7 เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเปลนอนทารกให้ลูกน้อย
คุณแม่รู้ไหม? เรื่องนอนของลูกน้อยทารกสำคัญมากพอๆ กับเรื่องการกินที่ดีเลยทีเดียว เพราะการนอน มีผลทั้งต่อสุขภาพร่างกาย พัฒนาการ อารมณ์จิตใจ และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ในอนาคตของลูกน้อย
เพราะการให้ลูกน้อยได้นอนหลับเต็มที่ หลับสนิทและยาวนาน จะทำให้ Growth Hormone ในร่างกายลูกน้อยหลั่งออกมาได้ดี ส่งผลช่วยให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้การที่ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทเต็มที่ ยังทำให้สมองพัฒนาได้ดี ทำให้ลูกตื่นมาอารมณ์ดี เป็นเด็กที่สดใสและเลี้ยงง่ายอีกด้วย
ดังนั้นคุณแม่จึงต้องใส่ใจเรื่องการนอนของลูกน้อย ด้วยการให้ลูกได้นอนหลับสบายเต็มที่ยาวนาน ไม่มีสิ่งต่างๆ มารบกวน โดยเฉพาะการเลือกเครื่องนอนหรือเปลนอนให้ลูก ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยต้องเลือกเปลที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ปลอดภัย ลูกน้อยหลับได้ยาวนาน และยิ่งเป็นเปลที่ทำให้เบบี๋นอนหลับได้ง่าย เคลื่อนย้ายได้ แถมคุณแม่ไม่ต้องอุ้มเดินกล่อมลูกนอนให้ยุ่งยากต่อไป …นี่แหล่ะเปลนอนในดวงใจของทั้งคุณแม่และคุณลูก
เปลนอนทารกมีกี่แบบ?

1. เปลหิ้ว หรือเปลตะกร้า
เปลที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกนอนแล้วหิ้วเดิน หรือหิ้วไปใส่ในคาร์ซีทหรือรถเข็นได้ มีน้ำหนักเบา มีหูจับหิ้วสะดวก พกพาง่าย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทำให้ใช้งานได้ไม่ยาวนานนัก

2. เปลไกว
เปลไกว คือเปลนอนสำหรับเด็กที่สามารถแกว่งโยกไปมาได้ เป็นการเคลื่อนไหวคล้ายขณะที่ลูกทารกยังอยู่ในท้องแม่ เพื่อช่วยคุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกนอน โดยไม่ต้องอุ้มโยกกล่อมลูกน้อย ซึ่งเปลไกวมีการพัฒนาหลายแบบ ทั้งเปลไกวตั้งพื้นขนาดเล็กเฉพาะตัวลูก เปลไกวแบบลูกกรง เปลที่ต้องใช้แรงมือไกว เปลไกวอัตโนมัติ คือตั้งเวลาให้เปลโยกเองได้ ตั้งระดับการแกว่งว่าให้สูงแค่ไหน แถมบางรุ่นยังมีเสียงดนตรีมาให้อีกด้วย

3. เปลเตียง ที่ไกวได้
เปลชนิดนี้ล้ำหน้าและสามารถใช้ได้อเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นทั้งเตียงที่เคลื่อนย้ายมาประกบกับเตียงนอนของคุณพ่อคุณแม่ได้ และยังสามารถเป็นเปลไกวที่ช่วยกล่อมลูกน้อยนอนได้พร้อมกัน ซึ่งปัจจุบันเปลเตียงที่ไกวได้นี้ มีการออกแบบและใช้เทคโนลีที่ช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น คือมีทั้งการตั้งระดับการไกวได้ เปิดด้านข้างได้ ยกระดับหัวเตียงเพื่อไม่ให้ลูกสำลักหลังกินนม ลดกรดไหลย้อนหรือแหวะนมออกมาได้ ทั้งยังมีการออกแบบไม่ให้เป็นลูกกรง แต่เป็นโครงสร้างไม้ที่แข็งแรงแล้วบุผ้า มีมุ้ง มีตาข่าย ให้คุณแม่สามารถมองเห็นลูกน้อยนอนได้ชัดเจนอีกด้วย

4. เปลแบบเพลเพน
หมายถึงเปลที่มีลักษณะเหมือนคอกกั้นเด็ก แต่พับเก็บได้ ทำให้พกพาสะดวก โดยเป็นเปลที่มีขนาดใหญ่และกว้าง มีราวกั้นที่สูง มั่นคง แข็งแรง เหมาะสำหรับลูกน้อยวัย 6-7 เดือนที่กำลังเริ่มคลาน และอาจใช้ได้นานจนกว่าลูกจะถึงวัยที่ปีนป่ายออกมาเองได้ เนื่องจากเปลเพลเพน จะสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากการที่ลูกคลานซุกซนไปมา หรือป้องกันการลอดลูกกรงได้ โดยเปลเพลเพนจะมีทั้งแบบเปิดกว้างไม่มีมุ้ง และแบบมีมุ้งครอบเพื่อปิดป้องกันยุงหรือแมลงได้ด้วย
ปัจจัยต้องรู้ ก่อนซื้อเปลนอนทารก
- พื้นที่ในการวางเปล ก่อนซื้อเปลนอนให้ลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาวัดหรือเช็ดดูพื้นที่ในการวางหรือติดตั้งเปล เพื่อจะได้เลือกขนาดเปลให้เหมาะสมกับพื้นที่วางเปลภายในบ้าน หรือห้องนอน รวมทั้งหากคิดว่าจะเลือกซื้อเปลเผื่อต้องเดินทาง ก็ควรเลือกเปลนอนให้ลูก ชนิดที่พับเก็บ พกพา และกางออกมาใช้ได้สะดวก
- ตรวจสอบฐานให้มั่นคงและเลือกวัสดุอุปกรณ์ ที่มีความแข็งแรงคงทน แน่นหนา เพราะเปลต้องรองรับน้ำหนักลูกน้อย และต้องโยกไกว อุปกรณ์และวัสดุต้องไม่บอบบาง แตกหักง่าย รวมทั้งเวลาที่ประกอบหรือติดตั้งแล้วต้องระมัดระวังและตรวจดูอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยของเปลให้แน่นหนาเพียงพอที่จะป้องกันลูกหล่นตกลงมา เช่น หูจับเปล ซี่ลูกกรงไม่ห่างเกินไป ไม่มีเหลี่ยมแหลมคมของขอบเตียงและบริเวณที่ลูกนอนหรือสัมผัส น็อตหรือจุดเชื่อมต่อไม่หลุดหักง่ายเวลาไกวเปล
- ขนาดความสูง-ต่ำ ตั้งได้ไม่โยกเอียง เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย ไม่ให้ลูกน้อยดิ้นหรือกลิ้งจนตกเปลได้ ความสูงมีขนาดที่ลูกเล็กไม่สามารถปีนเปลได้ รวมทั้งเลือกเปลไกวที่กว้างพอและไม่สูงจากพื้นเกินไป ซึ่งจะช่วยให้เปลไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงเมื่อติดตั้งแล้วเปลไม่โยกเอียงง่ายจนล้มเอนทับลูก
- ชนิดของเปลไกว ความปลอดภัยในการไกว แกว่งของเปล ต้องเช็กว่าเปลนั้นโยกได้สูงระดับไหน สูงเกินไปจนอันตรายหรือไม่ ปรับระดับการไกวได้หรือเปล่า เพราะหากเป็นเปลที่ปรับระดับได้ จะเพิ่มความมั่นใจในการแกว่งไกวมากยิ่งขึ้น
- เช็กน้ำหนักของเปลที่รับได้ และไม่มีเสียงดังเวลาไกวเปล ก่อนซื้อควรอ่านคำแนะนำและตรวจสอบดูว่าเปลนั้นรับน้ำหนักได้แค่ไหน เช่น รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 7-12 กิโลกรัม เพื่อจะได้ซื้อมาครั้งเดียวใช้ได้คุ้มค้ายาวนาน รวมถึงอ่านข้อกำหนดในคู่มือการใช้งานด้วย นอกจากนี้คือตรวจสอบว่าเปลชนิดนั้นๆ มีเสียงดังเวลาไกวหรือโยกแค่ไหน เพราะเสียงที่ดังเกินไปอาจรบกวนการนอนของลูกน้อยได้
- ตรวจสอบว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และฟังก์ชั่นในการใช้งานอะไรบ้าง เพื่อให้เปลไกวนั้นตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ในการใช้งาน และช่วยอำนวยความสะดวกในการไกวให้ลูกน้อย หรือกล่อมให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายและยาวนาน ไม่ต้องกล่อมนอนนาน รวมถึงมีมาตรฐานต่างๆ รับรอง
- ประเมินงบประมาณในการซื้อ ว่าจะใช้งบประมาณแค่ไหนให้เหมาะสม ไม่มากเกินไปตามสถานะของครอบครัว โดยเน้นเลือกซื้อที่การใช้งาน และความปลอดภัย เพื่อลูกน้อยและครอบครัว

7 เคล็ดลับเลือกเปลนอนเบบี๋ ลูกนอนหลับดี แม่มีความสุข
- เลือกเปลเปิดข้าง เพราะจะช่วยให้คุณแม่อุ้มลูกน้อยออกมาจากเปลได้สะดวก ไม่ต้องก้มมากจนเสี่ยงปวดหลัง และยังช่วยในการเปลี่ยนที่นอนให้ลูกได้ง่ายดายขึ้น
- เลือกเปลที่ปรับระดับและแรงของการไกวได้ มีเสียงไกวเงียบ เพื่อช่วยให้การไกวหรือกล่อมลูกนอนอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ลูกรู้สึกถึงแรงที่สม่ำเสมอในการไหว และยังปลอดภัยป้องกันการไกวสูงหรือแรงเกินไป ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้สบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- เลือกที่มีการระบายอากาศดี เปลของลูกน้อยไม่ควรมีผ้าหรือวัสดุปิดทุกด้านจนดูอับทึบ แต่ควรมีตาข่ายระบายอากาศอย่างน้อยสัก 1-2 ด้าน เพื่อไม่ทำให้ลูกร้อนหรือรู้สึกอึดอัดเวลาเข้าไปนอนในเปล รวมถึงทำให้คุณแม่มองเห็นและสังเกตการนอนที่อาจผิดปกติ หรือดูแลเวลาลูกเจ็บป่วยไม่สบายได้ง่ายด้วย
- เลือกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หากเป็นเปลไกวที่มีล้อเคลื่อนย้ายได้ หรือสามารถพับเก็บได้สะดวกยิ่งดี เพราะจะทำให้คุณพ่อคุณแม่สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งการนอนของลูกได้สะดวกตลอดเวลา ทั้งยังสามารถนำเปลนี้เดินทางไปที่ต่างๆ ได้เสมอ
- เลือกที่ปลอดภัย ไม่มีอุบัติเหตุระหว่างนอน นั่นคือการเลือกเปลที่มีการแกว่งที่ตั้งได้ มีระดับการโยกที่ปลอดภัย มีความสูงที่เหมาะสม หากไม่มีซี่กรงที่ลูกลอดได้ยิ่งดี รวมทั้งเปลต้องแข็งแรงตั้งได้ไมทั่นคงไม่โยกหล่นลงมาได้ รวมถึงแม้เวลาลูกปีนหรือดิ้นก็จะต้องไม่เอียงง่าย จนลูกตกเตียง ตลอดจนเปลต้องไม่มีช่องว่างที่ทำให้ลูกเอาอวัยวะลอดออกมาจนเป็นอันตรายได้ด้วย
- เลือกที่มีการปรับนอนลดกรดไหลย้อนได้ เนื่องจากจะช่วยลดอาการแหวะนม อาเจียน หรือลดกรดไหลย้อนหลังกินนมให้ลูกน้อยได้ โดยเปลรุ่นใหม่ๆ สามารถปรับระดับการนอนให้ศีรษะลูกอยู่สูงขึ้นได้ ซึ่งจะดีกว่าการนำหมอนมารองคอลูก เพราะจะทำให้ลูกคอพับ นอนหลับไม่สบาย หายใจไม่สะดวก
- เลือกที่ถอดซักทำความสะอาดได้ง่าย ได้ทุกชิ้นส่วน เพราะลูกต้องนอนทุกวัน และใช้เวลากับเปลยาวนาน หากเปลทำความสะอาดได้ง่าย ทำได้บ่อยๆ ก็จะทำให้ห้องนอนและบรรยากาศการนอนรอบตัวลูกน้อยดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
สิ่งที่ต้องคำนึงถึง
- ควรเลือกฟูกให้พอดีกับเปล และไม่นุ่มเกินไปจนทำให้ลูกนอนจนลงไปกับที่นอน เพราะลูกอาจถูกกดทับจนหายใจไม่ออก
- ไม่วางหมอน ตุ๊กตา หรือผ้าห่มจนแน่นเปล เพราะอาจไปปิดหน้าตา ปิดจมูกปาก และทับร่างกายลูกได้
- หากเปลมีลูกกรง ซี่กรงควรมีระยะห่างไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันลูกมุดแล้วศีรษะติดหรือหลุดลอดออกจากซี่กรงได้
- หากเปลมีของเล่นติดแน่นอยู่ ขต้องเช็กดูว่าของเล่นทุกชิ้นไม่หลุด หัก หรือแตกออกมาเป็นชิ้นเล็ก จนลูกหยิบเอาเข้าปากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- ระมัดระวังไม่ให้เด็กโตกว่าไปโน้ม โถม ดึง ปีนป่าย หรือแกว่งโยกเปลของลูกน้อยทารก จนโค่นล้มหรือเป็นอันตราย
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ในช่วงแรกของการเป็นคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ คำถามที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ “ทำไมต้องใช้หมอนสำหรับทารก หรือหมอนหัวทุย” แท้จริงแล้วหมอนเหล่านี้มีประโยชน์มากมายสำหรับเจ้าตัวน้อย เนื่องจากช่วยป้องกันปัญหาหัวแบน กระดูกสันหลังบิดเบี้ยว ช่วยเพิ่มความสบายในการนอนหลับ ระบายอากาศได้ดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนมาเรียนรู้เหตุผลสำคัญที่คุณพ่อ คุณแม่ทุกคนไม่ควรมองข้ามในการเลือกหมอนสำหรับทารกแรกเกิด เพื่อเตรียมห้องนอนเด็กอ่อนให้พร้อมก่อนคลอดกันค่ะ เลือกหมอนทารกใบแรกให้ลูก ต้องเลือกยังไง ? หมอนหัวทุยจำเป็นหรือเปล่า ? หมอนสำหรับทารกถือเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลเจ้าตัวน้อย แม้จะดูเป็นสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ แต่การเลือกหมอนที่เหมาะกับทารกจะส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกน้อยอย่างมาก คุณพ่อ คุณแม่คนไหนที่กำลังสงสัยว่าจะเลือกหมอนสำหรับทารก หรือหมอนหัวทุยยังไงดี ไปหาคำตอบพร้อมกันในบทความนี้พร้อมๆ กันเลยค่ะ หมอนทารก คืออะไร ? หมอนสำหรับทารก เป็นหมอนขนาดเล็กที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับทารก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้ ควรใช้หมอนทารก เมื่อไหร่ ? ตามคำแนะนำจากกุมารแพทย์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ได้มีการสรุปว่า ท่านอนที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับทารก คือการนอนหงายบนพื้นผิวแบนราบโดยไม่มีสิ่งของใดๆ อยู่บนเตียงนอน เช่น ผ้าห่ม ตุ๊กตา หมอน เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือโรคไหลตายในทารก (SIDS) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็กอายุไม่เกิน 4 เดือน การใช้หมอนอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการอุดกั้นทางเดินหายใจของทารก เมื่อทารกพลิกตัว หรือคว้าวัตถุเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว […]
คุณแม่ฉีดวัคซีนกันหรือยังงงงง อย่ามัวแต่รีรอนะ เพราะว่าวัคซีนนั้นสำคัญมาก แต่ใครที่ฝากท้องกับคุณหมอแล้วก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็จะนัดฉีดเอง คุณแม่บางคนอาจจะสงสัยว่าเวลาท้องแล้วจะต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง วันนี้เราเลยนำความรู้เกี่ยวกับวัคซีนที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ ปกติแล้วการได้รับวัคซีนของคุณแม่ท้องจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ก็คือช่วงก่อนตั้งครรภ์กับช่วงระหว่างตั้งครรภ์ ด้านล่างคือวัคซีนต่างๆ ที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ 1. วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (Rubella Vaccine) ใครเตรียมตัวเป็นคุณแม่ก็ไปฉีดวัคซีนตัวนี้ล่วงหน้าสัก 3 เดือนเป็นอย่างน้อยนะคะ อ๊ะๆ คนที่ยังไม่ได้ฉีดกำลังตกใจกันอยู่ใช่มั้ย อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนตัวนี้ก่อนท้อง คุณแม่ก็แค่ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก หลักๆ คืออย่าไปที่ที่มีคนพลุกพล่าน เพราะมันเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคเลยล่ะ ยิ่งถ้าไปเจอคนที่ไอหรือจามหรือเป็นไข้อะไรพวกนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่เลย เพราะถ้าหากคุณแม่ติดเชื้อไวรัสหัดเยอรมันตัวนี้เข้าในช่วงที่ท้องสามเดือนแรก มันจะส่งผลให้ลูกในท้องมีความพิการที่อวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู หัวใจ แขน ขาหรือสมองได้ค่ะ คุณแม่ที่เป็นหัดเยอรมันจะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมนี่แหละ แต่จะแถมด้วยผื่นขึ้นตามตัว แต่ว่าถ้าคุณแม่ติดเชื้อไวรัสนี้ในช่วงเดือนท้ายๆ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะลูกของเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากเชื้อนี้เนื่องจากเค้าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว 2. วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine) ไวรัสตัวนี้พบเยอะมากได้ประเทศไทยค่ะ คนที่เป็นก็จะแสดงอาการไม่เหมือนกันหรอก แต่ถ้าเป็นขั้นรุนแรงแล้วล่ะก็สามารถเสียชีวิตได้เลยค่ะ คนที่เป็นโรคนี้หนักๆ ตัวจะเหลือง อ่อนเพลียมากตลอดเวลาแล้วตับก็จะถูกทำลาย เจ้าเชื้อตัวนี้สามารถติดจากแม่สู่ลูกในท้องได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลร้ายแรงอะไรนะคะ ที่บอกว่าติดต่อก็คือว่า ถ้าเกิดคุณแม่มีเชื้อนี้ […]
เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง? จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]
คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ทำตาม 5 ข้อนี้ ปกติแล้วคุณแม่จะอุ้มท้องลูกน้อยทั้งหมด 40 สัปดาห์ อันที่จริงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครถึงหรอกนะคะ เพราะว่าคุณหมอจะอนุญาตให้คลอดได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 37 เป็นต้นไปแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 นี้ คุณแม่ก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ คอยระแวดระวังสัญญาณเตือน ถ้าพบก็รีบไปหาคุณหมอ อย่าชะล่าใจเลยนะคะ ส่วนในระหว่างนี้มาดูกันว่ามีอะไรที่คุณแม่จะสามารถเลี่ยงได้บ้างเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด 1. เซย์โนกับบุหรี่และแอลกอฮอล์กันดีกว่า แน่นอนว่าบุหรี่และแอลกอฮอล์ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับแม่ท้อง ก็ขนาดกับคนธรรมดายังไม่ดีเลยใช่มั้ยล่ะ เหตุผลนึงก็เพราะ ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์มีสารที่จะไปยับยั้งหรือชะลอการเติบโตของลูกน้อยค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ก็อย่าได้ไปอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่เลยเชียว เพราะสารนิโคตินในบุหรี่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้แม้คุณแม่จะไม่ใช่คนที่สูบก็ตาม อ่านมาถึงตรงนี้คุณแม่อาจจะเริ่มกังวล เมื่อตอนเย็นเดินผ่านคนสูบบุหรี่ ลูกจะเป็นอะไรมั้ยนะ? คุณแม่ทำจิตใจให้สบายค่ะ เราแอบไปถามคุณหมอมาให้แล้ว คุณหมอบอกว่าถ้าเจอก็ให้เดินหนี เจอผ่านๆ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปนั่งใกล้ๆ แถวนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ 2. ขอแค่แม่อย่าเครียด เพราะความเครียดจะทำให้มดลูกขอคุณแม่บีบตัวค่ะ ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 24 เป็นต้นไป คุณแม่ก็จะรู้สึกถึงอาการที่มดลูกบีบตัวนี้ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า อาการท้องแข็ง แต่ว่าอาการท้องแข็งเนี่ย ไม่ควรจะเกิดถี่ๆ ติดกัน ถ้าพูดเป็นตัวเลขก็คือ ไม่ควรถึง 6 ครั้งภายในหนึ่งชั่วโมง […]
ก้าวแรกของการเป็นคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เห็นได้ชัดที่สุดอย่างหน้าท้อง หลายคนอาจสงสัยว่า ลักษณะท้องของคนท้องจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร จะเริ่มนูนเมื่อไหร่ และที่เห็นป่องออกมานั้นคือเจ้าตัวเล็กหรือแค่เรากินอิ่มกันแน่ xqบทความนี้จะช่วยให้คุณแม่คลายข้อสงสัย พร้อมรู้วิธีสังเกตสัญญาณเริ่มแรกอย่างมืออาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์แบบที่สุด ดูยังไงว่าท้องหรือพุง? วิธีสังเกตพุงคนท้องกับคนอ้วนที่แตกต่างกัน การแยกแยะระหว่างหน้าท้องที่ขยายจากครรภ์กับพุงที่เกิดจากไขมันสะสมมีจุดสังเกตหลักดังนี้ เจาะลึกลักษณะท้องของคนท้องในแต่ละไตรมาส รูปร่างของหน้าท้องจะเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของทารกในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งแต่ละไตรมาสจะมีความชัดเจนและความรู้สึกของคุณแม่ที่แตกต่างกันออกไปดังนี้ ลักษณะท้องของคนท้อง 1 สัปดาห์ – 1 เดือนแรก (ระยะเริ่มแรก) ในช่วงลักษณะท้องของคนท้อง 1 สัปดาห์ ถึงลักษณะท้องของคนท้อง 1 เดือน หน้าท้องจะยังแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายนอกที่สังเกตได้ชัดเจน พุงคนท้องไตรมาสที่ 2 ช่วงเวลาที่หน้าท้องและเอวเริ่มขยายชัดเจน เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 มดลูกจะขยายพ้นอุ้งเชิงกรานขึ้นมา ทำให้ลักษณะท้องของคนท้องเริ่มเห็นเป็นรูปทรงชัดเจน พุงคนท้องไตรมาสที่ 3 เมื่อมดลูกขยายใหญ่จนถึงกำหนดคลอด นี่คือช่วงที่ลักษณะท้องของคนท้องโตเต็มที่และมีการเปลี่ยนแปลงเชิงสรีระอย่างมาก สัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่มาพร้อมลักษณะท้องของคนท้อง 1 เดือนแรก เนื่องจากหน้าท้องในช่วงลักษณะท้องของคนท้อง 1 เดือน ยังดูไม่ออก คุณแม่จึงต้องสังเกตสัญญาณทางกายภาพอื่น ๆ ร่วมด้วย การดูแลตัวเองเมื่อเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของหน้าท้อง เมื่อรูปร่างเริ่มเปลี่ยนไป การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจคือสิ่งสำคัญอันดับต้น […]
วันกำหนดคลอดเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เบบี้กิ๊ฟมั่นใจว่าคุณแม่หลาย ๆ ท่าน ต้องมีแอบเล็งของใช้ทารกไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้เพศกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งการเตรียมของใช้ทารกไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเชื่อต่าง ๆ อีกต่อไป แถมยังมีข้อดีคือทำให้มีเวลาให้คิด เลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพต่าง ๆ ได้ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ก่อนลูกน้อยต้องสัมผัสอีกด้วย BabyGift เข้าใจแม่ว่าของใช้ทารกมีมากมายเหลือเกินในปัจจุบัน เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ทารกที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดมาให้เลือก ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ไว้ให้ดังนี้ค่ะ หมวดให้นม การทานนมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทารกในช่วงวัยแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่ทารกไม่สามารถกินอย่างอื่นได้นอกจากนม การเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับการทานนม จึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทานนมนั้น เป็นจุดที่ลูกได้รับสัมผัสเข้าไปโดยตรง จึงควรพิจารณาเลือกวัตดุ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทนต่อความร้อน และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เก็บน้ำนมของคุณแม่ไว้ให้ลูกน้อยทานได้เรื่อย ๆ การปั๊มนมตามรอบนอกจากจะให้คุณแม่มีน้ำนมในปริมาณที่พอเพียงแล้ว ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดเต้านมได้อีกด้วย โดยเครื่องปั๊มนมมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปั๊มนมไฟฟ้า หรือปั๊มมือ แบบปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มคู่ และแต่ละเครื่องยังมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างไปอีก ทั้งระบบการปรับแรงดูด รอบดูด ปั่นจี๊ด นวดกระตุ้น เคลียร์เต้า ต่างๆ […]
