5 แบบ 10 ตัวเลือก เบาะนอนเด็ก หายใจผ่านได้ ที่คุณแม่วางใจ อัปเดตปี 2024

เบาะนอนเด็ก เรียกว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทารก และเด็กเล็ก เนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไหลตายในเด็ก (SIDS) และป้องกันการติดขัดหรือหายใจไม่ออก เบาะที่มีความแน่นพอเหมาะจะช่วยสนับสนุนกระดูกสันหลังที่กำลังพัฒนาของเด็ก ป้องกันปัญหาสรีระในอนาคต ช่วยให้เด็กนอนหลับได้ลึกและยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมอง อีกทั้งเบาะเด็กที่ได้มาตรฐาน ปราศจากสารเคมีอันตรายยังส่งผลต่อสุขภาพของเด็กด้วย ดังนั้น การเลือกเบาะนอนสำหรับเด็กที่เหมาะสม และได้มาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อความปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของเด็กนั่นเองค่ะ

รวม 10 ตัวเลือก เบาะนอนเด็ก ที่คุณแม่วางใจ เบาะนอนทารกหายใจผ่านได้ มียี่ห้อไหนบ้าง ? 

BabyGift เชื่อว่าคุณพ่อ คุณแม่ หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงจะให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อเบาะนอนทารกกันมาก เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 ตัวเลือกเบาะนอนสำหรับเด็กคุณภาพดี หายใจผ่านได้ ราคาไม่แรง มาให้ได้เลือกกันค่ะ แต่ก่อนจะไปแนะนำยี่ห้อกัน เราขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อให้เบื้องต้น ดังนี้ค่ะ 

คำแนะนำในการเลือกซื้อเบาะนอนเด็ก 

  1. เลือกวัสดุที่นุ่มนวล และระบายอากาศได้ดี จะช่วยรองรับการนอนของทารกได้อย่างเหมาะสม 
  2. ใส่ใจเรื่องความปลอดภัย หลีกเลี่ยงเบาะนอนที่มีชิ้นส่วนเล็กๆ ที่อาจหลุดออกมาได้ รวมถึงเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย 
  3. เลือกเบาะที่สามารถซักได้ง่าย เพื่อรักษาสุขอนามัย และความสะอาดซึ่งจะส่งผลต่อลูกของเรา 

BabyGift แนะนำเบาะนอนเด็ก 5 แบบ 10 ตัวเลือก ที่คุณแม่ไว้ใจประจำปี 2024 

1. เบาะนอนทารก Baby Crown Nest – PRINCE & PRINCESS

เบาะนอนเด็กยี่ห้อแรกที่ BabyGift อยากแนะนำก็คือ Baby Crown Nest ของ PRINCE & PRINCESS ค่ะ แบรนด์นี้ออกแบบด้วยความใส่ใจ นอนแล้วไม่ยุบตัว ไม่แข็งไม่นุ่มเกินไป กระจายน้ำหนักได้ดี ทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในท้องของแม่ ทำจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ Cotton 80% ผสมกับเส้นใย Dracon 20% ที่มีความเหนียวนุ่ม ยืดหยุ่น ทักทอด้วยเทคนิคพิเศษ Breathable 3D Air Mesh ทำให้ช่วยให้ระบายอากาศ หายใจผ่านได้ และความร้อนชื้นได้ดี 

จุดเด่น 

  • ตัวเบาะนอนทารกสามารถปรับขนาดได้ ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 9 เดือน และรับน้ำหนักได้ 2.5 กิโลกรัม 
  • ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ สามารถใช้วางบนที่นอนกับผู้ใหญ่ ป้องกันการพลิกตัวไปโดนลูกน้อยขณะนอนหลับ หรือวางบนเปลนอนทารกได้อย่างลงตัว และใช้กับเตียงเด็กแรกเกิดได้ วางบนโซฟาได้ 
  • ผ้าปูนอนชั้นบนสุดทำจากโพลีเอสเตอร์ 100% ที่ออกแบบให้มีรูระบายอากาศตลอดทั้งผืน ช่วยให้ลูกน้อยสามารถหายใจผ่านได้ ลดโอกาสการเกิดโรค SIDS หรือการเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก 
  • มาพร้อมบาร์ของเล่น โมบายผ้านุ่มนิ่ม สีสันน่ารักสดใส ช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 4 เดือน 
  • ผ้าปูที่นอนโดยรอบเบาะนอน สามารถถอดซักได้ 

2. OXY BABY Mattress เบาะนอนหายใจผ่านได้แบบมีขอบกั้น

OXY BABY Mattress เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของเบาะนอนเด็กที่เหล่าคุณแม่ไว้ใจ รุ่นนี้สามารถหายใจผ่านได้ รุ่นนี้จะมีขอบกั้นกันน้องกลิ้งตก กันคุณแม่นอนทับ ทำให้สามารถนอนบนเตียงเดียวกับคุณแม่ได้ มีความนุ่มแน่น แต่ยืดหยุ่นเพื่อความสบายสูงสุด และช่วยรักษารูปทรงธรรมชาติของกระดูกสันหลังให้กับทารกได้ ระบายอากาศได้รอบทุกด้าน หายใจผ่านได้ ทำให้อากาศไหลเวียนได้สะดวกจึงช่วยลดผดผื่นที่เกิดจากความร้อน และชื้นได้ 

จุดเด่น 

  • นอนสบายกว่า ด้วยโครงสร้าง รูปตัวX มีจุดรองรับน้ำหนักที่สม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังในระยะยาวได้ 
  • รองรับน้ำหนักได้ดี ไม่เสียรูปทรงเมื่อใช้งานในระยะยาว 
  • ใช้วัสดุ Tencel 3D Air Mesh Cover และ Polyester Mattress ปลอดภัยจากสารเคมี 
  • ซักล้างทำความสะอาดได้ ไม่เสียรูปทรง (ซักมือ หรือ ซักเครื่องใส่ถุงซัก)

3. OXY BABY Mattress เบาะนอนหายใจผ่านได้

เบาะนอนเด็กอีกหนึ่งรุ่นของ OXY BABY Mattress รุ่นนี้ไม่ได้มีขอบกั้น แต่แถมผ้าปูที่นอนให้ค่ะ ตัวเบาะใช้วัสดุที่ปลอดภัยจากสารเคมี มีจุดรองรับน้ำหนักที่สม่ำเสมอ ป้องกันปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังในระยะยาวได้เช่นกัน หายใจผ่านได้ ระบายอากาศรอบด้าน อากาศไหลเวียนได้สะดวก จะวางบนพื้น วางบนเตียงนอนเด็กแรกเกิด หรือเตียงนอนแม่ก็สามารถทำได้ค่ะ มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน และความชอบค่ะ 

จุดเด่น 

  • ตัวเบาะมีความนุ่มแน่น แต่ยืดหยุ่น นอนสบายด้วยโครงสร้าง รูปตัว X 
  • รองรับน้ำหนักได้ดี ไม่เสียรูปทรงเมื่อใช้งานในระยะยาว 
  • ตัวเบาะทำความสะอาดง่ายเพียงแค่ฉีดล้าง และแห้งไว ส่วนผ้าปูที่นอนสามารถซักล้างทำความสะอาดได้ ไม่เสียรูปทรง (ซักมือ หรือ ซักเครื่องใส่ถุงซัก) 

4. AIRY เบาะนอนหายใจผ่านได้สำหรับทารก, ไซส์ L/70 (รุ่น DUO)

เบาะนอนเด็ก Duo ของ Airy ตัวนี้เป็นไซส์ L ค่ะ สามารถใช้นอนได้ 2 ด้าน ทั้งด้านแน่น เหมาะสำหรับแรกเกิดเป็นต้นไป และด้านนุ่มเหมาะสำหรับช่วงวัย 6 เดือน – 1ปี ขึ้นไป โดยแบ่งตามสรีระของแต่ละช่วงวัย ไม่ยวบง่าย ตัวไส้เบาะใช้วัสดุพิเศษ (EVA) ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำยางกัดของทารก มาพร้อมโครงสร้างแบบรังนก 3 มิติ มีความยืดหยุ่นแต่ไม่ยวบ ผลิตจากวัสดุปลอดสารพิษระดับ food grade เนื้อเบาะ นุ่มแน่น รองรับสรีระของทารกได้อย่างเหมาะสม อากาศถ่ายเทได้ดี หายใจผ่านได้ มีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาด ทั้ง S, M, L  

จุดเด่น 

  • หายใจผ่านได้ดีเยี่ยม ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยประเทศเบลเยี่ยมว่าหายใจได้ “จริง” และดีกว่าเบาะทั่วไปถึง 7 เท่า 
  • เนื้อเบาะนุ่ม รองรับสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปของลูก ได้แก่ ลำคอ ช่วงบ่า รวมถึง น้ำหนักที่มากขึ้นด้วย 
  • ตัวเบาะสามารถหายใจผ่านได้ ลดความเสี่ยง การขาดอากาศหายใจในทารก ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมไรฝุ่น ลดการเกิดภูมิแพ้ 
  • เนื้อเบาะแน่นไม่ยวบ เหมาะสำหรับการทำ Tummy Time ฝึกกล้ามเนื้อและพัฒนาการ 

5. AIRY O2 เบาะนอนหายใจผ่านได้สำหรับทารก ไซส์ L/70

เบาะนอนเด็ก Duo ของ Airy ตัวนี้เป็นไซส์ L ค่ะ สามารถใช้นอนได้ 2 ด้าน ทั้งด้านแน่น เหมาะสำหรับแรกเกิดเป็นต้นไป และด้านนุ่มเหมาะสำหรับช่วงวัย 6 เดือน – 1ปี ขึ้นไป โดยแบ่งตามสรีระของแต่ละช่วงวัย ไม่ยวบง่าย ตัวไส้เบาะใช้วัสดุพิเศษ (EVA) ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำยางกัดของทารก มาพร้อมโครงสร้างแบบรังนก 3 มิติ มีความยืดหยุ่นแต่ไม่ยวบ ผลิตจากวัสดุปลอดสารพิษระดับ food grade เนื้อเบาะ นุ่มแน่น รองรับสรีระของทารกได้อย่างเหมาะสม อากาศถ่ายเทได้ดี หายใจผ่านได้ มีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาด ทั้ง S, M, L  

จุดเด่น 

  • หายใจผ่านได้ดีเยี่ยม ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยประเทศเบลเยี่ยมว่าหายใจได้ “จริง” และดีกว่าเบาะทั่วไปถึง 7 เท่า 
  • เนื้อเบาะนุ่ม รองรับสรีระที่เปลี่ยนแปลงไปของลูก ได้แก่ ลำคอ ช่วงบ่า รวมถึง น้ำหนักที่มากขึ้นด้วย 
  • ตัวเบาะสามารถหายใจผ่านได้ ลดความเสี่ยง การขาดอากาศหายใจในทารก ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมไรฝุ่น ลดการเกิดภูมิแพ้ 
  • เนื้อเบาะแน่นไม่ยวบ เหมาะสำหรับการทำ Tummy Time ฝึกกล้ามเนื้อและพัฒนาการ 

เบาะนอนที่ดีจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณนอนหลับสบาย ปลอดภัย และมีการพัฒนาการที่ดี ดังนั้น การลงทุนซื้อเบาะนอนคุณภาพสูงจึงคุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ และถ้าหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เบาะนอนเด็ก หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ความสะอาดของอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับลูกน้อยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเด็กเล็กยังร่างกายไม่แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็ทำงานได้ยังไม่เต็มที่ หากสัมผัสกับเชื้อโรคก็จะมีโอกาสป่วยได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหาวิธีทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ ได้มีการนำนวัตกรรมการฆ่าเชื้อด้วยพลังงานจากรังสี UV-C โดยการปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องอบ UV ขนาดเล็กที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ในบทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องอบยูวีพร้อมสินค้าแนะนำมาฝากกันแล้วค่ะ   เครื่องอบ UV คืออะไร ? เครื่องอบ UV หรือ ตู้อบ UV (UVC Sterilizer) เป็นการนำหลอดสังเคราะห์แสง UV-C หรือ Germicidal Lamp มาติดตั้งไว้ภายในเครื่องอบบริเวณด้านบน หรือบริเวณฝาปิดด้านบน เมื่อเครื่องทำงานด้วยโหมด UV จะเป็นการปล่อยรังสี UV-C จากหลอด UV ด้วยปริมาณค่าความยาวคลื่นแสงถึง 254 นาโนเมตร ลงไปตกกระทบกับพื้นผิวของสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในตู้ ในปริมาณที่สม่ำเสมอ และระยะเวลานานเพียงพอจนเข้าไปทำลาย DNA และ RNA ของเชื้อโรคได้ จากแต่เดิมการฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ด้วยการลวกน้ำร้อน หรือการนึ่งด้วยไอร้อน อาจเหมาะกับการฆ่าเชื้อแค่สิ่งของที่โดนน้ำและทนความร้อนได้ เช่น […]

คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก  หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า  อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์  จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด  และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง  ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ  จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น  ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]

ลดอาการแพ้ท้อง ตอนตั้งครรภ์ทำให้คุณแม่หลายคนคิดว่าการจะมีลูกซักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก อาการหลัก ๆ ก็เลยจะมีวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าหากคุณแม่มีอาการนี้แบบนี้อยู่ หรืออยากลดอาการแพ้ท้อง เราเลยมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่มาช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องมาฝากกันค่ะ แพ้ท้อง เกิดจากอะไร? อาการแพ้ท้องเกิดจากฮอร์โมน HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ในร่างกายของคุณแม่เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางทางร่างกายและจิตใจ จนมีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และอื่น ๆ  8 เคล็ดลับที่ช่วยลดอาการแพ้ท้อง 1. กลิ่นหอมสดชื่นเบา ๆ ช่วยได้ คุณแม่ที่ได้กลิ่นน้ำหอมฉุน กลิ่นเทียน กลิ่นธูป หรืออื่น ๆ แล้วมีอาการคลื่นไส้ ให้รีบออกมาจากตรงนั้นเลยค่ะ เพราะเรื่องกลิ่นก็มีผลกับอาการแพ้ท้อง คุณแม่ควรจะอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท หากลิ่นสดชื่นธรรมชาติ ไม่ฉุน ก็จะช่วยให้คุณแม่อาการดีขึ้น รู้สึกเวียนหัวน้อยลง แล้วก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้ด้วย 2. ดื่มน้ำลดอาการหน้ามืด อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของการอาเจียน การดื่มน้ำเปล่าอุณภูมิปกติหรือน้ำส้มคั้นสักแก้วก็จะช่วยให้คุณแม่สดชื่นขึ้นได้ ช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำด้วยค่ะ และที่สำคัญคุณแม่ต้องดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำด้วยนะคะ […]

หนาวนี้แม่ๆ มีแพลนพาลูกๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันคะ… สำหรับบ้านนี้ เราจะไปญี่ปุ่นกันค่ะ เราแพลนและจองตั๋วกันไว้ตั้งแต่ พ.ย. ที่แล้ว เลือกไปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จุดหมายคือ อยากพาลูกสาว น้องเจเปค ไปดูภูเขาไฟภูจิและเดินเที่ยวในโตเกียว อยากให้เค้าเห็นการใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบมากๆ ของคนญี่ปุ่นค่ะ (เพราะอยู่บ้านนางจะกรี๊ดกร๊าดหน่อยๆ) ควรพาลูกเที่ยวตอนอายุเท่าไหร่… เป็นคำถามที่แม่ๆ กังวล กลัวนู้นนี่ รวมถึงเสียงจากรอบข้างว่าน้องยังเล็ก เที่ยวไปก็จำอะไรไม่ได้ แต่บ้างบ้านก็อยากใช้สิทธิ์ค่าตั๋วราคาพิเศษสำหรับเด็ก 7 วัน – ไม่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน สำหรับน้องเจเปค ครั้งนี้เป็นการไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ขอเล่าย้อนหลังนิดนึงค่ะ  ครั้งแรกของน้องไปตอน 1 ขวบ 1 เดือน เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้า  อย่างที่บอกไปตอนต้น ว่าเสียงรอบ ๆ ตัวที่บอกว่าน้องยังเล็กไป พาไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก จำอะไรไม่ได้หรอก  แต่หลังจากกลับมาจากรอบแรก หลายครั้งที่น้องเจออะไรเกี่ยวกับที่ตัวเองเคยทำที่นู่น ไม่ว่าจะเป็นขึ้นรถไฟ โหนรถไฟ ใบไม้แดง อาหารญี่ปุ่น น้องจำได้เยอะจนทุกคนงงไปเหมือนกัน เราพ่อแม่ก็แฮปปี้สิคะ จริงๆแล้วลูกสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ แต่อาจจะจำได้ไม่ละเอียดเหมือนผู้ใหญ่  เด็กวัย […]

ลูกน้อยที่ทั้งฉลาดและอารมณ์ดี คือลูกน้อยที่คุณแม่ทุกๆ บ้านใฝ่ฝัน ว่าแต่คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า ทั้งความฉลาดและความอารมณ์ดีนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของโชคหรือดวงหรอกนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถปลูกฝังและฟูมฟักได้ตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในท้อง สำหรับบทความนี้ เรามีวิธีง่ายๆ ที่คุณแม่ท่านไหนก็ทำได้ที่บ้านมาฝากกัน ลองไปดูกันเลยค่ะ 1. อารมณ์ลูกเริ่มจากแม่ คุณแม่อาจจะเคยได้ยินมาว่าอารมณ์ของคุณแม่จะส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นเลยที่บอกว่าแม่ที่เครียดตอนตั้งครรภ์ หรือเป็นซึมเศร้านั้นจะส่งผลต่อบุคลิกภาพและอารมณ์ของลูกน้อย อันนี้ก็เพราะว่ามันจะมีฮอร์โมนตัวนึงที่เรียกว่าคอร์ติซอล ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยในท้องค่ะ ในทางกลับกัน ถ้าคุณแม่ทำอารมณ์ตัวเองให้ดีและสดใสอยู่เสมอ ร่างกายก็จะลดการหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลเสียตัวนี้ แล้วก็ไปเพิ่มฮอร์โมนตัวดี ที่ไปช่วยกระตุ้นการพัฒนาและการรับรู้ต่างๆ แทนนั่นเองค่ะ 2. อ่านนิทานให้ลูกน้อยฟัง ลูกน้อยจะเริ่มรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณแม่ตั้งแต่ 2-3 เดือนเลยนะ แถมพอเข้าเดือนที่ 3-4 ประสาทหูก็จะทำงานดีขึ้นด้วยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ก็เริ่มพูดคุยกับเค้าตอนนี้ได้เลย นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรจะอ่านนิทานให้เค้าฟัง เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการด้านการได้ยินของลูกน้อยแล้ว ยังเป็นสิ่งที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับคุณแม่อีกด้วยนะ 3. เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม อาหารที่เหมาะสมจะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตและการสร้างเซลล์ต่างๆ ส่วนอาหารที่คุณแม่ควรรับประทานก็อย่างเช่น 4. ส่องไฟกระตุ้นการมองเห็น ตอนอายุครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน ลูกน้อยจะเริ่มพัฒนาด้านการมองเห็น และจะสามารถเห็นแสงไฟส่องทะลุผนังหน้าท้องของคุณแม่เข้ามาได้ค่ะ เพราะฉะนั้นการส่องไฟที่หน้าท้องก็ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการและเซลล์สมองส่วนรับภาพได้เหมือนกันนะ วิธีการเล่นกับลูกน้อยด้วยการใช้ไฟส่องก็คือ ให้คุณแม่ใช้ไฟฉายมาวนเป็นวงกลมที่หน้าท้องรอบๆ สะดือ ลูกจะขยับตอบรับกับแสงไฟนั้นให้คุณแม่รู้สึกได้ […]

คุณแม่รู้ไหม? เรื่องนอนของลูกน้อยทารกสำคัญมากพอๆ กับเรื่องการกินที่ดีเลยทีเดียว  เพราะการนอน มีผลทั้งต่อสุขภาพร่างกาย พัฒนาการ อารมณ์จิตใจ และการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ในอนาคตของลูกน้อย เพราะการให้ลูกน้อยได้นอนหลับเต็มที่ หลับสนิทและยาวนาน จะทำให้ Growth Hormone ในร่างกายลูกน้อยหลั่งออกมาได้ดี ส่งผลช่วยให้ลูกมีการเจริญเติบโตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง  นอกจากนี้การที่ลูกน้อยได้นอนหลับสนิทเต็มที่ ยังทำให้สมองพัฒนาได้ดี ทำให้ลูกตื่นมาอารมณ์ดี เป็นเด็กที่สดใสและเลี้ยงง่ายอีกด้วย ดังนั้นคุณแม่จึงต้องใส่ใจเรื่องการนอนของลูกน้อย ด้วยการให้ลูกได้นอนหลับสบายเต็มที่ยาวนาน ไม่มีสิ่งต่างๆ มารบกวน  โดยเฉพาะการเลือกเครื่องนอนหรือเปลนอนให้ลูก ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยต้องเลือกเปลที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยม ปลอดภัย ลูกน้อยหลับได้ยาวนาน  และยิ่งเป็นเปลที่ทำให้เบบี๋นอนหลับได้ง่าย เคลื่อนย้ายได้ แถมคุณแม่ไม่ต้องอุ้มเดินกล่อมลูกนอนให้ยุ่งยากต่อไป …นี่แหล่ะเปลนอนในดวงใจของทั้งคุณแม่และคุณลูก เปลนอนทารกมีกี่แบบ? 1. เปลหิ้ว หรือเปลตะกร้า เปลที่คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกนอนแล้วหิ้วเดิน หรือหิ้วไปใส่ในคาร์ซีทหรือรถเข็นได้ มีน้ำหนักเบา มีหูจับหิ้วสะดวก พกพาง่าย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดเล็กซึ่งเหมาะสำหรับลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น ทำให้ใช้งานได้ไม่ยาวนานนัก 2. เปลไกว เปลไกว คือเปลนอนสำหรับเด็กที่สามารถแกว่งโยกไปมาได้ เป็นการเคลื่อนไหวคล้ายขณะที่ลูกทารกยังอยู่ในท้องแม่  เพื่อช่วยคุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกนอน โดยไม่ต้องอุ้มโยกกล่อมลูกน้อย ซึ่งเปลไกวมีการพัฒนาหลายแบบ ทั้งเปลไกวตั้งพื้นขนาดเล็กเฉพาะตัวลูก เปลไกวแบบลูกกรง […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid