BLW คืออะไร ? คู่มือเริ่มต้นให้ลูกกินอาหารด้วยตัวเอง

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังศึกษาวิธีเริ่มอาหารเสริมให้ลูก อาจเคยได้ยินคำว่า “BLW” หรือ Baby-Led Weaning ผ่านกลุ่มคุณแม่ รีวิวในโซเชียล หรือคำแนะนำจากคนรอบตัว

หลายคนสนใจวิธีนี้ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้การกินอาหารด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีคำถามตามมา เช่น

  • BLW คืออะไร?
  • ลูกต้องอายุเท่าไหร่ถึงเริ่มได้?
  • ลูกจะสำลักไหม?
  • จำเป็นต้องทำหรือไม่?

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจ BLW แบบง่าย ๆ พร้อมแนวทางเริ่มต้นอย่างปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

BLW คืออะไร?

BLW หรือ Baby-Led Weaning คือ แนวทางการให้อาหารเสริมที่เปิดโอกาสให้ลูกหยิบอาหารและเรียนรู้การกินด้วยตัวเอง แทนการป้อนอาหารบดผ่านช้อนในทุกมื้อ เด็กจะได้สัมผัสรูปทรงของอาหาร เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กลิ่นและรสชาติของอาหาร รวมถึงการหยิบจับและประสานการทำงานของมือกับสายตา

แนวคิดสำคัญของ BLW คือ “ให้ลูกเป็นผู้นำการเรียนรู้เรื่องอาหารด้วยตัวเอง”

ลูกควรเริ่ม BLW เมื่อไหร่?

แม้อายุ 6 เดือนจะเป็นช่วงที่เด็กส่วนใหญ่เริ่มอาหารเสริมได้ แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ “ความพร้อมของลูก”

โดยทั่วไป ควรสังเกตสัญญาณดังนี้

  • นั่งได้ค่อนข้างมั่นคง
  • คอตั้งและควบคุมศีรษะได้ดี
  • สามารถหยิบจับสิ่งของเข้าปากเองได้
  • แสดงความสนใจอาหารของคนในครอบครัว

หากลูกมีสัญญาณเหล่านี้ อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเริ่ม BLW

BLW แตกต่างจากการป้อนอาหารแบบดั้งเดิมอย่างไร?

การป้อนอาหารแบบดั้งเดิม

  • เริ่มจากอาหารบดละเอียด
  • ผู้ใหญ่เป็นคนป้อน
  • ค่อย ๆ ปรับเนื้อสัมผัสเมื่อเด็กโตขึ้น

การกินแบบ BLW

  • เด็กหยิบอาหารด้วยตัวเอง
  • เรียนรู้การกัด เคี้ยว และกลืนตามพัฒนาการ
  • ได้ฝึกทักษะการใช้มือควบคู่ไปกับการกิน

ทั้งสองวิธีสามารถช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารตามวัยได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับลูกและครอบครัวได้

BLW ปลอดภัยไหม?

นี่เป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่กังวลมากที่สุด

ความจริงคือ BLW สามารถทำได้อย่างปลอดภัย หากเลือกอาหารและจัดสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม

สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ

  • ให้ลูกนั่งตัวตรงระหว่างกินอาหาร
  • เลือกอาหารที่มีความนุ่มและเหมาะกับวัย
  • หลีกเลี่ยงอาหารชิ้นเล็ก แข็ง หรือกลมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดคอ
  • ดูแลลูกอย่างใกล้ชิดตลอดมื้ออาหาร

ปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่มักเจอเมื่อเริ่ม BLW

“ลูกโยนอาหารตลอด”

เป็นเรื่องปกติ เพราะเด็กกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารและสิ่งรอบตัว

“ลูกกินน้อยมาก”

ช่วงแรกเด็กอาจยังไม่ได้กินอาหารในปริมาณมาก เพราะกำลังเรียนรู้มากกว่ามุ่งเน้นการรับสารอาหารจากอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว

“บ้านเลอะทุกมื้อ”

BLW มักมาพร้อมเศษอาหารบนพื้น โต๊ะ และเสื้อผ้า ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้

“ลูกไม่ยอมหยิบอาหาร”

เด็กแต่ละคนมีจังหวะการเรียนรู้ต่างกัน บางคนอาจใช้เวลาในการปรับตัวมากกว่าคนอื่น

อุปกรณ์ที่ช่วยให้การเริ่ม BLW ง่ายขึ้น

การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสม จะช่วยให้มื้ออาหารเป็นเรื่องสนุกและสะดวกมากขึ้นสำหรับทั้งลูกและคุณพ่อคุณแม่

เก้าอี้เด็กพกพา รุ่น GoUp – PRINCE & PRINCESS

เก้าอี้กินข้าวเด็กที่ช่วยให้ลูกนั่งในท่าที่เหมาะสมสำหรับมื้ออาหาร

  • รองรับการนั่งได้อย่างมั่นคง
  • ช่วยสร้างกิจวัตรการกินอาหารที่ดี
  • ปรับใช้งานได้ตามช่วงวัย

เหมาะสำหรับเด็กที่เริ่มอาหารเสริมและฝึกกินอาหารด้วยตัวเอง

แผ่นรองกันเปื้อน แบบใช้แล้วทิ้ง Prince & Princess

แผ่นรองสำหรับกิจกรรม BLW ช่วยลดความกังวลเรื่องความเลอะเทอะ

  • รองรับเศษอาหารและคราบเปื้อนระหว่างมื้ออาหาร
  • ทำความสะอาดง่าย
  • เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเรียนรู้การหยิบจับอาหาร

ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำความสะอาดมากเกินไป

HUGPAPA​ – Baby Chair Booster รุ่น Dial-Fit 2in1

เบาะเสริมเก้าอี้สำหรับเด็ก ช่วยให้ลูกนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวได้สะดวกยิ่งขึ้น

  • น้ำหนักเบา พกพาง่าย
  • ติดตั้งกับเก้าอี้ทั่วไปได้
  • ช่วยให้ลูกมีส่วนร่วมในมื้ออาหารของครอบครัว

เหมาะสำหรับครอบครัวที่เดินทางบ่อย หรือรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ

GRANNY BEN ผ้ากันเปื้อนใยเทนเซล 3in1

ผ้ากันเปื้อนพร้อมถาดรองเศษอาหาร ช่วยลดความเลอะเทอะระหว่างมื้ออาหาร

  • รองรับเศษอาหารที่หล่นระหว่างกิน
  • น้ำหนักเบา ใส่สบาย
  • เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ตัวช่วยยอดนิยมสำหรับบ้านที่เริ่มฝึก BLW เพราะช่วยให้เก็บกวาดหลังมื้ออาหารได้ง่ายขึ้น

MR.FOX ช้อนซิลิโคนแบบมีกล่องเก็บ

ช้อนซิลิโคนสำหรับเด็กเล็ก ออกแบบให้เหมาะกับการเริ่มเรียนรู้การกินอาหาร

  • ปลายช้อนนุ่ม อ่อนโยนต่อเหงือก
  • จับถนัดมือ
  • เหมาะสำหรับฝึกตักอาหารและเรียนรู้การใช้ช้อนด้วยตัวเอง

เหมาะสำหรับครอบครัวที่ทำ BLW ควบคู่กับการป้อนอาหารในบางมื้อ

BLW เหมาะกับลูกทุกคนหรือไม่?

BLW ไม่ใช่การแข่งขัน และไม่จำเป็นต้องเป็นทางเลือกเดียว เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการ ความพร้อม และนิสัยการกินที่แตกต่างกัน บางครอบครัวอาจเลือกใช้ BLW ควบคู่กับการป้อนอาหารแบบดั้งเดิม (Mixed Feeding) ซึ่งก็เป็นอีกแนวทางที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับอาหาร และให้ลูกได้เรียนรู้ตามจังหวะของตัวเอง

สรุป

BLW คือแนวทางการให้อาหารเสริมที่เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้การกินด้วยตัวเอง ผ่านการหยิบจับ สัมผัส และสำรวจอาหารอย่างเป็นธรรมชาติ แม้อาจมีความเลอะเทอะหรือความท้าทายในช่วงเริ่มต้น แต่สำหรับหลายครอบครัว BLW ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความสุขในมื้ออาหารของลูกน้อย

💛 หากกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับเริ่มอาหารเสริม ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้กินข้าว ผ้ากันเปื้อน หรืออุปกรณ์สำหรับการฝึกกินอาหารด้วยตัวเอง สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าจริงได้ที่ BabyGift ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมคำแนะนำจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

รถเข็นเด็ก แบบไหน ขึ้นเครื่องบินได้? เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัย 6 เดือน เริ่มมีภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะพาลูกน้อยออกไปท่องเที่ยว ดูโลกกว้าง หรือพาบินลัดฟ้าไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด รถเข็นเด็ก จึงเป็นตัวช่วยให้การเดินทางของคุณและลูกน้อยสะดวกสบาย แล้วรถเข็นแบบไหนกัน ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? Babygift ได้เตรียมคำตอบรอไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ กฎของการนำ รถเข็นเด็ก ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน รถเข็นเด็กจัดเป็นสัมภาระติดตัวชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินไปได้ โดยเด็ก/ทารก 1 คน มีสิทธิ์ในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องได้ 1 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีมากกว่า 1 คัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม โดยที่รถเข็นเด็กที่นำขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพับเล็ก หรือพับใหญ่ แต่จะต้องเป็นรถเข็นที่พับได้เท่านั้น และจะต้องเป็นรถเข็นที่มีน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด โดยสามารถเช็คได้จากขนาดสัมภาระที่สายการบินอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้นั่นเองค่ะ วิธีการนำรถเข็นเด็กติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายเหตุ *แต่ละสายการบินมีนโยบายที่แตกต่างกัน รวมถึงนโยบายของสนามบินปลายทาง รวมถึงสภาพอากาศในวันที่เดินทาง กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินทุกครั้งก่อนวันออกเดินทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของท่าน รถเข็นเด็กแบบ “พับเล็ก” สามารถนำเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead bin) ได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ค่ะ หากรถเข็นเมื่อพับแล้วมีขนาดเล็ก ตามขนาดสัมภาระที่สายการบินกำหนด […]

คุณพ่อคุณแม่ท่านไหน ยังตัดสินใจ ตั้งชื่อลูก ไม่ได้กันบ้าง?  วันนี้ Baby Gift ทำการรวบรวม 100 ไอเดีย ตั้งชื่อลูก สุดอินเทรนด์ ปี 2021เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ในบ้านด้วยชื่อเก๋ๆสุดปัง ไม่ซ้ำใคร จะมีชื่ออะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย ชื่อเล่น ลูกสาว  แก้มบุ๋ม : ลักยิ้ม ขนมปัง : อาหารฝรั่งชนิดหนึ่ง ของขวัญ : ลูกเป็นของขวัญของพ่อแม่ คริสตัล : อัญมณีแก้วสีดำ จันทร์เจ้าขา : การอ้อนขอพรจากดวงจันทร์ จิมมี่ : ชื่อนักกีตาร์ชื่อดัง ชมพู : สีชมพู ชมวิว : การมองทิวทัศน์สวยๆตามธรรมชาติ ดีไซน์ : การออกแบบ ไดอาร์ : ไดอารี่  ต้นข้าว : เมล็ดข้าวที่มีความยาว ต้นหม่อน : ต้นไม้ที่ให้ลูกกินได้และหนอนไหมชอบกิน ตั้งใจ […]

เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10%  เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม  การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย  2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง  3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์

ท้องมาสามเดือนแต่ยังไม่เห็นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ท้องก็ยังไม่ใหญ่ ลูกก็ยังไม่ดิ้น แถมขึ้นบีทีเอสก็ยังไม่มีคนลุกให้นั่งอีกต่างหาก ถ้าคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่เดือนที่สี่ ห้าและหกให้ดีๆ เลยจ้า บอกก่อนเลยว่าช่วงไตรมาสนี้ นอกจากอารมณ์คุณแม่ๆ จะแปรปรวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงแล้ว เจ้าร่างกายก็น้อยหน้าซะที่ไหน เผลอๆ แปรปรวนหนักกว่าอารมณ์ซะอีก เราลองไปดูกันดีกว่า ว่าช่วงนี้คุณแม่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ลูกได้ดูดนมไปสักพัก หัวนมคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ช่วงก่อนคลอดนี่ร่างกายก็จะเตรียมพร้อมเพื่อลูกน้อย ท่อน้ำนมขยาย ลานนมกว้างขึ้น บางทีอาจจะเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากเต้า แต่อย่าได้ไปบีบหัวนมเลยเชียว เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ ในช่วงไตรมาสนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นเลยอาจจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลงนิดหน่อย ช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะต้องการพลังงานแค่ประมาณ 2,200 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณแม่บางคนอาจจะคิดว่าทานสำหรับสองคน ต้องเอาแคลมาบวกกันรึเปล่า…ไม่ต้องนะ เดี๋ยวน้ำหนักคุณแม่จะพุ่งทะลุเป้าเกินไปซะก่อน เราขอเน้นให้คุณแม่เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่นพวกผักใบเขียว ปลาที่มีโอเมกา 3 โปรตีนจากไก่ อะไรพวกนี้ดีกว่า ส่วนพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายก็ควรจะงดไปก่อนเนอะ เพราะไขมันเยอะมากกกก แถมของทอดๆ ยังอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกคลื่นไส้อีกต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทานยาบำรุงที่คุณหมอให้มา โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะลูกจะแย่งแคลเซียมจากเราไปเยอะมากๆ เพราะงั้นควรจะทานเสริมเข้าไปให้ได้อย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวันนะคะ

หากคุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์และกังวลว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือจะต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะมาถึง การรู้ว่าเตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบหาซื้อของใช้ในวินาทีสุดท้าย การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น 20 เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง ของใช้เด็กแรกเกิดมีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมก่อนวันคลอดถึงจะไม่เป็นกังวล เราได้รวบรวมรายการสำคัญ 20 อย่างที่ทุกครอบครัวควรมี การเตรียมของใช้เด็กทารกอย่างครบถ้วนจะช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น 1. ครีมทาผื่นผ้าอ้อม ผิวของทารกยังบอบบางและแพ้ง่าย การอยู่กับผ้าอ้อมเปียกนานอาจทำให้เกิดผื่นแดงได้ ครีมทาผื่นผ้าอ้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการระคายเคืองบริเวณก้น ควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ลดการอักเสบ และปกป้องผิวจากความเปียกชื้นเป็นส่วนผสม 2. เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้า สะดวกต่อการให้นมเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือเมื่อต้องกลับไปทำงาน การมีนมแม่สำรองจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนตลอดเวลา ควรเลือกแบบไฟฟ้าที่ปรับระดับแรงดูดได้ตามความต้องการของคุณแม่ได้อย่างอิสระ 3. อุปกรณ์สำหรับให้นมลูก ขวดนม จุกนม และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เป็นของใช้เด็กทารกที่ใช้บ่อยมาก ควรเตรียมไว้หลายชุดเพื่อสลับใช้ หมอนรองให้นมจะช่วยพยุงแขนของคุณแม่ให้สบายขณะให้นม จุกนมหลอกก็เป็นตัวช่วยปลอบใจลูกในยามหิวหรือเหงา 4. เครื่องวัดอุณหภูมิทารก เทอร์โมมิเตอร์สำหรับเด็กเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลสุขภาพ ทารกอาจมีไข้หรือไม่สบายได้ง่าย การสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ว่าควรพาไปหาหมอหรือดูแลเองที่บ้าน ควรเลือกแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้รวดเร็ว 5. เครื่องนอนสำหรับเด็ก ชุดเครื่องนอนเด็กประกอบด้วยฟูก หมอน และผ้าห่มที่เหมาะกับทารก เนื้อผ้าต้องอ่อนนุ่มและระบายอากาศได้ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ควรเลือกผ้าฝ้าย 100% ที่ไม่ระคายผิว 6. เตียงเด็ก […]

การตั้งชื่อลูกเป็นหนึ่งในความสุขและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพราะนอกจากจะต้องไพเราะทันสมัยแล้ว ยังต้องเป็นชื่อมงคลที่มีความหมายดี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวมไอเดียตั้งชื่อมงคลตามวันเกิดมาให้คุณแล้ว พร้อมทั้งหลักการ ตั้งชื่อลูก ที่ถูกต้อง เพื่อให้การตั้งชื่อเป็นเรื่องที่ง่ายและเต็มไปด้วยความหมายที่สุด การตั้งชื่อลูกสำคัญอย่างไร ชื่อเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต และเชื่อกันว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อโชคชะตาและลักษณะนิสัยของบุคคลนั้น ๆ การตั้งชื่อมงคลที่ถูกต้องตามหลักการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันเกิดหรือหลักทักษา จึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการส่งเสริมชีวิตของลูกให้เจริญรุ่งเรือง มีความสุข และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน หลักการตั้งชื่อลูก หลักการ ตั้งชื่อลูก ที่เป็นที่นิยม คือการพิจารณาจากวันเกิดของลูก ซึ่งจะมีการกำหนดอักษรที่เป็น กาลกิณี หรืออักษรต้องห้ามในแต่ละวันเอาไว้ การตั้งชื่อโดยไม่ใช้อักษรต้องห้ามเหล่านี้จะช่วยเสริมชื่อมงคลให้แก่ลูกน้อยได้ ตั้งชื่อลูกชาย การ ตั้งชื่อลูกชาย มักจะเน้นที่ความหมายเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำ และความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีพลัง มีอำนาจ และสามารถปกป้องดูแลครอบครัวได้ในอนาคต ตั้งชื่อลูกสาว สำหรับลูกสาว การ ตั้งชื่อลูกสาว ในยุคปัจจุบันมักจะเน้นความหมายที่ทันสมัย แต่ก็ยังคงความอ่อนหวาน สง่างาม และความฉลาดเฉลียวไว้ เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและมีความสุขในชีวิต ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันอาทิตย์ สำหรับน้อง ๆ ที่เกิดวันอาทิตย์ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event