ทารกผิวแห้ง ดูแลอย่างไร? ให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง

วิธีดูแลทารกผิวแห้ง

คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง

ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่

โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่

สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก

สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก

อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้

สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง

การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้

การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป

การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม

ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้

ผิวขาดน้ำจากภายใน

แม้ว่าทารกผิวแห้ง ส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่หากลูกน้อยได้รับนมแม่หรือนมผงไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำจากภายใน ซึ่งจะแสดงออกให้เห็นถึงอาการผิวแห้งลอกตามมาได้ การดูแลให้ลูกน้อยได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว

การแพ้หรือระคายเคืองจากผ้าอ้อม

ผื่นผ้าอ้อมที่เกิดจากการสัมผัสความเปียกชื้นของปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเวลานาน ร่วมกับการเสียดสี สามารถทำให้ผิวบอบบาง ในบริเวณนั้นเกิดการอักเสบและเป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และลอกเป็นขุยได้ แม้แต่การแพ้สารบางชนิดในผ้าอ้อมก็เป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นให้เกิดผิวแห้งลอกได้เช่นกัน

สัญญาณเตือนว่าลูกน้อยมีภาวะผิวแห้ง

คุณแม่มือใหม่ ควรหมั่นสังเกตผิวของลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ หมายความว่าลูกน้อยกำลังมีภาวะทารกผิวแห้งที่ต้องการการดูแลและแก้ไขอย่างถูกวิธีโดยด่วน

ผิวลอกเป็นขุยตามแก้ม แขน และขา

นี่คือสัญญาณที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดของทารกผิวแห้ง โดยผิวจะเริ่มมีลักษณะแห้งสาก ลอกเป็นขุยขาว ๆ หรือเป็นแผ่นเล็ก ๆ ตามบริเวณที่สัมผัสอากาศบ่อย เช่น แก้ม แขน และขา ซึ่งบ่งบอกว่าผิวชั้นนอกกำลังสูญเสียความชุ่มชื้น และเริ่มหลุดลอกออกมาอย่างชัดเจน

ผื่นแดงหรือแตกลาย

เมื่อภาวะทารกผิวแห้งมีความรุนแรงมากขึ้น ผิวอาจเริ่มมีอาการแดง มีรอยแตกลายคล้ายแผนที่ หรือมีลักษณะหยาบกร้าน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเกราะป้องกันผิวถูกทำลายอย่างหนัก และเกิดการอักเสบขึ้นแล้ว ผิวแห้งลอก ในลักษณะนี้ต้องการโลชั่นบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษ

ลูกงอแงเพราะคันและไม่สบายตัว

อาการคันที่มาพร้อมกับทารกผิวแห้ง มักจะทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัว งอแง ร้องไห้ผิดปกติ หรือพยายามเกาตามร่างกาย โดยเฉพาะตอนกลางคืน คุณแม่มือใหม่ควรสังเกตความผิดปกติในการนอนของลูก เพราะความไม่สบายผิวอาจเป็นสาเหตุหลักที่รบกวนการพักผ่อนของลูกรัก

ผื่นผ้าอ้อมเกิดซ้ำแม้ดูแลความสะอาดแล้ว

การเกิดผื่นผ้าอ้อมซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดอย่างดี อาจเป็นสัญญาณว่าผิวบอบบางบริเวณนั้นมีภาวะทารกผิวแห้ง และมีเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอ ทำให้ไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ ซึ่งต้องการการบำรุงผิวที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำความสะอาด

วิธีดูแลและป้องกันทารกผิวแห้ง

วิธีดูแลและป้องกันทารกผิวแห้ง

การดูแลและป้องกันทารกผิวแห้งต้องเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และการเลือกใช้สินค้าแม่และเด็กที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อผิวบอบบางโดยเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างความชุ่มชื้น และเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

วิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง

วิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง

ควรอาบน้ำให้ลูกด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัด และจำกัดเวลาอาบน้ำให้สั้นที่สุด ไม่ควรเกิน 5-10 นาที ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสำหรับเด็กที่มีค่า pH เป็นกลาง และไม่มีส่วนผสมของสบู่หรือน้ำหอม หลังอาบน้ำให้ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับผิวลูกเบา ๆ แค่พอหมาด โดยไม่เช็ดหรือถูผิวแรง ๆ

เลือกโลชั่นและครีมบำรุงผิวที่ปลอดภัย

ควรทาโลชั่นบำรุงผิว หรือครีมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ ภายใน 3 นาที ขณะที่ผิวยังคงมีความชื้นอยู่ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้นานที่สุด โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดต่อผิวบอบบาง

ใช้ผ้าอ้อมที่ระบายอากาศดีและขนาดพอดี

การเลือกผ้าอ้อมที่มีคุณสมบัติระบายอากาศที่ดีเยี่ยมและมีขนาดที่กระชับพอดีตัว จะช่วยลดการสะสมของความอับชื้น และลดการเสียดสีที่นำไปสู่ผื่นผ้าอ้อม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทารกผิวแห้ง การเปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่ลูกขับถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย

เลือกเสื้อผ้าที่เป็นผ้าฝ้าย 100% ระบายอากาศได้ดี

ให้ลูกน้อยสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย (Cotton 100%) เพราะเป็นวัสดุที่อ่อนนุ่ม ไม่ระคายเคืองต่อผิวบอบบาง และระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดผดผื่นและทารกผิวแห้งที่เกิดจากความร้อนสะสม นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มสำหรับเด็กโดยเฉพาะ

อุณหภูมิห้องที่เหมาะสม

ควรควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่เย็นจัด และถ้าหากมีการใช้เครื่องปรับอากาศ ควรใช้เครื่องเพิ่มความชุ่มชื้ในอากาศ (Humidifier) ควบคู่ไปด้วย เพื่อเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในห้อง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผิวของทารกผิวแห้ง สูญเสียน้ำไปให้กับอากาศที่แห้งจนเกิดปัญหาผิวแห้งลอก

สรุปบทความ

การดูแลทารกผิวแห้งต้องอาศัยความเข้าใจในผิวบอบบางของลูกน้อย และการดูแลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การอาบน้ำ การเลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ไปจนถึงการใช้โลชั่นบำรุงผิว เพื่อเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวลูกแข็งแรง การมีสินค้าแม่และเด็กที่เหมาะสมก็เป็นตัวช่วยสำคัญ BabyGift คือผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจลึกถึงปัญหาทารกผิวแห้งของคุณแม่มือใหม่ เรามุ่งมั่นคัดสรรนวัตกรรมและให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เราอยู่เคียงข้างคุณเสมอเพื่อช่วงเวลาเลี้ยงลูกที่มีความสุขที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

เด็กทารกผิวแห้งทำยังไง

ควรดูแลโดยเน้นการเติมความชุ่มชื้น ด้วยโลชั่นบำรุงผิวที่อ่อนโยนเป็นประจำหลังอาบน้ำ และปรับพฤติกรรมการอาบน้ำไม่ให้ร้อนหรือนานเกินไป

ผิวทารกแรกเกิดแห้งลอก ปกติไหม

ผิวแห้งลอกในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องปกติ โดยเกิดจากการปรับตัวหลังคลอด แต่หากไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางดูแลที่เหมาะสม

ทำไมผิวของทารกถึงมีสีชมพู

ผิวของทารกมักมีสีชมพูเพราะชั้นผิวหนังยังบางมาก ทำให้มองเห็นเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวได้ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผิวบอบบางในวัยนี้

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

แม้ผู้หญิงจะตั้งครรภ์ ก็ต้องดูแลความสวย ความงาม และดูแลตัวเองอยู่เสมอ แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ตลอด เพราะตามธรรมชาติเค้าสร้างผู้หญิงขึ้นมาเพื่อเกิดมาตั้งครรภ์ ให้กำเนิดบุตร โดยเฉพาะช่วง 9 เดือนที่ตั้งครรภ์ ร่างกายของเราจะถูกเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด บางอย่างก็ไม่อยากให้เกิด โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณการแตกลายของบริเวณท้องนั้นเป็นสิ่งที่คุณแม่กังวลเป็นอย่างมาก แต่วิธีป้องกันคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ถ้าท้องเราเกิดแตกลายขึ้นมาแล้วจะแก้ไขอย่างไรดี ท้องลาย หรือ รอยผิวแตกลาย เป็นเส้นที่ปรากฏบริเวณผิวหนังหน้าท้อง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่มาพร้อมกับการขยายขนาดของหน้าท้องอย่างรวดเร็ว รอยแตกลายจะเป็นริ้วสีขาว สีชมพู สีแดง สีม่วง หรือสีน้ำตาล ตามแต่สภาพผิวหนัง ความตึงของผิวหนังบริเวณนั้น ของแต่ละคน สาเหตุท้องลาย ท้องลาย เป็นการฉีกขาดของผิวหนังชั้นหนังแท้ที่อยู่ลึกลงไปบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเกิดจากการขยายขนาดของท้องทำให้เห็นเส้นเลือดที่อยู่ในชั้นลึกลงไป จึงเห็นเป็นลายเข้ม ต่อมาเส้นเลือดหดตัวจึงเห็นพื้นที่ขาวมากขึ้น โดยท้องลายเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 3 (อายุครรภ์ 7-9 เดือน) น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ท้องลายเป็นเพียงรอยแตกลายที่เกิดขึ้นและจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ไม่สามารถกำจัดรอยที่เคยมีออกไปได้ทั้งหมด หรือเมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ทางออกในการแก้ปัญหาท้องลาย 1. ควบคุมอาหาร คุณแม่ตั้งครรภ์ควรควบคุมเรื่องอาหาร ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งคุณแม่และลูกน้อย ไม่ควรกินอาหารที่เพิ่มน้ำหนักมากๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณท้องขยายเร็ว […]

คาร์ซีทออร์แกนิค เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญ เพราะนอกจากระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันต่างๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อคาร์ซีทแล้ว เนื้อผ้าของคาร์ซีทก็เป็นอีกปัจจัยที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ว่าทำมาจากวัสดุชนิดใด เนื่องจากผิวลูกน้อยบอบบางกว่าผิวผู้ใหญ่ถึงหลายเท่า มีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือติดเชื้อได้ง่าย เพราะยังไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอ คุณพ่อคุณแม่ จึงต้องใส่ใจและพิจารณาวัสดุที่จะมาสัมผัสกับผิวลูกน้อยเป็นอย่างดี            ผ้าฝ้าย Organic หรือผ้าที่ทำจากฝ้าย Organic 100%  เป็นผ้าที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะทำให้ผ้าฝ้ายที่ได้มานั้น ปลอดจากสารพิษ และยาฆ่าแมลง ที่เป็นตัวการสำคัญที่จะทำร้ายสุขภาพของลูกน้อย ซึ่งองค์กรผู้บริโภคสินค้าออร์แกนิค (The Organic Consumers Association) ยังแนะนำให้ใช้เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าออร์แกนิคคอตตอน หรือผ้าฝ้าย Organic 100% เป็นทางเลือกแรกอีกด้วย คาร์ซีทออร์แกนิค มีข้อดีอย่างไรบ้าง 1. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้           จากข้อมูลในรัฐแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่าในการปลูกฝ้ายด้วยวิธีธรรมดาทั่วไปจะมีการใช้ยาฆ่าแมลง โดยเฉลี่ยต่อปีจะมีการมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านเหรียญ และผลการทดสอบยาฆ่าแมลงจำนวน 5 […]

แม้ตอนนี้ข่าว PM2.5 จะดูซาๆ ลงไป เพราะมีข่าวดังอย่าง COVID-19 มาแทนที่ แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะเจ้าฝุ่นนี้ก็ยังคงไม่ได้หายไปไหนนะคะ ความน่ากลัวคือเจ้าฝุ่นนี้มันมีขนาดเล็กมาก มากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูของจริง เพราะถึงจะมีขนาดเล็ก แต่ภัยร้ายนั้นขอบอกว่าเพียบ โดยเฉพาะต่อกลุ่มเสี่ยงอย่าเด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา ส่วนหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นเป้าหมายของเจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้ก็เพราะ ในช่วงตั้งครรภ์นี้คุณแม่จะมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติค่ะ ทำให้เวลาคุณแม่หายใจเอาเจ้าฝุ่นเล็กๆ เหล่านี้เข้าไป มันจะส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณแม่ได้รุนแรงกว่าคนทั่วไป เรามาดูกันดีกว่าว่าโรคร้ายอะไรบ้างที่อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 ได้ โรคร้ายที่สามารถเกิดได้จากฝุ่น PM2.5 1. โรคมะเร็งปอด เมื่อเราหายใจนำฝุ่นเข้าไป ฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเหล่านี้จะสามารถวิ่งเข้าไปได้ลึกถึงถุงลมปอดเลยล่ะค่ะ ซ้ำร้าย บางส่วนของฝุ่นอาจจะซึมผ่านถุงลมปอดเข้าไปในกระแสเลือดอีก ทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันต่างๆ ตามมา และการที่ฝุ่นเข้าไปนี้เองที่ทำให้ระบบในร่างกายแปรปรวนจนทำให้เซลล์พยายามกลายพันธุ์ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นที่จะเปลี่ยนเป็นมะเร็งเลยนะ 2. โรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างที่บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าฝุ่น PM2.5 นั้นสามารถซึมผ่านถุงลมปอดได้ง่ายๆ ทำให้มันสามารถแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างกายโดยเฉพาะในกระแสเลือด เมื่อสะสมเป็นจำนวนมากๆ เข้า จะทำให้เส้นเลือดอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากปล่อยให้เรื้อรังอาจเกิดเส้นเลือดตีบได้เลยค่ะ 3. โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจเป็นโรคที่เกิดจาก PM2.5 ที่พบได้มากที่สุด เนื่องจากทางเดินหายใจเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับเจ้าฝุ่นพวกนี้ การที่เราหายใจเอาฝุ่นเข้าไปจำนวนมากนั้นจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายจมูก โรคทางเดินหายใจที่เรารู้จักกันดี […]

การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]

คุณแม่รู้ไหม? เรื่องนอนของลูกน้อยทารกสำคัญมากพอๆ กับเรื่องการกินที่ดีเลยทีเดียว  เพราะการนอน มีผลทั้งต่อสุขภาพร่างกาย พัฒนาการ อารมณ์จิตใจ และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ในอนาคตของลูกน้อย เพราะการให้ลูกน้อยได้นอนหลับเต็มที่ หลับสนิทและยาวนาน จะทำให้ Growth Hormone ในร่างกายลูกน้อยหลั่งออกมาได้ดี ส่งผลช่วยให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง  นอกจากนี้การที่ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทเต็มที่ ยังทำให้สมองพัฒนาได้ดี ทำให้ลูกตื่นมาอารมณ์ดี เป็นเด็กที่สดใสและเลี้ยงง่ายอีกด้วย ดังนั้นคุณแม่จึงต้องใส่ใจเรื่องการนอนของลูกน้อย ด้วยการให้ลูกได้นอนหลับสบายเต็มที่ยาวนาน ไม่มีสิ่งต่างๆ มารบกวน  โดยเฉพาะการเลือกเครื่องนอนหรือเปลนอนให้ลูก ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยต้องเลือกเปลที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ปลอดภัย ลูกน้อยหลับได้ยาวนาน  และยิ่งเป็นเปลที่ทำให้เบบี๋นอนหลับได้ง่าย เคลื่อนย้ายได้ แถมคุณแม่ไม่ต้องอุ้มเดินกล่อมลูกนอนให้ยุ่งยากต่อไป …นี่แหล่ะเปลนอนในดวงใจของทั้งคุณแม่และคุณลูก เปลนอนทารกมีกี่แบบ? 1. เปลหิ้ว หรือเปลตะกร้า เปลที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกนอนแล้วหิ้วเดิน หรือหิ้วไปใส่ในคาร์ซีทหรือรถเข็นได้ มีน้ำหนักเบา มีหูจับหิ้วสะดวก พกพาง่าย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทำให้ใช้งานได้ไม่ยาวนานนัก 2. เปลไกว เปลไกว คือเปลนอนสำหรับเด็กที่สามารถแกว่งโยกไปมาได้ เป็นการเคลื่อนไหวคล้ายขณะที่ลูกทารกยังอยู่ในท้องแม่  เพื่อช่วยคุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกนอน โดยไม่ต้องอุ้มโยกกล่อมลูกน้อย ซึ่งเปลไกวมีการพัฒนาหลายแบบ ทั้งเปลไกวตั้งพื้นขนาดเล็กเฉพาะตัวลูก เปลไกวแบบลูกกรง […]

พอรู้ว่าตั้งท้อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักอยากจะทราบเป็นอันดับแรกก็คือเพศของลูกในท้องใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราตั้งใจจะมาพูดถึงวิธีสนุกๆ ที่ไม่ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีที่อิงความเชื่อล้วนๆ ฮิตกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม่นไม่แม่น ไม่รู้ แต่ก็สนุกดีค่ะ ถือว่าคลายเครียดกันเนอะ (เอ๊ะ หรือจะทำให้เครียดกว่าเดิม?) 9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวิธีเหล่านี้เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณที่ตอนนั้นวิทยาการก็ยังไม่ค่อยจะล้ำสมัยซักเท่าไหร่ ถือว่าทำเอาเล่นๆ ขำๆ ละกันนะคะ ถ้าคุณแม่อยากทราบเพศลูกที่ชัวร์ๆ ก็ลองปรึกษาขอ คุณหมอตรวจโครโมโซมหรือเจาะน้ำคร่ำดูก็ได้ค่ะ เพราะสองวิธีนี้ให้ผลแม่นยำถึง 99.4% เลยล่ะ แม่นยิ่งกว่าการบอกเพศจากการอัลตร้าซาวด์อีกนะ แต่ต่อให้ลูกจะคลอดออกมาเป็นเพศไหน เราก็มั่นใจว่าคุณแม่ทุกท่านจะรักลูกจนหมดหัวใจแน่นอน

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid