ขวดนม เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย (อัปเดต 2026)
การเลือกขวดนม อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้ง “พัฒนาการ” และ “สุขภาพ” ของลูกน้อยโดยตรง โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังสงสัยว่า ขวดนม มีกี่แบบ? กี่ประเภท? กี่วัสดุ? และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับวัยของลูก
บทความนี้จะช่วยอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับขวดนมแบบเข้าใจง่าย อ่านจบสามารถเลือกขวดนมให้ลูกได้อย่างมั่นใจค่ะ
ทำไมลูกน้อยถึงต้องใช้ขวดนม
- ใช้เมื่อต้องให้นมแทนคุณแม่
- ช่วยให้พ่อหรือผู้ดูแลคนอื่นสามารถให้นมลูกได้
- เหมาะกับคุณแม่ทำงานหรือจำเป็นต้องปั๊มนมเก็บไว้
- ช่วยควบคุมปริมาณนมที่ลูกได้รับในแต่ละมื้อ
ขวดนมจึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนมผงเป็นเรื่องง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น
ขวดนมมีกี่แบบ? แบ่งตาม “รูปทรงขวด”
ขวดนมสามารถแบ่งตามรูปทรงได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกัน

1. ขวดนมทรงตรง
- รูปทรงมาตรฐาน
- ล้างง่าย
- ราคาย่อมเยา
- เหมาะกับเด็กแรกเกิดและการใช้งานทั่วไป

2. ขวดนมทรงคอด หรือทรงจับถนัดมือ
- ออกแบบให้เด็กจับเองได้ง่าย
- ลดการลื่นหลุดจากมือ
- เหมาะกับเด็กวัย 4–6 เดือนขึ้นไป

3. ขวดนมป้องกันโคลิค (Anti-Colic)
- มีระบบวาล์วหรือช่องระบายอากาศ
- ลดการกลืนลม
- ช่วยลดอาการท้องอืด จุกเสียด
- เหมาะกับเด็กที่ร้องงอแงบ่อยหลังดูดนม
ขวดนมมีกี่ประเภท? แบ่งตาม “การใช้งาน”
นอกจากรูปทรงแล้ว ขวดนมยังแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อีกด้วย

1. ขวดนมสำหรับทารกแรกเกิด
- ความจุเล็ก (ประมาณ 2–4 ออนซ์)
- ใช้จุกนมไหลช้า
- ช่วยให้ลูกดูดนมอย่างเป็นธรรมชาติ

2. ขวดนมสำหรับเด็กโต
- ความจุใหญ่ขึ้น (6–9 ออนซ์ขึ้นไป)
- รองรับการดูดแรงขึ้น
- ใช้ได้เมื่อเด็กเริ่มกินนมมากขึ้น

3. ขวดนมเสมือนเต้านมแม่ (Breastmilk Bottle)
- จุกนมออกแบบเลียนแบบเต้าแม่
- ลดปัญหาสับสนหัวนม
- เหมาะสำหรับแม่ที่ให้นมแม่เป็นหลัก
ขวดนมมีกี่วัสดุ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
วัสดุของขวดนมเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ควรพิจารณา

1. ขวดนมพลาสติก (PP / PPSU)
- น้ำหนักเบา
- ไม่แตกง่าย
- เหมาะกับการพกพา
- ควรเลือกแบบ BPA Free
ข้อควรระวัง: เมื่อใช้ไปนานอาจเกิดรอยขีดข่วน ควรเปลี่ยนตามระยะเวลา

2. ขวดนมแก้ว
- ปลอดภัยสูง
- ไม่ดูดกลิ่น ไม่ดูดสี
- ทนความร้อนดี
- ทำความสะอาดง่าย
เหมาะกับ: ใช้ในบ้าน หรือวางประจำจุดให้นม

3. ขวดนมซิลิโคน
- นุ่ม ยืดหยุ่น
- ปลอดภัยสูง
- ทนความร้อน
- เหมาะกับเด็กแพ้พลาสติก
ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่าวัสดุอื่นเล็กน้อย
เลือกขวดนมให้เหมาะกับลูกน้อยแต่ละช่วงวัย
- เด็กแรกเกิด – 3 เดือน
- ขวดขนาดเล็ก
- จุกนมไหลช้า
- ขวดน้ำหนักเบา
- เด็ก 3 – 6 เดือน
- เพิ่มขนาดขวด
- จุกนมไหลปานกลาง
- เริ่มใช้ขวดทรงจับถนัดมือ
- เด็ก 6 เดือนขึ้นไป
- ขวดขนาดใหญ่
- เด็กเริ่มถือขวดเอง
- ควรเลือกขวดที่ทนและจับง่าย
จุกนมสำคัญแค่ไหน ควรเลือกอย่างไร

ประเภทของจุกนม
- จุกนมไหลช้า (Newborn / Slow Flow)
- รูเล็กมาก (มักมี 1 รูเล็ก)
- น้ำนมไหลออกช้าและสม่ำเสมอ
- ต้องอาศัยแรงดูดจากลูกจริง ๆ
- เหมาะกับเด็กแรกเกิด – ประมาณ 3 เดือน / เด็กที่กินนมช้า หรือดูดไม่แรง
- จุกนมไหลปานกลาง (Medium Flow)
- รูขนาดกลาง (1–2 รู ขึ้นกับแบรนด์)
- น้ำนมไหลสม่ำเสมอมากขึ้น
- ไม่ต้องออกแรงดูดมาก
- เหมาะกับเด็กวัย 3 – 6 เดือน / เด็กที่เริ่มดูดนมและควบคุมการกลืนได้ดีขึ้น
- จุกนมไหลเร็ว (Fast Flow)
- รูใหญ่ หรือมีหลายรู
- น้ำนมไหลออกเร็ว
- ใช้แรงดูดน้อยลง
- เหมาะกับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป / เด็กที่ดูดแรง และควบคุมการกลืนได้ดีแล้ว
ควรเปลี่ยนจุกนมเมื่อไหร่
- เมื่อจุกนมเริ่มเสื่อม
- เมื่อลูกโตขึ้นและดูดแรงขึ้น
- เมื่อพบว่าลูกดูดนมไม่ทันหรือหงุดหงิด
วิธีเลือกขวดนมที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย
- เลือกขวดนม BPA Free
- ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเด็ก
- ไม่มีสารเคมีอันตราย
- มีอะไหล่และหัวนมเปลี่ยนได้ง่าย
ควรเตรียมขวดนมกี่ขวด
- เด็กแรกเกิด: 4–6 ขวด
- เด็กโตขึ้น: 3–4 ขวดก็เพียงพอ
คำถามที่พ่อแม่มือใหม่ถามบ่อย (FAQ)
- ควรเลือกขวดขนาดเล็ก หัวนมไหลช้า และวัสดุปลอดภัย เช่น พลาสติก BPA Free หรือแก้ว
- ขวดแก้วปลอดภัยและทนความร้อน แต่หนักกว่า ส่วนขวดพลาสติกเบา พกพาง่าย เลือกตามไลฟ์สไตล์การใช้งาน
- เมื่อพบรอยร้าว กลิ่น หรือใช้งานมานาน 6–12 เดือน ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย
สรุป: ขวดนมแบบไหนเหมาะกับลูกน้อยของคุณที่สุด
การเลือกขวดนมที่ดีควรพิจารณาจาก
- อายุและพัฒนาการของลูก
- วัสดุที่ปลอดภัย
- รูปทรงที่เหมาะกับการใช้งาน
- ไลฟ์สไตล์ของครอบครัว
การเลือกขวดนมที่เหมาะกับลูกน้อยไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือเรื่องของ ความปลอดภัย ความสบายในการดูด และพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัย หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกขวดนมแบบไหน วัสดุอะไร หรือขนาดใดเหมาะกับลูกที่สุด สามารถแวะมาเลือกชมและทดลองสินค้าจริงได้ที่ร้าน BabyGift ทั้ง 4 สาขาพร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเลือกช้อปสะดวกสบายผ่าน ช่องทางเว็บไซท์ของ BabyGift ได้ทุกที่ ทุกเวลา
เพราะทุกการเลือกของคุณ คือการดูแลที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย
ให้ BabyGift เป็นผู้ช่วยดูแลคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่วันแรกไปด้วยกันค่ะ ❤️
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร? เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม ข้อดี […]
เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่ สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ ! 1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% […]
บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าทุกท่าน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลที่จำเป็นของท่าน เพื่อระบุตัวบุคคลตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ แห่งราชอาณาจักรไทย นโยบายความเป็นส่วนตัวอธิบายถึงวิธีที่เราเก็บข้อมูล นำมาใช้ และ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (ในบางกรณี) โดยนโยบายนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนการกระทำกับข้อมูลส่วนบุคคล และสุดท้ายนโยบายนี้จะอธิบายถึงตัวเลือกที่ท่านสามารถเลือกได้เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของท่านเอง การปกป้องดูแลข้อมูลส่วนตัวของท่านเปรียบเสมือนความไว้วางใจที่ท่านมีให้เราและเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นเราจึงจะขอใช้เพียงข้อมูลบางส่วนของท่านอันได้แก่ ชื่อ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เราได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เราจึงเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกรรมของเรากับท่านเท่านั้น ทางเราจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลาตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือ เป็นระยะเวลาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลนั้นๆ ท่านสามารถเยี่ยมชมและท่องเว็บไซต์ของเราได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยตลอดการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ท่านจะอยู่ในฐานะผู้ไม่เปิดเผยตัวตน และไม่สามารถระบุตัวตนได้ตลอดเวลา จนกว่าท่านจะลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้ และได้เข้าสู่ระบบด้วยชื่อบัญชีและรหัสผ่านของท่านเอง คลังข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมรู้เห็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้เก็บไว้โดยเด็ดขาด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บไว้จะได้รับการเปิดเผยเฉพาะภายในเครือบริษัทของเราเพื่อการดำเนินการภายในเท่านั้น เมื่อท่านได้สร้างบัญชีผู้ใช้กับบริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บไว้ มีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เพศ, อายุ, เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, สัญชาติ เป็นต้น ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น […]
เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนคงเคยฝึกการอาบน้ำเด็กอ่อนจากคลินิกฝากครรภ์ หรือ จากโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ต้องเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อที่จะได้อาบน้ำสระผมให้กับลูกน้อยของเราอย่างถูกวิธีและมีความปลอดภัย ซึ่งการอาบน้ำเด็กแรกเกิดนั้น ก็มีขั้นตอนและวิธีการที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถทำตามได้อย่างแน่นอน อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้าง ในบทความนี้เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากค่ะ ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มาดูขั้นตอนการอาบน้ำเด็กแรกเกิดยังไง ให้ถูกวิธี คุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางคนอาจจะมีความกังวลในเรื่องของการอาบน้ำให้เด็กอ่อนหรือ เด็กแรกเกิด เพราะว่าเด็กเล็กนั้นมีร่างกายบอบบาง ยังไม่แข็งแรง หากอาบน้ำไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้ลูกน้อยของเราไม่สบายได้ อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดชำระร่างกาย และดูแลสุขอนามัยของเด็กแรกเกิดนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงแต่ว่าเด็กเล็กมีผิวที่บอบบาง จึงเสี่ยงต่อการระคายเคืองได้ง่าย ทั้งนี้ เด็กเล็กยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงอาจไม่สบายได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จึงจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิด ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยของลูกน้อย แล้วจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง มีวิธีการอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการอาบน้ำเด็กแรกเกิด วิธีอาบน้ำเด็กแรกเกิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำตามได้ไม่ยาก 1. ให้คุณแม่ หรือ คนที่จะอาบน้ำให้เด็ก เตรียมตัวให้พร้อมผู้ที่จะอาบน้ำให้เด็กเล็กควรถอดเครื่องประดับออกให้หมด ทั้งนาฬิกา แหวน สร้อยข้อมือ เพื่อป้องกันไม่ให้ไปขีดข่วนโดนตัวเด็ก พร้อมกับล้างมือถูสบู่ให้สะอาดก่อนอาบน้ำให้เด็กทุกครั้ง ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ หรือ ผู้ดูแลควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการข่วนผิวหนังของเด็กด้วยค่ะ […]
ทารกแรกเกิดถึง 28 วัน เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างมาก จากที่อยู่ในท้องคุณแม่อย่างอบอุ่นถึง 9 เดือน ออกมาเจอสภาพแวดล้อมภายนอก คุณแม่จึงจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างอ่อนโยนเลยนะคะ อย่าง วิธีอาบน้ำทารก เรื่องดูแลทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ วิธีอาบน้ำทารก ควรอาบน้ำวันละกี่ครั้ง คุณแม่มือใหม่ คุณพ่อมือใหม่ คงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ว่าทารกแรกเกิดควรอาบน้ำเช้า-เย็นหรือไม่ จริง ๆ แล้วเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน ควรจะอาบแค่วันละ 1 ครั้ง อาบในช่วงสายหรือบ่ายของวันเลยค่ะ และเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปสามารถอาบน้ำได้วันละ 2 ครั้ง ส่วนการสระผมเด็กแรกเกิด – 2 เดือน สระเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้นค่ะ อุปกรณ์อาบน้ำเด็กแรกเกิด อ่างอาบน้ำใส่น้ำอุ่น อ่างอาบน้ำเด็ก ควรจะกันกระแทกได้ดี อาจจะมีแผ่นวัดอุณหภุมิน้ำ ช่วยทำให้คุณแม่หรือพี่เลี้ยงเตรียมน้ำให้น้องได้ง่าย ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพผิวทารก สบู่เหลวอาบน้ำเด็กแรกเกิด ต้องมีความอ่อนโยน ค่า pH […]
