5 ข้อต้องห้าม หากไม่อยาก คลอดก่อนกำหนด
คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ทำตาม 5 ข้อนี้
ปกติแล้วคุณแม่จะอุ้มท้องลูกน้อยทั้งหมด 40 สัปดาห์ อันที่จริงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครถึงหรอกนะคะ เพราะว่าคุณหมอจะอนุญาตให้คลอดได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 37 เป็นต้นไปแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 นี้ คุณแม่ก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ คอยระแวดระวังสัญญาณเตือน ถ้าพบก็รีบไปหาคุณหมอ อย่าชะล่าใจเลยนะคะ ส่วนในระหว่างนี้มาดูกันว่ามีอะไรที่คุณแม่จะสามารถเลี่ยงได้บ้างเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
1. เซย์โนกับบุหรี่และแอลกอฮอล์กันดีกว่า
แน่นอนว่าบุหรี่และแอลกอฮอล์ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับแม่ท้อง ก็ขนาดกับคนธรรมดายังไม่ดีเลยใช่มั้ยล่ะ เหตุผลนึงก็เพราะ ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์มีสารที่จะไปยับยั้งหรือชะลอการเติบโตของลูกน้อยค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ก็อย่าได้ไปอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่เลยเชียว เพราะสารนิโคตินในบุหรี่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้แม้คุณแม่จะไม่ใช่คนที่สูบก็ตาม อ่านมาถึงตรงนี้คุณแม่อาจจะเริ่มกังวล เมื่อตอนเย็นเดินผ่านคนสูบบุหรี่ ลูกจะเป็นอะไรมั้ยนะ? คุณแม่ทำจิตใจให้สบายค่ะ เราแอบไปถามคุณหมอมาให้แล้ว คุณหมอบอกว่าถ้าเจอก็ให้เดินหนี เจอผ่านๆ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปนั่งใกล้ๆ แถวนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ

2. ขอแค่แม่อย่าเครียด
เพราะความเครียดจะทำให้มดลูกขอคุณแม่บีบตัวค่ะ ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 24 เป็นต้นไป คุณแม่ก็จะรู้สึกถึงอาการที่มดลูกบีบตัวนี้ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า อาการท้องแข็ง แต่ว่าอาการท้องแข็งเนี่ย ไม่ควรจะเกิดถี่ๆ ติดกัน ถ้าพูดเป็นตัวเลขก็คือ ไม่ควรถึง 6 ครั้งภายในหนึ่งชั่วโมง เพราะนั่นเป็นสัญญาณว่าคุณแม่ใกล้จะคลอดแล้วล่ะค่ะ คุณแม่ที่ต้องเผชิญกับความเครียดมากๆ ก็จะเป็นการกระตุ้นให้มดลูกบีบตัว ทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ แถมยังเสี่ยงแท้งอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นมาทำใจให้สบายไปด้วยกันนะ

3. สุขภาพช่องปากก็สำคัญ
คุณแม่หลายๆ คนไม่ได้สนใจสุขภาพในช่องปากเท่าที่ควร ก็นั่นสินะ ใครจะไปคิดว่าคนท้องต้องดูแลปากและฟันด้วย เหตุผลคืองี้ค่ะ ถ้าช่องปากของคุณแม่ไม่สะอาด คุณแม่ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ ซึ่งถ้าติดเชื้อทางช่องปากแล้วเนี่ย ก็อาจส่งผลให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้ ทางที่ดี นอกจากจะพบคุณหมอสูติฯ แล้ว คุณแม่ก็ควรไปพบคุณหมอฟันด้วยนะคะ

4. กลั้นปัสสาวะไม่ดีนะ
ในช่วงตั้งครรภ์นั้นคุณแม่จะรู้สึกปวดปัสสาวะมากกว่าปกติค่ะ เพราะว่ามดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมาเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณแม่รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา หากคุณแม่กลั้นปัสสาวะ ก็อาจเป็นการเสี่ยงให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบได้ แน่นอนว่าทางเดินปัสสาวะอักเสบก็สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว คุณแม่ก็ควรจะทำความสะอาดและเช็ดให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อด้วยนะคะ

5. เบี้ยวนัดคุณหมอ
เบี้ยวนัดคุณหมอไม่ดีนะ การที่เรามาหาคุณหมอเป็นประจำ นอกจากจะเป็นการตรวจครรภ์ทั่วไปแล้ว ยังเป็นเรื่องดีที่คุณหมอจะดูแลได้ทันหากคุณแม่มีอาการผิดปกติ แต่ถ้าคุณแม่ติดธุระจริงๆ ก็ขอคุณหมอเลื่อนได้แหละ แต่ขออย่าให้เลื่อนเกิน 1-2 สัปดาห์นะคะ โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายที่คุณหมอจะนัดถี่ขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมทานวิตามินที่คุณหมอสั่งให้ครบด้วยนะ

ปัจจัยที่ทำให้คลอดก่อนกำหนดนั้นมีเยอะแยะมากมายเลยล่ะค่ะ บางอย่างก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อ่ะนะ อย่างพวกความผิดปกติทางร่างกายของตัวคุณแม่เอง หรือของลูกน้อยในครรภ์อะไรแบบนี้ แต่อย่างน้อยถ้าเราสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่กล่าวถึงไปข้างต้นได้ ก็ถือว่าเราได้ลดความเสี่ยงไปได้มากแล้วล่ะค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
หนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของคุณแม่ตั้งครรภ์ คือการคลอดลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย ลูกน้อยแรกคลอดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด แต่ปัญหาหนึ่งที่คุณแม่หลายๆ ท่านต้องพบเจอ คือภาวะคลอดก่อนกำหนด ที่ทำให้คุณแม่จำเป็นต้องคลอดก่อนเวลา ลูกน้อยต้องคลอดในขณะที่ยังตัวเล็ก มีโอกาสเจ็บป่วย และพิการ รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ยังทำงานหรือพัฒนาได้ไม่ดี เรื่องการคลอดก่อนกำหนดแบบนี้ไม่มีครอบครัวไหนอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นจะดีกว่าไหม? หากเราสามารถตรวจสอบหรือเช็กก่อนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะคลอดก่อนกำหนดร้ายนี้เกิดขึ้น รู้จักกับปัจจัยเสี่ยง เลี่ยงคลอดก่อนกำหนด ไม่มีแม่ท้องคนไหนอยากให้ลูกคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นการรู้ทัน ป้องกันไว้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อทุกคน เราจึงอยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์มาลองสังเกตและรู้จักกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด นั่นคือ การวัดปากมดลูก ป้องกันและลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด เพราะความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดมีค่อนข้างมาก หากคุณแม่ได้สังเกตรู้ก่อนเพื่อป้องกันจะทำให้ลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดได้ ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันและลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด คือการวัดปากมดลูก แต่จะต้องทำอย่างไร มีข้อจำกัดหรืออันตรายหรือไม่…ไปดูกันค่ะ การวัดปากมดลูกคืออะไร? คือการตรวจคัดกรองว่าคุณแม่มีภาวะปากมดลูกสั้นหรือไม่ ด้วยวิธีการประเมินปากมดลูกจากการวัดความยาวของปากมดลูก ผ่านการสแกนด้วยอัลตร้าซาวนด์ทางช่องคลอด หรือโดยแพทย์ วิธีนี้เป็นการวัดความยาวและประเมินความยาวปากมดลูกของคุณแม่ตั้งครรภ์ว่ามีขนาดปกติ หรือมีความสั้นจนเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด การวัดปากมดลูกหรือัลตราซาวนด์ปากมดลูกนี้ มีความปลอดภัย คุณแม่ไม่เจ็บ ทำไมต้องวัดปากมดลูก เพราะปากมดลูกเป็นส่วนล่างของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด ตามปกติหากคุณแม่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ปากมดลูกจะมีความยาวอย่างน้อยประมาณ 3 ซม. ซึ่งหากในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่มีปากมดลูกสั้นกว่าปกติ จะสัมพันธ์และทำให้มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ยิ่งความยาวของปากมดลูกสั้นก็จะเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดมากยิ่งขึ้น รวมถึงแพทย์จะได้ตรวจด้วยว่าคุณแม่มีการเปิดของปากมดลูกด้านในหรือเปล่า เพราะหากปากมดลูกเปิดเร็วก็อาจคลอดก่อนกำหนดเร็วด้วย ดังนั้นการที่สูติแพทย์ทำการวัดความยาวปากมดลูกโดยอัลตราซาวนด์ […]
อวัยวะและระบบในร่างกายลูกน้อย ทั้ง 8 ที่ยังอ่อนแอและบอบบางใน เด็กแรกเกิดเช่น สมอง ศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นส่วนลำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบของลูกสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอบบางและอ่อนแอมาก คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญดูแลเป็นพิเศษ 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กวัยแรกเกิด ที่ยังไม่สมบูรณ์ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ของเด็กวัยแรกเกิด 1 ความมั่นใจของลูกน้อยสามารถเสริมสร้างได้ผ่านการสัมผัส เพราะความมั่นใจ คือ พื้นฐานของพัฒนาการของลูกน้อย การสัมผัสด้วยการกอดและการสบตาจากแม่หรือคนรอบข้าง คือ สิ่งมหัศจรรย์ที่ก่อให้เกิดความมั่นใจของลูกน้อย เมื่อแม่พยายามปลอบในเวลาที่ลูกร้อง การยิ้มตอบเมื่อแม่พูดคุยด้วย สิ่งเหล่านี้คือสายใยแห่งความผูกพันที่ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น และไว้ใจซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างให้ลูกมีบุคลิกและการแสดงออกในเชิงบวกได้ 2 ความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นผ่านสัมผัสทั้ง 5 เด็กในวัยแรกเกิด ทุกอย่างรอบตัว คือ โลกใบใหม่ของเค้า เด็กในวัยแรกเกิด – 1 ปี จะพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการนำเข้าปาก และเมื่อย่างเข้าสู่วัยขวบปีแรก เด็กจะสนใจอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวด้วยการสัมผัสและการมอง ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นนี้เองจะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการเรียนรู้และทักษะทางด้านร่างกาย การเรียนรู้โลกภายนอกด้วยการสัมผัสกับลมเบาๆและได้ยินเสียงจากธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างดี 3 ทักษะในการสื่อสารและเข้าสังคมสามารถพัฒนาได้จากรอยยิ้มของคนรอบข้าง เมื่อย่างเข้าสู่เดือนที่ 2 เด็กจะเริ่มรู้จักการยิ้ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นพัฒนาการแรกในการเข้าสังคม ด้วยการมีปฏิกริยาโต้ตอบและบอกความรู้สึกให้ผู้คนรอบข้างได้รับรู้ ความสามารถในการสื่อสารขั้นพื้นฐานนี้ จะได้รับการพัฒนาโดยเริ่มจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกและจะค่อยๆ […]
น้ำมะพร้าวถือเป็นเครื่องดื่มธรรมชาติที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณประโยชน์มากมายต่อร่างกายของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ แต่ก่อนที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะตัดสินใจดื่มน้ำมะพร้าว ต้องศึกษาให้รอบด้านก่อนว่ามีประโยชน์และข้อควรระวังอะไรบ้าง สารอาหารและคุณประโยชน์ในน้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวนับเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารอาหารและเกลือแร่จำนวนมาก ได้แก่ นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แทนนิน และกรดสกัดจากเปลือกมะพร้าวอีกด้วย ซึ่งช่วยต่อต้านริ้วรอยและความแก่ชรา ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หลายคนอาจเคยได้ยินกระแสข่าวลือว่า การดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์จะทำให้แท้งบุตรได้ แต่ความจริงแล้วน้ำมะพร้าวกลับมีประโยชน์มากมายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มน้ำมะพร้าวเมื่อไหร่ จากประโยชน์มากมายของน้ำมะพร้าวข้างต้น จึงเห็นได้ชัดว่าน้ำมะพร้าวเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเป็นเครื่องดื่มสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ วิธีการและเวลาที่เหมาะสมในการดื่ม มีดังนี้ ข้อควรระวังในการดื่มน้ำมะพร้าว แม้น้ำมะพร้าวจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ โดยมีข้อควรระวังดังนี้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการดื่มน้ำมะพร้าว หากมีประวัติแพ้มะพร้าวหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด จากประโยชน์มหาศาลของน้ำมะพร้าวที่กล่าวไปข้างต้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณแม่ตั้งครรภ์จะตระหนักถึงคุณค่าของน้ำมะพร้าวอันล้ำค่า และเลือกดื่มน้ำมะพร้าวอย่างระมัดระวัง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณนานาอยากฝากไปถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้คาร์ซีท ในทุกครั้งที่เดินทาง ไม่ว่าใกล้หรือไกล ก็ต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทเสมอ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขอปรบมือให้กับคุณนานาและคุณเวย์ ที่เป็นครอบครัวตัวอย่าง ฝึกให้น้องบีน่าและน้องบรู๊คลีน มีวินัยในการนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่อยู่บนรถ คาร์ซีท หรือเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก ช่วยลดโอกาสการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ การใช้ คาร์ซีท จะช่วยรองรับศีรษะ คอ กระดูกสันหลัง ที่ยังไม่แข็งแรงของเด็กเล็ก ช่วยไม่ให้สมองและไขสันหลังถูกทำลายจากการกระแทกในขณะเกิดอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญควรติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกต้อง ให้ลูกคาดเข็มขัดนิรภัยที่ตัวคาร์ซีทด้วยทุกครั้ง และปรับสายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่ให้ลูกอึดอัดและไม่หลวมเกินไป เพราะถ้าหลวมเกินไป เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงและไม่คาดฝัน ก็อาจทำให้เด็กหลุดออกจากคาร์ซีท และหลุดออกนอกตัวรถไปจนเป้นอันตรายถึงชีวิต ครอบครัวตัวอย่างเดินทางอย่างปลอดภัย คุณพ่อคุณแม่คาดเบลล์ ลูกๆนั่งคาร์ซีท ว้าว เยี่ยมไปเลย !!! น้องบีน่าและน้องบรู๊คลิน เดินทางอย่างปลอดภัยและหลับสบ๊ายสบายด้วยค่ะ
ตัดเล็บทารก หน้าที่นี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะแอบเกร็งเลยใช่ไหมคะ เพราะนิ้วลูกยังเล็กมาก เล็บก็ยังอ่อนและเปราะบาง คุณพ่อคุณแม่เลยกลัวว่าจะตัดเล็บเข้าเนื้อทำให้ลูกน้อยเจ็บตัวได้ แต่อย่ากลัวเลยค่ะ เพราะเรามี ”วิธีการตัดเล็บทารก” มาแชร์ให้อ่านกัน วิธีตัดเล็บนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีความมั่นใจในการตัดเล็บให้ลูกน้อยมากขึ้น ตัดเล็บทารก เรื่องง่าย ๆ ถ้ารู้วิธีที่ถูกต้อง พร้อมอุปกรณ์ที่เหมาะสม ตัดเล็บทารก ควรตัดบ่อยแค่ไหน เล็บมือทารกจะยาวขึ้นวันละ 0.1 มม. ส่วนเล็บเท้าจะยาวช้ากว่า เด็กเล็กจึงควรตัดเล็บมือเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และเล็บเท้า 2-3 ครั้งต่อเดือน ซึ่งช่วงเดือนแรกลูกน้อยเล็บยังนิ่ม แต่ก็สามารถบาดผิวลูกได้ จึงแนะนำให้ใช้การตะไบมากกว่าการตัด แต่หลังจากนั้นเล็บจะแข็งแรงขึ้น สามารถเลือกใช้ตะไบตัดเล็บหรือกรรไกรก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของคุณพ่อคุณแม่ วิธีตัดเล็บทารก ตัดเล็บทารกให้ไม่เข้าเนื้อ ตัดเล็บเข้าเนื้อ อันตรายกว่าที่คิด การตัดเล็บให้ลูกน้อยอย่างไม่เชี่ยวชาญ ใช้อุปกรณ์ตัดเล็บไม่เหมาะสม และไม่ระวังมากพอ อาจทำให้ตัดเข้าเนื้อ เล็บฉีก จนลูกน้อยบาดเจ็บเลือดไหล และอันตรายไปถึงขั้นติดเชื้อได้เลยนะคะ จากข้อมูลเพจเรื่องเล่าจากโรงหมอ ได้นำเสนอข่าวเด็กวัยสิบเดือนที่ยายตัดเล็บให้ จากนั้นนิ้วโป้งเท้าของเด็กก็เริ่มบวม แดง อักเสบ มีไข้สูง เมื่อพาไปพบคุณหมอก็ได้ข้อวินิจฉัยว่าเด็กนิ้วเท้าอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือด คุณหมอจึงขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่นำรูปมาโพสต์เตือนให้พ่อแม่ทุกคนระวังในการตัดเล็บลูกน้อยมากขึ้น เห็นแบบนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกอุปกรณ์ตัดเล็บให้เหมาะกับวัยของลูกและควรตัดอย่างระมัดระวังมากขึ้นนะคะ ที่ตัดเล็บเด็ก ควรใช้แบบไหนให้ปลอดภัย 1. กรรไกรตัดเล็บเด็ก 2. […]
