต้องติดต่อสายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลในวันเดินทางได้นั่นเอง ซึ่ง BabyGift ได้เช็กข้อมูลกับสายการบินที่อนุญาติให้ทารกเดินทางมาให้ประมาณ 3 สายการบิน พร้อมคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูล เป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาเจ้าตัวจิ๋วขึ้นเครื่องบิน ดังนี้ค่ะ พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน การบินไทย  การบินไทยอนุญาติให้ทารก […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event