คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่นโดนใจแม่ ปี 2024
คาร์ซีท ( Car Seat ) หนึ่งในอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะในความเป็นจริง เราควรใช้คาร์ซีทตั้งแต่วันแรกที่พาลูกออกจากโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทาง นอกจากนี้ร่างกายของเด็กในช่วงแรกเกิดก็ยังมีความบอบบางจึงต้องใส่ใจและได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
คาร์ซีทก็มีหลากหลายแบบ หลายประเภท ( อ่านบทความประเภทของคาร์ซีท Click ) แต่วันนี้ที่อยากจะชวนพ่อแม่ทุกคนมาดูกันคือ คาร์ซีทแรกเกิดหมุนได้ 360 องศา ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในคาร์ซีที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความปลอดภัย และมีความสะดวกสบายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

4 เหตุผล ทำไมควรใช้คาร์ซีทหมุนได้
- ติดตั้งครั้งเดียวจบ ไม่ต้องติดตั้งใหม่ เพราะสามารถหมุนคาร์ซีท จากแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด มาเป็นแบบหันหน้าออกไปหน้ารถ (Forward-Facing) สำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป
- อุ้มลูกขึ้น-ลงรถได้สะดวกยิ่งขึ้น ป้องกันอันตรายจากศีรษะลูกกระแทกกับหลังคารถในขณะที่อุ้มลูกลงคาร์ซีทเข้ารถ
- สะดวกสบายสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องปวดหลัง เพราะจะทำให้คุณแม่ไม่ต้องเอี้ยวตัว หรือก้มตัวลงไปเยอะในขณะที่พาลูกเข้าคาร์ซีท
- ช่วยฝึกให้ลูกนั่งคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น เพราะในกรณีที่ลูกตื่นหรือจังหวะรถหยุดติดไฟแดง คุณแม่ก็สามารถหันคาร์ซีทมานั่งเล่นกับลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือให้นมได้อย่างสะดวก และทำใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นขณะเดินทาง

คาร์ซีทหมุนได้ เลือกแบบไหนดี
- หมุนง่ายแค่ไหน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำให้พ่อแม่ทุกคนตรวจสอบ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะควรคำนึงถึงการใช้งานจริง ว่าระบบการหมุนมีความซับซ้อน หลายขั้นตอนแค่ไหน และหมุนได้ง่ายแค่ไหน เพราะต่อให้คาร์ซีทหมุนได้แต่หมุนยาก ซับซ้อน ก็ไม่สะดวกต่อการใช้งานจริง พ่อแม่ทุกคนควรเลือกที่ใช้งานได้ง่ายจะดีที่สุด
- เบาะควรปรับได้ ควรดูว่าคาร์ซีทนั้นมีการปรับเอนหรือเพิ่มความสูง-ต่ำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราต้องคอยปรับให้เข้ากับสรีระของลูกที่โตขึ้นทุกวัน และช่วงแรกเกิดเด็กต้องการการพักผ่อนมากที่สุด ซึ่งก็ควรปรับเอนได้มากที่สุดเท่าที่มากได้ หรือไม่ควรต่ำกว่า 135 องศา ที่อยู่ในช่วงองศาการนอนที่ปลอดภัยของเด็กแรกเกิด
- การระบายอากาศ อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีทหมุนได้หรือหมุนไม่ได้ เพราะถ้าหากใช้กับเด็กแรกเกิดแล้ว เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กแรกเกิดร่างกายยังควบคุมอุณหภูมิไม่ไม่ดี ทารกจึงเหงื่ออกตามหลังและคอมากเป็นพิเศษ การระบายอากาศที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคาร์ซีทแรกเกิด
- การติดตั้ง ควรเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับการติดตั้งของตัวรถที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งปัจจุบันคาร์ซีทมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ
- การติดตั้งด้วยระบบ Belt หรือการติดตั้งด้วยระบบสายเข็มขัดนิรภัยของตัวรถ คาร์ซีทที่ติดตั้งแบบนี้ ข้อดีคือ จะทำให้สามารถติดตั้งได้กับรถทุกรุ่น ไม่ต้องกลัวว่ารถที่มีอยู่จะติดได้หรือไม่ได้ บ้านไหนที่มีรถหลายคัน แต่มีคาร์ซีทแค่ตัวเดียว การติดตั้งแบบ Belt ก็จะสะดวก เพราะไม่ต้องกลัวว่ารถคันไหนจะติดได้ไหม แต่ข้อเสียคือ ขั้นตอนติดตั้งมีหลายขั้นตอน ต้องมีการศึกษาและเข้าใจ เพื่อที่จะติดตั้งได้ถูกต้องและปลอดภัย
- การติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX คือระบบการติดตั้งคาร์ซีทแบบใหม่ตามมาตรฐานสากล มีลักษณะการติดตั้งแบบการยึดติดคาร์ซีทกับตัวรถยนต์ด้วยตัวยึดแท่งเหล็กที่มีความแข็งแรง ข้อดีคือ เพิ่มความสะดวกในการติดตั้งคาร์ซีท ไม่ซับซ้อนหลายขั้นตอน ในปัจจุบัน รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จะมีการติดตั้งแบบ ISOFIX ให้มาด้วย
- การรับประกัน นอกจากจะซื้อคาร์ซีทจากแหล่งที่เชื่อถือได้แล้ว คาร์ซีทนั้นควรมีการรับประกันจากบริษัทด้วย หากมีการชำรุด ก็สามารถส่งซ่อมหรือมีอะไหล่ให้เปลี่ยน ปัจจุบันนอกจากการรับประกันสินค้าแล้ว บางรุ่นยังมีการรับประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ด้วย เพราะคาร์ซีทที่ผ่านอุบัติเหตุรุนแรกมาแล้วจะมีความปลอดภัยลดลง ควรเปลี่ยนใหม่ทันที
- ตราสัญลักษณ์รับรองความปลอดภัยต้องมี หลังจากมีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทในประเทศไทย จะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้นคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานของยุโรป จะมีสัญลักษณ์มาตรฐาน ECE R44/04 และ ECE R129 (i-SIZE) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด


การใช้คาร์ซีทให้ปลอดภัย
- ไม่ควรใช้คาร์ซีทมือสอง เพราะคาร์ซีทมือสองที่ผ่านการใช้งาน วัสดุจะมีการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะคาร์ซีทที่เราไม่ทราบประวัติการใช้งานที่แท้จริง ว่าเคยผ่านอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่ เพราะสภาพภายนอกอาจจะดูสมบูรณ์และชิ้นส่วนที่มีผลต่อความปลอดภัย อาจมีการแตกหัก หรือเปราะบางจะไม่สามารถปกป้องลูกน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้
- ควรให้เด็กแรกเกิดนั่งคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะ จนถึงอายุ 2 ปี หรืออย่างน้อย 1 ปี เพราะการนั่งเข้าหาเบาะจะช่วยปกป้องคอและหลังของเด็กที่บอบบางได้เป็นอย่างดี
- การใช้คาร์ซีทควรติดเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ทุกครั้งและควรปรับสายเข็มขัดให้ไม่หลวม ไม่ตึงจนเกินไป ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเด็กได้
- การใช้คาร์ซีทเด็กแรกเกิดควรเลือกคาร์ซีทที่มีหมอน Support สำหรับเด็กแรกเกิด เพราะร่างกายของเด็กช่วงแรกเกิดยังบอบบาง ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ
- เมื่อเด็กโตขึ้น มีขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น เบาะ Support ต่างๆของคาร์ซีท ควรถอดออกตามอายุหรือในคู่มือกำหนด เพื่อทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้อย่างสะดวกสบาย และปลอดภัย
คาร์ซีทหมุนได้ 7 รุ่น น่าใช้ โดนใจแม่ ประจำปี 2024

Ailebebe รุ่น Kurutto R The First
จุดเด่น
- หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง
- ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อทารก
- ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก
- ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance
จุดเด่น
- หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 mm. ปกป้องทารกได้ปลอดภัยสูง
- ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก
- ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0- 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Ailebebe รุ่น Kurutto 6i Premium
จุดเด่น
- หมุนได้ง่าย ด้วยมือเดียว 360 องศา หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป ECE R44/04
- ซัพพอร์ตหนานุ่ม 50 mm. ปกป้องศีรษะทารกได้อย่างปลอดภัย
- ผ้า Mesh เรียบนุ่ม ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น
- เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำ ๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ
- ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเท ไม่ร้อน หลังไม่เปียก
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ น้ำหนัก 0-18 กก.
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Aprica รุ่น Fladea Grow 360 Premium
คาร์ซีทโด่งดังจากญี่ปุ่น เด่นเรื่องการปรับนอนราบได้เลย ถึง 170 องศา คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเดินทางไกล เดินทางบ่อย รุ่นนี้ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะเป็นคาร์ซีทที่ทำให้เด็กแรกเกิดนอนสบายมาก อีกทั้งฟังก์ชั่นต่าง ๆ ออกแบบโดยกุมารแพทย์ เชื่อถือได้เลยว่านั่งสบายและปลอดภัยสุด ๆ ด้วย
จุดเด่น
- หมุนได้ 360 องศา ล็อค 4 ทิศทาง ปลอดภัย พาลูกขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา ให้เด็กนอนพักผ่อนได้สบายกว่า
- เด็กคลอดก่อนกำหนดใช้ได้อย่างปลอดภัย การนอนราบทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น
- มี Support สำหรับเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ปกป้องร่างกายบอบบางของทารกแรกเกิดได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

Renolux รุ่น Gaia
จุดเด่น
- หมุนง่ายได้ถึง 360° สะดวก ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์
- เทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว ฉีดหุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา
- ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเขาเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือส่วนสูง 105 cm.
- ผ้า Cool Soft สัมผัสเย็น ทักถอพิเศษแบบ Topstiches นั่งแล้วไม่เกิดการกดทับ
- มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-105 cm. หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส

KINDERKRAFT รุ่น I-360
จุดเด่น
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่ม
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
- Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
- ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศอเยอรมันนี

KINDERKRAFT รุ่น I-GROW
จุดเด่น
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็หมุนง่าย
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้ง หันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับรงกระแทกได้ดี
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
- ปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 cm.
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 cm.
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศเยอรมันนี
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ช่วงนี้บอกได้เลยว่า กราฟความเป็นห่วงและกังวลของแม่ๆ ก็คงจะพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน เพราะมีเชื้อโรคตัวร้ายอย่าง COVID ที่ความร้ายกาจนั้นอยู่ที่มันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเกิดมายุคไหน ก็คงจะหนีไม่พ้นจากการปลูกฝังให้ล้างมือ แต่เด็กๆ ยุคนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ที่ล้างมือค่ะ เพราะเราจะมีขั้นตอนเพื่อสุขอนามัยที่ดีที่เยอะกว่านั้น มาดูกันเลยค่ะ ว่ายุคแห่งสงคราม “โรค” เช่นนี้ เราจะฝึกให้ลูกน้อยดูแลสุขอนามัยของตัวเองยังไงได้บ้าง 1. ล้างมือให้นานกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมีท่า ตอนนี้คงจะพูดแค่ว่าให้ล้างมือให้สะอาดไม่ได้อีกต่อไป แต่จะต้องเน้นให้ล้างมือนานกว่าเดิม เพราะมือที่ดูเหมือนว่าสะอาดแล้ว อาจจะไม่ได้สะอาดอย่างที่เห็น การล้างมือที่ถูกต้องที่เราอยากให้คุณแม่ปลูกฝังลูกๆ ก็คือการล้างมือแบบ 7 ขั้นตอนค่ะ ลองมาดูกันนะ ว่าทำแบบไหนบ้าง แม้ขั้นตอนจะดูเยอะไปซักนิด แต่คุณแม่มั่นใจได้เลยค่ะ ว่าถ้าลูกน้อยทำครบ 7 ขั้นตอนนี้ ต่อให้เชื้อโรคที่แฝงตัวอยู่ในซอกเล็บยังต้องกลัว! การันตีมือสะอาดหมดจด ตั้งแต่ข้อมือยันปลายเล็บเลยล่ะ! 2. มือกับหน้า ไม่ควรมาเจอกัน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบังคับไม่ให้ลูกๆ ใช้มือสัมผัสหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามไม่ได้นะคะ คุณแม่อาจจะต้องค่อยๆ สอนไป อาจจะแกล้งบอกเค้าว่ามือกับหน้าโกรธกันอยู่ ไม่ควรมาเจอกัน หรือเวลาลูกจะใช้มือมาจับที่หน้า อย่าดุ อย่าทำเสียงดัง หรือทำให้เค้าตกใจ แต่ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจให้เค้าใช้มือไปจับอย่างอื่นแทน ถ้าวิธีพวกนี้ไม่เวิร์ค เราอาจจะใช้วิธีคุยกับเค้าไปตรงๆ เล่าให้เค้าฟังว่าที่มือของเค้ามีเชื้อโรค ซึ่งมันจะมากัดที่หน้าถ้าเผลอเอามือไปจับก็ได้เช่นกันค่า […]
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการมาของลูกน้อย นอกจากจะต้องตระเตรียมของใช้จำเป็นต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยคือการแจ้งเกิดเพื่อขอสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางแรกของลูกในโลกใบนี้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกขั้นตอนการขอสูติบัตรแบบละเอียด เพื่อให้คุณแม่คุณพ่อหมดกังวล และพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ใบสูติบัตรคืออะไร ใบสูติบัตร หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ ใบเกิด คือเอกสารทางราชการที่ออกให้เพื่อรับรองการเกิดของบุคคล โดยถือเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญที่ยืนยันสถานะความเป็นคนไทย และยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการขอเอกสารสำคัญอื่น ๆ เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง อีกทั้งยังเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ทะเบียนราษฎรอย่างเป็นทางการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิต่าง ๆ ที่ลูกน้อยพึงได้รับตามกฎหมาย ทำไมต้องมีการแจ้งเกิด การแจ้งเกิดเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการทำตามกฎหมาย และเป็นการสร้างตัวตนทางทะเบียนราษฎรให้กับลูกน้อยอย่างถูกต้องสมบูรณ์ การมี ใบสูติบัตรทำให้ลูกได้รับสิทธิ์และสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล สิทธิ์ในการศึกษา หรือสิทธิ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเด็ก นอกจากนี้ สูติบัตรยังเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย เอกสารสำคัญที่พ่อและแม่ต้องเตรียม ก่อนจะไปแจ้งเกิด คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วและไม่เสียเวลาที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้มีดังนี้ ขั้นตอนการแจ้งเกิดมีอะไรบ้าง ขั้นตอนการแจ้งเกิดนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แต่มีข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ซึ่งสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้ กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล ถือเป็นกรณีที่พบได้บ่อยและเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด เนื่องจากโรงพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. […]
ว่ากันว่า “น้ำนมของแม่นั้นดีที่สุด” มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าควรให้ทารกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น แม้ว่าลูกน้อยจะอายุ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ควรกินน้ำนมของแม่ร่วมกับการกินอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในน้ำนมของแม่นั้นมีความสำคัญต่อลูกน้อยมาก ๆ ในน้ำนมมีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยหลายอย่าง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยให้แข็งแรง นอกจากนี้ การให้ลูกกินน้ำนมของแม่ก็ยังมีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ ประโยชน์ นมแม่ อาหารเปี่ยมคุณค่าสำหรับลูกน้อย นมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูก ประโยชน์ของนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และในขณะที่ทารกกินน้ำนมจากเต้าของนั้น ก็เป็นการช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วย ทั้งยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยนอกจากนี้ สำหรับคุณแม่เอง การให้ลูกกินนมก็ยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมของแม่เอาไว้ดังนี้ค่ะ ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้าง ? ชวนรู้ การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เองด้วย ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากจะดีต่อลูกน้อยแล้ว การที่คุณแม่ให้นมลูก ก็มีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย ดังนี้ Tips ในการให้นม สำหรับคุณแม่มือใหม่ เมื่อได้รู้ประโยชน์ของนมแม่กันแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้กินนมตั้งแต่แรกเกินไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ แต่ในบางคนก็ต้องกลับไปทำงานประจำหลังพ้นช่วงลาคลอด […]
ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เชื้อไวรัสโคโรน่า มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คนเป็นเพิ่มขึ้นวันละ 30 กว่าคนทุกวัน ลักษณะการแพร่ระบาดอยู่ในระยะที่ 2 และคนส่วนใหญ่ก็เพียงแค่ตามหาหน้ากากอนามัยที่ตอนนี้ราคาแพงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือแม้แต่เจลแอลกอฮอล์ที่มีการทำปลอมแปลงออกมาอีกมากมายเพราะหวังกอบโกยเงิน ในช่วงวิกฤต แบบนี้ แต่บริษัทประกันต่างๆ กลับออกกรมธรรม์ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า เพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่เกิดการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า อย่างแท้จริง และทุกประกันก็ให้ความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เมื่อตรวจพบเจอโรค ก็จ่ายทันที (Update 15/03/63) สินทรัพย์ประกันภัย แผน4 ** นอกจากนี้ ยังได้รับความคุ้มครองเพิ่ม กรณีประสบอุบัติเหตุ หากเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ จะได้รับเงินประกัน และค่าปลงศพ 2,000-8,000 บาท ตามข้อกำหนดของแต่ละกรมธรรม์ โดยเงื่อนไขสำหรับผู้เอาประกันภัย ต้องมีอายุระหว่าง 1-99 ปี แต่จะไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-Existing Condition) ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต SCB แผน B – Covid 19 Plus แผน 3 สินมั่นคงประกันภัย ประกันภัยการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า กรุงเทพประกันภัย ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า วิริยะประกันภัย Covid Shield แผน […]
เรามั่นใจ 100% เลยว่าแม่ทุกคนอยากเห็นหน้าลูกน้อยเร็วๆ นับวันรอกันแทบไม่ไหว แต่ไม่มีแม่คนไหนแน่นอนที่อยากให้ลูกคลอดออกมาก่อนกำหนด ปกติแล้วคุณแม่ก็จะอุ้มท้องกันอยู่ที่ 37-40 สัปดาห์อ่ะเนอะ เพราะว่าถ้าคลอดก่อนหน้านี้ อวัยวะหรือสมองบางส่วนของลูกน้อยก็ยังอาจจะยังเติบโตไม่เต็มที่เท่าไหร่ ปอดก็ยังไม่แข็งแรง หายใจเองไม่ได้ ตัวเล็ก ถ้าคลอดออกมาก่อนก็ต้องอยู่ในตู้อบ นอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงมากแล้ว ลูกยังน่าสงสารที่ต้องมีสายระโยงรยางค์ช่วยให้เค้าหายใจได้ ตอนท้องนี่ก็จะกังวลตลอด ปวดท้องนิดนึงก็กลัวว่าจะคลอดแล้วรึเปล่า แต่โดยทั่วไปแล้วถ้าจะคลอดก่อนกำหนดก็มักจะมีอาการเตือนที่ไม่ใช่แค่ปวดท้องนะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีอาการประมาณไหนบ้าง 5 อาการแบบนี้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด! 1.เจ็บท้องถี่ มีเลือดออกทางช่องคลอด เวลาท้อง การมีเลือดออกไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะงั้นถ้าคุณแม่มีเลือดออกในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 ไม่ว่าจะน้อยหรือเยอะ ให้รีบไปหาคุณหมอด่วนๆ เลย ส่วนคุณแม่บางคนอาจจะมีอาการเจ็บท้องถี่ร่วมด้วย ความรู้สึกมันจะเหมือนปวดอยากเข้าห้องน้ำแต่ถ่ายไม่ออก อาการนี้มันจะเกิดจากการที่มดลูกบีบตัว เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้นะ 2. ตัวบวมความดันสูงปรี๊ด คุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีอาการมือบวม เท้าบวม ถ้าไม่ได้บวมเยอะมากจนน่าตกใจก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรนะ เพราะหลายๆ คนก็เป็นกัน แต่คุณแม่บางคนมีอาการบวมทั้งตัว น้ำหนักขึ้นเร็ว จุกตรงลิ้นปี่ ความดันสูงมากจนอาจจะแตะ 200 เลยก็มี อันนี้คืออาการของคุณแม่ที่ครรภ์เป็นพิษต้องพบคุณหมอโดยเร็ว เพราะว่านอกจากจะอันตรายต่อลูกในท้องแล้วยังอันตรายต่อคุณแม่ด้วย ความดันที่ขึ้นสูงปรี๊ดแบบนี้อาจมีโอกาสทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ด้วยนะ ส่วนใหญ่คุณแม่ที่มีอาการแบบนี้จะต้องอยู่ในการดูแลของคุณหมอ หากมีอาการไม่ดีขึ้นอาจจะต้องโดนผ่าคลอดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่และลูกน้อยในท้องไว้ค่ 3. […]
