เปรียบเทียบ “คาร์ซีทกระเช้า” 4 รุ่นขายดี 2026 : เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้านเรา?
ก่อนเลือกคาร์ซีทกระเช้า ควรรู้อะไรบ้าง (สำหรับพ่อแม่มือใหม่)
คาร์ซีทกระเช้าเป็นคาร์ซีทแบบแรกที่ลูกน้อยจะได้ใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล
แต่เพื่อให้เลือกได้ “ถูกต้องและปลอดภัยจริง” พ่อแม่มือใหม่ควรรู้พื้นฐานสำคัญเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ
กระเช้าใช้ได้ถึงอายุหรือส่วนสูงประมาณไหน
โดยทั่วไป คาร์ซีทกระเช้าออกแบบมาสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงประมาณ 12–15 เดือน หรือจนถึง ส่วนสูงประมาณ 85–87 ซม. หรือน้ำหนักไม่เกิน 13 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด)
ข้อควรรู้: ปัจจุบันหลายรุ่นอ้างอิงตาม ส่วนสูง (i-Size R129) มากกว่าน้ำหนัก พ่อแม่จึงควรตรวจสเปกบนตัวคาร์ซีทเป็นหลัก ไม่ยึดอายุอย่างเดียว
ควรเลิกใช้คาร์ซีทกระเช้าเมื่อไร
ควรหยุดใช้คาร์ซีทกระเช้าทันทีเมื่อเกิดข้อใดข้อหนึ่ง:
- ศีรษะของลูกเริ่มสูงเกินขอบกระเช้า
- ส่วนสูงหรือน้ำหนักเกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนด
- ลูกนั่งอึดอัด หรือขยับตัวได้จำกัด
- ลูกสามารถนั่งได้มั่นคงมากขึ้นและถึงวัยเปลี่ยนคาร์ซีท
การฝืนใช้กระเช้านานเกินไป อาจทำให้ การซัพพอร์ตศีรษะและคอไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของลูกกระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร
กระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร
แม้คาร์ซีทกระเช้าบางรุ่นจะสามารถ ปรับเอนได้มาก หรือใช้ร่วมกับรถเข็นในโหมดที่ลูกนอนสบาย แต่โดยหลักแล้ว กระเช้าไม่ได้ออกแบบมาให้ลูกนอนยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง
คำแนะนำคือ:
- ใช้กระเช้าเพื่อการเดินทางหรือเคลื่อนย้ายระยะสั้น
- เมื่อถึงบ้าน ควรอุ้มลูกออกมานอนบนที่ราบ เช่น เปลหรือที่นอนที่เหมาะสม
สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อท่าทางการนอนและการหายใจของทารก
ทำไมคาร์ซีทกระเช้าต้องหันหน้าเข้าเบาะรถ
การติดตั้งแบบ หันหน้าเข้าเบาะรถ (Rearward Facing) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กเพราะ:
- ศีรษะและลำคอของทารกยังบอบบาง
- หากเกิดการชน แรงกระแทกจะถูกกระจายไปที่แผ่นหลังและพนักพิง
- ลดแรงสะบัดของคอและศีรษะได้อย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยเหตุนี้ มาตรฐานความปลอดภัยสากลจึงกำหนดให้ เด็กเล็กต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถเสมอ
สรุปสเปกที่ต่างกันของคาร์ซีทกระเช้า 4 รุ่นในร้าน BabyGift
|
รุ่น 96610_4a263e-54> |
ช่วงการใช้งาน |
มาตรฐาน |
สายรัด 96610_fe5a72-ae> |
วิธีติดตั้ง 96610_60a331-fd> |
จุดเด่น |
|
คาร์ซีทเด็ก รุ่น Start One – PRINCE & PRINCESS 96610_cdc54e-6b> |
40–87 ซม. / ≤13 กก. 96610_3fcbde-28> |
i-Size ECE R129 96610_23b2fc-48> |
5 จุด 96610_f445db-f3> |
Belt หรือฐาน ISOFIX (Base One แยก) + มีฟังก์ชันหมุนเมื่อใช้ฐาน 96610_344ef8-a0> |
2-in-1 “กระเช้า + Bassinet” ปรับนอนราบได้ถึง 170° (เมื่อใช้เป็น Bassinet กับรถเข็นที่รองรับ) + หมุนได้ 180° เมื่อใช้ฐาน 96610_ceb668-8c> |
|
คาร์ซีทกระเช้า FOPPAPEDRETTI รุ่น TicToc I-Size 96610_1a8192-74> |
40–87 ซม. / ≤13 กก. 96610_014554-98> |
i-Size R129 96610_3b948b-10> |
3 จุด 96610_f1dbba-45> |
Belt หรือฐาน ISOFIX (แยก) 96610_dd4153-49> |
ทำมาเพื่อเข้าคู่รถเข็น FOPPAPEDRETTI TicToc ผ่าน Adapter 96610_76b141-6a> |
|
คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น I-CARE 96610_0629c7-18> |
40–87 ซม. / 0–13 กก. 96610_541696-97> |
i-Size R129 96610_9de6cf-33> |
5 จุด 96610_6ab6ef-9d> |
Belt หรือฐาน ISOFIX (แยก) 96610_549d3c-ca> |
ซัพพอร์ตแรกเกิดแบบโมดูลาร์ + Head support เมมโมรี่โฟมหลายชั้น + น้ำหนักประมาณ 4.2 กก. 96610_944452-03> |
|
JOIE ตระกร้าคาร์ซีทเด็ก รุ่น Gemm 96610_02fa32-93> |
Group 0+ แรกเกิด–13 กก. 96610_fa0295-be> |
ECE R44/04 (มาตรฐานเดิม) 96610_bba8c6-1d> |
5 จุด 96610_326c92-a0> |
เข็มขัดนิรภัย หรือใช้ฐานเสริม i-Base (ติดตั้ง ISOFIX ได้) 96610_125ac2-6f> |
ใช้งานเป็น travel system กับรถเข็นบางรุ่นของ Joie ได้ + airline certified 96610_60e0f7-ff> |
หมายเหตุเรื่องมาตรฐาน: ใน 4 รุ่นนี้ 3 รุ่นเป็น i-Size R129 (Start One / TicToc I-Size / I-CARE) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่กว่าในยุโรป ส่วน Joie Gemm เป็น ECE R44/04 ตามสเปกผู้ผลิต
เลือกตามสไตล์บ้าน” (ไม่ต้องจำสเปกก็เลือกได้)

1. บ้านที่อยากได้ “ฟังก์ชันครบจบ” และเน้นลูกนอนสบายเป็นพิเศษ
แนะนำ: คาร์ซีทเด็ก รุ่น Start One – PRINCE & PRINCESS
จุดเด่นที่ชัดมากคือ 2-in-1 กระเช้า + Bassinet และ ปรับนอนราบได้ถึง 170° เมื่อใช้งานในโหมด Bassinet
ถ้าคุณเป็นสายพาลูกขึ้นรถเข็นแล้วอยากให้ลูก “นอนต่อเนื่อง” แบบไม่สะดุ้ง รุ่นนี้เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ (และยังเป็น i-Size R129 ด้วย)
เหมาะกับ:
- บ้านที่อยากได้ “ลูกหลับยาว/นอนสบาย” เป็นโจทย์หลัก
- บ้านที่โอเคกับการเลือก “ฐานเสริม” เพื่อได้ฟังก์ชันหมุน 180°
ควรทราบก่อนเลือก
- ต้องซื้อ ฐานเสริม (Base One) เพิ่มถ้าจะใช้ฟังก์ชัน หมุน 180°
- ตัวคาร์ซีทค่อนข้าง ใหญ่และหนักกว่า รุ่นอื่น (เมื่อรวมฐาน)
- การติดตั้งแบบ Belt ต้องระวังให้แน่นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- ราคาสูงกว่าเมื่อต้องซื้อ

2. บ้านที่ใช้รถเข็น Foppapedretti TicToc อยู่แล้ว หรือจะจัดเป็นเซ็ตระบบเดียวกัน
แนะนำ: คาร์ซีทกระเช้า FOPPAPEDRETTI รุ่น TicToc I-Size
รุ่นนี้เด่นที่ “เป็นคู่แท้” ของรถเข็น FOPPAPEDRETTI TicToc สามารถต่อกับรถเข็นผ่าน Adapter
ใครที่วางแผนทำ travel system ให้คล่องตัวตั้งแต่วันแรก รุ่นนี้จะไปได้สวยเพราะ ecosystem เข้ากัน
เหมาะกับ:
- บ้านที่มี/เล็งรถเข็น TicToc และอยากให้ทุกอย่างต่อกันพอดี
- คนที่ชอบคาร์ซีทสายรัด 3 จุด (ใช้งานง่าย-ไว)
ควรทราบก่อนเลือก
- ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อจับคู่กับ รถเข็น TicToc — ถ้าไม่มีคู่กัน อาจไม่คุ้มเท่ารุ่นอื่น
- ใช้ สายรัด 3 จุด ผูกกับเข็มขัดรถ (บางคนอาจชอบแบบ 5 จุดมากกว่า)
- ต้องซื้อ ฐานเสริม ISOFIX แยก หากต้องการติดตั้งแบบเสถียร
- รองรับน้ำหนัก/ส่วนสูงตามมาตรฐาน i-Size ไม่ยืดหยุ่นมาก

3. บ้านที่ให้ความสำคัญกับ “ซัพพอร์ตแรกเกิดแน่น ๆ” + น้ำหนักเบา ใช้งานทุกวัน
แนะนำ: คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น I-CARE
I-CARE มาทางสาย “รองรับสรีระเด็กเล็ก” ชัดเจน: ซัพพอร์ตแรกเกิดแบบโมดูลาร์ และมี Head support เมมโมรี่โฟมหลายชั้น พร้อมการ์ดกันกระแทกด้านข้าง
อีกจุดที่ใช้งานจริงแล้วต่าง คือ น้ำหนักประมาณ 4.2 กก. ช่วยเวลาถือขึ้นลงบ่อย ๆ
เหมาะกับ:
- บ้านที่ยกกระเช้าบ่อย (รับ-ส่งลูก, ขึ้นคอนโด, เข้าห้าง)
- บ้านที่อยากได้ i-Size R129 + สายรัด 5 จุด
ควรทราบก่อนเลือก
- ต้องซื้อ ฐาน ISOFIX แยก ถ้าต้องการติดตั้งแบบมั่นคง
- ฟองน้ำซัพพอร์ตเยอะ ทำให้ที่นั่ง แน่นกว่าเล็กน้อย — อาจรู้สึกอึดอัดสำหรับลูกบางคนตอนแรก
- ผ้าบุและซับในหลายชั้น อาจ แห้งช้ากว่า หลังทำความสะอาด
- น้ำหนักประมาณ ~4.2 กก. — เบากว่าอันดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่รุ่นที่เบามากที่สุด

4. บ้านที่อยากได้รุ่น “คุ้มค่า ใช้ง่าย” และมีแผนเดินทาง (รวมถึงขึ้นเครื่อง)
แนะนำ: JOIE ตระกร้าคาร์ซีทเด็ก รุ่น Gemm
Gemm เป็นรุ่นกระเช้าคลาสสิกที่ใช้งานง่าย สายรัด 5 จุด มีหลังคากัน UV และใช้กับฐานเสริมเพื่อความสะดวกในการติดตั้งได้
และมีจุดน่าสนใจคือ airline certified ตามหน้าผู้ผลิต
อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของรุ่นนี้ตามสเปกผู้ผลิตเป็น ECE R44/04 (ไม่ใช่ i-Size R129) จึงเหมาะกับคนที่รับได้กับมาตรฐานเดิมและโฟกัสที่การใช้งาน/ความคุ้ม
เหมาะกับ:
- บ้านที่อยากได้กระเช้าใช้งานง่าย + มีโหมดต่อฐานเสริม
- คนที่มีโจทย์ “เดินทาง/บิน” และอยากได้รุ่นที่ระบุ airline certified
ควรทราบก่อนเลือก
- มาตรฐานเป็น ECE R44/04 — ไม่ใช่มาตรฐาน i-Size แบบรุ่นยุโรปใหม่
- ต้องซื้อ ฐานเสริม i-Base หากต้องการติดตั้งแบบ ISOFIX
- เส้นสายเบาะค่อนข้างคลาสสิก — อาจดู “พื้นฐานครบ ๆ” แต่ไม่มีฟีเจอร์ล้ำ ๆ
- สำหรับใช้งานบน เครื่องบินต้องตรวจสอบสายการบิน ก่อนใช้ (แม้มี airline certified แต่บางสายการบินตีความต่างกัน)
FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาร์ซีทกระเช้า (Infant Carrier)
- คาร์ซีทกระเช้าเหมาะสำหรับ เด็กแรกเกิด – ประมาณ 12–15 เดือน
หรือจนกว่าจะถึง น้ำหนัก 13 กก. หรือส่วนสูงประมาณ 87 ซม. (ขึ้นกับรุ่นและมาตรฐานที่กำหนด)
- i-Size (R129)
- วัดตาม “ส่วนสูงเด็ก”
- ผ่านการทดสอบการชนด้านข้าง
- เป็นมาตรฐานใหม่ ปลอดภัยกว่า
- ECE R44/04
- วัดตาม “น้ำหนักเด็ก”
- เป็นมาตรฐานเดิม แต่ยังใช้งานได้ตามกฎหมาย
- ไม่ได้ค่ะ
คาร์ซีทกระเช้า ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) เท่านั้น เพื่อปกป้องศีรษะและคอของทารกให้ปลอดภัยที่สุด
- สายรัด 5 จุด
- กระจายแรงได้ดีกว่า
- มั่นคงกว่า เหมาะกับการใช้งานระยะยาว
- สายรัด 3 จุด
- ใช้งานง่าย รวดเร็ว
- เหมาะกับการอุ้มขึ้น-ลงบ่อย
- ใช้ได้แน่นอนค่ะ
คาร์ซีทกระเช้าทุกรุ่นสามารถติดตั้งด้วย เข็มขัดนิรภัยรถยนต์
เพียงต้องติดตั้งให้ถูกวิธีและแน่นตามคู่มือ
- แนะนำให้ดูจาก
- ส่วนสูงสูงสุดที่รุ่นรองรับ
- ศีรษะต้องไม่สูงเกินขอบคาร์ซีท
หากลูกโตเร็ว อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ คาร์ซีทถัดไป (Stage 1 / Toddler Seat) เร็วกว่าปกติ
การเลือกคาร์ซีทกระเช้าที่เหมาะกับลูก ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่รุ่นหรือราคา
แต่ขึ้นอยู่กับรถ การใช้งาน และช่วงวัยของลูกน้อย
หากคุณยังลังเล ทีม BabyGift ยินดีให้คำปรึกษาฟรี พร้อมช่วยทดลองติดตั้งจริงที่
ร้าน BabyGift 4 สาขา เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคาร์ซีทที่เลือก “ปลอดภัย ใช้ได้จริง และเหมาะกับครอบครัวคุณที่สุด” 💛
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
วันกำหนดคลอดเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เบบี้กิ๊ฟมั่นใจว่าคุณแม่หลาย ๆ ท่าน ต้องมีแอบเล็งของใช้ทารกไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้เพศกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งการเตรียมของใช้ทารกไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเชื่อต่าง ๆ อีกต่อไป แถมยังมีข้อดีคือทำให้มีเวลาให้คิด เลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพต่าง ๆ ได้ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ก่อนลูกน้อยต้องสัมผัสอีกด้วย BabyGift เข้าใจแม่ว่าของใช้ทารกมีมากมายเหลือเกินในปัจจุบัน เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ทารกที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดมาให้เลือก ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ไว้ให้ดังนี้ค่ะ หมวดให้นม การทานนมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทารกในช่วงวัยแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่ทารกไม่สามารถกินอย่างอื่นได้นอกจากนม การเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับการทานนม จึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทานนมนั้น เป็นจุดที่ลูกได้รับสัมผัสเข้าไปโดยตรง จึงควรพิจารณาเลือกวัตดุ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทนต่อความร้อน และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เก็บน้ำนมของคุณแม่ไว้ให้ลูกน้อยทานได้เรื่อย ๆ การปั๊มนมตามรอบนอกจากจะให้คุณแม่มีน้ำนมในปริมาณที่พอเพียงแล้ว ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดเต้านมได้อีกด้วย โดยเครื่องปั๊มนมมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปั๊มนมไฟฟ้า หรือปั๊มมือ แบบปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มคู่ และแต่ละเครื่องยังมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างไปอีก ทั้งระบบการปรับแรงดูด รอบดูด ปั่นจี๊ด นวดกระตุ้น เคลียร์เต้า ต่างๆ […]
คุณแม่อาจป้อนอาหารบดละเอียดให้ลูกเสริมกับการกินนมแม่เป็นหลัก หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากฝึก BLW ให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองเป็นก็อาจให้ลูกหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ กินเองโดยที่ไม่ต้องป้อนซึ่งอาจเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมาก อย่างเช่น ผักต้มนิ่มๆ ผลไม้นิ่มๆ เนื้อปลาต้มนิ่มๆ และเมื่อลูกย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 เป็นต้นไป ลูกก็จะเริ่มกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift มีเมนูอาหารเด็ก 8 เดือน 5 เมนูอร่อยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันค่ะ ชวนเข้าครัวเตรียมเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนให้ลูกน้อย เด็ก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง ? พอลูกของเราอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่เพิ่มเติมได้ และถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ควรให้นมแม่ควบคู่กับการเพิ่มมื้ออาหารให้ลูก ซึ่งอาหารสำหรับเด็กอ่อนนั้น สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย และเมื่อลูกอายุ 8 เดือนก็จะเริ่มมีฟันน้ำนม สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น เนื้อสัมผัสอาหารมีความหยาบได้มากขึ้น รวมถึงกินผลิตภัณฑ์จากนมอย่าง เนย ชีส และโยเกิร์ตได้ สำหรับเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่เราจะแนะนำกันนั้น สามารถใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ แนะนำ […]
ใกล้คลอดแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนอาจกำลังกังวลกับการ ผ่าคลอด วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมความรู้มาให้คุณแม่ได้เห็นอีกมุมของการ ผ่าคลอด ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ โดยปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่คลอดธรรมชาติเอง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะเชื่อว่าการคลอดแบบธรรมชาตินั้นฟื้นตัวไว เสียเลือดน้อย และกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้คุณแม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการคลอดลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนนิยมมากก็คือ “การผ่าคลอด” โดยการผ่าคลอด แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1. ผ่าคลอด แบบวางแผนมาก่อน เมื่อคุณแม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดเองไม่ได้ หรือคุณหมอเห็นเหตุจำเป็นที่ต้องกำหนดวันผ่าคลอด ได้แก่ คุณแม่สุขภาพไม่ดีมีความเสี่ยงสูง คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน คุณแม่ท้องแฝดไม่สามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ รวมไปถึงทารกที่อยู่ในท่าผิดปกติ หรือทารกอยู่ในภาวะวิกฤตมีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องผ่าคลอดออกมาโดยเร็ว 2. ผ่าคลอด แบบฉุกเฉิน คุณแม่บางคนเกิดภาวะความเสี่ยงกะทันหัน จำเป็นต้องได้รับการผ่าคลอดแบบฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย ข้อดีของการ “ผ่าคลอด” ปัจจุบันการผ่าคลอด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การผ่าคลอด จึงเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับคุณแม่ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกการคลอดแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย หากคุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวล ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อวางแผนเลือกวิธีการคลอดที่ปลอดภัยที่สุดต่อคุณแม่และลูกน้อย คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ Baby Gift หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาทีม Baby Gift Expert เรายินดีให้คำแนะนำค่ะ
ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering […]
วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8 ซึ่งประกอบด้วย 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ […]
รีวิวลูกค้าที่น่ารักจาก Baby Gift Showroom นะคะ…^^ …วันนี้คุณแม่อารมณ์ดีจร้า อากาศเย็นสบายลูกชายก็อารมณ์ดี ไม่งอแง ให้กินก็กิน ให้นอนก็นอน คุณแม่เลยได้พักผ่อนนอนกลางวันอย่างเต็มอิ่ม หลับยาวๆไป พออารมณ์ดี แล้วอากาศก็ดี แดดอ่อนๆ ตอนเย็นๆ ก็เลยคิดว่าจะพาลูกออกมาเดินเล่นสักหน่อย แม่ลูกจะไปยังไงกันอะหรอ ถ้าอุ้มเดินไปคงไมไหว คุณแม่มีตัวช่วยที่ดีที่จะพาลูกออกไปเที่ยวนอกได้อย่างสบายๆ แอ่น แอน แอ๊น !!!! รถเข็นเด็ก Aprica รุ่นใหม่ล่าสุดจร้า รุ่น Optia เพิ่งไปถอยมาไม่กี่วันนี้เอง บอกเลยชอบมาก ใช้ทุกวันคร้า เข็นเดินเล่นในบ้านบ้าง ออกนอกบ้านบ้าง ไปช้อปปิ้งก็สบาย ก็เพราะคุณสมบัติที่สุดยอดไปเลย คุณสมบัติแบบ Double เลิศเล่อเพอร์เฟคที่สุด ไหนๆก็ต้องออกมาเดินเล่น ก็ขอรีวิวซ่ะหน่อยน๊า!!! ก่อนจะซื้อรถเข็นเด็กก็เลือกแล้วเลือกอีก ดูหลายๆยี่ห้อ มีทั้งราคาแพงเว่อวัง แต่คุณสมบัติก็ไม่ได้มีอะไรมาก ส่วนไอ้ที่ราคาถูกๆก็เหมือนจะพังง่าย และก็เข็นน่าลำบากเหลือเกิน โยกไปโยกมาทั้งคัน ลูกนั่งคงเวียนหัวแย่!!! แต่กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น Optia ลองเข็นพื้นเรียบก็เข็นง่าย แต่พอลองเข็นกับสนมหญ้าแล้ว ว้าวเลยค่ะ […]
