รวมรถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี แข็งแรง เข็นง่าย ปี 2025

รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหารถเข็นเด็กพับได้ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ในปี 2025 มีตัวเลือกมากมายจนอาจทำให้เลือกลำบาก จากรุ่นพื้นฐานไปจนถึงรุ่นพรีเมียมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงความแข็งแรง ความสะดวกในการเข็น และฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการของครอบครัว มาดูกันว่ามีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับการลงทุน

รถเข็นเด็กพับได้ ต่างจากรถเข็นเด็กทั่วไปอย่างไร

รถเข็นเด็กพับได้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากรถเข็นเด็กทั่วไปอย่างชัดเจน คือ ความสะดวกในการพับเก็บและพกพา น้ำหนักที่เบากว่า และขนาดที่กะทัดรัดเมื่อพับแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบเดินทางหรือมีพื้นที่จำกัด ในขณะที่รถเข็นทั่วไปมักเน้นความแข็งแรงและฟีเจอร์ครบครัน แต่ขนาดใหญ่และเคลื่อนย้ายยาก

วิธีการเลือกรถเข็นเด็กพับได้

รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี

การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ให้เหมาะสมต้องพิจารณาหลายปัจจัยสำคัญ เพื่อให้ได้ตัวที่ตรงกับความต้องการและใช้งานได้ยาวนาน

เลือกให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก

การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ตามช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะแต่ละวัยมีความต้องการที่แตกต่างกัน

  • เด็กแรกเกิด – 6 เดือน: เลือกแบบเอนนอนราบได้ ขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะกับโครงสร้างกระดูกที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • เด็กอายุ 6 – 18 เดือน: เลือกแบบทั่วไปที่มีพนักพิงและเบาะขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการเจริญเติบโต
  • เด็กอายุ 1.5 – 4 ปี: เลือกแบบที่มีล้อขนาดใหญ่ โครงแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี

เลือกวัสดุที่แข็งแรง

วัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นเด็กพับได้มีผลต่อความทนทานและความปลอดภัย ควรเลือกโครงอะลูมิเนียมผสมที่แข็งแรงทนต่อการบิดงอ เบาะที่มีสปริงและฟองน้ำคุณภาพดี ผ้าหุ้มเบาะที่ระบายอากาศได้ดี ล้อทำจากพลาสติก PU ที่ทนทานและลดแรงกระแทก และหลังคาที่ป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกวัสดุคุณภาพจะช่วยให้รถเข็นเด็กพับได้ใช้งานได้นานและปลอดภัย

เลือกที่มีมาตรฐานระดับสากล

รถเข็นเด็กพับได้ที่ดีควรมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมระบบความปลอดภัยที่รัดกุม ระบบล็อกโครงรถเข็นที่มั่นคง เข็มขัดนิรภัยที่ใช้งานง่าย และระบบล็อกล้อหลังที่ป้องกันการลื่นไถล การมีมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของลูกน้อย

เลือกที่มีฟังก์ชันเพิ่มเติม

ฟีเจอร์พิเศษของรถเข็นเด็กพับได้ที่น่าสนใจ ได้แก่ การปรับเอนได้หลายระดับ ระบบเข็นแบบ 2 ทิศทาง หลังคาพร้อมหน้าต่างระบายอากาศ และช่องเก็บของขนาดใหญ่ ฟังก์ชันเหล่านี้จะเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้รถเข็นเด็กพับได้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น

แนะนำ 7 รถเข็นเด็กพับได้ คุณภาพดีจาก BabyGift

รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี

BabyGift ได้คัดสรรรถเข็นเด็กพับได้คุณภาพดี 7 รุ่นที่โดดเด่น ตั้งแต่รุ่นเบสิกไปจนถึงรุ่นพรีเมียม แต่ละรุ่นผ่านการทดสอบและมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

1. รถเข็นเด็ก Prince & Princess AUTOPACT Plus

รถเข็นเด็ก Prince & Princess AUTOPACT Plus เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคุณแม่ที่รักการท่องเที่ยวและเดินทางบ่อย ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 7 กิโลกรัม พร้อมระบบพับกางอัตโนมัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รุ่นนี้มาพร้อมเสริมยางยืดใต้เบาะช่วยให้การพับเก็บทำได้ง่ายและสมูท รองรับน้ำหนักได้ถึง 22 กิโลกรัม จึงใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ขวบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

จุดเด่น

  • ระบบพับอัตโนมัติล้ำสมัย เพียงกดปุ่มครั้งเดียวที่บริเวณด้ามจับ รถเข็นจะพับเก็บได้เองอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว พร้อมถือขึ้น-ลงบันไดเลื่อนและขึ้นรถได้ง่าย
  • กางเร็วใน 3 วินาที ระบบกางออกอัตโนมัติ เพียงจับด้ามเข็นยกขึ้น รถเข็นจะกางออกเองพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องออกแรง
  • เบาะหนานุ่มพิเศษ เบาะรองนั่งหนา 10 มิลลิเมตร ช่วยรองรับน้ำหนักและแผ่นหลังได้มั่นคง ลูกนั่งสบายแม้เป็นเวลานาน
  • ที่วางเท้าขยายพิเศษ ออกแบบเพิ่มความยาว 21 ซม. เพื่อให้เด็กแรกเกิดนอนราบได้เต็มที่

2. รถเข็นเด็ก KINDERKRAFT รุ่น NUBI 2

รถเข็นเด็กพับได้จากเยอรมันที่โดดเด่นด้วยคุณภาพยุโรป ออกแบบเพื่อเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ปรับเอนนอนราบได้ทารกนอนสบาย พร้อมพับกางได้ง่าย

จุดเด่น

  • ปรับเอนนอนราบได้ 165 องศา เหมาะกับทารกแรกเกิด
  • ล้อหน้าหมุนได้ 360 องศา เข็นได้คล่องตัวในที่แคบ
  • หลังคาขนาดใหญ่ป้องกัน UPF50+ และกันน้ำได้
  • มีมุ้งกันยุงในตัว พับเก็บและกางออกได้ตามต้องการ

3. รถเข็นเด็ก Foppapedretti รุ่น LIKE

รถเข็นเด็ก Foppapedretti LIKE เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์อิตาเลียนชื่อดัง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวสมัยใหม่ ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 7.8 กิโลกรัม ทำให้เหมาะสำหรับการพกพาและสามารถขึ้นเครื่องบินได้ (Cabin Friendly) รุ่นนี้โดดเด่นด้วยระบบพับง่ายด้วยมือเดียว พร้อมตั้งได้เองโดยไม่ต้องพิง ครบครันด้วยฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานทุกวัน ตั้งแต่หลังคากันแดดกันน้ำไปจนถึงตะกร้าเก็บของขนาดใหญ่

จุดเด่น

  • ระบบพับอัจฉริยะ พับง่ายด้วยมือเดียว พร้อมตั้งได้เองโดยไม่ต้องพิง ใช้งานสะดวกในทุกสถานการณ์
  • เบาะนั่งปรับได้เต็มที่ ปรับเอนนอนได้มาก รองรับการนอนหลับได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับเด็กทุกช่วงวัย
  • หลังคาป้องกันครบครัน กันแดด UPF50+ พร้อมซิปกันน้ำและช่องมองลูก ปกป้องลูกน้อยได้อย่างรอบด้าน
  • เข็มขัดนิรภัยสุดสะดวก ระบบ EasyClose พร้อมหัวล็อกแม่เหล็ก ใช้งานง่ายและให้ความปลอดภัยสูง

4. รถเข็นเด็ก Foppapedretti รุ่น TicToc

รถเข็นเด็ก Foppapedretti TicToc เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่ให้ความทนทาน แต่สามารถพับได้บางไม่กินพื้นที่ ด้วยน้ำหนักรวม 9.8 กิโลกรัม รุ่นนี้รองรับการใช้งานตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 5 ขวบ น้ำหนักสูงสุด 22 กิโลกรัม ผ่านมาตรฐาน EN1888 พร้อมโครงสร้างอลูมิเนียมแข็งแรงทนทานสูง และสามารถขึ้นเครื่องบินได้ด้วยระบบ Gate Check รับประกันสินค้า 5 ปีโดย BabyGift ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายเดียวในประเทศไทย

จุดเด่น

  • โครงใหญ่พับเล็กอัจฉริยะ โครงสร้างใหญ่ทนทาน พับได้บางไม่กินพื้นที่ พับแล้วลากได้โดยไม่ต้องยก ออกแบบให้มั่นคง balance แม้แขวนของเยอะ
  • เข็นได้ 2 ทิศทาง ล้อรองรับการเข็น 2 ทิศทาง เพียงยกสลับฝั่งที่นั่ง เหมาะสำหรับดูแลลูกแรกเกิดได้สบายใจ
  • ปรับได้หลากหลาย เอนนอนราบถึง 170 องศา เอนนั่งตรงถึง 80 องศา เหมาะกับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป ปรับได้ดีกว่ารถเข็นทั่วไป
  • ระบายอากาศเยี่ยม โครงสร้างมีรูระบายอากาศตลอดช่วงหลัง หมดปัญหานั่งแล้วหลังแฉะ

5. รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Cushion 

รถเข็นเด็ก Aprica Luxuna Cushion เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่คิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยโครงสร้างที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม พร้อมการออกแบบที่เลี้ยวง่ายในทางแคบ รุ่นนี้มาพร้อมหมอน Mamoru Support ที่รองรับสรีระศาสตร์ของทารก ให้ลูกน้อยนอนสบายในทุกการเดินทาง ด้วยน้ำหนักเพียง 5.6 กิโลกรัม ทำให้เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะสำหรับใช้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนน้ำหนัก 18 กิโลกรัม

จุดเด่น

  • ป้องกัน Baby Shaken Syndrome ด้วย Omega Cushion สปริงรูปตัว M ใต้เบาะ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 36% พร้อมโช้ค 4 ล้อลดแรงกระแทก
  • ล้อหมุนอัตโนมัติครบครัน ทั้ง 4 ล้อหมุน 360 องศา บังคับทิศทางง่าย เลี้ยวสะดวกแม้ในทางแคบ
  • หมอน Mamoru Support คู่ ประคองศีรษะและลำคอป้องกันคอพับ พร้อมหมอนรองสะโพกช่วยให้กระดูกสันหลังตั้งตรง
  • High Seat ป้องกันมลพิษ เบาะนั่งสูงจากพื้น 55 ซม. พร้อมฉนวนสะท้อนความร้อนจดสิทธิบัตรเฉพาะ Aprica ป้องกันฝุ่นและความร้อน

6. รถเข็นเด็ก Copper รุ่น Crown 

รถเข็นเด็ก Copper Crown เป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยวัสดุใหม่เฟรม PVD เงาสวยหรูทนทาน ออกแบบให้พับกางง่าย พับแล้วลากได้ไม่ต้องยก พร้อมขนาดกะทัดรัดที่พกขึ้นเครื่องบินได้สะดวก รุ่นนี้ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดด้วยเบาะปรับนอนราบได้ และยังคงสบายสำหรับเด็กวัย 5-6 ขวบ มาพร้อมตะกร้าใหญ่จุใจที่สามารถพับได้แม้มีของอยู่ในตะกร้า พร้อมของแถม 15 รายการและเบาะให้เลือก 3 สี

จุดเด่น

  • วัสดุเฟรม PVD ใหม่ เงาสวยหรูทนทานระดับพรีเมียม ให้ความรู้สึกหรูหราแตกต่างจากรถเข็นทั่วไป
  • พับกางสุดสะดวก พับง่าย พับแล้วลากได้ไม่ต้องยก พับได้เล็กพกขึ้นเครื่องบินได้ พับได้แม้มีของในตะกร้า
  • ล้อแข็งแรงครบครัน แบบลูกปืนมีโช๊คทั้ง 4 ล้อ ตะลุยได้ทุกพื้นผิว สามารถถอดล้อเปลี่ยนเป็น Big Wheels ได้
  • ตะกร้าใหญ่จุใจ ใส่ได้ทุกสิ่ง แขวนของด้านหลังได้ถึง 8 กิโลกรัม ไม่มีเด็กนั่งก็ไม่ล้ม

7. รถเข็นเด็ก Keenz รุ่น Air Plus Pro

รถเข็นเด็กพับได้ที่โดดเด่นด้วยความจุสัมภาระสูงและการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดถึงประมาณ 5 ปี

จุดเด่น

  • รับน้ำหนักได้ถึง 60 กิโลกรัม รวมเด็กและสัมภาระ ใช้ได้ถึง 5 ปี
  • ตะกร้าสัมภาระขนาดใหญ่มาก เบาะยาว 85 เซนติเมตร กว้าง 35 เซนติเมตร
  • ล้อแบบตลับลูกปืนมีโช๊คทั้ง 4 ล้อ หลังคาแบบ Full Canopy
  • เบาะปรับเอนได้ถึง 175 องศา พนักพิงปรับอัตโนมัติ

สรุปบทความ

การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ที่เหมาะสมต้องพิจารณาถึงช่วงวัยของลูก วัสดุที่แข็งแรง มาตรฐานความปลอดภัย และฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการ ทั้ง 7 รุ่นที่แนะนำล้วนผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน BabyGift เข้าใจดีว่าการเลือกซื้อรถเข็นเด็กพับได้เป็นการลงทุนสำคัญ จึงพร้อมให้คำปรึกษาและบริการทดลองใช้งานจริง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจในทุกการตัดสินใจ และลูกรักได้รับความสะดวกสบายปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว  วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย […]

การเดินทางโดยรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของหลาย ๆ ครอบครัว การเลือกใช้คาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องความปลอดภัยของลูกน้อยในทุกการเดินทาง และหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันคือ คาร์ซีทหมุนได้ หรือ คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชันการหมุน ที่ช่วยให้การติดตั้งและการย้ายลูกน้อยเข้า-ออกจากคาร์ซีททำได้ง่ายยิ่งขึ้น   คาร์ซีทหมุนได้คืออะไร ?  คาร์ซีทหมุนได้ คือ คาร์ซีทที่สามารถหมุนตัวได้รอบทิศทาง 360 องศา ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถหมุนคาร์ซีทไปทางด้านข้าง หรือ หันไปทางประตูรถได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตั้งคาร์ซีทและการย้ายลูกน้อยเข้า-ออกจากคาร์ซีทได้ง่ายขึ้นมาก  คาร์ซีทหมุนได้จำเป็นไหม ช่วยให้สะดวกขึ้นอย่างไรบ้าง ?  1. คาร์ซีทหมุนได้  เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน : การหมุนได้ 360 องศาช่วยให้อุ้มลูกน้อยเข้า-ออกจากคาร์ซีทได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมุดตัวหรือเอี้ยวตัวในพื้นที่แคบ ๆ ของรถ ช่วยลดความเสี่ยงที่ศีรษะจะไปกระแทกกับขอบประตูหรือพาลูกน้อยหกล้มได้เป็นอย่างดี  2. คาร์ซีทหมุนได้  รองรับการใช้งานในระยะยาว : คาร์ซีทหมุนได้สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งการนั่งจากหันไปข้างหลัง (Rear-facing) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึงการหมุนหันไปข้างหน้า (Forward-facing) เมื่อเด็กโตขึ้นได้ โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่  3. สะดวกในการดูแลลูก : การหมุนคาร์ซีทไปทางด้านข้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้ง่ายขึ้น เช่น การเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือการปลอบโยนเมื่อลูกร้องไห้งอแงได้เลย  […]

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

เมื่อลูกน้อยของเราเริ่มโตขึ้นและมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากการให้นมแม่แล้ว คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหาอาหารเสริมอื่น ๆ ให้กับเด็ก ๆ เพื่อรับประทานร่วมกับนมแม่ เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนการให้ลูกน้อย ให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น และยังเป็นการฝึกให้เริ่ม  กินอาหารชนิดอื่นนอกจากนมแม่อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับวิธีการเตรียมอาหารบดละเอียดให้ลูก แต่ปัจจุบันมีการกินที่เรียกว่า BLW (Baby-Led Weaning) ที่เป็นการฝึกให้ลูกน้อยของเราได้ช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เล็ก และยังส่งผลดีต่อการพัฒนาการของลูกอีกด้วย BLW คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ส่งผลดีต่อเด็กอย่างไร และคุณแม่จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ BLW คืออะไร ? ชวนรู้จักวิธีการฝึกลูกน้อยกินข้าวมื้อแรกด้วยตัวเอง ผู้ปกครองหลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า BLW คืออะไร ? Baby – Led Weaning หรือ BLW คือการฝึกให้ลูกของเรากินอาหารได้ด้วยตัวเองตั้งแต่มื้อแรก โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเตรียมอาหารปั่นหรืออาหารบดให้ลูกน้อย แต่เป็นการให้ลูกน้อยใช้มือหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ เป็นชิ้นเล็ก ๆ และกินด้วยตัวเอง ให้ลูกได้ฝึกหยิบจับอาหาร ฝึกเคี้ยว และช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็ก จะนั่งกินเองหรือนั่งกินไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ก็ได้เช่นกัน โดยสามารถฝึกให้ลูกกินแบบนี้ได้ตั้งแต่อายุ 6 […]

เมื่อแม่ท้องปวดเมื่อย ไปนวดได้ไหม อันตรายหรือเปล่า?             สารพันอาการปวดเมื่อย เป็นเรื่องธรรมดาที่มักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ร่างกายมีการปรับเปลี่ยน ร่วมกับการรับน้ำหนักท้องที่ใหญ่ มดลูกที่ขยายและน้ำหนักตัวลูกน้อย ทำให้คุณแม่ท้องมีอาการปวดขา ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดเท้าต่างๆ ร่วมกับการปวดเมื่อยเนื้อตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน จนทำให้ปวดคอ ปวดบ่าไหล่กันได้อีก ด้วยความปวดเมื่อยหลายส่วนของแม่ท้องนี้ จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดจะไปนวดเพื่อให้หายเมื่อยและผ่อนคลาย  โดยอาจไม่รู้ว่าการนวดในช่วงตั้งครรภ์ มีข้อจำกัดและยกเว้นในบางเรื่อง ซึ่งหากคุณแม่ไปนวดโดยไม่ศึกษาหาข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ก่อน อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งคุณแม่และลูกน้อย  ฉะนั้น…เพื่อคลายข้อข้องใจ เราจึงมาอธิบายเบื้องต้นให้คุณแม่ได้รู้ว่า แม่องจะนวดได้ไหม และการนวดแบบไหนเป็นข้อห้ามกันบ้าง แม่ท้อง นวดอะไรได้แค่ไหน? อาการปวดเมื่อยต่างๆ กับคุณแม่ตั้งครรภ์คือของคู่กัน เพราะร่างกายที่เปลี่ยนไป การต้องแบกรักน้ำหนักท้อง โดยต้องยืนแอ่นหลังเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง และทำให้ขา ข้อเข่า และข้อเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ปวดขา ปวดน่อง โดยเฉพาะคุณแม่ท้องที่ต้องยืนนานๆ นอกจากนี้หากคุณแม่มีอาการปวดเมื่อยจากโรคข้อและกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้มีอาการรุนแรงขึ้นได้  นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่อยากนวด แม่ท้องนวด มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมกัน เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาอยู่จำนวนหนึ่งที่บอกถึงประโยชน์ของการนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นคือ การนวดช่วยลดความปวดเมื่อย ลดอาการบวม ตะคริว ปวดศีรษะ คลายความเครียด ทำให้หลับสบาย หลับง่ายขึ้น และอารมณ์ดีขึ้น แต่การนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ […]

ไขข้อข้องใจที่ใครๆหลายๆคน พูดกันว่า ทำไม คาร์ซีท Ailebebe แพง ! มาดูกันสิว่าแพงเพราะอะไร แล้วที่ว่าแพงจริงหรือไม่ คาร์ซีท Ailebebe ทุกตัว จะถูกผลิตขึ้นจากโรงงานผู้ผลิตที่ญี่ปุ่นโดยตรง โดยมีแรงงานซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญสูง จึงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานและค่าแรงสูงตามไปด้วย คาร์ซีท เหมือนกัน…แต่วัสดุภายในไม่เหมือนกันAilebebe เราไม่ได้เลือกใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย มาช่วยรองรับแรงกระแทกที่ต่างกัน…อ่านซักนิดก่อนซื้อ คาร์ซีท ให้ลูก ส่วนประกอบของ คาร์ซีท มาตรฐานความปลอดภัย การผลิต คาร์ซีท ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องตวามสะดวกหรือความถูกต้องในการติดตั้งเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการเคลื่อนที่หน้า-หลังของ คาร์ซีท ในขณะเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บได้อีกด้วย จึงมีการคิดค้นการติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX และ Belt ที่ต้องสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นที่มาของการแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อย ดังนั้น คาร์ซีท Ailebebe ถึงราคาจะแพง แต่คุ้มค่า คุ้มเกินราคา เมื่อเปรียบเทียบกับนวัตกรรมด้านการปกป้อง ทั้งโครงสร้าง วัสดุรองรับแรงกระแทก และการติดตั้งมาตรฐานสากล กับความปลอดภัยในการเดินทางอย่างปลอดภัยของลูกน้อยที่คุณรัก

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid