ครีมอาบน้ำเด็ก เลือกอย่างไรให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้น สุขภาพดี ไม่ระคายเคือง

ครีมอาบน้ำเด็ก เลือกอย่างไรให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้น สุขภาพดี ไม่ระคายเคือง

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การเลือกครีมอาบน้ำเด็กจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ต้องช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการอาบน้ำเป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยของลูกรักอย่างแท้จริง

วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็ก ให้เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย

ก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี คุณแม่ควรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสรีระที่บอบบางของเด็กเล็ก ดังนี้

  • เน้นความอ่อนโยนสูงสุด: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง กลิ่นหอมฉุน หรือสีสังเคราะห์ที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง
  • ค่า pH Balance ที่สมดุล: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างสมดุลกับผิวเด็ก (ประมาณ pH 5.5) เพื่อรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
  • ปราศจากสารกลุ่มเสี่ยง: ต้องไม่มีพาราเบน (Paraben), SLS/SLES, แอลกอฮอล์ และซิลิโคน
  • ผ่านการทดสอบ Hypoallergenic: เพื่อยืนยันว่ามีโอกาสเกิดการแพ้ต่ำ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • มีส่วนผสมบำรุงผิว: เช่น วิตามินอี หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวนุ่มลื่นหลังอาบน้ำ

แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026

แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026

หากคุณแม่ยังลังเลว่าควรเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 นี้ ได้รวบรวม 10 แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่านการยอมรับเรื่องความอ่อนโยนและประสิทธิภาพในการดูแลผิวลูกน้อยมาฝากกัน

1. Enfant Organic Moisture Baby Wash

แบรนด์ที่อยู่คู่คุณแม่ไทยมานาน ตัวนี้เป็นสูตรออร์แกนิกที่ทำความสะอาดได้ทั้งผิวและผมในขวดเดียว จุดเด่นอยู่ที่ฟองนุ่มลื่นล้างออกง่าย มีส่วนผสมจากข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก และ Argan Oil ออร์แกนิก ช่วยคงสมดุล pH Balance ให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นหลังอาบเสร็จทันที

2. D-nee Organic For Newborn Head & Body Baby Bath

หนึ่งในครีมอาบน้ำเด็กยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมละมุนสูตรออร์แกนิก ปลอดภัยจากสารเคมีรุนแรงอย่าง SLS และซิลิโคน ผสานคุณค่าสารสกัดธรรมชาติ 7 ชนิด มอบความชุ่มชื้นให้ผิวและเส้นผมของทารกแรกเกิดนุ่มลื่น สุขภาพดี เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและอ่อนโยนมาก

3. SEBAMED Baby Bubble Bath

หากคุณแม่กังวลเรื่องผดผื่นและผิวแพ้ง่าย ครีมอาบน้ำเด็กจาก Sebamed คือคำตอบ ด้วยค่า pH 5.5 ที่สมดุลกับผิวทารกที่สุด มาพร้อมสูตร No More Tear ที่ไม่ระคายเคืองดวงตา ปราศจากสารสบู่และด่าง 100% ช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรงและลดการเกิดอาการระคายเคืองผิวหนังได้ดีเยี่ยม

4. Care Kids Head to Toe Wash

ตัวช่วยให้เด็ก ๆ สนุกกับการอาบน้ำมากขึ้นด้วยบรรยากาศสีสันสดใสและกลิ่นหอมที่เด็ก ๆ ชอบ สูตรนี้มีความอ่อนโยนแบบไฮโป-อัลเลอร์เจนิก ทำความสะอาดได้สะอาดหมดจดทั้งศีรษะและลำตัวโดยไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติ เหมาะสำหรับเด็กที่เริ่มมีกิจกรรมเยอะขึ้นในแต่ละวัน

5. KODOMO Mild Original Head to Toe Wash

แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละมุน ตัวนี้ปราศจากสารเติมแต่งถึง 5 ชนิด ทั้งสบู่ พาราเบน ซิลิโคน สี และแอลกอฮอล์ มีส่วนผสมจาก Evening Primrose Oil และ Wheat Germ Extract ช่วยบำรุงผิวและเส้นผมให้นุ่มลื่น ไม่แห้งตึงหลังอาบน้ำ มั่นใจได้ในความปลอดภัยต่อผิวบอบบาง

6. DMP Ultra Sensitive & Dry Skin Organic

สบู่เหลวสูตรออร์แกนิกที่มีค่า pH 5.5 และจุดเด่นที่เป็นสูตรไร้ฟอง (Non-Ionic) อ่อนโยนขั้นสุดจนได้รับการทดสอบจากสถาบันชั้นนำว่าปลอดภัยต่อดวงตาและผิวหนัง มีมอยเจอร์ไรเซอร์จากข้าวโพดและคาโมมายล์ ช่วยบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้นยาวนาน เป็นครีมอาบน้ำเด็กที่คุณแม่หลายคนบอกต่อ

7. CHICCO BBM Tenderness Body Wash

ส่งตรงจากอิตาลีด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 93% โดดเด่นด้วยสารสกัดจากดอกดาวเรือง (Calendula) ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและสารสกัดจากดอกฝ้ายที่ให้สัมผัสนุ่มลื่น กลิ่นแป้งหอมอ่อน ๆ ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลายขณะอาบน้ำ และเป็นสูตร No Tears ที่อ่อนโยนต่อดวงตาคู่สวย

8. Lamoon Organic Body and Hair Wash Foam

คุณแม่สายออร์แกนิกต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะละมุนเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% มาในรูปแบบเนื้อโฟมนุ่มละเอียดลดการเสียดสีผิว มีวิตามินบี 5 และน้ำผึ้งช่วยบำรุงล้ำลึก กลิ่นหอมอ่อน ๆ สไตล์ละมุนช่วยให้การอาบน้ำเป็นไปอย่างอ่อนโยนที่สุด แม้ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้อย่างสบายใจ

9. Pureen Head to Toe Yogurt

เพิ่มความสนุกและความนุ่มนวลด้วยส่วนผสมจาก Natural Yogurt ที่อุดมไปด้วยโปรตีนบำรุงผิว มาพร้อมโปรวิตามินบี 5 และวิตามินอี ช่วยให้เส้นผมและผิวกายนุ่มลื่นน่าสัมผัส ปราศจากพาราเบนและสาร SLS เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่วัย 6 เดือนขึ้นไปที่ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ

10. White Papel Extra Soothing & Moisturizing

ปิดท้ายด้วยเนื้อโฟมนุ่มละมุนจาก White Papel ที่เน้นสารสกัดจากผักและผลไม้รวม กลิ่นหอมแนวฟรุตตี้สดชื่น มีน้ำนมแพะและข้าวช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม สุขภาพดี ปราศจากสารเคมีอันตรายหลายชนิด ล้างออกง่ายแต่ยังคงความชุ่มชื้นไว้บนผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้งาน

เคล็ดลับการอาบน้ำให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธีเพื่อผิวสุขภาพดีแข็งแรง

สรุปครบ! เอกสารเตรียมคลอด และเช็คลิสต์ของใช้ที่แม่ใกล้คลอดห้ามลืม

การเลือกครีมอาบน้ำเด็กที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เทคนิคการอาบน้ำที่ถูกต้องจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

  • อุณหภูมิน้ำต้องพอเหมาะ: ควรใช้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส ไม่ควรร้อนเกินไปเพราะจะทำให้ผิวลูกแห้ง
  • ระยะเวลาไม่นานเกินไป: การอาบน้ำนานเกิน 10 นาทีอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณพอเหมาะ: กดครีมอาบน้ำเด็กเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอต่อการทำความสะอาด
  • ซับผิวให้แห้งสนิท: ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับเบา ๆ แทนการเช็ดถูแรง ๆ และทาโลชั่นบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ

ช้อปครีมอาบน้ำเด็ก และอุปกรณ์อาบน้ำครบวงจรได้ที่โซน Bath Time ของ BabyGift

สำหรับคุณแม่ที่กำลังมองหาครีมอาบน้ำเด็ก รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น อ่างอาบน้ำพรีเมียม หรือฟองน้ำธรรมชาติ ขอแนะนำให้แวะมาที่โซน Bath Time ของ BabyGift ศูนย์รวมสินค้าแม่และเด็กที่คัดสรรมาแล้วว่าดีที่สุด มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากแบรนด์ดังระดับโลกให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจสรีระทารกคอยให้คำแนะนำเพื่อให้การอาบน้ำของลูกรักปลอดภัยและมีความสุขที่สุด

สรุปหัวใจสำคัญของการเลือกครีมอาบน้ำเพื่อสัมผัสที่อ่อนโยนของลูกรัก

ผิวของลูกน้อยคือสมบัติล้ำค่า การตัดสินใจเลือกครีมอาบน้ำเด็กที่มีค่า pH 5.5 และปราศจากสารระคายเคืองจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผิวให้แข็งแรงในระยะยาว BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณแม่มือใหม่เสมอ เข้าใจลึกถึงความกังวลและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาให้แล้ว เพื่อให้ก้าวแรกของการดูแลลูกรักเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ เพราะเชื่อว่าลูกน้อยสมควรได้รับของขวัญที่ดีที่สุดจากความรักของคุณพ่อคุณแม่

สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมอาบน้ำเด็ก

ครีมอาบน้ำเด็กแบบ Head to Toe ต่างจากสบู่เหลวทั่วไปอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์แบบ Head to Toe ถูกออกแบบมาให้มีความอ่อนโยนสูงมากจนสามารถใช้สระผมและถูตัวได้ในขวดเดียว โดยมักมีสูตร No More Tear ที่ไม่ระคายเคืองดวงตา ทำให้คุณแม่ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

สารเคมีชนิดไหนบ้างที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อต้องซื้อครีมอาบน้ำเด็ก

ควรหลีกเลี่ยงสารกลุ่มพาราเบน (Paraben), สารชำระล้าง SLS/SLES ที่รุนแรง, ซิลิโคน, แอลกอฮอล์ และน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนเกินไป เพราะสารเหล่านี้อาจทำให้ผิวลูกน้อยเกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย

เด็กแรกเกิดจำเป็นต้องใช้ครีมอาบน้ำเด็กทุกครั้งที่อาบน้ำไหม?

ในช่วงสัปดาห์แรกอาจใช้น้ำเปล่าสลับได้ แต่การใช้ครีมอาบน้ำเด็กสูตรอ่อนโยนจะช่วยชำระล้างคราบไขมัน คราบน้ำนม และแบคทีเรียตามข้อพับได้สะอาดกว่าน้ำเปล่า ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดผดผื่นคันได้ดีกว่า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมพร้อมคาร์ซีทให้เรียบร้อยก่อนที่ลูกน้อยจะคลอด เพราะเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาแล้วก็ต้องนั่งคาร์ซีทกลับบ้าน ทั้งเพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยเอง และเพื่อปฏิบัติตามกฏหโมายเรื่องการกำหนดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิดอย่างไรดี ควรเลือกแบบไหน คาร์ซีทสำหรับเด็กมีกี่ประเภท เลือกอย่างไร BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ  เลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิด อย่างไรดี ? ต้องรู้อะไร ? เลือกยังไงดี หาคำตอบได้จากบทความนี้ !  คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด และควรที่จะให้ลูกได้ใช้ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากร่างกายของเด็กทารกยังไม่แข็งแรง ยังไม่สามารถรับแรงกระแทกได้มากเท่าไหร่ อีกทั้งเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงควรป้องกันไว้ก่อนและเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ คาร์ซีท เด็กแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องเลือกแบบไหน คาร์ซีท มีกี่แบบ ต้องเลือกอย่างไร ? ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดมาฝากกันค่ะ เรามารู้จักประเภทของคาร์ซีทกันก่อนเลย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดได้ดังนี้  1. New Born Only : หรือคาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทประเภทนี้จะมีขนาดเล็ก […]

การเตรียมตัวสำหรับเด็กแรกเกิดนั้นมีสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก รถเข็นเด็ก เปลนอน ขวดนม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ของใช้ประจำตัวลูก ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เตียงนอนเด็กแรกเกิดซึ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยมาก ๆ ปัจจุบันมีคำแนะนำว่าควรมีเตียงนอนแยกจากเตียงพ่อแม่ โดยสามารถตั้งไว้ข้างๆ เตียงของพ่อแม่ได้ แต่ไม่ควรอุ้มทารกมานอนเตียงเดียวกับเรา เพื่อป้องกันการนอนทับลูกขณะหลับ ทั้งยังช่วยป้องกันลูกตื่นเวลาที่เราเผลอพลิกตัว ทำให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เตียงนอนสำหรับเด็กมีกี่แบบ จะเลือกอย่างไรดี มียี่ห้อไหนน่าใช้บ้าง BabyGift มีข้อมูลมาฝากแล้วค่ะ  เตียงนอนเด็กแรกเกิดจำเป็นหรือไม่ นอนกับพ่อแม่ได้หรือเปล่า ?  เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจเกิดความสัยขึ้นมาว่า เตียงนอนเด็กแรกเกิดนั้นมีความจำเป็นหรือไม่ สามารถให้ลูกนอนเตียงเดียวกับเราได้หรือเปล่า ? ปัจจุบันมีคำแนะนำว่าไม่ควรให้เด็กทารกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับลูก ข้อมูลจาก สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวไว้ว่า เด็กมีโอกาสเสียชีวิตจากการถูกทับโดยพ่อแม่จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต เช่น ในคุณพ่อคุณแม่บางคนที่หลับลึก นอนหลับสนิทมาก หรือรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้หลับลึก เช่น ยาแก้หวัด หรือยาชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้หลับสนิทก็อาจเผลอพลิกตัวนอนทับลูกโดยไม่รู้ตัวจนทำให้ลูกขาดอากาศหายใจได้ หรือผ้าห่มของผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักอาจไปคลุมศีรษะเด็ก ทำให้หายใจไม่สะดวก หรือมีโอกาสที่ลูกจะถูกหมอนทับหน้าทำให้ขาดอากาศหายใจได้เช่นกัน แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่นอนดิ้นและอาจเบียดลูกตกเตียงได้ ดังนั้นแล้ว เตียงนอนเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะที่แยกที่นอนลูกเป็นสัดส่วนจึงสำคัญและจำเป็นมาก ๆ […]

ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มักมีการท้องผูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ระบบการขับถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปด้วย วิธีแก้ท้องผูกสำหรับคนท้องกับ 7 อาหารช่วยให้คุณแม่ท้อง หมดปัญหาเรื่องท้องผูกอีกต่อไป ตำลึงเป็นผักไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมีขายทั่วไปที่สำคัญนำมาปรุงอาหารจานอร่อยก็แสนจะง่าย เช่น แกงจืดตำลึง ตำลึงผัด น้ำมันหอย เป็นต้น และอย่างที่รู้ดีว่า ผักใบเขียวเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนในการบำรุงสายตาและมีเส้นใยอาหารอยู่มากด้วยค่ะ กุยช่ายเพราะเป็นผักที่มีกลิ่นแรงคะแนนความนิยมอาจไม่มากแต่ประโยชน์ทางสารอาหารสิ่งที่ได้เรียกว่ามากโขค่ะ ไม่ว่าเบต้าแคโรทีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ฉะนั้นถ้าไม่ฝืนความรู้สึกเกินไปกับการกินก็ไม่น่าพลาดกับเมนูกุยช่ายผัดกับเนื้อสัตว์ ลูกพรุนไม่ว่าพรุนสด พรุนเมล็ด หรือน้ำลูกพรุนสกัดแบบสำเร็จรูป เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินแก้อาการท้องผูกที่ช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผลไม้ประเภทนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ค่ะ กล้วยผลไม้ดีๆ ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีให้เลือกหลายชนิดตามความชอบไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ที่สำคัญกินได้ทั้งปี ราคาไม่แพง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายช่วยใช้ขับถ่ายสะดวก มะละกอสุกอีกหนึ่งผลไม้หากินง่ายราคาเบาๆ มากด้วยคุณค่าด้านโภชนาการไม่ว่าวิตามินบี1 บี2 และเบต้าแคโรทีน รวมถึงประโยชน์ทางยา แก้เรื่องท้องผูก เหมาะเป็นผลไม้มื้ออาหารว่างของแม่ท้องทีเดียว น้ำนอกจากร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดยผ่านการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ระดับขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติด้วยค่ะ ข้าวกล้องบางครั้งก็เรียกว่าข้าวแดง ข้าวซ้อมมือ ข้าวอนามัย ที่มีความต่างทางสีสัน ด้านคุณค่าทางสารอาหารแบบข้าวหอม เพราะอุดมด้วยสารอาหารมีสรรพคุณเป็นยาอาหารสุภาพของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่อองกากใยอาหารในข้าวกล้องนั้นถูกค้นพบว่า มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก เป็นข้อเสนอดีๆ ในการเลือกกินค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : mother&care

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

รถเข็นเด็ก แบบไหน ขึ้นเครื่องบินได้? เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัย 6 เดือน เริ่มมีภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะพาลูกน้อยออกไปท่องเที่ยว ดูโลกกว้าง หรือพาบินลัดฟ้าไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด รถเข็นเด็ก จึงเป็นตัวช่วยให้การเดินทางของคุณและลูกน้อยสะดวกสบาย แล้วรถเข็นแบบไหนกัน ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? Babygift ได้เตรียมคำตอบรอไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ กฎของการนำ รถเข็นเด็ก ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน รถเข็นเด็กจัดเป็นสัมภาระติดตัวชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินไปได้ โดยเด็ก/ทารก 1 คน มีสิทธิ์ในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องได้ 1 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีมากกว่า 1 คัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม โดยที่รถเข็นเด็กที่นำขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพับเล็ก หรือพับใหญ่ แต่จะต้องเป็นรถเข็นที่พับได้เท่านั้น และจะต้องเป็นรถเข็นที่มีน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด โดยสามารถเช็คได้จากขนาดสัมภาระที่สายการบินอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้นั่นเองค่ะ วิธีการนำรถเข็นเด็กติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายเหตุ *แต่ละสายการบินมีนโยบายที่แตกต่างกัน รวมถึงนโยบายของสนามบินปลายทาง รวมถึงสภาพอากาศในวันที่เดินทาง กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินทุกครั้งก่อนวันออกเดินทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของท่าน รถเข็นเด็กแบบ “พับเล็ก” สามารถนำเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead bin) ได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ค่ะ หากรถเข็นเมื่อพับแล้วมีขนาดเล็ก ตามขนาดสัมภาระที่สายการบินกำหนด […]

หลายครั้งที่เห็น ลูกร้องไห้ ชอบโวยวายเวลาถูกขัดใจในที่สาธารณะ บางครั้งถึงกับลงไปนอนดิ้นบนพื้นกันเลย ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับผู้ปกครอง เรียกว่าเป็นพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะทำความทำเข้าใจในวัยของลูกก่อน ซึ่งการเตรียมพร้อมรับมือและฝึกลูกสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้าง EQ ให้ลูกได้ ให้ลูกได้รู้จักอารมณ์ของตนเอง และฝึกควบคุมหรือระงับอารมณ์ของตนเองได้ ลูกร้องไห้ ดิ้นบนพื้นในที่สาธารณะ จะแก้ไขอย่างไรดี เด็กวัยไหน ร้องไห้อาละวาดบ่อยที่สุด ลูกร้องไห้ อาละวาดในเด็ก จะพบได้ตั้งแต่อายุ 12 – 18 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะพบบ่อยในช่วงอายุ 2 – 3 ปี ซึ่งมีสถิติพบว่า เด็กประมาณ 50-80% จะมีการร้องอาละวาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุ 4 ปี ซึ่งส่วนใหญ่การร้องอาละวาดของเด็กมักจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สาเหตุ ลูกร้องไห้ อาละวาดดิ้นบนพื้น เป็นพัฒนาการปกติที่เด็กเริ่มมีความรู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเอง (Autonomy) แต่วัย 1 – 3 ปี จะยังไม่สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้ดีนัก […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid