คาร์ซีท เด็กแรกเกิด ต้องเลือกยังไง ? แจกทิปส์ที่พ่อแม่ต้องรู้ ก่อนเลือกซื้อเพื่อต้อนรับลูกน้อยกัน !
คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมพร้อมคาร์ซีทให้เรียบร้อยก่อนที่ลูกน้อยจะคลอด เพราะเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาแล้วก็ต้องนั่งคาร์ซีทกลับบ้าน ทั้งเพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยเอง และเพื่อปฏิบัติตามกฏหโมายเรื่องการกำหนดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิดอย่างไรดี ควรเลือกแบบไหน คาร์ซีทสำหรับเด็กมีกี่ประเภท เลือกอย่างไร BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ
เลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิด อย่างไรดี ? ต้องรู้อะไร ? เลือกยังไงดี หาคำตอบได้จากบทความนี้ !

คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด และควรที่จะให้ลูกได้ใช้ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากร่างกายของเด็กทารกยังไม่แข็งแรง ยังไม่สามารถรับแรงกระแทกได้มากเท่าไหร่ อีกทั้งเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงควรป้องกันไว้ก่อนและเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ คาร์ซีท เด็กแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องเลือกแบบไหน คาร์ซีท มีกี่แบบ ต้องเลือกอย่างไร ? ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดมาฝากกันค่ะ เรามารู้จักประเภทของคาร์ซีทกันก่อนเลย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดได้ดังนี้
1. New Born Only : หรือคาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทประเภทนี้จะมีขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา สามารถถอดออกและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ เวลาที่ลูกนอนหลับก็ไม่ต้องปลุกลูก หรืออุ้มลูกออกจากคาร์ซีท ทำให้ลูกน้อยนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ในบางรุ่นสามารถนำไปใช้บนเครื่องบินหรือใช้กับรถเข็นเด็กได้ด้วย หรือบางรุ่นก็สามารถปรับเป็นเปลนอนได้ แต่คาร์ซีท เด็กแรกเกิดประเภทนี้มักจะมีอายุการใช้งานที่สั้น ส่วนใหญ่แล้วจะนั่งได้ไม่เกิน 18 เดือน เพราะเมื่อลูกเริ่มโตขึ้น คาร์ซีทแบบกระเช้าก็จะมีขนาดเล็กเกินไป จึงต้องรีบหาคาร์ซีทตัวใหม่มาทดแทน
2. Convertible : หรือคาร์ซีทเด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าคาร์ซีทแบบกระเช้า โดยแต่ละรุ่นนั้นก็จะมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยมีอายุการใช้งานตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 4 ปี 7 ปี หรือจนถึง 12 ปีเลยทีเดียว สามารถใช้งานกับเด็กได้หลายช่วงอายุ มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยมากขึ้น โครงสร้างของคาร์ซีทใหญ่ขึ้น และปรับการใช้งานได้ 2 รูปแบบ คือ ปรับให้คาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด และปรับให้หันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) สำหรับเด็กโต มีเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทำให้มีความปลอดภัยสูง แต่มีข้อเสียคือ มีน้ำหนักเยอะ ไม่สามารถถอดออกแล้วเดินถือได้เหมือนคาร์ซีทแบบกระเช้า และต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังมีความสงสัยว่า แล้วจะเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดเป็นแบบคาร์ซีทกระเช้าหรือคาร์ซีทแบบ Convertible ก็ต้องเลือกจากหลายปัจจัยประกอบกัน เช่น ความสะดวกสบายในการใช้งาน หากครอบครัวไหนเดินทางบ่อย ต้องพาลูกน้อยไปยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นประจำ การใช้คาร์ซีทแบบกระเช้าก็สะดวกสบายในการขนย้ายมากกว่าคาร์ซีทแบบ Convertible เพราะคาร์ซีทแบบกระเช้าสามารถนำไปติดตั้งบนรถเข็นได้ หรือปรับเป็นเปลนอนได้ด้วย แต่มีข้อเสียคือ ใช้งานได้ในระยะสั้น และมีความแข็งแรงทนทานน้อยกว่า แต่ถ้าบ้านไหนไม่อยากเปลี่ยนคาร์ซีทบ่อย ๆ อยากใช้งานได้อย่างยาวนาน มีความแข็งแรงทนทาน การเลือกคาร์ซีทแบบ Convertible ก็ตอบโจทย์มากกว่าค่ะ

จะเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด ควรเลือกอย่างไร ?
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดนั้น มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน นอกจากความสะดวกสบายและความเหมาะสมในการใชงานแล้ว ควรพิจารณาจากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
1. เลือกคาร์ซีทที่มีการรับรองมาตรฐาน
สำหรับคาร์ซีทในประเทศไทย ได้มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของมาตรฐานคาร์ซีท ECE R129 (i-Size) อันเป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด ดังนั้นแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนกำลังเลือกดูคาร์ซีทให้ลูกน้อยอยู่ ก็ให้มองหาสินค้าที่มีสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐาน ECE R129 (i-Size) รับรองว่าอุ่นใจในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยแน่นอนค่ะ (สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size) ได้ในบทความนี้ที่ BabyGift เขียนเอาไว้แล้วเพิ่มเติมได้เลยนะคะ)
2. เลือกให้เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก
สำหรับรูปแบบคาร์ซีท เด็กแรกเกิดนั้น ควรเลือกคาร์ซีทสำหรับทารกที่เป็นแบบปรับให้หันหน้าไปด้านหลังรถ หรือ Rear – Facing Car Seat เท่านั้น เพราะมีความปลอดภัยต่อลูกน้อยมากที่สุด ซึ่งคาร์ซีทแบบกระเช้าหรือ New Born Only Car seat และคาร์ซีทแบบ Convertible ก็สามารถปรับให้เป็นรูปแบบหันหน้าไปด้านหลังรถ (Rear – facing Car Seat) ได้ทั้ง 2 แบบค่ะ และเมื่อลูกอายุ 2 ขวบขึ้นไป ก็จะสามารถนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้ามาด้านหน้า (Forward-facing Car Seat) ได้
3. เลือกคาร์ซีทที่มีสายรัดเข็มขัด 5 จุด
คาร์ซีทที่มีสายรัดเข็มขัด 5 จุด จะมีความปลอดภัยมากกว่าสายรัดเข็มขัด 3 จุด ซึ่งสายรัดเข็มขัด 5 จุดจะประกอบด้วยสายรัดช่วงไหล่ 2 เส้น สายรัดเอว 2 เส้น และสายรัดผ่านระหว่างขาอีก 1 เส้น ซึ่งระบบเข็มขัดรัด 5 จุดนี้ จะสามารถป้องกันลูกน้อยเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ดีและมีความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ ควรเลือกคาร์ซีทที่มีการป้องกันแรงกระแทกด้านข้างด้วยนะคะ เพราะในอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น มากกว่า 25 -30 % จะเป็นการชนกระแทกที่เกิดขึ้นจากทางด้านข้าง เพื่อการป้องกันสูงสุด จึงต้องให้ความสำคัญกับการกันกระแทกด้านข้างด้วยค่ะ
4. เลือกให้เหมาะสมกับขนาดรถ และติดตั้งให้ถูกตำแหน่ง
การเลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิดนั้น นอกจากจะต้องเลือกขนาดของคาร์ซีทให้มีความเหมาะสมกับขนาดรถยนต์ของเราเพื่อความมั่นคงแน่นหนาและปลอดภัยสูงสุดแล้ว ควรติดตั้งให้ถูกตำแหน่งด้วย เช่น หากรถที่ใช้อยู่เป็นประจำเป็นรถเก๋ง ก็ควรติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะหลัง ไม่ควรติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะหน้าด้านข้างที่นั่งคนขับ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุเด็กอาจโดนกระแทกจากถุงลมนิรภัยและเป็นอันตรายได้
5. เลือกซื้อคาร์ซีทจากศูนย์ในประเทศไทย
ควรซื้อคาร์ซีทที่มีศูนย์ในประเทศไทย เพื่อความสะดวกในการส่งซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ หรือสามารถเคลมได้ ทั้งนี้ ควรเลือกซื้อจากร้านที่มีความน่าเชื่อถือ และนำเข้าคาร์ซีทอย่างถูกต้องตามกฏหมายด้วยนะคะ ซึ่งสามารถปรึกษากับ BabyGift ได้ จะได้อุ่นใจว่าใช้สินค้าที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างถูกต้อง สามารถเคลมได้และส่งซ่อมได้ หายห่วงเรื่องบริการหลังการขายค่ะ และถ้าเป็นไปได้ ควรซื้อคาร์ซีทที่เป็นของใหม่ และยังไม่ผ่านการใช้งาน เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายน้อยกว่า หากมีความจำเป็นจะต้องซื้อคาร์ซีทมือสองควรตรวจสอบว่าไม่มีชิ้นส่วนใดขาดหายไป ไม่มีรอยแตกหรือรอยร้าว และไม่เคยผ่านอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบนิรภัยได้
ฟังก์ชั่นอื่นๆ ของคาร์ซีทที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานมีอะไรบ้าง ?

คาร์ซีท เด็กแรกเกิดในปัจจุบันยังมีฟังก์ชั่นให้เลือกอีกหลายแบบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อตัวเด็ก และเพิ่มความสะดวกต่อทั้งตัวเด็ก และคุณพ่อคุณแม่ขณะใช้งาน นอกจากจะพิจารณาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย และปัจจัยต่างๆ ข้างต้นแล้ว ฟังก์ชั่นอื่นๆ ของคาร์ซีทก็มีอีกหลายแบบ ดังนี้ค่ะ
1.คาร์ซีทที่สามารถหมุนได้
เป็นคาร์ซีทที่สามารถหมุนหันหน้าเข้าออกเบาะรถได้ในตัวเดียว โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ ซึ่งคาร์ซีทประเภทนี้จะมีข้อดีตรงที่หมุนได้ 360 องศา ทำให้สะดวกสบายต่อการติดตั้ง ติดตั้งครั้งเดียวจบ สะดวกต่อการอุ้มลูกขึ้นลงรถ ง่ายต่อการดูแลลูกไม่ว่าจะเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือเล่นกับลูก สามารถปรับการใช้งานได้ตามการใช้ชีวิตของลูก เวลาอุ้มลูกเข้า – ออกจากคาร์ซีท ก็แค่หมุนไปในองศาที่คุณพ่อแม่สะดวก แต่คาร์ซีทแบบนี้มักจะมีช่วงอายุการใช้งานสั้น เพราะส่วนใหญ่จะใช้ได้จนถึงลูกอายุ 4 ปีเท่านั้นค่ะ
2. คาร์ซีทแบบไม่สามารถหมุนได้
คาร์ซีทประเภทนี้ส่วนใหญ่จะออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของเด็กโตด้วย จึงไม่มีฟังก์ชั่นการหมุนมาให้ และจะต้องติดตั้งใหม่เมื่อลูกโตขึ้น จากการนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) ไปเป็นการนั่งหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) แต่คาร์ซีทแบบนี้ จะใช้งานได้นานขึ้นกว่าแบบที่หมุนได้ บางรุ่นใช้ได้ถึง 12 ปี เลยทีเดียวค่ะ
3. คาร์ซีทปรับนอนราบได้ และหมุนได้
คาร์ซีทแรกเกิดประเภทนี้ จะมีความพิเศษกว่าแบบอื่นคือ สามารถปรับนอนราบได้สูงสุด 170 องศา และยังหมุนได้ด้วย เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด และเด็กเล็กที่ต้องเดินทางบ่อย นอกจากนี้ ยังเหมาะกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดด้วย เพราะการปรับนอนราบจะช่วยทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้สบายขึ้น และหายใจสะดวกขึ้น การนอบราบยังช่วยให้เด็กหายใจได้อย่างเต็มที่ ช่วยเรื่องการพัฒนาทางสมองและระบบต่างๆ ของร่างกาย คาร์ซีทแบบนี้ทำให้ลูกสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ในขณะเดินทาง โดยคาร์ซีทประเภทนี้จะเหมาะกับรถที่มีพื้นที่กว้าง เพราะต้องปรับเอนนอนให้กับลูก และเนื่องจากเป็นคาร์ซีทหมุนได้ จึงมีช่วงอายุการใช้งานสั้นกว่า ส่วนมากใช้ได้ถึงอายุ 4 ปี
ข้อควรระวังในการเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดที่พ่อแม่ควรรู้

การเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อยนั้น นอกจากจะต้องเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมกับการใช้งาน มีฟังก์ชั่นตามที่ต้องการ และมีมาตรฐานการรับรองคุณภาพที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลแล้ว การเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงอย่างเต็มที่ จะต้องพิจารณาว่าลูกน้อยของเราต้องได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดในทุกๆ ด้าน เพื่อความปลอดภัยที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย โดยหลักๆ แล้วจะมีอยู่ 8 จุดสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจในการเลือกซื้อคาร์ซีท รวมถึงการซื้อของใช้ต่างๆ ให้กับเด็กแรกเกิด ซึ่งมาจากการค้นคว้าและวิจัยโดย Aprica ที่มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
- สมองและศีรษะ : บริเวณศีรษะของเด็กแรกเกิดนั้นจะมีความเปราะบาง เด็กแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายโดยรวม คาร์ซีทสำหรับลูกน้อยจึงควรมีส่วนที่ Support บริเวณศีรษะได้ดี และสามารถปกป้องบริเวณศีรษะของลูกน้อยได้อย่างดีเยี่ยม
- ระบบหายใจ : ระบบหายใจของเด็กเล็กยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทารกจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ เมื่ออยู่ในลักษณะท่าทางที่ต้องงอตัวหรือถูกกดทับบริเวณท้องจะทำให้เกิดสภาวะหายใจติดขัดได้ง่าย คาร์ซีทที่ดีต้องสามารถปรับระดับองศาการนอนให้เหมาะสม โดยองศาที่เหมาะสมอยู่ที่ 135 -170 องศา
- กระดูกสันหลัง : เด็กแรกเกิดจะมีแนวกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง สะโพกสามารถเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้นจึงควรดูแลจัดให้สรีระอยู่ในท่านั่งและนอนให้เหมาะสม ให้ลูกน้อยสามารถขยับแขนและขาได้ง่ายเป็นธรรมชาติ เบาะรองนอนของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดจึงควรมีการออกแบบเพื่อ support ช่วงหลังและสะโพกของเด็กได้ดี
- ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย : เด็กแรกเกิดมีความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายต่ำ ดังนั้นตัวช่วยในการปรับอุณหภูมิให้มีความเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กควรมีการระบายอากาศที่ดีโดยเฉพาะด้านหลังของตัวเด็ก เพราะเป็นจุดที่เหงื่อออกได้ง่ายมากกว่าจุดอื่นๆ
- การนอนที่ยังไม่เป็นระบบ : เด็กแรกเกิดจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนและเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 จะเริ่มเรียนรู้ความแตกต่างของกลางวันกลางคืนค่ะ ดังนั้นการเลือกคาร์ซีทที่สามารถให้ลูกน้อยของเรานอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ขณะเดินทางก็จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการด้านร่างกายอย่างเหมาะสม
- ผิวหนังบองบางไวต่อสิ่งสัมผัส : ผิวหนังของเด็กเล็กมีความบอบบางมาก จึงไวต่อสิ่งสัมผัสและผิวแห้งง่าย ด้วยรูขุมขนที่ละเอียดเล็ก จึงทำให้คลายความร้อนได้ช้าและทำให้มีเหงื่อออกมาก เนื้อผ้าของคาร์ซีทก็ควรที่จะปลอดภัยต่อผิวเด็ก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และควรระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ไม่กักเก็บเหงื่อ เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกไม่สบายตัว รู้สึกระคายเคือง หรืออาจเกิดอาการแพ้เหงื่อตัวเองได้
- ประสาทสัมผัสที่อ่อนแอ : เด็กแรกเกิดจะมีระยะการมองเห็นสั้นๆ และยังมองเห็นได้ไม่ดีพอ เด็กจะรับรู้ข้อมูลส่วนใหญ่ผ่านการสัมผัสทางด้านร่างกาย คาร์ซีทจึงควรมีหลังคาที่สามารถปิดบังแสงแดด และสามารถป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อทั้งผิว และสายตาของเด็กเล็กได้
- ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย : ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ สิ่งแวดล้อมรอบตัวของเด็กแรกเกิดจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน และก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ที่ติดตัวเด็กไปเป็นระยะเวลาหลายปี ดังนั้น การเลือกคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดควรเลือกที่ทำจากวัสดุอันไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็ก มีความปลอดภัยต่อลูกน้อย และสามารถทำความสะอาดได้ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค ฝุ่น และแบคทีเรียที่อาจทำให้ลูกน้อยป่วยได้
7 คาร์ซีทเด็กแรกเกิดที่ BabyGift อยากแนะนำ !
สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมพร้อมเลือกซื้อคาร์ซีทให้กับลูกน้อย ก็น่าจะมีแนวทางในการเลือกบ้างแล้วนะคะ ซึ่งคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดในท้องตลาดนั้นก็มีหลายรุ่นหลายแบบด้วยกัน ถ้าใครยังไม่มีคาร์ซีทในใจ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ

1. คาร์ซีทแรกเกิด Ailebebe รุ่น Kurutto R The First
คาร์ซีทของ Ailebebe รุ่น Kurutto R The First เป็นคาร์ซีทเพื่อเด็กแรกเกิดที่ได้การรับรองมาตรฐานใหม่ ECE R129 ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น มี Head Support ใหม่ที่หนาขึ้น 100 มิลลิเมตร ช่วยป้องกันการกระแทกด้านข้างได้อย่างมั่นใจ โครงสร้างออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของทารก เพื่อปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยอย่างรอบด้าน
จุดเด่น
- ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ECE R129 (i – Size)
- เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection เพื่อทารกแรกเกิดอย่างแท้จริง
- พนักพิงสามารถยุบตัวได้ จึงช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ช่วยปกป้องกระดูกสันหลังของลูกน้อย
- โครงคาร์ซีทเป็นไฟเบอร์กลาส มีความทนทาน แข็งแรง แตกหักยาก
- ผ้าที่บุคาร์ซีทสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ 99% ด้วยพลัง Ion Silver
- ด้านหลังและด้านข้างของคาร์ซีทมีช่องระบายอากาศถึง 1695 ช่อง
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness
- สามารถหมุนได้ 360 องศา ช่วยให้อุ้มลูกขึ้นลงคาร์ซีทได้อย่างปลอดภัย
- หลังคาของคาร์ซีทสามารถคลุมได้มิดชิดถึงปลายเท้า ยาว 98 เซนติเมตรช่วยป้องกันรังสี UV และปกป้องดวงตาของลูกน้อย
การใช้งาน : แรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนักไม่เกิน 18 กิโลกรัม หรือความสูงระหว่าง 40 – 105 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น
ราคาโดยประมาณ : 28,900 บาท
ช่องทางการสั่งซื้อสินค้าใน BabyGift : คาร์ซีทแรกเกิด Ailebebe รุ่น Kurutto R The First

2. คาร์ซีทแรกเกิด Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance
อีกหนึ่งคาร์ซีทเพื่อเด็กแรกเกิดจากแบรนด์ Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance ได้การรับรองมาตรฐานใหม่ ECE R129 เช่นเดียวกัน มาพร้อม Head Support ใหม่ที่หนาขึ้น เบาะมีขนาดใหญ่พิเศษ เสริมกันกระแทกด้านข้างได้อย่างมั่นใจ ได้รับการทดสอบแรงกระแทกทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง อุ่นใจในเรื่องความปลอดภัยของลูกน้อย
จุดเด่น
- ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ECE R129 (i – Size)
- เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection เพื่อทารกแรกเกิดอย่างแท้จริง
- พนักพิงสามารถยุบตัวได้ จึงช่วยรองรับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ช่วยปกป้องกระดูกสันหลังของเด็กเล็ก
- โครงคาร์ซีทเป็นไฟเบอร์กลาส มีความทนทาน แข็งแรง แตกหักยาก
- ด้านหลังและด้านข้างของคาร์ซีทมีช่องระบายอากาศถึง 1695 ช่อง
- คาร์ซีทบุผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว มีการถักทอแบบตัว W ทำให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น
- สามารถหมุนได้ 360 องศา ช่วยให้อุ้มลูกขึ้นลงคาร์ซีทได้อย่างปลอดภัย
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness
- หลังคาของคาร์ซีทสามารถคลุมได้มิดชิดถึงปลายเท้า ยาว 79 เซนติเมตรช่วยป้องกันรังสี UV และปกป้องดวงตาของลูกน้อย
การใช้งาน : แรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนักไม่เกิน 18 กิโลกรัม หรือความสูงระหว่าง 40 – 105 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

3. คาร์ซีทแรกเกิด APRICA รุ่น Fladea Grow Safety Plus
คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด APRICA รุ่น Fladea Grow Safety Plus ได้รับการคิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น เป็นรุ่นเดียวในโลกที่มีการออกแบบเป็น Flatbed Design จดสิทธิบัตรเฉพาะแบรนด์ APRICA เท่านั้น โดยคาร์ซีทสามารถปรับนอนราบได้ ให้ลูกน้อยได้นั่งสบายระดับ First Class ปลอดภัยสูงสุดทุกการเดินทาง ติดตั้งครั้งเดียวจบ สามารถปรับใช้งานได้ทั้งแบบนอนราบ แบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing)
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับยุโรป R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด
- ออกแบบเป็น Flatbed Design คาร์ซีทที่สามารถปรับนอนราบได้ ให้ทารกนอนหงายอยู่ในท่าที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ท้องไม่งอ คอไม่พับ หายใจสะดวก ป้องกันภาวะ Baby Shaken Syndrome ได้อย่างอุ่นใจ
- ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ระบบทางเดินหายใจยังไม่แข็งแรง ก็สามารถใช้คาร์ซีทนอนราบได้อย่างปลอดภัย
- มี Mamoru Support เบาะนอนสำหรับทารก พร้อมเสริมนวมปลายเท้า กันกระแทกรอบด้าน 360 องศา นอนสบาย อบอุ่น และปลอดภัยมากขึ้น
- นวัตกรรมช่องระบายอากาศด้านหลัง อากาศถ่ายเทได้ดี ระบายความร้อนไม่ให้สะสมที่เบาะ นั่งนานได้โดยไม่รู้สึกร้อน
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา พร้อมล็อค 4 ทิศทาง เพิ่มความปลอดภัยในการหมุนมากขึ้น ช่วยพาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ
- มี Side Protection ป้องกันการกระแทกด้านข้างได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
- มีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ปลอดภัยสูง พร้อมเสริมนวมหนานุ่ม สวมใส่สบาย
- หลังคาขนาดใหญ่ กันความร้อน กันแดด UV Protection 99% ปกป้องดวงตาทารก พร้อมช่องระบายอากาศ 2 ช่อง อากาศถ่ายเทได้ดี
การใช้งาน : แรกเกิด – 4 ปี หรือความสูงระหว่าง 40 – 100 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น

4. คาร์ซีทแรกเกิด RENOLUX รุ่น GAIA
มาดูคาร์ซีทจากแบรนด์ประเทศฝรั่งเศสกันบ้างค่ะ กับแบรนด์ RENOLUX รุ่น GAIA เป็นสิทธิบัตรความปลอดภัยเฉพาะแบรนด์เท่านั้นที่เลือกใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลักของคาร์ซีท ฉีดขึ้นรูปห่อหุ้มด้วยโฟมชนิดพิเศษ มีความแข็งแรงทนทาน ดูดซับแรงกระแทกได้มากกว่าคาร์ซีททั่วไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวค่ะ พร้อมสัมผัสที่นุ่มสบายเหมือนยกโซฟามาไว้ในรถ ให้ลูกน้อยได้นั่งคาร์ซีทอย่างสบายตัว พร้อมความปลอดภัยแบบจัดเต็ม
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- เป็นแบรนด์เดียวในโลกที่มีเทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว หุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา ดูดซับแรงกระแทกได้มากกว่าคาร์ซีททั่วไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์
- ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเข้าเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือจนกว่าจะมีส่วนสูง 105 เซนติเมตร
- หมุนง่ายได้ถึง 180 องศา สะดวกสบาย ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น
- เนื้อผ้าสัมผัสเย็น หนานุ่ม นั่งสบายมากขึ้น
- มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40 – 105 เซ็นติเมตร หรือ อายุ 0 – 4 ปี
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส

5. คาร์ซีทแรกเกิด KINDERKRAFT รุ่น I-360
ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนมองหาคาร์ซีทที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน ตั้งแต่เป็นเด็กเล็กจนถึงเด็กโต แนะนำเป็นรุ่นนี้เลยค่ะ คาร์ซีทของ KINDERKRAFT รุ่น I-360 ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปี ได้มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ยุโรป R129 (i-Size) จากประเทศเยอรมนี ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg รองรับการใช้งานได้ทุกช่วงอายุ มีซัพพอร์ตเด็กแรกเกิด ช่วยให้ทารกนั่งได้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ซึ่งสามารถถอดออกได้ เมื่อลูกโตขึ้น พร้อมเนื้อผ้าเนียนนุ่ม สัมผัสสบาย ระบายอากาศได้ดี ให้ลูกน้อยสบายตัวตลอดการเดินทาง
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหมยุโรป R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา หมุ่นง่าย พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEPs ติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg ขาค้ำยัน ช่วยยึดคาร์ซีทให้แน่นหนากับเบาะรถยนต์
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย และปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 เซนติเมตร
- มี Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะ และลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
- มี Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย
- มีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้จนลูกน้อยส่วนสูง 100 เซนติเมตร
- โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับแรงกระแทกได้ดี
- มีซัพพอร์ตเด็กแรกเกิด ช่วยให้ทารกนั่งได้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถถอดออกได้ เมื่อลูกโตขึ้น
- เนื้อผ้าเนียนนุ่ม สัมผัสสบาย ระบายอากาศได้ดี
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือมีความสูง 40 – 150 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

6. คาร์ซีทแรกเกิด KINDERKRAFT รุ่น I-GROW
คาร์ซีทอีกรุ่นหนึ่งที่ใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 12 ปี จัดเต็มเรื่องความปลอดภัย มีระบบติดตั้งเสริม TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์ พร้อมหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก โครงคาร์ซีทมีขนาดใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับแรงกระแทกได้ดี มีซัพพอร์ตเด็กแรกเกิด ช่วยให้ทารกนั่งได้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถถอดออกได้เมื่อลูกโตขึ้น เนื้อผ้าเนียนนุ่ม สัมผัสสบาย ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อลูกรัก
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์
- คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ
- ปรับการใช้งานได้ 3 STEPs ติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
- ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ และปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 เซนติเมตร
- มีเข็มขัดนิรภัย 5 จุด ปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้จนลูกน้อยส่วนสูง 100 เซนติเมตร
- มี Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะ และลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
- มี Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

7. คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น MINK PRO
ถ้ากำลังมองหาคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีน้ำหนักเบา แนะนำเป็นคาร์ซีทแบบกระเช้าจาก KINDERKRAFT รุ่น MINK PRO ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยยุโรป R129 (i-Size) จากประเทศเยอรมนี มีน้ำหนักเบาเพียง 3.5 กิโลกรัม ถอด และถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ ติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) มีซัพพอร์ตแรกเกิดหนานุ่มทั้งชิ้น ให้ทารกนั่งได้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับยุโรป R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด
- ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ เช่น รถเข็นเด็กรุ่น Apino และรถเข็นรุ่น NEA
- ปรับพนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย
- มี Head Support เมมโมรี่โฟมหนา 3 ชั้น เสริมด้านในด้วย EPS โฟม ปกป้องศีรษะ และลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา
- มี Side Protect เสริมการ์ดป้องกันการกระแทกด้านข้าง ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
- เข็มขัดนิรภัย 3 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย มีความปลอดภัยสูง
- มีหลังคาบังแดด ปกป้องสายตาทารกที่ยังบอบบาง ให้ลูกน้อยหลับสนิทมากขึ้น
- โครงคาร์ซีทแข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับแรงกระแทกได้สูง
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ความสูง 40 – 75 เซนติเมตร หรือน้ำหนัก 0 – 13 กิโลกรัม
การติดตั้ง : ระบบ Belt
แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี

8. คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น I-CARE
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาคาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดีที่เป็นคาร์ซีทแบบกระเช้า รุ่นนี้ก็น่าสนใจค่ะ เป็นคาร์ซีทกระเช้าเด็กแรกเกิดที่สามารถถอดและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ เลย ติดตั้งกับรถเข็นเด็กได้ สะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุโรป R129 (i-Size)
จุดเด่น
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)
- ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ เช่น รถเข็นเด็ก รุ่น NEA
- ปรับพนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 4 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย
- น้ำหนักเบาเพียง 4.2 กิโลกรัม ถอดออก และถือหิ้วได้สะดวก
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย
- พนักพิงแข็งแรง หนา 3 ชั้น ลดแรงกระแทกได้ดี
- มีฟังก์ชั่น Side Protect เสริมการ์ดป้องกันการกระแทกด้านข้าง
- เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย มีความปลอดภัยสูง
การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40 – 87 เซนติเมตร
การติดตั้ง : ระบบ Belt (ฐาน Isofix จำหน่ายแยก)
สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองท่านใดที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิดอย่างไรดี ต้องพิจารณาจากปัจจัยใดบ้าง ก็หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ หรือถ้าต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า BabyGift เป็นร้านจำหน่ายสินค้าแม่ และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการคัดสรรคาร์ซีทที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเลือกชมคาร์ซีทสำหรับแรกเกิดได้ด้วยตัวเอง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 6 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก : https://www.babylist.com/hello-baby/car-seats
https://www.tcc.or.th/tcc_media/info-how-to-choose-carseat/
https://www.princsuvarnabhumi.com/news/car-seat

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เบาะนอนเด็ก เรียกว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทารก และเด็กเล็ก เนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไหลตายในเด็ก (SIDS) และป้องกันการติดขัดหรือหายใจไม่ออก เบาะที่มีความแน่นพอเหมาะจะช่วยสนับสนุนกระดูกสันหลังที่กำลังพัฒนาของเด็ก ป้องกันปัญหาสรีระในอนาคต ช่วยให้เด็กนอนหลับได้ลึกและยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมอง อีกทั้งเบาะเด็กที่ได้มาตรฐาน ปราศจากสารเคมีอันตรายยังส่งผลต่อสุขภาพของเด็กด้วย ดังนั้น การเลือกเบาะนอนสำหรับเด็กที่เหมาะสม และได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อความปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของเด็กนั่นเองค่ะ รวม 10 ตัวเลือก เบาะนอนเด็ก ที่คุณแม่วางใจ เบาะนอนทารกหายใจผ่านได้ มียี่ห้อไหนบ้าง ? BabyGift เชื่อว่าคุณพ่อ คุณแม่ หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงจะให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อเบาะนอนทารกกันมาก เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 ตัวเลือกเบาะนอนสำหรับเด็กคุณภาพดี หายใจผ่านได้ ราคาไม่แรง มาให้ได้เลือกกันค่ะ แต่ก่อนจะไปแนะนำยี่ห้อกัน เราขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อให้เบื้องต้น ดังนี้ค่ะ คำแนะนำในการเลือกซื้อเบาะนอนเด็ก BabyGift แนะนำเบาะนอนเด็ก 5 แบบ 10 ตัวเลือก ที่คุณแม่ไว้ใจประจำปี 2024 1. เบาะนอนทารก Baby Crown Nest – […]
ใช้เครื่องปั๊มนม ดียังไงนะ? คุณแม่รู้ไหมว่า การปั๊มนมมีส่วนช่วยคุณแม่และลูกน้อยได้มากมายกว่าที่คิด แต่เชื่อว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่ การปั๊มนมครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อาจมีความกังวลใจต่างๆ นาๆ ว่าจะเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการปั๊มนมครั้งแรก พร้อมกับเทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อให้คุณแม่ได้ ใช้เครื่องปั๊มนมได้เก่ง คุ้มค่าอย่างมืออาชีพ ลูกน้อยก็มีน้ำนมแม่กินอิ่มอยู่เสมอค่ะ สอนคุณแม่ ใช้เครื่องปั๊มนม แม้คุณแม่จะลองปั๊มนมแล้ว น้ำนมจะยังไม่มี ก็ไม่ควรเครียด หรือตกใจ คิดว่าตัวเองไม่มีน้ำนม เพราะการปั๊มนมช่วงนี้เป็นการปั๊มนมเพื่อกระตุ้น และฝึก ใช้เครื่องปั๊มนมให้คุ้นเคย เมื่อคุณแม่ได้ใช้เครื่องปั๊มนมร่วมกับให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อยๆ น้ำนมแม่จะมาเร็วขึ้น เมื่อ ใช้เครื่องปั๊มนม ปั๊มนมแบบไหน? ให้เกลี้ยงเต้า การปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า คือการระบายน้ำนมให้หมดจากเต้านมคุณแม่ในครั้งนั้นๆ เพื่อให้เต้านมคุณแม่ได้มีพื้นที่สำหรับการผลิตน้ำนมขึ้นใหม่อยู่เสมอ เพราะน้ำนมแม่จะมีรอบของการผลิตใหม่ๆ ในเต้านมตลอดเวลา เมื่อน้ำนมผลิตจนเต็มเต้า เต็มพื้นที่เก็บน้ำนม จะทำให้เต้านมคุณแม่คัดตึง ต้องให้ลูกน้อยดูดหรือปั๊มนมระบายออกมา ซึ่งการปั๊มนมออกมานั้น ยิ่งระบายน้ำนมออกได้เกลี้ยงเต้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้นมแม่ผลิตออกมาสม่ำเสมอได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ เทคนิคปั๊มเกลี้ยงเต้า คุณแม่จะรู้ได้ว้าน้ำนมที่ปั๊มนั้นเกลี้ยงเต้าแล้ว เมื่อรู้สึกได้ว่าเต้านมอ่อนนุ่มนิ่มลง อาการคัดตึงเต้านมก่อนที่จะปั๊มนม (เพราะมีน้ำนมอยู่เต็มเต้านม) ก็จะหายไปด้วย
ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้ แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ 1. ฟักทองแกงบวดนมสด ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย 2. แกงหัวปลีใส่ไก่ หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย […]
การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม ! นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ? สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]
การได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยคือความสุขที่สุดของพ่อแม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานทางร่างกาย การจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จึงเปรียบเสมือนการติดเครื่องยนต์ให้ลูกน้อยพร้อมออกไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับกิจกรรมสนุก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้ากัน กล้ามเนื้อมัดใหญ่สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) หมายถึงกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และขา ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด ความสำคัญของพัฒนาการส่วนนี้มีหลายด้าน 8 กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนาการเป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงในทุกวัน เราได้รวบรวมกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 8 รูปแบบที่เหมาะสมกับช่วงวัยมาฝากดังนี้ 1. งอแขนขา เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่วัยทารกด้วยการช่วยลูกฝึกยืดและงอแขนขาเบา ๆ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและทำให้เส้นเอ็นรวมถึงกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น การฝึกให้ร่างกายทั้งสองฝั่งขยับอย่างสมดุลจะช่วยให้ลูกมีความแข็งแรงเริ่มต้นก่อนจะก้าวไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป 2. หันซ้ายขวา ชันคอ การชันคอเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมลำตัวส่วนบน กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาการมองเห็นและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อคอและไหล่ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ของเล่นที่มีสีสันสดใสหลอกล่อให้ลูกหันตาม เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ฝึกนั่ง คลาน เกาะ เมื่อลูกเริ่มมีแรงส่งจากกล้ามเนื้อหลังและลำตัว การฝึกให้นั่งเอง คลานไปหาของเล่น หรือเกาะเฟอร์นิเจอร์เพื่อทรงตัว จะเป็นการทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ทรงพลังมาก เพราะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขาและแขนให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวได้ในอนาคต 4. เดิน วิ่ง ก้มเก็บของ สำหรับเด็กวัย 1 […]
BabyGift Grand Opening ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์” สาขาที่ 7 อย่างเป็นทางการตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก BabyGift พร้อมที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณพ่อ-คุณแม่และลูกน้อยในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ” The Best Gift for your Baby ” ขอขอบคุณ แบรนด์ Partner ผู้บริหาร และคณะกรรมการทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่มาร่วมงาน และคอยสนับสนุนเบบี้กิ๊ฟอย่างดีตลอดมาค่ะ Attitude Mom Thailand : เครื่องปั๊มนม 5 โหมด อัจฉริยะ กรวยซิลิโคนแท้ Spectra Thailand เครื่องปั้มนม Iflin baby PUR Thailand Mellow for Kids ผ้ารองกันน้ำ100% เมลโล่ Bambies Thailand Baby Natura Beaba Thailand Luxury Baby […]


