กันไว้ดีกว่าแก้ 13 สิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรกิน

เมื่อรู้ว่าตัวเองก้าวเข้าสู่สถานะคุณแม่ตั้งครรภ์เต็มตัวแล้ว สิ่งแรกที่บรรดาแม่ๆ ทั้งหลายแอบกังวลอยู่ไม่น้อย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุด เพราะจากประสบการณ์ตรงของการเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว บรรดาเพื่อนสนิท คนใกล้ชิด มักจะวนเวียนมาถามว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกินอะไร หรือสามารถกินอะไรได้บ้าง ยิ่งถ้าไม่มีอาการแพ้ท้อง ถือว่าโชคดีสองชั้น อยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้าแน่นอน หรือแพ้ท้องแล้วก็ดันอยากจะกินอาหารที่ไม่ควรกินอีก เพราะโน้นก็อร่อย นี่ก็ของชอบ ไม่รู้ว่ากินเข้าไปแล้วจะมีผลกระทบต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์รึเปล่า วันนี้คุณแม่เลยอยากจะแนะนำอาหารคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องใหม่ไม่ควรรับประทานให้ฟังว่า

1. อาหารที่มีรสจัด
คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดมากๆ เพราะระบบย่อยอาหารจะผิดปกติไปจากเดิม การกินอาหารรสจัดๆ ไม่ว่าจะเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด จะทำให้มีโอกาสปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ นำไปสู่อาหารเป็นพิษได้ง่าย

2. อาหารที่ก่อโรคไหลย้อน
ในช่วงตั้งครรภ์ โอกาสที่คุณแม่จะเป็นโรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยเฉพาะ อาหารทอด, อาหารจำพวกแป้งที่ต้องอุ่นซ้ำ, อาหารที่มีรสจัด, ชา, กาแฟ, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชีส รวมถึงยาบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม เป็นต้น


3. อาหารที่กินแล้วท้องผูก
ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า อาการท้องผูกกลายเป็นของคู่กันของคุณแม่ตั้งครรภ์ไปแล้ว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงทวารได้ง่าย คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก หรือลดปริมาณการกินให้น้อยลง แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง อย่างผักและผลไม้แทน ควบคู่ไปกับอาหารหลัก 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม

4. อาหารที่กินแล้วแพ้
คุณแม่ที่รู้ตัวว่าแพ้อาหารชนิดใด ก็อย่าเผลอรับประทานเข้าไปนะ ควรระมัดระวังการกินมากกว่าปกติ เพราะบางคนจะมีอาการแพ้มากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ อาจเสี่ยงต่ออาหารเป็นพิษ ทำให้มีการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียนได้

5. อาหารสำเร็จรูป หรือ อาหารกระป๋อง
คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปอย่างเด็ดขาด เพราะจะมีสารเคมีเจือปน หรือหากเลี่ยงไม่ได้ ควรอ่านฉลาก ดูวันหมดอายุ เช็คสภาพกระป๋องไม่บุบ ไม่บวม ก่อนซื้อมารับประทานทุกครั้ง เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งที่รับประทานเข้าไปมีอะไรบ้าง บางอย่างเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก เช่น ผงชูรส ที่จะทำให้ร่างกายขาดน้ำและปวดศีรษะมาก

6. อาหารหมักดอง
แม้ว่าอาหารเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่ลดอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า อาหารหมักดองมีส่วนประกอบของเกลือและน้ำตาล หรือขัณฑสกรอยู่สูงจะส่งผลให้คุณแม่มีอาการบวมเพราะความเค็มที่มากขึ้น และวิธีการหมักดองที่ไม่สะอาดอาจเป็นเหตุทำให้คุณแม่ปวดท้อง ท้องเสีย หากรุนแรง ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้

7. อาหารไขมันสูง
เป็นอีกหนึ่งตัวร้ายที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยง เพราะถ้าทานเข้าไปแล้วจะย่อยยาก และทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง อึดอัด และน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นได้ง่าย

8. อาหารที่ไม่สุก อาหารดิบ
อาหารที่ปรุงไม่สุก คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกิน เช่น ไข่ดิบ ไข่ลวก แหนม เนื้อปลาดิบ ซูชิปลาดิบ สเต็กที่ไม่สุก ปลาแซลมอนรมควัน หอยนางรม รวมถึงอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารที่อุ่นซ้ำผ่านความร้อนไม่ทั่วถึง

9. หลีกเลี่ยงผงชูรส
อาหารที่ดีไม่ควรใส่ผงชูรสเลย ผงชูรสทำมาจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาล และถูกสังเคราะห์จนกลายเป็นสาร “โมโนโซเดียม กลูตาเมต” (MSG) ซึ่งไม่มีคุณค่าทางอาหารแม้แต่น้อย เป็นสาเหตุของโรคร้าย เช่น ไตวาย ตับอักเสบ ฯลฯ ถ้าคุณแม่ตั้งครรภ์ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ต้องบอกกับทางร้านว่าไม่ต้องใส่ผงชูรส เพื่อสุขภาพของแม่และที่สำคัญคือลูกน้อยในครรภ์

10. อาหารที่เพิ่มน้ำหนัก
นอกจากอาหารที่มีไขมันสูงแล้ว อีกหนึ่งประเภทอาหารประเภทของหวาน ขนมเค้ก หากรับประทานมากจนเกินไปจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นและมีโอกาสเสี่ยงเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์อีก ไม่ถึงกับห้ามคุณแม่ไม่ให้กิน แต่ให้ลดปริมาณน้อยลงเนอะ หลังคลอดค่อยว่ากันอีกทีดีกว่าจ้า

11. ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน
คุณแม่สมัยใหม่หลายคนมักจะติดการดื่มชาและกาแฟกันเป็นจำนวนมาก ถึงเวลาตัวเองตั้งครรภ์ก็จะลำบากหน่อย แต่เพื่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์แล้วคงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการดื่มชาแก่ๆ จะทำให้ท้องผูกง่าย คนที่มีอาการท้องผูกอยู่แล้วควรหลีกเลี่ยง และยังมีชาบางชนิดที่ไม่ควรดื่ม เช่น ชาดอกคำฝอย เพราะชาชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อคุณแม่ ส่วนกาแฟนั้นดื่มมากเกินไปคุณแม่ใจสั่นแน่นอน และนอนไม่หลับอีก ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งการพักผ่อนของคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้างดได้ควรจะงดนะคะ

12. น้ำอัดลม
น้ำอัดลมช่วยให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้ และมีน้ำตาลที่ช่วยเพิ่มพลังงาน แต่ในแง่ของคุณค่าทางอาหารนั้นไม่มีเลย ยิ่งดื่มมากๆ ก็ทำให้คุณแม่อ้วน แนะนำว่าควรหันมาดื่มน้ำสะอาด และน้ำผลไม้คั้นสดแทนจะมีประโยชน์มากกว่า

13. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เข้าใจว่าไลฟ์สไตล์คุณแม่สมัยใหม่บางคนจะต้องพบปะผู้คนมากมาย ทำให้มีงานเลี้ยงสังสรรค์อยู่ตลอด จำเป็นต้องมีการดื่มแอลกอฮอล์บ้าง แต่พอคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องงดอย่างเด็ดขาด เพราะการคิดแค่จะจิบเพียงเล็กน้อยก็อาจจะทำให้คุณแม่ติด และเผลอดื่มไม่รู้ตัว เพราะถ้าดื่มมากเกินไปก็ไม่ดีต่อลูก หรือดื่มจนติดเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง (Alcoholism) ถือเป็นเรื่องอันตรายมากๆ เพราะอาจทำให้ลูกน้อยเสียชีวิตในครรภ์ หรือเมื่อคลอดออกมาแล้วมีน้ำหนักตัวน้อย เติบโตช้า ศีรษะเล็ก ใบหน้าเล็ก คางสั้น ปัญญาอ่อน และเกิดความพิการของหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้น้ำตาลกลูโคสและกรดอะมิโนผ่านทางรกและสายสะดือได้น้อยลง จึงทำให้ทารกได้รับออกซิเจนและสารอาหารจำเป็นต่างๆ ไม่เพียงพอ

นอกจากอาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญ และมีผลต่อลูกน้อยในครรภ์แล้ว คุณแม่ทั้งหลายก็อย่าลืมทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน ไม่เครียด แฮปปี้ตลอดเวลาด้วยนะ และถ้ามีเวลาว่างอีกนิดก็ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและลูกน้อยในครรภ์ด้วยจ้า…เป็นกำลังใจให้คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายด้วยนะจ๊ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆท่านเมื่อตั้งครรภ์ลูกน้อย มักมีคำถามมากมายที่อยากรู้ มีเรื่องให้กังวล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือพัฒนาการลูกน้อยในท้องที่กำลังค่อยๆเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์มีลูกมาก่อน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT มาพร้อม แอพคนท้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้แน่นๆ เกี่ยวกับคุณแม่และการเลี้ยงลูก แถมยังมีฟังก์ชั่นเลิศๆ ให้คุณแม่โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดมือถือ รับรองได้ใช้ประโยชน์แน่นอน App : เพลงสำหรับการตั้งครรภ์แอพรวบรวมเพลงหลายสไตล์เปิดให้ลูกในครรภ์ฟังดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพที่รวบรวมเพลงสำหรับการตั้งครรภ์ ฟรี! มีสไตล์เพลงดนตรีคลาสสิกหลากหลายที่จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในท้องอารมณ์ดี โดยดนตรีคลาสสิกนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเพลงของปัญญา ที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองในการพัฒนาเด็กทารก ช่วยให้คุณแม่ลดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ รวมไปถึงภาวะซึมเศร้าที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนนั้นมีอาการ เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ที่ดีอยู่เสมอ ทุกๆวันร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาผ่านไปยังสายสะดือสู่ทารก ทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีทั้งสมอง (IQ) และอารมณ์ (EQ) อีกด้วย เมื่อรู้ถึงเหตุผลดีๆ ของการเปิดเพลงให้เจ้าตัวน้อยในท้องฟังแล้ว ลองตามไปโหลดแอพแล้วเปิดเพลงให้อารมณ์ดีทั้งแม่ทั้งลูกกันได้เลย App : Pregnancy yoga Exercisesแอพสอนโยคะออกกำลังกายที่บ้าน สำหรับคนท้องดาวน์โหลด ฟรี : Android เป็นแอพโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์ ที่คุณแม่สามารถโยคะออกกำลังกายเบาๆที่บ้านตามได้ และรู้เทคนิคการผ่อนคลายอื่นๆที่ทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ เพียงทำตามบทเรียนและแบบฝึกหัดโยคะที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หากคุณแม่พึ่งเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรเริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ […]

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

แม่ใบเตย-พ่อแมน ปลื้มใจ ที่ได้ตัวช่วยดีๆอย่างรถเข็น Aprica เข็นพาลูกออกไปไหนมาไหนก็ลื่นสมูทไม่มีสะดุด ช้อปปิ้งนานแค่ไหน น้องเวทมนต์ ก็นอนสบายหลับสนิทไม่งอแง การมีรถเข็นเด็กแรกเกิดดีๆสักคันที่แม่ไว้วางใจ การพาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ก็ไม่ใช่เรื่องยากคุณแม่ใบเตยเลือก รถเข็น Aprica รุ่น Optia Cushion Premuim พา น้องเวทมนต์ ไปข้างนอกแบบสบายๆ ปรับเป็นแบบเข็นไปเห็นหน้าลูกไปก็ได้ สบายใจหายห่วงสุดๆ ตามมาส่องความน่ารัก ” น้องเวทมนต์ “ ลูกสาวตัวน้อยของแม่ใบเตย-พ่อแมนสุดน่ารักกันเลยค่า BabyGift ยินดีแนะนำรถเข็นที่เหมาะกับลูกน้อยและไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่ ทักมาปรึกษาได้เลยค่า

เป้อุ้มลูก จำเป็นไหม ? เมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก การเลี้ยงลูกทารกเป็นสิ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจดูแลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เพราะลูกน้อยยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งนอกจากการนอนหลับของลูกแล้ว ในช่วงเวลากิจวัตรต่างๆ ทั้งการไล่ลม กล่อมนอน หรือปลอบลูกเวลาร้องไห้ แม้กระทั่งเวลาพาลูกออกไปนอกบ้านเพื่อฉีดวัคซีน พบหมอหรืออื่นๆ คุณพ่อคุณแม่จะต้องอุ้มลูกอยู่เสมอ การอุ้มลูก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่จะต้องทำตลอดเวลาจนกว่าลูกน้อยจะเดินเองได้แข็งแรง แต่การอุ้มลูกนานๆ อุ้มผิดท่า ก็สร้างความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย และทำให้สุขภาพของคุณพ่อคุณแม่เสียได้ เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดแขน หรือมีอาการผิดปกติจนต้องไปพบหมอ ดังนั้นจึงมีเครื่องทุ่นแรงที่ช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการอุ้มลูกน้อย เพื่อให้ได้เบาแรงและสะดวกมากขึ้น นั่นคือ  เป้อุ้มเด็ก เป้อุ้มเด็ก Baby Wearing ยุคใหม่ ความจริงแล้วการใช้เป้อุ้มเด็ก เพื่อทุ่นแรงอุ้มคุณแม่ ถือเป็นวัตนธรรมของการ Baby Wearing ที่มีมายาวนานมากๆ แล้ว นั่นคือการที่คุณแม่ใช้ผ้าพันลูกน้อยและผูกไว้กับตัวคุณแม่ เพื่อให้คุณแม่สามารถทำงานอื่นๆ ได้พร้อมกับลูกก็ได้อยู่ใกล้ชิด ได้รับความอบอุ่นการดูแลจากคุณแม่ตลอดเวลา และยังมีคุณค่าทั้งการช่วยไม่ให้คุณแม่ต้องอุ้มลูกจนเมื่อยล้า สะดวกเวลาหยิบจับทำงานอื่นๆ ได้โดยลูกไม่หล่น ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นแนบชิดปลอดภัย สร้างสายใยผูกพันแม่ลูก  และจากในสมัยก่อนที่คุณแม่นิยมใช้เพียงผ้าผืนยาวที่เหนียวแน่นมาห่อพันตัวลูกและผูกไว้กับตัวเอง (แม้ในยุคนี้ก็ยังมีวัฒนธรรมของบางประเทศหรือบางพื้นที่ที่ยังคงใช้ผ้าพันตัวลูกติดกับคุณแม่อยู่) จนมีการพัฒนาเรื่อยมาจากผ้าพันแบบเดิม กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เป้อุ้มเด็ก ที่มีนวัตกรรมการออกแบบให้เหมาะสมกับการอุ้มลูกน้อย  […]

อาการลูกแหวะนมเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยในทารกแรกเกิด แต่คุณแม่หลายท่านอาจกังวลว่าความถี่แบบไหนที่เรียกว่าปกติ หรือแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนของโรค การทำความเข้าใจสาเหตุที่ลูกแหวะนมเกิดจากอะไร จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่รับมือได้อย่างถูกวิธี เพื่อให้เจ้าตัวน้อยเติบโตอย่างมีความสุขและสบายตัวในทุกมื้ออาหาร สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกแหวะนม และอาการที่ต้องระวัง แม้การที่ลูกแหวะนมจะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สิ่งสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างพัฒนาการตามวัยกับการเจ็บป่วย โดยคุณแม่ต้องสังเกตทั้งปริมาณความถี่ พฤติกรรมการกิน และสัญญาณความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวของลูกน้อย ระบบย่อยอาหารทารกและการทำงานของหูรูดกระเพาะ สาเหตุส่วนใหญ่ที่ลูกแหวะนมเกิดจากอะไรนั้นมาจากกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารที่ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ในช่วง 4 เดือนแรก ประกอบกับกระเพาะอาหารของทารกยังมีขนาดเล็กมาก เมื่อรับน้ำนมในปริมาณที่มากเกินไป น้ำนมจึงไหลย้อนกลับออกมาได้ง่ายนั่นเอง สัญญาณเตือนภาวะกรดไหลย้อนหรืออาการแพ้นมวัว หากลูกแหวะนมบ่อยเกินไปร่วมกับอาการร้องงอแง ปฏิเสธการดูดนม หรือน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ อาจเป็นสัญญาณของโรคกรดไหลย้อน (GERD) หรือการแพ้นมวัว ซึ่งคุณแม่ควรสังเกตว่ามีผื่นขึ้นหรือถ่ายผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้ควรพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์ทันที 9 เทคนิคช่วยลดอาการลูกแหวะนม ให้ลูกน้อยสบายตัว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการให้นมสามารถช่วยลดอาการลูกแหวะนมได้ในหลายกรณี โดยคุณแม่สามารถนำ 9 เทคนิคนี้ไปปรับใช้เพื่อให้ลูกน้อยย่อยง่ายขึ้น 1. ป้อนนมก่อนลูกหิวจัดเพื่อลดการรีบทานจนสำลัก เมื่อลูกหิวมากเกินไปจะทำให้เขารีบดูดนมอย่างรวดเร็วและกลืนอากาศเข้าไปในกระเพาะปริมาณมาก ส่งผลให้เกิดแรงดันจนลูกแหวะนมออกมาได้ง่าย การให้ลูกกินนมในจังหวะที่เขายังไม่หิวจัดจึงช่วยลดโอกาสการเกิดแก๊สในท้องได้อย่างดี 2. ควบคุมจังหวะการให้นมอย่างใจเย็นไม่เร่งรีบเกินไป การรีบป้อนนมจะทำให้ลูกกลืนลมเข้าไปมากกว่าปกติ คุณแม่ควรค่อย ๆ ให้ลูกดูดนมอย่างช้า ๆ และหยุดพักเป็นระยะ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ทันจังหวะการกลืน ช่วยลดโอกาสที่น้ำนมจะล้นออกมาจนเกิดอาการลูกแหวะนมหลังมื้ออาหาร 3. จัดท่าศีรษะให้สูงกว่าลำตัวขณะลูกกำลังดูดนม ท่าทางมีผลอย่างมากต่อการเดินทางของน้ำนม คุณแม่ควรจัดให้ศีรษะของลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเสมอขณะให้นม […]

ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event