10 โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่ไหนบ้างน่าสนใจ
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ
โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

1. โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ
โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน :
- นักเรียนอนุบาล 1 รับสมัครนักเรียนชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 ปี ถึง 3 ปี 11 เดือน นับจากวันเกิดจนถึงวันเปิดเรียน
- ระดับชั้น อนุบาล 1 เปิดจำหน่ายใบสมัครล่วงหน้า 1 ปี
- โรงเรียนรุ่งอรุณใช้ระบบการเรียนแบบ 3 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 เปิดเรียน เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม และภาคเรียนที่ 3 เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน
- เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2870 7512 – 3, 0 2840 2501-4
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 391 ถนนพระราม 2 ซอย 33 (ซอยวัดยายร่ม) แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

2. โรงเรียนราชินีบน
เป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เน้นการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ปลูกฝังความเป็นกุลสตรีไทยที่มีมารยาทและคุณธรรม พร้อมหลักสูตรวิชาการที่ครบถ้วน ทั้ง เทคโนโลยี ดิจิทัล คณิตศาสตร์ ภาษา และสังคม เพื่อฝึกฝนและพัฒนาเด็กผู้หญิงให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ เติบโตได้เก่ง ดี และมีคุณค่า เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
โรงเรียนราชินีบน เริ่มรับเข้าเรียน : เมื่อเด็กมีอายุ 4 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนในชั้นอนุบาล 2 มีการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : http://www.rajinibon.ac.th/
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2241-5925
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 885 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300

3. โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า
มีมาตรฐานการสอนระดับนานาชาติ ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และอีก 3 ภาษา โดดเด่นในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก วิชาการ การเรียนรู้ พร้อมการเล่น มีอุปกรณ์การสอนที่ก้าวหน้าทันสมัย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกห้องเรียน ห้องกิจกรรม สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำหน้า นักเรียนส่วนใหญ่ที่จบออกไปแล้วจึงสามารถสอบเข้า ป.1 ในโรงเรียนชื่อดังต่าง ๆ ได้ในอัตราสูง
โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เริ่มรับเข้าเรียน :
ชั้นเตรียมอนุบาลรับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีครึ่ง ระดับชั้นอนุบาล 1 รับเด็กอายุ 3 ปี และในบางสาขาเริ่มเปิดรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แล้ว
ข้อมูลติดต่อ : https://www.denlaschool.ac.th, https://www.dbsbangkok.ac.th
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม โทร. 02-809-1793
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 โทร. 02-459-5656
– โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช โทร. 0-2666-1933
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม เลขที่ 229/1-8 ปากทางเข้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม 102 บางแค กทม. 10160 2)
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 เลขที่ 8 ถนนนครอินทร์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
- โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช 58 หมู่ 2 ถ.ราชพฤกษ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

4. โรงเรียนทอสี
เป็นโรงเรียนที่นำหลักพุทธปัญญามาใช้ในการเรียนการสอน มีวิถีพุทธปัญญาต้นแบบในการบ่มเพาะชีวิตเด็ก ครู และผู้ปกครอง ให้เด็ก ๆ สามารถพึ่งตนเองได้ เน้นเรื่องวิชาการ พร้อมกับเรียนรู้ธรรมชาติ สอนให้เด็กรู้จักและเข้าใจธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับวิชาชีวิต พร้อมจะอยู่ร่วมกับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน และมีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ร่มรื่น สงบ สะอาด เป็นระเบียบ เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาชีวิต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดสอนระดับอนุบาล รับสมัครอายุ 3 ปี และมีชั้นประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : http://thawsischool.com
เบอร์โทรศัพท์ : 0 -2713-0260
สถานที่ตั้ง : 1023/46 ซอย ปรีดี พนมยงค์ 41 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

5. โรงเรียนวนิษา
โดดเด่นด้านการเน้นพัฒนาสมองและพัฒนาทุกด้านของกลุ่มเด็กเล็ก ด้วยหลักสูตรพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ประการ ของ Dr.Howard Gardner ให้ความสำคัญกับการสอนสื่อสาร 2 ภาษาไทย-อังกฤษ ผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยและอินเตอร์ตามสไตล์ Whole Language Approach อย่างลงตัว
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับเด็กเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล 3 อายุตั้งแต่ 1.5 ปีจนถึง 6 ปี
ข้อมูลติดต่อ : https://vanessa.ac.th/
- โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท โทรศัพท์ 02-262-0181, 093-626-3936
- โรงเรียนวนิษา รังสิต โทรศัพท์ 02-531-9696
สถานที่ตั้ง :
– โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท เลขที่ 59/28 ซอยสุขิมวิท 26, ถ.สุขุมวิท, แขวง/เขตคลองเตย กรุงเทพ
– โรงเรียนวนิษา รังสิต เลขที่ 569 ซอยรังสิต-นครนายก 62 คลอง 2 ถนนรังสิต-นครนายกประชาธิปัตย์ ธัญบุรี

6. โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
โรงเรียนสตรีที่พร้อมสร้างกุลสตรีที่มีคุณธรรม เอกลักษณ์ของโรงเรียนคือโรงเรียนแห่งความรักและการให้ พร้อมหลักสูตรที่เน้นรอบด้าน ทั้งวิชาการ ภาษา มารยาท การใช้ชีวิต เน้นสร้างคุณภาพของนักเรียนให้มีศักยภาพในสังคมและในอนาคต ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี มีความเป็นผู้นำและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่
เริ่มรับเข้าเรียน : รับสมัครระดับอนุบาลเมื่อเด็กอายุ 3 ปี และเปิดการสอนจนถึงระดับมัธยมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : https://www.wattana.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2254-7991
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 67 ซอย สุขุมวิท 19 แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์
แนวทางการสอนจะเน้นการเรียนรู้ด้วยวิธีการลงมือปฏิบัติ พัฒนาทักษะการคิด เพื่อให้เด็กรู้จักคิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น ส่งเสริมให้เด็กได้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จินตนาการ และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาเต็มศักยภาพของตน โดยคำนึงถึงความสนใจ ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมปลูกฝังเรื่องมารยาทไทย วัฒนธรรมประเพณี ที่ดีงามของไทย และเรื่องคุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่วัยเด็ก
อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี ถึงอนุบาล 3
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ เลขที่12/9 ซอยศรีนครินทร์ 55 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม เลขที่ 60 ซอยศรีเวียง ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ โทร.0-2743-4047 https://www.plengprasiddhi.ac.th
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม โทร. 0-2267-4264 http://www.ppskgschool.ac.th

8. โรงเรียนอนุบาลแสงโสม
เน้นการสอนรอบด้าน ทั้งวิชาการและแบบโครงงาน (Project Approach) ให้นักเรียนได้ฝึกการคิด การวางแผนเน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุข และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพ ความปลอดภัย การเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม ให้เด็กให้มีความพร้อมในด้านการอ่าน เขียน คิดคำนวณ ตลอดจนศิลปะ ร้องรำทำเพลง พลศึกษา คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง
อนุบาลแสงโสม เริ่มรับเข้าเรียน : เริ่มรับสมัครเข้าเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี – ระดับประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น โทร. 0-2585-6433, 0-2585-5316 http://www.sangsomschool.com
- อนุบาลแสงโสม สัมมากร โทร. 02-954-4722 , 02-954-4723 http://kindergartensammakorn.sangsomschool.com/
สถานที่ตั้ง :
– อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น เลขที่ 6 ซอย ประชาชื่น 32 ถนน ประชาชื่น เยื้องหมู่บ้านซิเมนต์ไทย
– อนุบาลแสงโสม สัมมากร เลขที่ 88/162 ซอยสัมมากร 2 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

9. โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์
ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ เด็ก ๆ ทุกคนคือผู้นำ โรงเรียนต้องการสร้างความใฝ่รู้ให้เด็ก ๆ รักในการค้นคว้า คิดหาเหตุผลอย่างถูกต้องโดยนำความสนใจของเด็กแต่ละคนมาสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบโดยวิธีธรรมชาติและสนุกสนาน เพื่อปลูกฝังแนวทาง ที่ถูกต้องสู่ความเป็นเอกบุคคลในแนวทางต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในตัวเด็กแต่ละคน ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ มิใช่แค่มาเรียน แต่เป็นการมารู้จักความสนใจของตนเอง และแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อเป็นการเริ่มต้นค้นหาตัวตนของตนเอง เพื่อนำไปสู่ความเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 1 ปี 8 เดือนขึ้นไป จนถึงอนุบาล 3
ข้อมูลติดต่อ : http://www.maneerut.com
โทรศัพท์ : 0-2678-4612
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 2066/1 ซ.นราธิวาสราชนครินทร์ 18 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพ

10. โรงเรียนอํานวยศิลป์
ปัจจุบันจัดการศึกษาระบบสองภาษาหลักสูตรไทยและอังกฤษ เป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนการคิดแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย นักเรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและโอกาสในการเรียนรู้ที่ตื่นเต้น น่าสนใจ ที่โรงเรียนจัดขึ้นตลอดทั้งปีการศึกษาระบบสองภาษา สองวัฒนธรรมของเราเป็นพลวัตที่มุ่งสู่การพัฒนาเด็กรอบด้านสร้างทัศนะมุมมองที่เป็นสากลและทัศนะของคนไทย
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 3 ปีขึ้นไป
ข้อมูลติดต่อ : https://www.amnuaysilpa.ac.th/
โทรศัพท์ : 0- 2354 5267
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 304/1 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม 10400
โรงเรียนอนุบาลในฝัน แต่ละที่มีแนวทางการสอนที่แตกต่างกันออกไป คุณพ่อคุณแม่ควรไปเยี่ยมชมโรงเรียนและสอบถามข้อมูลจากคุณครูเพิ่มเติม หรือพาลูกน้อยไปเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยนะคะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ความสะอาดของอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับลูกน้อยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเด็กเล็กยังร่างกายไม่แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็ทำงานได้ยังไม่เต็มที่ หากสัมผัสกับเชื้อโรคก็จะมีโอกาสป่วยได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหาวิธีทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ ได้มีการนำนวัตกรรมการฆ่าเชื้อด้วยพลังงานจากรังสี UV-C โดยการปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องอบ UV ขนาดเล็กที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ในบทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องอบยูวีพร้อมสินค้าแนะนำมาฝากกันแล้วค่ะ เครื่องอบ UV คืออะไร ? เครื่องอบ UV หรือ ตู้อบ UV (UVC Sterilizer) เป็นการนำหลอดสังเคราะห์แสง UV-C หรือ Germicidal Lamp มาติดตั้งไว้ภายในเครื่องอบบริเวณด้านบน หรือบริเวณฝาปิดด้านบน เมื่อเครื่องทำงานด้วยโหมด UV จะเป็นการปล่อยรังสี UV-C จากหลอด UV ด้วยปริมาณค่าความยาวคลื่นแสงถึง 254 นาโนเมตร ลงไปตกกระทบกับพื้นผิวของสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในตู้ ในปริมาณที่สม่ำเสมอ และระยะเวลานานเพียงพอจนเข้าไปทำลาย DNA และ RNA ของเชื้อโรคได้ จากแต่เดิมการฆ่าเชื้อสิ่งของต่างๆ ด้วยการลวกน้ำร้อน หรือการนึ่งด้วยไอร้อน อาจเหมาะกับการฆ่าเชื้อแค่สิ่งของที่โดนน้ำและทนความร้อนได้ เช่น […]
การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]
เมื่อพี่ตู่เตรียมคาร์ซีท พาน้องริสาออกไปเที่ยวครั้งแรก… แต่มะลิ (แม่บ้าน) ดันถอดเบาะคาร์ซีทไปซักซะงั้น งานนี้พี่ตู่ต้องใส่ผ้าหุ้มกลับเข้าไปเหมือนเดิม เบาะทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ชิ้น ที่เข้าใจง่ายๆ พี่ตู่บอกว่าง่ายมาก ทำครั้งแรกก็ได้เลย #แท็กสามี #ซักคาร์ซีทให้หน่อย เพราะคุณแม่นุชออกไปทำธุระข้างนอก การพาน้องริสาออกไปเที่ยวครั้งนี้มีแค่สองพ่อลูกเท่านั้น คาร์ซีทจึงจำเป็นมาก พี่ตู่เลือกคาร์ซีท Ailebebe รุ่น Kurutto 4 Grance ผ้าหุ้มตาข่ายระบายอากาศได้ดี น้องริสานั่งแล้วสบายตัว ไม่อึดอัด ไม่งอแง สบายจังเลย…ปะป๋า ของีบแป๊บบบบนะคะ หมุนได้ 360 องศา อุ้มน้องริสาขึ้นลงคาร์ซีทได้ง่าย คาร์ซีท Ailebebe ปลอดภัยแน่นอน เพราะทุกตัวผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด จากประเทศญี่ปุ่น รีวิวคาร์ซีท Ailebebe รุ่น Kurutto4
คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่ โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้ สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้ การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว […]
คุณแม่มือใหม่ขอให้ยกมือขึ้น! ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่ทุกคนด้วยนะคะ มั่นใจเลยว่า ตอนนี้คุณแม่ทั้งหลายต้องกำลังรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ กับการเตรียมของให้ลูกน้อยอยู่แน่ๆ เพราะไอเท็มที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีเป็นล้านแปดพันเก้า อันนี้ก็น่ารัก อันนี้ก็ดูจำเป็น แต่ถ้าเราจะซื้อทุกอย่างก็คงไม่ไหว สำหรับบทความนี้ เราก็เลยนำเช็คลิสต์แบบครบถ้วนทุกหมวดมาฝากกันค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ยังขาดอะไรไปบ้าง 1. หมวดการนอน 2. หมวดให้นม 3. หมวดการกิน 4. หมวดอาบน้ำ/สุขอนามัย 5. หมวดการแต่งตัว 6. หมวดเดินทาง 7. หมวดฝึกพัฒนาการ 8. หมวดสุขภาพ/ดูแล 9. หมวดปกป้องลูกน้อย 10. หมวดทำความสะอาด และนี่ก็คือเช็คลิสต์ของสำคัญที่คุณแม่ขาดกันไม่ได้เลยค่า ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้คุณแม่จำไว้เสมอว่า การซื้อสินค้าสำหรับลูกทุกครั้งนั้นควรคำนึงหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ และการใช้งานในระยะยาวด้วยน้า
อุ้มลูกบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่า “ลูกติดมือ” ลูกติดมือ พฤติกรรมแบบนี้เกิดจากการอุ้มลูกบ่อย แต่ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมเด็กถึงอยากให้อุ้ม เด็กแรกเกิด โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ช่วงนี้เด็กจะยังชินกับการอยู่ในท้องของคุณแม่ที่เคลื่อนไหวตลอด มีความอบอุ่น และได้ยินเสียงหัวใจเต้นของแม่ตลอดเวลา การอุ้ม การสัมผัส จะช่วยให้เด็กปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ หลังจากออกมาจากครรภ์ของแม่ เพราะการอุ้มเป็นการทำให้เค้ากลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงเหมือนอยู่ในครรภ์ของแม่ ทำให้เค้าหยุดร้องไห้ รู้สึกปลอดภัยจากการได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกพ่อแม่ จึงทำให้เด็กมักจะอยากให้พ่อแม่อุ้มอยู่บ่อยๆ ซึ่งจากบทความของโรงพยาบาลเปาโลได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “ ช่วงเด็กทารกวัยตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน จะเป็นวัยที่หากเขาต้องการสื่อสารอะไรกับคนอื่นก็จะใช้วิธีการร้องไห้เท่านั้น ซึ่งเมื่อร้องไห้คุณแม่หรือคนเลี้ยงส่วนใหญ่ก็จะเดินเข้าไปอุ้ม ซึ่งจริง ๆ การอุ้มเด็กในวัยนี้ยังไม่เป็นการตามใจจนทำให้เขาติดมือได้ แต่ความจริงการอุ้มยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เด็กรู้สึกผูกพันกับคุณแม่หรือคนที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นใจว่ามีคนคอยดูแลเขา ทำให้เขาหายกลัวหายกังวล และเมื่อเขารู้สึกเช่นนี้พออายุมากขึ้นเขาก็จะร้องไห้น้อยลงไปเรื่อย ๆ และทำให้เขาเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดีไม่เรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ หรือคนเลี้ยงจนเกินไป เพราะฉะนั้นการอุ้มเด็กในวัยนี้ยังไม่ทำให้เกิดอาการติดมือ “ เพราะฉะนั้นในช่วง 6 เดือนแรก […]
