SIDS เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย
SIDS หรืออาการภาวะไหลตาย เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เด็กทารกแรกเกิดเสียชีวิต ถือเป็นอีกสิ่งที่คุณพ่อ และคุณแม่ควรให้ความใส่ใจ และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอาการดังกล่าว ทาง BABY GIFT EXPERT จึงอยากพาคุณพ่อ คุณแม่ทุกคน มาทำความเข้าใจกันว่า SIDS คืออะไร และสามารถป้องกันได้อย่างไร

SIDS คืออะไร
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ได้อธิบายถึงภาวะ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) หรือภาวะไหลตายไว้ว่า เป็นภาวะเสียชีวิตขณะนอนหลับ เกิดขึ้นได้แม้ในทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงดี พบบ่อยในช่วงอายุเด็กแรกเกิดถึง 1 ปี และพบบ่อยที่สุดในช่วงที่อายุ 2-4 เดือน โดยส่วนมากมักจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

สาเหตุของการเกิดภาวะ SIDS
SIDS มีสาเหตุมาจากการกีดขวางการหายใจของทารกขณะนอนหลับ เช่น การจัดท่าให้ทารกนอนคว่ำ หรือนอนตะแคง การที่มีผ้าห่มหรือวัตถุนิ่มๆปิดหน้าทารกขณะนอนหลับ การถูกผู้ใหญ่นอนทับ เป็นต้น เนื่องจากทารกยังไม่สามารถเคลื่อนไหวศีรษะได้ดี ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของภาวะนี้ คือ ทารกเกิดก่อนกำหนด ควันบุหรี่ และอุณหภูมิห้องนอนที่ร้อน ซึ่งอุณหภูมิห้องนอนที่เหมาะสมของทารกคือ 25-26 องศาเซลเซียส
แต่สาเหตุหลักๆที่เราจะเห็นกันบ่อยๆในปัจจุบันนั้น มาจากทารกนอนคว่ำหน้า มีผ้าห่ม หรือหมอนไปกดทบลูกน้อยไว้ ทำให้เด็กหายใจไม่สะดวกจนเกิดอาการไหลตาย ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่ ถึงแม่จะระวังมากแค่ไหน แต่สาเหตุนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นคุณพ่อ คุณแม่ ก็ควรที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์พวกที่นอน ผ้าห่ม หรือหมอน ที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดี ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย
ภาวะ SIDS สามารถรักษาหรือป้องกันได้ไหม
ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาได้อย่าง 100% เพราะภาวะนี้มักจะเกิดจากการนอนหลับและเสียชีวิตไปโดยไม่สามารถรักษาได้ทันการณ์ แต่คุณพ่อ คุณแม่ที่เป็นกังวลกับภาวะไหลตาย สามารถหาวิธีป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะของลูกน้อยได้ ด้วยการทำวิธีการต่อไปนี้ค่ะ
1.พยายามให้ลูกน้อยนอนหงายหน้าอยู่เสมอ
การที่ให้ลูกน้อยนอนหงายหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะไหลตายเพราะการนอนหงายหน้าของลูกน้อยจะช่วยให้ลูกน้อยหายใจได้อย่างสะดวก ระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี ทำให้การนอนหงายหน้ามีความปลอดภัยกว่าการนอนตะแคง 2 เท่าและปลอดภัยกว่าการนอนคว่ำหน้าถึง 6 เท่า

2.หลีกเลี่ยงบุหรี่และควันบุหรี่
ในความจริงแล้วภาวะไหลตายสามารถลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ โดยที่คุณแม่ควรงดสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ เพราะมีงานวิจัยชี้ว่า คุณแม่ที่สูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์หลังจากที่คลอดแล้ว ทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นภาวะไหลตายได้มากถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และอาจมีปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆอีกด้วย นอกจากนี้หลังจากลูกน้อยคลอดออกมาแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงจากควันบุหรี่มือสอง เพราะควันบุหรี่มีสารที่เป็นอันตรายกับร่างกายทั้งของแม่และทารกมากถึง 4,000 ชนิด และมี 60 ชนิด ที่เป็นสารที่ก่อให้เกิดภาวะมะเร็ง

3.จัดสภาพแวดล้อมรอบตัวของลูกน้อยให้มีความปลอดภัย
การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับลูกน้อย โดยเฉพาะบริเวณที่นอน จะทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไหลตายได้ อาทิ
- การเลือกใช้ที่นอนของลูกน้อย ควรเลือกที่นอนที่มีความแข็งแรง มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่ไป หรือเล็กไป มีความนุ่มสบาย แต่ไม่ยวบ และที่สำคัญที่นอนของลูกน้อยควรจะสามารถระบายอากาศได้ดี ควรหลีกเลี่ยงการวางลูกน้อยบน ผ้าห่ม หมอน ที่ปกติคุณพ่อ คุณแม่ใช้ในการนอน
- ที่นอนของลูกน้อย ไม่ควรนำของเล่น ผ้าห่ม หรือหมอน เข้ามาไว้ในที่นอนมากเกินไป เพราะของพวกนี้ จะทำให้ที่นอนของลูกน้อยระบายอากาศได้ไม่เต็มที่ หรือบางกรณีอาจจะไปทับตัวลูกน้อย ทำให้หายใจไม่สะดวก ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้
- อย่าปล่อยให้ลูกน้อยร้อนจนเกินไป อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า อุณหภูมิห้องนอนที่เหมาะสมของทารกคือ 25-26 องศาเซลเซียส เพราะฉะนั้นไม่ควรใส่เสื้อผ้าหลายๆชั้นให้กับลูกน้อย และควรหาที่นอนที่สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดีให้กับลูกน้อย

4.ทารกควรนอนในห้องเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ แต่ไม่ควรนอนเตียงเดียวกัน
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากอยู่ใกล้ชิดกับลูกน้อย และเป็นกังวลในช่วงเวลากลางคืน ก็มักจะนำลูกน้อยมานอนบนเตียงหรือที่นอนเดียวกัน วิธีการนี้เป็นวิธีที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ เพราะที่นอนปกติ ส่วนมากไม่เหมาะสมกับวัยของทารกแรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการระบายอากาศ และความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า แต่ก็ควรที่จะนำลูกน้อยมานอนอยุ่ในห้องเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อจะสามารถดูแลลูกน้อยได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงควรหา เบาะนอนสำหรับลูกน้อยหรือเตียงนอนสำหรับลูกน้อย ที่สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี มีความเหมาะสมกับวัยของลูกน้อยมากที่สุด

5.การสร้างภูมิต้านทานให้กับลูกน้อย
มีงานวิจัยชี้ว่าการที่ลูกน้อยที่ฉีดวัคซีนครบตามที่แพทย์แนะนำ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยภาวะไหลตายในเด็กได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้การที่ลูกน้อยไดรับการเลี้ยงด้วยน้ำนมแม่ มีแนวโน้มที่จะช่วยให้เด็กเกิดผลด้านมีภูมิต้านทานโดยตรงต่อภาวะไหลตาย เพราะเด็กจะมีสุขภาพที่แข็งแรงจากการได้กินนมแม่

ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะไหลตายถึงแม้จะน่ากลัว แต่สามารถป้องกันได้ เพราะฉะนั้น คุณพ่อ คุณแม่ จึงต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ทั้งในเรื่องสุขภาพของลูกน้อย และของใช้ของลูกน้อย โดยเฉพาะของใช้ที่ลูกน้อยใช้นอนบนที่นอน หรือตัวเบาะนอน ต้องมีความปลอดภัย มีการระบายอากาศได้เป็นอย่างดี นุ่มแต่ไม่ยวบ เหมาะสมกับลูกน้อยที่สุด เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของภาวะไหลตาย
ข้อมูลอ้างอิง : www.fhs.gov.hk,www.pobpad.com,women.trueid.net
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
- BabyGift ทุกสาขา คลิก : BabyGift Ourshop
- Call Center : 086-3817175
- Inbox : m.me/BabyGiftretail/
- LINE@ : @babygiftretail
- Instagram : babygiftretail
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
วันหยุดสัปดาห์นี้ คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนอยู่บ้านกับเจ้าตัวเล็ก ยังไม่มีแพลนทำอะไรกันบ้าง?ลองมาดู กิจกรรมครอบครัว สนุกๆแม้อยู่ที่บ้าน ที่ Baby Gift นำมาฝากกันค่ะ รับรองว่าวันหยุดนี้ไม่เงียบเหงาแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !! ทำอาหารเมนูพิเศษร่วมกัน สิ่งที่มีค่ามากกว่า การมอบของขวัญให้แก่กัน คือ การที่ครอบครัวพูดคุยและใช้เวลาดีๆด้วยกัน เชื่อว่าในวันจันทร์ถึงศุกร์ คนในครอบครัวก็ต่างมีหน้าที่การงานที่ต้องทำ จนอาจไม่มีเวลาว่างที่จะได้อยู่ร่วมกันมาก การทำอาหารเมนูพิเศษร่วมกันในวันหยุด จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมครอบครัว ที่สามารถสร้างช่วงเวลาดีๆให้กับลูกน้อย และสร้างความสันพันธ์ในครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว นอกจากจะช่วยฝึกทักษะด้านทำครัวให้กับเจ้าตัวเล็กแล้ว การได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการและกระบวนการคิดได้หลายๆด้าน เสริมสร้างจินตนาการได้ดี เด็กจะจดจำและเรียนรู้ได้ง่ายกว่าการมองเห็นเพียงภาพจากในหนังสือ หรือจากที่โรงเรียน รับรองว่าคุณพ่อคุณแม่จะได้เห็นแววตาที่ตื่นเต้น และมีความสุขของเขาอย่างแน่นอน แต่งานนี้ไม่ง่ายเลย คุณแม่อาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายของลูกๆเป็นพิเศษ วันหยุดสัปดาห์นี้ อย่าลืมลองถามเจ้าตัวเล็กว่าอยากทานเมนูอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า แล้วเตรียมของให้พร้อมเข้าครัวกันเลย จัดสวนปลูกต้นไม้กับเจ้าตัวเล็ก อีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำได้ง่ายๆที่บ้านกับเจ้าตัวเล็ก สำหรับบ้านที่ชอบธรรมชาติและมีพื้นที่ว่างนอกตัวบ้าน วันหยุดนี้ลองจูงมือลูกน้อยของคุณและคนในครอบครัว มาจัดสวนปลูกต้นไม้ง่ายๆ คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะ นอกจากของเล่นที่ซื้อให้เด็กๆจะช่วยเสริมพัฒนาการแล้ว ของเล่นจากธรรมชาติก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญและเป็นประโยชน์มากๆเช่นกัน การที่เด็กได้คลุกคลีกับพื้นดิน ต้นไม้ หรือแมลง จะทำให้เด็กเข้าใกล้ธรรมชาติและรู้จักโลกนี้มากยิ่งขึ้น การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ลูกเรียนรู้การมีความรับผิดชอบและดูแลต้นไม้นั้นๆ นอกจากจะทำให้สนุกสนานเพลิดเพลินกับธรรมชาติแล้ว ยังช่วยทำให้คนในบ้านมีเวลาร่วมกันมากขึ้น เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านร่มรื่นน่าอยู่ ระหว่างปลูกต้นไม้นั้นคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถสอนเจ้าตัวเล็กได้ ทั้งเรื่องดิน เรื่องพืช […]
ความสะอาดของอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับลูกน้อยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเด็กเล็กยังร่างกายไม่แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็ทำงานได้ยังไม่เต็มที่ หากสัมผัสกับเชื้อโรคก็จะมีโอกาสป่วยได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหาวิธีทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ ได้มีการนำนวัตกรรมการฆ่าเชื้อด้วยพลังงานจากรังสี UV-C โดยการปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องอบ UV ขนาดเล็กที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ในบทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องอบยูวีพร้อมสินค้าแนะนำมาฝากกันแล้วค่ะ เครื่องอบ UV คืออะไร ? เครื่องอบ UV หรือ ตู้อบ UV (UVC Sterilizer) เป็นการนำหลอดสังเคราะห์แสง UV-C หรือ Germicidal Lamp มาติดตั้งไว้ภายในเครื่องอบบริเวณด้านบน หรือบริเวณฝาปิดด้านบน เมื่อเครื่องทำงานด้วยโหมด UV จะเป็นการปล่อยรังสี UV-C จากหลอด UV ด้วยปริมาณค่าความยาวคลื่นแสงถึง 254 นาโนเมตร ลงไปตกกระทบกับพื้นผิวของสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในตู้ ในปริมาณที่สม่ำเสมอ และระยะเวลานานเพียงพอจนเข้าไปทำลาย DNA และ RNA ของเชื้อโรคได้ จากแต่เดิมการฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ด้วยการลวกน้ำร้อน หรือการนึ่งด้วยไอร้อน อาจเหมาะกับการฆ่าเชื้อแค่สิ่งของที่โดนน้ำและทนความร้อนได้ เช่น […]
BabyGift Grand Opening ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์” สาขาที่ 7 อย่างเป็นทางการตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก BabyGift พร้อมที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณพ่อ-คุณแม่และลูกน้อยในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ” The Best Gift for your Baby ” ขอขอบคุณ แบรนด์ Partner ผู้บริหาร และคณะกรรมการทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่มาร่วมงาน และคอยสนับสนุนเบบี้กิ๊ฟอย่างดีตลอดมาค่ะ Attitude Mom Thailand : เครื่องปั๊มนม 5 โหมด อัจฉริยะ กรวยซิลิโคนแท้ Spectra Thailand เครื่องปั้มนม Iflin baby PUR Thailand Mellow for Kids ผ้ารองกันน้ำ100% เมลโล่ Bambies Thailand Baby Natura Beaba Thailand Luxury Baby […]
เครื่องผลิตน้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค Blue Water นวัตกรรมการฆ่าเชื้อโรครูปแบบใหม่ ที่ใส่ใจในสุขภาพ และความคุ้มค่า จึงได้คิดค้นวิธีที่จะสามารถ “ผลิตน้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค” เองได้ที่บ้านง่าย ๆ โดยเป็นสูตร Organic 100% เพียงมี “น้ำประปา เกลือ และเครื่อง Blue Water” ที่ทำหน้าที่ปล่อยประจุไฟฟ้า ส่งผ่านไปยังน้ำ ทำให้อะตอมของน้ำแตกตัว จนเกิดปฏิกิริยา Oxidation และเกิดเป็นสารประกอบใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือ ไฮโปคลอรัส เอซิส HOCl และ ไฮโปคลอไรท์ ไอออน OCl- ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส คือกรดชนิดเดียวกันกับที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นมาได้เองในเม็ดเลือดขาว เพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในร่างกายนั่นเอง ซึ่งเมื่อนำน้ำที่ผลิตจากเครื่อง Blue Water ไปตรวจวัดประสิทธิภาพที่สถาบันวิจัยนานาชาติ และได้ผลรับรองมาดังนี้ ผลวิจัยพิสูจน์แล้วว่า น้ำเกลือฆ่าเชื้อที่ผลิตจากเครื่อง Blue Water สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เป็นตัวต้นกำเนิดของโรคต่าง ๆ ได้ถึง 99.9% ภายในเวลา 30 วินาที นอกจากสามารถฆ่าเชื้อโรคได้แล้ว […]
การใช้ชีวิตของคุณแม่ทุกคนจะเปลี่ยนไปแน่นอนเมื่อเริ่มตั้งท้อง เพราะฮอร์โมนในร่างกายของเราเปลี่ยนไป ทำให้ทั้งร่างกาย สุขภาพ และอารมณ์ของเราไม่เหมือนเดิม คุณแม่ที่ตั้งท้องมาถึงไตรมาส 2 จะต้องเจอกับปัญหาสุขภาพอะไรกันบ้าง เราไปดูกันค่ะ 1. ตะคริว ขอบอกเลยค่ะ ว่าอาการตะคริวนี่ถือว่าเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยของแม่ท้องเลยทีเดียว เพราะมดลูกที่ใหญ่ขึ้นไปกดทับบริเวณเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดีพอ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ในช่วงที่คุณแม่นอนราบนั่นเอง 2. ตกขาว อาการตกขาวก็เป็นอาการหนึ่งที่คุณแม่ต้องเจอเช่นเดียวค่ะ ถ้าตกขาวเป็นสีขาวปกติก็เป็นเรื่องทั่วไปนะ ไม่ได้มีปัญหาหรือน่าห่วงอะไร แต่เมื่อใดที่ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป หรือมีกลิ่นเหม็นแล้วล่ะก็ คุณแม่จะต้องรีบไปพบคุณหมอนะคะ เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณแม่กำลังติดเชื้อทางช่องคลอดค่ะ 3. ฟันผุและปัญหาทางช่องปาก แม่ท้องจะต้องการแคลเซียมมากกว่าปกติ เพราะจะต้องแบ่งกับลูกน้อยด้วย และคุณแม่ที่รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะพบกับปัญหาฟันผุ เนื่องจากโดนลูกแบ่งแคลเซียมไปนั่นเองค่ะ ส่วนสำหรับปัญหาทางช่องปากนั้น คุณแม่ส่วนใหญ่จะพบกับปัญหาเลือดออกตามไรฟันค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรจะไปพบทันตแพทย์เป็นประจำนะคะ 4. เลือดกำเดา ฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนำไปสู่ปัญหาในโพรงจมูกของคุณแม่ค่ะ เพราะฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ร่างกายของคุณแม่ผลิตเลือดเพิ่มขึ้นไปด้วย เส้นเลือดฝอยภายในจมูกจึงบวมและแตกออกมาได้ง่าย เพราะอย่างนั้นถ้าคุณแม่รู้สึกระคายเคืองในจมูก ขอแนะนำให้คุณแม่ใช้น้ำเกลือที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปล้างจมูกนะคะ และห้ามใช้ของแข็งแหย่เข้าไปในโพรงจมูกโดยเด็ดขาดเลยค่ะ 5. ผิวแตกลาย เนื่องจากท้องที่ใหญ่ขึ้น ผิวของคุณแม่จึงแตกเป็นลายทางค่ะ โดยผิวที่แตกลายนี้เราสามารถหาครีมมาทาเพื่อบรรเทาได้นะคะ แต่ในคุณแม่บางคนอาจจะเจออาการคันร่วมด้วย ซึ่งถ้าคุณแม่เผลอเกาแล้วนั้น ก็อาจจะทำให้เกิดบาดแผลและนำไปสู่การติดเชื้อได้ค่ะ 6. เส้นเลือดขอด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น […]
เคล็ดลับการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท car seat จากประสบการณ์จริงคุณแม่ลูกสอง โดย แม่ป่าน เพจ เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan 1. ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ : ถ้าเป็นไปได้จัดเตรียมคาร์ซีท car seat ไว้ก่อนคลอด และให้ลูกนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับทั้งตัวลูกและพ่อแม่ 2. ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอจนกลายเป็น routine (กิจวัตร) : ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกลต้องให้เด็กนั่ง car seat ทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ปฏิบัติจนคุ้นชิน และทุกอย่างจะง่ายขึ้นเองค่ะ 3. ปรับทัศนคติให้ตรงกัน (ปัญหาหลักที่หลายบ้านพบเจอ) : โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือยังมองไม่เห็นความสำคัญ ลองนั่งพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ๆต่างๆในข่าว ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุและเด็กที่นั่ง car seat รอดชีวิต เปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้นั่งและเกิดความสูญเสียร้ายแรงตามมา และลองคุยปรับความเข้าใจกับท่านดู เชื่อว่าถ้าท่านรักและห่วงหลานๆเป็นทุน ยังไงวันหนึ่งท่านจะเข้าใจค่ะ อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำคือลองหาวิดิโอใน Youtube สาธิตแรงกระแทกที่เกิดขณะรถชน (จะมีสาธิตเปรียบเทียบระหว่างมีคนอุ้มเด็ก กับเด็กนั่งคาร์ซีท ….หวังว่าภาพที่เห็นจะสามารถเปลี่ยนใจของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้นะคะ […]


