ขวดนม เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย (อัปเดต 2026)

การเลือกขวดนม อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้ง “พัฒนาการ” และ “สุขภาพ” ของลูกน้อยโดยตรง โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังสงสัยว่า ขวดนม มีกี่แบบ? กี่ประเภท? กี่วัสดุ? และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับวัยของลูก

บทความนี้จะช่วยอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับขวดนมแบบเข้าใจง่าย อ่านจบสามารถเลือกขวดนมให้ลูกได้อย่างมั่นใจค่ะ

ทำไมลูกน้อยถึงต้องใช้ขวดนม

  • ใช้เมื่อต้องให้นมแทนคุณแม่
  • ช่วยให้พ่อหรือผู้ดูแลคนอื่นสามารถให้นมลูกได้
  • เหมาะกับคุณแม่ทำงานหรือจำเป็นต้องปั๊มนมเก็บไว้
  • ช่วยควบคุมปริมาณนมที่ลูกได้รับในแต่ละมื้อ

ขวดนมจึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนมผงเป็นเรื่องง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น

ขวดนมมีกี่แบบ? แบ่งตาม “รูปทรงขวด”

ขวดนมสามารถแบ่งตามรูปทรงได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกัน

1. ขวดนมทรงตรง

  • รูปทรงมาตรฐาน
  • ล้างง่าย
  • ราคาย่อมเยา
  • เหมาะกับเด็กแรกเกิดและการใช้งานทั่วไป

2. ขวดนมทรงคอด หรือทรงจับถนัดมือ

  • ออกแบบให้เด็กจับเองได้ง่าย
  • ลดการลื่นหลุดจากมือ
  • เหมาะกับเด็กวัย 4–6 เดือนขึ้นไป

3. ขวดนมป้องกันโคลิค (Anti-Colic)

  • มีระบบวาล์วหรือช่องระบายอากาศ
  • ลดการกลืนลม
  • ช่วยลดอาการท้องอืด จุกเสียด
  • เหมาะกับเด็กที่ร้องงอแงบ่อยหลังดูดนม

ขวดนมมีกี่ประเภท? แบ่งตาม “การใช้งาน”

นอกจากรูปทรงแล้ว ขวดนมยังแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อีกด้วย

1. ขวดนมสำหรับทารกแรกเกิด

  • ความจุเล็ก (ประมาณ 2–4 ออนซ์)
  • ใช้จุกนมไหลช้า
  • ช่วยให้ลูกดูดนมอย่างเป็นธรรมชาติ

2. ขวดนมสำหรับเด็กโต

  • ความจุใหญ่ขึ้น (6–9 ออนซ์ขึ้นไป)
  • รองรับการดูดแรงขึ้น
  • ใช้ได้เมื่อเด็กเริ่มกินนมมากขึ้น

3. ขวดนมเสมือนเต้านมแม่ (Breastmilk Bottle)

  • จุกนมออกแบบเลียนแบบเต้าแม่
  • ลดปัญหาสับสนหัวนม
  • เหมาะสำหรับแม่ที่ให้นมแม่เป็นหลัก

ขวดนมมีกี่วัสดุ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

วัสดุของขวดนมเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ควรพิจารณา

1. ขวดนมพลาสติก (PP / PPSU)

  • น้ำหนักเบา
  • ไม่แตกง่าย
  • เหมาะกับการพกพา
  • ควรเลือกแบบ BPA Free

ข้อควรระวัง: เมื่อใช้ไปนานอาจเกิดรอยขีดข่วน ควรเปลี่ยนตามระยะเวลา

2. ขวดนมแก้ว

  • ปลอดภัยสูง
  • ไม่ดูดกลิ่น ไม่ดูดสี
  • ทนความร้อนดี
  • ทำความสะอาดง่าย

เหมาะกับ: ใช้ในบ้าน หรือวางประจำจุดให้นม

3. ขวดนมซิลิโคน

  • นุ่ม ยืดหยุ่น
  • ปลอดภัยสูง
  • ทนความร้อน
  • เหมาะกับเด็กแพ้พลาสติก

ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่าวัสดุอื่นเล็กน้อย

เลือกขวดนมให้เหมาะกับลูกน้อยแต่ละช่วงวัย

  • เด็กแรกเกิด – 3 เดือน
    • ขวดขนาดเล็ก
    • จุกนมไหลช้า
    • ขวดน้ำหนักเบา
  • เด็ก 3 – 6 เดือน
    • เพิ่มขนาดขวด
    • จุกนมไหลปานกลาง
    • เริ่มใช้ขวดทรงจับถนัดมือ
  • เด็ก 6 เดือนขึ้นไป
    • ขวดขนาดใหญ่
    • เด็กเริ่มถือขวดเอง
    • ควรเลือกขวดที่ทนและจับง่าย

จุกนมสำคัญแค่ไหน ควรเลือกอย่างไร

ประเภทของจุกนม

  • จุกนมไหลช้า (Newborn / Slow Flow)
    • รูเล็กมาก (มักมี 1 รูเล็ก)
    • น้ำนมไหลออกช้าและสม่ำเสมอ
    • ต้องอาศัยแรงดูดจากลูกจริง ๆ
    • เหมาะกับเด็กแรกเกิด – ประมาณ 3 เดือน / เด็กที่กินนมช้า หรือดูดไม่แรง
  • จุกนมไหลปานกลาง (Medium Flow)
    • รูขนาดกลาง (1–2 รู ขึ้นกับแบรนด์)
    • น้ำนมไหลสม่ำเสมอมากขึ้น
    • ไม่ต้องออกแรงดูดมาก
    • เหมาะกับเด็กวัย 3 – 6 เดือน / เด็กที่เริ่มดูดนมและควบคุมการกลืนได้ดีขึ้น
  • จุกนมไหลเร็ว (Fast Flow)
    • รูใหญ่ หรือมีหลายรู
    • น้ำนมไหลออกเร็ว
    • ใช้แรงดูดน้อยลง
    • เหมาะกับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป / เด็กที่ดูดแรง และควบคุมการกลืนได้ดีแล้ว

ควรเปลี่ยนจุกนมเมื่อไหร่

  • เมื่อจุกนมเริ่มเสื่อม
  • เมื่อลูกโตขึ้นและดูดแรงขึ้น
  • เมื่อพบว่าลูกดูดนมไม่ทันหรือหงุดหงิด

วิธีเลือกขวดนมที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

  • เลือกขวดนม BPA Free
  • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • ไม่มีสารเคมีอันตราย
  • มีอะไหล่และหัวนมเปลี่ยนได้ง่าย

ควรเตรียมขวดนมกี่ขวด

  • เด็กแรกเกิด: 4–6 ขวด
  • เด็กโตขึ้น: 3–4 ขวดก็เพียงพอ

คำถามที่พ่อแม่มือใหม่ถามบ่อย (FAQ)

  • ควรเลือกขวดขนาดเล็ก หัวนมไหลช้า และวัสดุปลอดภัย เช่น พลาสติก BPA Free หรือแก้ว
  • ขวดแก้วปลอดภัยและทนความร้อน แต่หนักกว่า ส่วนขวดพลาสติกเบา พกพาง่าย เลือกตามไลฟ์สไตล์การใช้งาน
  • เมื่อพบรอยร้าว กลิ่น หรือใช้งานมานาน 6–12 เดือน ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัย

สรุป: ขวดนมแบบไหนเหมาะกับลูกน้อยของคุณที่สุด

การเลือกขวดนมที่ดีควรพิจารณาจาก

  • อายุและพัฒนาการของลูก
  • วัสดุที่ปลอดภัย
  • รูปทรงที่เหมาะกับการใช้งาน
  • ไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

การเลือกขวดนมที่เหมาะกับลูกน้อยไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่คือเรื่องของ ความปลอดภัย ความสบายในการดูด และพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัย หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกขวดนมแบบไหน วัสดุอะไร หรือขนาดใดเหมาะกับลูกที่สุด สามารถแวะมาเลือกชมและทดลองสินค้าจริงได้ที่ร้าน BabyGift ทั้ง 4 สาขาพร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเลือกช้อปสะดวกสบายผ่าน ช่องทางเว็บไซท์ของ BabyGift ได้ทุกที่ ทุกเวลา

เพราะทุกการเลือกของคุณ คือการดูแลที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย
ให้ BabyGift เป็นผู้ช่วยดูแลคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่วันแรกไปด้วยกันค่ะ ❤️

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

อาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาให้กับลูกน้อย >>>ขอบคุณข้อมูล : Mother&Care

 คาร์ซีทหมุนได้ จำเป็นต่อคุณพ่อ คุณแม่อย่างไร คุณพ่อและคุณแม่ทุกคน พยายามและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยเสมอ เพราะลูกน้อยคือแก้วตาดวงใจของคุณพ่อและคุณแม่ แต่จะดีกว่าไหมถ้าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยยังสร้างความสะดวกสบายสำหรับคุณพ่อและคุณแม่ไปพร้อมกัน           การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เหมือนกัน นอกจากจะดีที่สุด ปลอดภัยที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน ต่อทั้งกับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ในการใช้คาร์ซีท อย่างปัญหาการอุ้มลูกน้อยเวลาขึ้นลงรถ หรือปัญหาที่จอดรถแคบเกินไป ที่ทำให้การอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถลำบาก อาจจะชนกับรถ หรือกำแพง ที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้ง คุณพ่อ คูณแม่ และลูกน้อยได้ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าคุณพ่อ และคุณแม่เลือกใช้คาร์ซีทแบบ Convertible Carseat คาร์ซีทหมุนได้ 2 ทิศทาง หรือคาร์ซีทที่หมุนได้ 360 องศา ที่นอกจากปกป้องลูกน้อยได้แล้ว ยังเพิ่มเติมความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย นอกจากนี้คาร์ซีทหมุนได้ยังมีข้อดีอีกมากมาย ทาง Baby Gift จึงขอพา คุณพ่อ คุณแม่ มาเข้าใจถึงข้อดีของคาร์ซีทหมุนได้กันค่ะ ข้อดีของการใช้ คาร์ซีทหมุนได้ .คุณพ่อ และคุณแม่ สะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยขึ้นลงรถ           […]

คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมพร้อมคาร์ซีทให้เรียบร้อยก่อนที่ลูกน้อยจะคลอด เพราะเมื่อออกจากโรงพยาบาลมาแล้วก็ต้องนั่งคาร์ซีทกลับบ้าน ทั้งเพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกน้อยเอง และเพื่อปฏิบัติตามกฏหโมายเรื่องการกำหนดที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิดอย่างไรดี ควรเลือกแบบไหน คาร์ซีทสำหรับเด็กมีกี่ประเภท เลือกอย่างไร BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ  เลือกคาร์ซีท เด็กแรกเกิด อย่างไรดี ? ต้องรู้อะไร ? เลือกยังไงดี หาคำตอบได้จากบทความนี้ !  คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิด เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้กับลูกตั้งแต่ก่อนคลอด และควรที่จะให้ลูกได้ใช้ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากร่างกายของเด็กทารกยังไม่แข็งแรง ยังไม่สามารถรับแรงกระแทกได้มากเท่าไหร่ อีกทั้งเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงควรป้องกันไว้ก่อนและเตรียมความพร้อมในทุกสถานการณ์ คาร์ซีท เด็กแรกเกิด จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่รู้จะเลือกอย่างไรดี ต้องเลือกแบบไหน คาร์ซีท มีกี่แบบ ต้องเลือกอย่างไร ? ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดลับดีๆ ในการเลือกซื้อคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดมาฝากกันค่ะ เรามารู้จักประเภทของคาร์ซีทกันก่อนเลย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดได้ดังนี้  1. New Born Only : หรือคาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทประเภทนี้จะมีขนาดเล็ก […]

ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย พอรู้ข่าวดีว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์คงเกิดอาการดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ในความดีใจของคุณแม่ก็เกิดคำถามและความกังวลในหัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะการลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อยู่ตลอด หนึ่งในนั้นเชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คงอยากรู้สินะว่า ลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงเราตอนไหน และการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ และคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสื่อสารในรูปแบบไหนได้บ้าง ที่จะช่วยการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้รับรู้ เพราะคุณแม่ทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีกับลูกได้ดีอีกอย่างหนึ่ง บางทีเราเองก็จะเห็นคุณแม่หลายๆคน เปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกฟังสไตล์โมซาส เผื่อลูกจะได้อารมณ์ดี บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็เล่านิทาน แต่จริงๆแล้วคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงตอนกี่เดือนกันแน่ พัฒนาการการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ได้ เพราะจริงๆแล้ว ทารกจะได้ยินเสียงได้ดีตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป และการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ 1. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้น้ำเสียงปกติในชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ รวมถึงคุณแม่อาจจะเพิ่มการร้องเพลง หรืออ่านหนังสือ เข้าไปด้วยก็เป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์แล้ว 2. เปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สามารถเปิดได้หมด ทั้ง โมสาร์ท คลาสสิก แจ๊ส ป๊อป ร็อค ลูกทุ่ง เพียงแค่ขอให้เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไม่รุนแรงเกินไป ก็ช่วยให้ลูกได้รู้สึกถึงจังหวะมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นพัฒนาการการได้ยิน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเมื่อลูกได้ดิ้นและขยับตัวตามจังหวะดนตรีเพลง […]

เริ่มต้นอย่างไรดี? ทำความเข้าใจก่อนเริ่มให้นมลูก การให้นมแม่เป็นช่วงเวลาสำคัญมาก เพราะน้ำนมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พัฒนาสมอง และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ – ลูก แต่สำหรับ คุณแม่มือใหม่ สิ่งนี้อาจเต็มไปด้วยความกังวล เช่น ก่อนเริ่มปั๊มนมหรือให้นม ควรรู้พื้นฐานดังนี้: ✔ ร่างกายผลิตน้ำนมตาม “ความต้องการ”ยิ่งลูกดูดหรือแม่ปั๊มบ่อย → ยิ่งมีน้ำนมมา (หลักการ Supply & Demand) ✔ 3–5 วันแรกเป็น “น้ำนมเหลือง (Colostrum)”อุดมด้วยภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีมากที่สุด ✔ ช่วงแรกอาจมีเจ็บหัวนม ตึงเต้า หรือกังวลเรื่องน้ำนมถือเป็นเรื่องปกติ และสามารถแก้ไขได้ เช่น คุณแม่มือใหม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง? (สำคัญมาก) ต่อไปนี้คือ “ชุดอุปกรณ์จำเป็น” ที่แนะนำให้มีตั้งแต่วันแรก: 1. เครื่องปั๊มนม (สำคัญที่สุด) ช่วยในการ 2. ถุงเก็บน้ำนม / ขวดเก็บน้ำนม 3. กรวยปั๊มนม “ต้องพอดี” 4. ผ้าคลุมให้นม / เสื้อปั๊มนม 5. […]

คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก  หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า  อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์  จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด  และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง  ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ  จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น  ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid