รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก
ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน
อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก
สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด
เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้
- โปรตีน: ช่วยซ่อมแซมแผลหลังคลอดและสร้างกล้ามเนื้อ พบมากในเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว
- แคลเซียม: สำคัญมากเพราะลูกจะดึงแคลเซียมจากแม่ไปสร้างกระดูก แม่จึงต้องทานเสริมเพื่อป้องกันกระดูกเปราะ
- ธาตุเหล็ก: ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดตอนคลอด
- ดีเอชเอ (DHA): ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นของลูกน้อยผ่านทางน้ำนม
- ไอโอดีน: ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและระบบประสาทของทารก
- น้ำสะอาด: เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำนม ควรดื่มให้เพียงพอเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ
แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ
1. ฟักทองแกงบวดนมสด
ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย
2. แกงหัวปลีใส่ไก่
หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย เพราะมีสารซาโปนินที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโปรแลคติน เมื่อนำมาแกงใส่ไก่จะได้โปรตีนเน้น ๆ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังคลอด และช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนทุกคน
3. กะเพราเห็ดฟาง
ใบกะเพรามีฤทธิ์ร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างน้ำนม ส่วนเห็ดฟางมีไฟเบอร์และโปรตีนสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายคุณแม่ที่ยังอ่อนแอหลังคลอดได้ดีเยี่ยม
4. แกงเลียงผักรวมกุ้งสด
สุดยอดเมนูเพิ่มน้ำนมที่รวมสมุนไพรฤทธิ์ร้อนอย่างพริกไทย หอมแดง และกะปิ พร้อมผักหลากชนิด เช่น บวบ ตำลึง และฟักทอง เมนูนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมได้ดีมาก และยังได้สารอาหารครบถ้วนจากกุ้งสด ช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนสดชื่นและมีกำลัง
5. ราดหน้าปลา
เนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีโอเมก้า 3 (DHA) สูง ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย เมนูราดหน้าช่วยให้คุณแม่ทานได้ลื่นคอ ได้พลังงานจากเส้นและวิตามินจากผักคะน้า เป็นมื้อกลางวันที่สารอาหารครบจบในจานเดียว
6. แกงส้มมะละกอ
มะละกอมีวิตามินเอและไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายที่คุณแม่มักมีปัญหาหลังคลอด น้ำแกงส้มที่มีส่วนผสมของหอมแดงและกระชายช่วยขับลมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างคุณภาพน้ำนมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
7. น้ำขิง
เครื่องดื่มสมุนไพรยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน ขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับลม แก้ท้องอืด และที่สำคัญคือช่วยกระตุ้นให้น้ำนมพุ่งดีมาก การจิบน้ำขิงอุ่น ๆ ระหว่างวันจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นตลอดทั้งวัน
8. ฟักทองผัดไข่
เมนูทำง่ายที่ได้ประโยชน์สูงสุด ฟักทองช่วยบำรุงเลือดและขับน้ำนม ส่วนไข่ไก่ให้โปรตีนคุณภาพดีที่ช่วยสมานแผลหลังคลอด เมนูนี้รสชาติหวานธรรมชาติ ทานง่าย และช่วยให้คุณแม่มีพลังงานในการดูแลเจ้าตัวเล็กได้ตลอดวัน
9. ยำหัวปลี
หากคุณแม่เบื่อเมนูต้ม ๆ แกง ๆ ยำหัวปลีคือทางเลือกที่ดี หัวปลีสดมีธาตุเหล็กสูงช่วยบำรุงเลือดและเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นน้ำนม การทานในรูปแบบยำที่มีรสชาติกลมกล่อม (ไม่เผ็ดจัด) จะช่วยให้คุณแม่เจริญอาหารมากขึ้น
10. กะเพราหมู
เมนูที่หาทานง่ายแต่ได้ประโยชน์มหาศาล ใบกะเพราช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นการผลิตน้ำนม ส่วนเนื้อหมูให้โปรตีนและธาตุเหล็ก แนะนำให้ผัดแบบน้ำมันน้อยและไม่รสจัดจนเกินไป เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อรสชาติน้ำนมที่ลูกต้องดื่ม
11. กุยช่ายผัดตับ
กุยช่ายอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและน้ำนม ส่วนตับหมูเป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเลือดที่เสียไปจากการคลอด เป็นเมนูที่ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางในคุณแม่ลูกอ่อนได้อย่างดี
12. แซลมอนนึ่งซีอิ๊ว
แซลมอนสุกอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินดี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและบำรุงสมองลูกน้อยผ่านทางน้ำนม การนึ่งซีอิ๊วเป็นการปรุงที่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารและรสชาติของปลาไว้ได้อย่างครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด
13. ข้าวต้มปลา
อาหารเช้าที่แสนอบอุ่น เนื้อปลาย่อยง่าย สบายท้อง ช่วยให้คุณแม่ได้รับโปรตีนแต่เช้า การเติมขิงซอยและต้นหอมลงไปจะยิ่งช่วยขับลมและกระตุ้นน้ำนม เป็นเมนูเบา ๆ ที่ให้พลังงานเพียงพอต่อการเริ่มต้นวันใหม่ของการเลี้ยงลูก
14. อกไก่ผัดขิง
สำหรับคุณแม่ที่อยากคุมรูปร่างหลังคลอด อกไก่ผัดขิงคือคำตอบ ได้โปรตีนเน้น ๆ แต่ไขมันต่ำ ผสมผสานกับขิงที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและบำรุงน้ำนม คูณสองประโยชน์เข้าไปในจานเดียว อิ่มนานและน้ำนมไหลดีแน่นอน
15. แกงจืดตำลึง
ตำลึงเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงเลือด การทานแกงจืดตำลึงร้อน ๆ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มปริมาณน้ำนม และยังได้วิตามินบีจากหมูสับที่ใส่ลงไป ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้แข็งแรงทั้งแม่และลูก
สรุปบทความ
การเลือกทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้กลับมาแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของลูกรัก และเมื่อคุณแม่เตรียมร่างกายด้วยเมนูบำรุงน้ำนมพร้อมแล้ว อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ตัวช่วยอย่าง เครื่องปั๊มนม คุณภาพดีเพื่อเก็บสต็อกน้ำนมไว้ให้เจ้าตัวเล็กด้วย BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จริงเรื่องของใช้แม่และเด็ก เข้าใจลึก พูดง่าย และอยู่เคียงข้างคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดเพื่อให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและมีความสุขที่สุด
สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop
คำถามที่พบบ่อย
อาหารอะไรที่แม่ลูกอ่อนควรกิน
ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง แคลเซียม และผักสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ขิง หัวปลี และใบกะเพรา เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม
คนเพิ่งคลอดกินอะไรได้บ้าง
ทานได้เกือบทุกอย่างที่สุกสะอาดและมีสารอาหารครบ 5 หมู่ แต่ควรเลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ที่อาจส่งผลเสียต่อลูก
กินอะไรให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น
ตามธรรมชาติไม่มีอาหารชนิดใดที่ทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้นโดยตรง แต่การทานสับปะรดหรืออินทผาลัมในช่วงใกล้คลอดอาจช่วยเตรียมความพร้อมของมดลูกได้ตามคำแนะนำของแพทย์
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
หากคุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์และกังวลว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือจะต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะมาถึง การรู้ว่าเตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบหาซื้อของใช้ในวินาทีสุดท้าย การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น 20 เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง ของใช้เด็กแรกเกิดมีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมก่อนวันคลอดถึงจะไม่เป็นกังวล เราได้รวบรวมรายการสำคัญ 20 อย่างที่ทุกครอบครัวควรมี การเตรียมของใช้เด็กทารกอย่างครบถ้วนจะช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น 1. ครีมทาผื่นผ้าอ้อม ผิวของทารกยังบอบบางและแพ้ง่าย การอยู่กับผ้าอ้อมเปียกนานอาจทำให้เกิดผื่นแดงได้ ครีมทาผื่นผ้าอ้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการระคายเคืองบริเวณก้น ควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ลดการอักเสบ และปกป้องผิวจากความเปียกชื้นเป็นส่วนผสม 2. เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้า สะดวกต่อการให้นมเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือเมื่อต้องกลับไปทำงาน การมีนมแม่สำรองจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนตลอดเวลา ควรเลือกแบบไฟฟ้าที่ปรับระดับแรงดูดได้ตามความต้องการของคุณแม่ได้อย่างอิสระ 3. อุปกรณ์สำหรับให้นมลูก ขวดนม จุกนม และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เป็นของใช้เด็กทารกที่ใช้บ่อยมาก ควรเตรียมไว้หลายชุดเพื่อสลับใช้ หมอนรองให้นมจะช่วยพยุงแขนของคุณแม่ให้สบายขณะให้นม จุกนมหลอกก็เป็นตัวช่วยปลอบใจลูกในยามหิวหรือเหงา 4. เครื่องวัดอุณหภูมิทารก เทอร์โมมิเตอร์สำหรับเด็กเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลสุขภาพ ทารกอาจมีไข้หรือไม่สบายได้ง่าย การสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ว่าควรพาไปหาหมอหรือดูแลเองที่บ้าน ควรเลือกแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้รวดเร็ว 5. เครื่องนอนสำหรับเด็ก ชุดเครื่องนอนเด็กประกอบด้วยฟูก หมอน และผ้าห่มที่เหมาะกับทารก เนื้อผ้าต้องอ่อนนุ่มและระบายอากาศได้ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ควรเลือกผ้าฝ้าย 100% ที่ไม่ระคายผิว 6. เตียงเด็ก […]
เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กๆ นั้นมักจะมีแต่สีสันสดใส เพื่อให้ดูเหมาะสมกับวัย คุณแม่จึงไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าเด็กสีดำติดบ้านกันสักเท่าไหร่ บางบ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลยด้วยซ้ำ จึงใส่ชุดให้ลูกไปตามที่มี ซึ่งก็เกิดประเด็นทำให้คุณแม่เป็นกังวลอย่างมาก บ้างโดนต่อว่าด้วยคำพูด บ้างโดนตำหนิด้วยสายตา “ทำไมไม่ใส่ชุดดำให้ลูก” พลอยทำให้คุณแม่ไม่กล้าพาลูกออกจากบ้าน เพราะที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลย แล้วอย่างนี้ เด็กเล็กแต่งกายไว้ทุกข์อย่างไรดี สำหรับชุดไว้ทุกข์ของเด็กๆ นั้น ไม่ได้เคร่งครัดอะไร คุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ ขอให้เป็นสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด หากเป็นไปได้ก็คุมโทนเสียหน่อย ด้วยโทนดำ ขาว ไข่ไก่ ครีม เทา น้ำเงิน น้ำตาลเข้ม ตัวอย่างแบบเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ไว้ทุกข์มาฝากให้คุณแม่ลองนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ดูนะคะ การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้ชาย การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้หญิง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าลูกสีคุมโทนตามที่กล่าวมา การซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกเพื่อใส่ไว้ทุกข์อาจไม่ใช่คำตอบ ด้วยราคาเสื้อดำที่ตอนนี้ค่อนข้างแพง และเด็กๆ เขาก็โตเร็ว ใส่ไม่เท่าไหร่ก็คับต้องยกให้คนอื่น คำนวณแล้วอาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย อาจใช้วิธีย้อมผ้าสีดำ แทนก็ได้ เพียงซื้อสีย้อมผ้าราคาย่อมเยา ก็แปลงโฉมเสื้อผ้าสีสันเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ถวายอาลัยได้แล้ว ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : เว็ปไซด์ amarinbabyandkids
ผ้าฆ่าเชื้อ AG Pure เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก ที่มีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ผ้าชนิดนี้จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เด็กหลายประเภท โดยเฉพาะในผ้าหุ้มคาร์ซีทแบรนด์ Ailebebe ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผ้า AG Pure ในคาร์ซีทฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม ปลอดภัยสำหรับผิวบอบบางของทารกหรือไม่ มาทำความรู้จักกันเลยค่ะ AG Pure คืออะไร ? ผ้าฆ่าเชื้อแบคทีเรียปลอดภัยต่อทารกไหม ? AG Pure คือผ้าฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่จดสิทธิบัตรโดย Ailebebe มีคุณสมบัติพิเศษในการฆ่าเชื้อด้วยเส้นใย Agreza® ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยสถาบัน Toyobo STC Co., Ltd. จากประทศญี่ปุ่น โดยมีการผสมซิลเวอร์ไอออน ทำให้สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99% ผ้าชนิดนี้ได้รับการทดสอบความปลอดภัยจากสถาบัน Boken Quality Efracing Organization และผ่านมาตรฐาน EN71-3 ของยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับของเล่นเด็ก ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผิวหนังของทารกและเด็กเล็ก แม้ในกรณีที่เด็กเอาเข้าปากก็ไม่มีอันตราย กลไกการฆ่าเชื้อของเส้นใย Agreza® ด้วยพลัง Silver ion กลไกการฆ่าแบคทีเรียจะใช้ […]
อวัยวะและระบบในร่างกายลูกน้อย ทั้ง 8 ที่ยังอ่อนแอและบอบบางใน เด็กแรกเกิดเช่น สมอง ศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นส่วนลำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบของลูกสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอบบางและอ่อนแอมาก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญดูแลเป็นพิเศษ 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กวัยแรกเกิด ที่ยังไม่สมบูรณ์ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กวัยแรกเกิด 1 ความมั่นใจของลูกน้อยสามารถเสริมสร้างได้ผ่านการสัมผัส เพราะความมั่นใจ คือ พื้นฐานของพัฒนาการของลูกน้อย การสัมผัสด้วยการกอดและการสบตาจากแม่หรือคนรอบข้าง คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ก่อให้เกิดความมั่นใจของลูกน้อย เมื่อแม่พยายามปลอบในเวลาที่ลูกร้อง การยิ้มตอบเมื่อแม่พูดคุยด้วย สิ่งเหล่านี้คือสายใยแห่งความผูกพันที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และไว้ใจซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างให้ลูกมีบุคลิกและการแสดงออกในเชิงบวกได้ 2 ความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นผ่านสัมผัสทั้ง 5 เด็กในวัยแรกเกิด ทุกอย่างรอบตัว คือ โลกใบใหม่ของเค้า เด็กในวัยแรกเกิด – 1 ปี จะพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการนำเข้าปาก และเมื่อย่างเข้าสู่วัยขวบปีแรก เด็กจะสนใจอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยการสัมผัสและการมอง ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นนี้เองจะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการเรียนรู้และทักษะทางด้านร่างกาย การเรียนรู้โลกภายนอกด้วยการสัมผัสกับลมเบาๆและได้ยินเสียงจากธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างดี 3 ทักษะในการสื่อสารและเข้าสังคมสามารถพัฒนาได้จากรอยยิ้มของคนรอบข้าง เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 2 เด็กจะเริ่มรู้จักการยิ้ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นพัฒนาการแรกในการเข้าสังคม ด้วยการมีปฏิกริยาโต้ตอบและบอกความรู้สึกให้ผู้คนรอบข้างได้รับรู้ ความสามารถในการสื่อสารขั้นพื้นฐานนี้ จะได้รับการพัฒนาโดยเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกและจะค่อยๆ […]
เปลนอนทารก ถือเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับทารก ที่ต้องเตรียมซื้อตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะทารกวัย 0-9 เดือน จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและอยู่บนที่นอน ดังนั้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย ควรเลือกดูจากหลาย ๆ ด้าน เช่น ความปลอดภัย การระบายอากาศ ฟังก์ชั่นการใช้งาน รวมถึงอายุการใช้งาน เพราะการเลือก เปลนอนทารก ที่ไม่เหมาะสมกับทารกอาจส่งผลถึงเสียถึงชีวิตของลูกน้อยได้ วิธีเลือกเปลนอนทารกให้ลูกน้อย เปลนอนทารกมีกี่แบบ มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง ? 1. เปลนอนทารก BEDSIDE CRIB แบบชิดเตียงแม่ เป็นเตียงสำหรับทารกแรกเกิด ที่มีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียงเพื่อต่อชิดกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ได้ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น ข้อดีเตียง Bedside Crib ข้อเสียเตียง Bedside Crib 2. เตียงไม้ เป็นเตียงที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแข็งแรง เน้นการใช้งานแบบคุ้มค่า ใช้ได้ในระยะยาวหลายปี สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก ข้อดีเตียงไม้ ข้อเสียเตียงไม้ 3. เปลนอนทารกแบบ PLAYPEN เตียงนอนทารกปรับฟังก์ชั่นเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ ฝึกพัฒนาการคลาน ยืน เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณแม่ ข้อดี Playpen ข้อเสีย Playpen 4. เปลไกวไฟฟ้า เป็นเตียงที่ได้ความนิยมมาก เพราะปรับการใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติกล่อมลูกหลับได้ง่ายและสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดี ข้อดีเปลไกวไฟฟ้า ข้อเสียเปลไกวไฟฟ้า เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึงข้อดีและข้อแตกต่างของเปลทารกแต่ละประเภทแล้ว เบบี้ กิ๊ฟ มีเปลนอนทารกรุ่นขายดีที่สุด มาแนะนำคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ […]
เนื้องอกในมดลูก (Myoma Uteri) แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แต่ความจริงเนื้องอกชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับพวกเนื้องอกของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นเจ้าเนื้องอกนี้จะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวเองค่ะ แต่ขนาดของมันจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นถ้าได้รับการกระตุ้นโดยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และขนาดจะเล็กลงได้หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนชนิดนี้ เพราะอย่างนี้เราจึงมักจะพบเนื้องอกในมดลูกในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และเมื่อหมดประจำเดือนเนื้องอกนี้ก็จะค่อยๆ เล็กลงและหายไปเองในที่สุดค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์เป็นแบบไหนกันนะ? เนื้องอกในมดลูกจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ โดยจะแทรกอยู่ตามที่ต่างๆ บนผนังมดลูกค่ะ อาจจะอยู่ตรงกลางของผนังมดลูก หรืออยู่บนผนังค่อนมาทางโพรงของมดลูก บางรายอาจถึงขนาดยื่นลงมาผ่านปากมดลูกยาวมาถึงช่องคลอดเลยก็ได้ค่ะ แล้วอาการล่ะจะเป็นแบบไหน? เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้จะเติบโตอย่างช้าๆ คุณแม่ส่วนใหญ่จึงจะไม่ทราบว่าตนมีเนื้องอกนี้อยู่จนกว่าคุณหมอจะตรวจพบ อย่างไรก็ตามอาการที่สังเกตได้จากการมีเนื้องอกในมดลูกนั้นจะมีลักษณะดังข้างล่างนี้ค่ะ แต่ว่าคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เป็นอาการปกติที่พบในคุณแม่ท้องทั่วไปต่อให้ไม่มีเนื้องอกในมดลูกนะ ถ้าพบเนื้องอกในมดลูกตอนตั้งครรภ์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะเบียดดันมดลูก ทำให้มดลูกโตได้ไม่เต็มที่และอาจทำให้เกิดการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หรือถ้าหากเนื้องอกไปอยู่ที่ด้านล่างแล้วก็อาจจะไปขวางตรงส่วนของช่องคลอด คุณแม่จึงไม่สามารถคลอดเองได้แต่จะต้องผ่าคลอดค่ะ แต่ในบางราย หากเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกมาก ก็อาจส่งผลทำให้แท้งลูกในท้องได้ค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์รักษาให้หายได้ไหมนะ? โดยปกติแล้วคุณหมอจะไม่ทำการรักษาเนื้องอกนี้ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาหรือผ่าตัดค่ะ เพราะว่ายาไม่ได้ช่วยให้เนื้องอกยุบลง ส่วนการผ่าตัดก็เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากและแท้งบุตรค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่อาจจะต้องถูกตัดมดลูกทิ้งหากเลือดออกมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ตามหลักการแล้วคุณหมอจะเริ่มทำการรักษาเมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยได้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะในคุณแม่บางรายเนื้องอกมีขนาดเล็กลงหลังคลอดจนไม่ต้องทำการรักษาก็มีค่ะ แต่ในบางรายก็อาจโตขึ้นจนต้องตัดมดลูกทิ้งเลยค่ะ คู่แต่งงานคู่ไหนที่วางแผนอยากมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ ก็อย่าลืมแวะไปตรวจร่างกายกับคุณหมอเสียก่อนนะคะ จะได้เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง หากเจอเนื้องอกในมดลูกก็จะได้รักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้สบายใจไม่ต้องมานั่งเครียดให้เสียสุขภาพนะ
