5 เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน ลูกกินได้อย่างอร่อย คุณแม่แฮปปี้ ไม่กังวล

คุณแม่อาจป้อนอาหารบดละเอียดให้ลูกเสริมกับการกินนมแม่เป็นหลัก หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากฝึก BLW ให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองเป็นก็อาจให้ลูกหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ กินเองโดยที่ไม่ต้องป้อนซึ่งอาจเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมาก อย่างเช่น ผักต้มนิ่มๆ ผลไม้นิ่มๆ เนื้อปลาต้มนิ่มๆ และเมื่อลูกย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 เป็นต้นไป ลูกก็จะเริ่มกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift มีเมนูอาหารเด็ก 8 เดือน 5 เมนูอร่อยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันค่ะ 

ชวนเข้าครัวเตรียมเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนให้ลูกน้อย เด็ก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง ? 

พอลูกของเราอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่เพิ่มเติมได้ และถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ควรให้นมแม่ควบคู่กับการเพิ่มมื้ออาหารให้ลูก ซึ่งอาหารสำหรับเด็กอ่อนนั้น สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย และเมื่อลูกอายุ 8 เดือนก็จะเริ่มมีฟันน้ำนม สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น เนื้อสัมผัสอาหารมีความหยาบได้มากขึ้น รวมถึงกินผลิตภัณฑ์จากนมอย่าง เนย ชีส และโยเกิร์ตได้ สำหรับเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่เราจะแนะนำกันนั้น สามารถใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ 

  • ไข่ : สามารถกินได้ทั้งไข่ไก่ และไข่เป็ด แต่ควรทำให้สุก ไม่ควรให้ลูกกินไข่ดิบ ไข่ยางมะตูม หรือไข่ลวก เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและเป็นอันตรายต่อลูกได้ สำหรับเมนูเด็ก 8 เดือน สามารถเพิ่มไข่ขาวลงไปได้ เพราะถึงวัยที่เริ่มกินไข่ขาวได้แล้วค่ะ
  • ตับ : ให้ลูกน้อยกินได้ทั้งตับหมู และตับไก่ แต่ต้องทำให้สุกก่อนให้ลูกกิน ไม่ควรให้ลูกกินแบบสุกๆ ดิบๆ เป็นอันขาด 
  • เนื้อสัตว์ต่างๆ : สามารถกินได้ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ซึ่งต้องผ่านการปรุงสุกทั้งหมด 
  • ถั่ว และธัญพืช : หากต้องการให้ลูกหัดกินถั่ว และธัญพืช ควรต้มให้สุกและบดให้ละเอียด เพื่อให้ย่อยได้ง่าย และไม่ทำให้ท้องอืด ห้ามให้ลูกหยิบกินเป็นเมล็ดเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ติดคอหรือสำลักได้ รวมถึงสามารถให้ลูกกินผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วอย่างเต้าหู้ได้ด้วย 
  • อาหารประเภทแป้ง : กินได้ทั้งข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ข้าวโอ๊ต ข้าวฟ่าง เส้นพาสต้า รวมถึงฟักทอง มันฝรั่ง มันเทศ เป็นต้น 
  • ผักต่าง ๆ : เลือกผักที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด เน้นผักหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผักใบเขียว สีส้ม และสีเหลืองอย่างผักบุ้ง ตำลึง หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี ผักโขม แครอท ฟักทอง โดยต้ม หรือนึ่งให้สุก 
  • ผลไม้ : ควรเป็นผลไม้นิ่มๆ อย่าง มะละกอสุก มะม่วงสุก กล้วยน้ำว้า อะโวคาโด ส้มเขียวหวาน กีวี สตรอว์เบอร์รี่ หลีกเลี่ยงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่เป็นผลเล็กๆ รวมถึงมะเขือเทศราชินีเป็นลูกเล็ก ๆ เพราะอาจทำให้สำลักหรือติดคอได้เช่นกัน

แนะนำ 5 เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน อร่อย และได้ประโยชน์แบบจัดเต็ม

จะเห็นว่าเด็กในวัย 8 เดือนนั้นสามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายทีเดียวค่ะ การเลือกวัตถุดิบที่แตกต่างกันในแต่มื้อจะทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ทั้งเกลือแร่ วิตามินจากผักผลไม้ต่างๆ รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ซึ่งในแต่ละมื้อนั้นควรเตรียมเมนูเด็ก 8 เดือนที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้ลูกน้อยเจริญเติบโตตามเกณฑ์ มาดูเมนูอาหารของลูกน้อยกันเลยค่ะ

1. ข้าวบดตับไก่ เต้าหู้ และตำลึง

เริ่มต้นแนะนำเมนูเด็ก 8 เดือนอย่างแรกกันด้วย เมนูข้าวบดที่สามารถย่อยได้ง่าย แต่เพิ่มวัตถุดิบให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกเริ่มปรับตัวกับการกินอาหารที่หลากหลายมากขึ้น เมนูนี้มีครบทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว อาจเสริมด้วยผลไม้ตบท้ายก็ได้ค่ะ 

วัตถุดิบ 

  1. ข้าวสวยหรือข้าวตุ๋น 4 ช้อนโต๊ะ 
  2. น้ำซุป ½ ถ้วย
  3. ตับไก่ ¼ ช้อนโต๊ะ
  4. เต้าหู้หลอดไข่ไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ผักตำลึง 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช ½ ช้อนชา 

วิธีทำ 

  1. ต้มน้ำซุปให้เดือด ใส่ข้าวลงไป คนให้เข้ากัน
  2. จากนั้นนำตับไก่ที่ลวกสุกแล้วบดให้หยาบ ใส่ลงไปต้มกับข้าว
  3. ตามด้วยเต้าหู้หลอดไข่ไก่ บดให้เข้ากัน ตามด้วยตำลึงต้มสุก
  4. บดทุกอย่างให้เข้ากัน โดยไม่ต้องบดละเอียดจนเป็นอาหารเหลว สามารถเป็นเนื้อสัมผัสหยาบๆ ได้เพื่อให้ลูกได้ฝึกเคี้ยว 
  5. ตัดขึ้นพักให้หายร้อน พร้อมเสิร์ฟให้ลูกน้อย

2. ไข่ตุ๋นผักรวม

เมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่ประโยชน์จัดเต็ม ทำได้ไม่ยาก อย่างเมนูไข่นั้นเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญมากเลยค่ะ โดยเฉพาะโคลีนในไข่แดงที่ช่วยบำรุงสมองให้กับลูกน้อย นำมาทำเป็นไข่ตุ๋นเนื้อนุ่มที่กินง่าย เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยผักหลากสีสันอย่างฟักทอง แครอท และตำลึง ให้ลูกกินคู่กับข้าวต้มหรือข้าวสวยหุงนิ่มๆ ก็ได้ค่ะ 

วัตถุดิบ 

  1. ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  2. ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
  3. แครอทหั่นบางๆ  3 – 4 แว่น
  4. ตำลึงสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ 

  1. นำแครอทไปลวกจนสุกนิ่ม
  2. ตีไข่ไก่กับน้ำซุปให้เข้ากัน แล้วกรองผ่านกระชอน 
  3. ใส่ฟักทอง แครอท และตำลึงลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
  4. เทส่วนผสมใส่ในถ้วยกระเบื้องหรือถ้วยทนความร้อน นึ่งด้วยไฟอ่อนจนสุก

3. พาสต้าสามสหาย

มากันที่เมนูพาสต้าบ้างค่ะ เมนูนี้มีสีสันสวยงามน่ากิน หากเลือกเส้นพาสต้าเป็นรูปทรงต่างๆ ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจได้ดี ซึ่งการจัดแต่งจานอาหารให้สวยงามและมีความน่าสนใจมากขึ้นนั้นก็เป็นหนึ่งในเทคนิคแก้ปัญหา ลูกไม่ยอมกินข้าวที่ค่อนข้างได้ผล แถมเมนูนี้ยังมีรสชาติอร่อย มีความเปรี้ยวหวานจากซอสมะเขือเทศ รับรองว่าถูกใจคุณหนูแน่นอน และยังเป็นเมนูที่เหมาะกับการ BLW ฝึกให้ลูกหยิบจับอาหารเข้าปากด้วยตัวเองอีกด้วยนะคะ 

วัตถุดิบ 

  1. พาสต้ารูปทรงต่างๆ เช่น รูปใบไม้ รูปสัตว์ ต้มจนสุกนิ่ม 1 ถ้วย 
  2. แครอท และฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเป็นชิ้น (หั่นยาวประมาณนิ้วก้อย) ต้มจนสุก 2 ช้อนโต๊ะ
  3. มะเขือเทศลูกใหญ่หั่นเป็นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ 
  4. เนยสดชนิดจืด ½ ช้อนโต๊ะ
  5. ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ 
  6. เกลือป่นเล็กน้อย 

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะ ใส่เนยลงไป ใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนสุกนิ่ม 
  2. ตามด้วยแครอท และฟักทอง ผัดให้เข้ากัน 

ใส่พาสต้าลงไปผัดตาม ปรุงรสด้วยเกลือ และซอสมะเขือเทศ คนให้เข้ากัน ตักใส่จาน


4. ข้าวไข่คลุก 

เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน ที่อยากแนะนำเมนูนี้ ยังคงใช้ไข่เป็นตัวชูโรงอยู่ค่ะ แต่จะเพิ่มผักที่มีกลิ่นฉุนอย่างต้นหอมและหอมหัวใหญ่ลงไปด้วย เพื่อให้ลูกได้รับรู้รสชาติอาหารอย่างหลากหลายมากขึ้น เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงนิ่มๆ ทำได้ไม่ยาก ขั้นตอนไม่เยอะ แต่อร่อยและได้ประโยชน์ค่ะ

วัตถุดิบ 

  1. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  2. มันฝรั่งต้มสุกจนนิ่มแล้วนำมาขูดฝอย 1 ช้อนโต๊ะ 
  3. ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา 
  4. หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนชา
  5. เกลือเล็กน้อย
  6. น้ำมันพืช 1 ช้อนชา

วิธีทำ 

  1. ตอกไข่ใส่ชาม ใส่มันฝรั่งต้มสุกขูดฝอย และหอมหัวใหญ่ลงไป
  2. ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
  3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป จากนั้นนำเอาไข่ลงไปผัดจนสุก
  4. โรยต้นหอมซอยลงไป ปิดไฟ
  5. ตักราดหน้าบนข้าวสวย พักไว้ให้อุ่น พร้อมเสิร์ฟ


5. ปลาปั้นสามสี

เมนูอาหารเด็ก 8 เดือนจานสุดท้ายที่อยากให้ลองเอาไปทำตามก็คือ เมนูปลาปั้น 3 สี อัดแน่นไปด้วยโปรตีนจากเนื้อปลา เพิ่มเนื้อสัมผัสด้วยแครอท ฟักทอง และผักโขม ปั้นเป็นก้อนกลมให้ลูกหยิบกินได้สะดวก และให้ลูกได้ฝึกกัด ฝึกเคี้ยวด้วยตัวเอง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เหมาะกับการ BLW ฝึกให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองอีกเมนูหนึ่งเลยค่ะ

วัตถุดิบ 

  1. ปลาเนื้ออ่อนขูด (หรือปลาน้ำจืด) 1 ถ้วย
  2. ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
  3. แครอทหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ผักโขมลวกสุกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 
  5. เกลือป่นเล็กน้อย 


วิธีทำ 

  • สับเนื้อปลาให้ละเอียด และนำไปผสมกับฟักทอง แครอท และผักโขมสับละเอียด
  • ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน 
  • ปั้นเป็นก้อนกลมให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว หรือพอให้ลูกหยิบได้เอง แต่ไม่ควรปั้นเป็นก้อนเล็กจนเกินไปเพราะเสี่ยงต่อการสำลักและอาจทำให้ติดคอได้ 
  • นำไปนึ่งในน้ำเดือดจนสุก พักให้อุ่นก่อนให้ลูกรับประทาน

เด็ก 8 เดือน ควรกินอาหารปริมาณเท่าไหร่ ?

กรมอนามัยได้ระบุไว้ว่า เด็กเล็กวัย 8 เดือนควรกินข้าวเสริมวันละ 2 มื้อ ควบคู่ไปกับการกินนมแม่ และมื้อว่างช่วงบ่ายสามารถเสริมเป็นผลไม้นิ่ม ๆ ได้ ประมาณ 3 ชิ้น หรืออาจเป็นกล้วยน้ำว้าสุก 1 ลูก เป็นต้น และควรกินธาตุเหล็กเสริมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เด็กเล็กในวัยนี้จะต้องการพลังงานประมาณ 750 – 900 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ซึ่งแบ่งเป็นพลังงานจากการกินนมแม่ประมาณ 400 – 500 กิโลแคลอรี่ และพลังงานที่เหลือควรได้รับจากอาหารตามวัยนั่นเองค่ะ เพื่อให้ลูกน้อยเจริญเติบโตตามเกณฑ์และมีพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเจอปัญหาลูกกินได้น้อย ลูกไม่ยอมกินข้าว ติดเล่น ไม่สนใจอาหาร หากเป็นแบบนี้ก็อาจลองเลือกซื้อเก้าอี้กินข้าวเด็ก ให้ลูกน้อยนั่งกินข้าวกับที่เป็นสัดส่วน เพื่อเป็นการฝึกวินัยในการกินของลูกตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้เสริมสร้างนิสัยการกินที่ดีในระยะยาวค่ะ 

BabyGift แนะนำตัวช่วยสำคัญ ให้มื้ออาหารของลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น 

1. PRINCE & PRINCESS เก้าอี้ฝึกกินข้าวรุ่น Fairy Plus

เก้าอี้ฝึกกินข้าวสำหรับเด็กเล็กเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การป้อนข้าวลูกเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น และยิ่งจำเป็นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเอง สำหรับเก้าอี้กินข้าวเด็กจากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Fairy Plus มาในดีไซน์น่ารักน่าใช้ มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ให้ลูกน้อยนั่งกินข้าวเองได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ในยุคปัจจุบัน

จุดเด่น 

  • สามารถปรับความสูงได้ 7 ระดับ ตั้งแต่ 25 เซนติเมตร – 60 เซนติเมตร 
  • รองรับน้ำหนักได้มาก มีความแข็งแรงปลอดภัยด้วยรางล็อคเหล็กแบบตะขอเกี่ยว ลูกน้อยไม่เสี่ยงร่วงจากเก้าอี้ 
  • พนักพิงเก้าอี้สามารถปรับเอนนอนได้ 3 ระดับ เหมาะกับการใช้นั่งพักหลังมื้ออาหาร ป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นกรดไหลย้อนหรือแหวะนม เมื่อเทียบกับการพาลูกนอนราบบนที่นอน
  •  มีล้อหน้า – หลัง และตัวล็อคล้อเพื่อความปลอดภัย เคลื่อนย้ายได้สะดวก พับเก็บง่ายภายใน 1 วินาที
  • ถาดอาหารมีขนาดใหญ่ มี 2 ชั้น ปราศจากสาร BPA ( สาร Bisphenol A ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย) และเป็นวัสดุ Food Grade ปลอดภัยไม่มีสารตกค้าง สามารถถอดแยกไปทำความสะอาดได้ 
  • พนักพิงเก้าอี้กว้างรองรับช่วงสรีระของลูกน้อยได้จนโต มีสายรัดนิรภัยเพื่อป้องกันลูกร่วงตกจากเก้าอี้ 
  • เบาะรองนั่งเป็นนวัตกรรม Cotton Cushion เสริมความหนานุ่มนั่งสบาย สามารถถอดซักได้ และเบาะ PU ที่เป็นวัสดุกันน้ำไม่ซึม เช็ดทำความสะอาดได้

2. TIDY TOT เสื้อกันเปื้อนแขนสั้น

ในมื้ออาหารของลูกน้อยนั้น มาพร้อมกับความเลอะเทอะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจอะไรหากมีผ้ากันเปื้อนที่ทำความสะอาดได้ง่าย แนะนำเป็นเสื้อกันเปื้อนแขนสั้นจากแบรนด์ TIDY TOT ที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษ มีดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร แถมเป็น “เสื้อกันเปื้อนดูดโต๊ะ” เพราะตัวเสื้อสามารถยึดติดได้กับทุกพื้นผิวที่มีความเรียบ เพื่อรับมือกับวัยที่กำลังเริ่มเรียนรู้ฝึกการกินด้วยตัวเอง ซึ่งบอกเลยว่าช่วยป้องกันการเลอะเทอะบนเสื้อผ้าของลูกได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 

จุดเด่น 

  • ใช้ได้กับเก้าอี้กินข้าวทุกรุ่น ทุกแบบ ทุกทรง 
  • แขนเสื้อยาว 20 เซนติเมตร ตัวเสื้อยาว 50 เซนติเมตร ป้องกันการเลอะได้อย่างครอบคลุม 
  • ป้องกันการเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า บนโต๊ะอาหาร และที่นั่ง
  • วัสดุกันน้ำ ผลิตจากเส้นใยที่นุ่มสบายต่อการสวมใส่ (Super soft frabic) 
  • ง่ายต่อการทำความสะอาด เพียงแค่เช็ดออก หรือซักด้วยเครื่องซักผ้า 
  • ใส่แล้วไม่ร้อน ระบายอากาศได้ดี 

สำหรับไอเดีย เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน ที่ BabyGift แนะนำนั้นสามารถพลิกแพลงและปรับเปลี่ยนวัตถุดิบกันได้นะคะ โดยเน้นที่การใช้วัตถุดิบที่มีความสดใหม่ ปราศจากสารเคมีและสารตกค้างต่างๆ ที่สำคัญคือ ควรปรุงให้สุก โดยเฉพาะวัตถุดิบประเภทไข่ เนื้อสัตว์ เต้าหู้ และผักต่างๆ ให้ปรุงรสน้อยๆ หรือไม่ปรุงเลย สามารถเสริมผลไม้เป็นของว่างระหว่างวันได้ ทั้งนี้ ไม่ควรละเลยการกินนมแม่ ควรให้ลูกกินนมแม่ควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อที่ลูกจะได้มีสุขภาพแข็งแรงและมีภูมิต้านทาน ไม่เจ็บป่วยง่ายค่ะ 

และถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการกินข้าวของลูกน้อยอย่างโต๊ะกินข้าวเด็ก ผ้ากันเปื้อน ภาชนะใส่อาหาร หรือสินค้าอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 5 สาขาใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เริ่มต้นอย่างไรดี? ทำความเข้าใจก่อนเริ่มให้นมลูก การให้นมแม่เป็นช่วงเวลาสำคัญมาก เพราะน้ำนมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน พัฒนาสมอง และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ – ลูก แต่สำหรับ คุณแม่มือใหม่ สิ่งนี้อาจเต็มไปด้วยความกังวล เช่น ก่อนเริ่มปั๊มนมหรือให้นม ควรรู้พื้นฐานดังนี้: ✔ ร่างกายผลิตน้ำนมตาม “ความต้องการ”ยิ่งลูกดูดหรือแม่ปั๊มบ่อย → ยิ่งมีน้ำนมมา (หลักการ Supply & Demand) ✔ 3–5 วันแรกเป็น “น้ำนมเหลือง (Colostrum)”อุดมด้วยภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีมากที่สุด ✔ ช่วงแรกอาจมีเจ็บหัวนม ตึงเต้า หรือกังวลเรื่องน้ำนมถือเป็นเรื่องปกติ และสามารถแก้ไขได้ เช่น คุณแม่มือใหม่ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง? (สำคัญมาก) ต่อไปนี้คือ “ชุดอุปกรณ์จำเป็น” ที่แนะนำให้มีตั้งแต่วันแรก: 1. เครื่องปั๊มนม (สำคัญที่สุด) ช่วยในการ 2. ถุงเก็บน้ำนม / ขวดเก็บน้ำนม 3. กรวยปั๊มนม “ต้องพอดี” 4. ผ้าคลุมให้นม / เสื้อปั๊มนม 5. […]

สอนดูแลลูกตั้งแต่แรกเกิดแบบจับมือทำ โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เพราะการเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย..#BabyGift เข้าใจและมองเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ร่วมกับ พี่กัลนมแม่ กลุ่มแม่และเด็ก คลินิกนมแม่ สรุปเทคนิคดูแลทารกแรกเกิด โดยผู้เชี่ยวชาญ #พี่กัลนมแม่ จากในงาน 𝐌𝐨𝐦𝐦𝐲’𝐬 𝐋𝐨𝐯𝐞 𝐌𝐚𝐠𝐢𝐜 จะมีอะไรบ้าง ? ตามมาดูกันเลยค่ะ 1. ดูแลการกินของทารก #นมแม่ดีที่สุด ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดความเสี่ยงติดเชื้อต่างๆ ได้ ถ้าลูกไม่ยอมดูดเต้าให้แม่ใช้เครื่องปั๊มนม และขวดนมแรกเกิดป้อนนมแม่ให้กับลูกน้อยแทน 2. หมั่นสังเกตการเจริญเติบโตลูกน้อย ปกติแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ น้ำหนักลูกน้อยจะเพิ่มขึ้น วันละ 30 กรัม หากน้ำหนักเพิ่มน้อยกว่านี้ ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ 3. สังเกตการขับถ่ายของลูก อุจจาระแต่ละสีบอกสุขภาพลูกได้ หากมีสีขาวหรือแดงเข้ม หรือหากมีปัสสาวะขุ่น มีตะกอน อาจมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที 4. การนอนของทารก ท่านอนที่ดีที่สุดของทารก คือ การนอนหงาย เด็กแรกเกิดควรนอน 16-18 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ Growth Hormone […]

หากคุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์และกังวลว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือจะต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะมาถึง การรู้ว่าเตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบหาซื้อของใช้ในวินาทีสุดท้าย การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น 20 เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมของใช้ทารกแรกเกิดมีอะไรบ้าง ของใช้เด็กแรกเกิดมีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมก่อนวันคลอดถึงจะไม่เป็นกังวล เราได้รวบรวมรายการสำคัญ 20 อย่างที่ทุกครอบครัวควรมี การเตรียมของใช้เด็กทารกอย่างครบถ้วนจะช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นไปอย่างราบรื่น 1. ครีมทาผื่นผ้าอ้อม ผิวของทารกยังบอบบางและแพ้ง่าย การอยู่กับผ้าอ้อมเปียกนานอาจทำให้เกิดผื่นแดงได้ ครีมทาผื่นผ้าอ้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการระคายเคืองบริเวณก้น ควรเลือกสูตรที่มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ลดการอักเสบ และปกป้องผิวจากความเปียกชื้นเป็นส่วนผสม 2. เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้า สะดวกต่อการให้นมเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือเมื่อต้องกลับไปทำงาน การมีนมแม่สำรองจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนตลอดเวลา ควรเลือกแบบไฟฟ้าที่ปรับระดับแรงดูดได้ตามความต้องการของคุณแม่ได้อย่างอิสระ 3. อุปกรณ์สำหรับให้นมลูก ขวดนม จุกนม และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เป็นของใช้เด็กทารกที่ใช้บ่อยมาก ควรเตรียมไว้หลายชุดเพื่อสลับใช้ หมอนรองให้นมจะช่วยพยุงแขนของคุณแม่ให้สบายขณะให้นม จุกนมหลอกก็เป็นตัวช่วยปลอบใจลูกในยามหิวหรือเหงา 4. เครื่องวัดอุณหภูมิทารก เทอร์โมมิเตอร์สำหรับเด็กเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลสุขภาพ ทารกอาจมีไข้หรือไม่สบายได้ง่าย การสามารถวัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำจะช่วยให้พ่อแม่ตัดสินใจได้ว่าควรพาไปหาหมอหรือดูแลเองที่บ้าน ควรเลือกแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้รวดเร็ว 5. เครื่องนอนสำหรับเด็ก ชุดเครื่องนอนเด็กประกอบด้วยฟูก หมอน และผ้าห่มที่เหมาะกับทารก เนื้อผ้าต้องอ่อนนุ่มและระบายอากาศได้ดี การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ควรเลือกผ้าฝ้าย 100% ที่ไม่ระคายผิว 6. เตียงเด็ก […]

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]

ใครกำลังคิดว่ากระเป๋าใส่ของแม่ ไม่ได้จำเป็นอะไร ใช้อะไรก็ได้ ลองแวะมาอ่านบทความนี้กันก่อนค่ะ พอเป็นคุณแม่แล้วก็มีของใช้มากมายต่างๆ ทั้งของเรา ของลูกเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นการมีกระเป๋าใส่ของลูกก็จะทำให้คุณแม่มีความสะดวก หยิบของง่าย เป็นระเบียบมากขึ้น และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกระเป๋าของคุณแม่กันให้มากขึ้นค่ะ จำเป็นแค่ไหน ? กระเป๋าคุณแม่ ต่างจากกระเป๋าปกติยังไง ? กระเป๋าใส่ของคุณแม่มีความแตกต่างจากกระเป๋าทั่วไปในหลายๆ อย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดและความจุ ซึ่งโดยมากมักมีขนาดใหญ่ และมีช่องเก็บของหลายช่อง เพื่อบรรจุของใช้สำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรจุของที่จำเป็นต่อการดูแลลูกได้อย่างครบครัน เช่น มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้นค่ะ แล้วเราจะเลือกกระเป๋าใส่ของลูกยังไงให้เหมาะกับเรา ใช้ได้นาน มาดูรายละเอียดกันต่อค่ะ เลือก กระเป๋าคุณแม่ ยังไงดี ? การเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับตัวคุณแม่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน คุณแม่จึงควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการใช้งาน เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันค่ะ 1. ขนาด และความจุ : ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รวมถึงมีช่องเก็บของเพียงพอสำหรับใส่ของใช้ของคุณแม่และลูกของเรา 2. น้ำหนัก ความสะดวกในการพกพา และความปลอดภัย : ให้เลือกวัสดุที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา และมีสายสะพายที่นุ่ม และปรับความยาวได้ […]

เครื่องล้างขวดนม ตัวช่วยเบาแรงคุณพ่อคุณแม่ช่วงให้นมลูก (เลือกแบบไหนดี?) ช่วงให้นมลูกเป็นช่วงที่ทั้งอบอุ่น…และเหนื่อยเอาเรื่องเลยค่ะตื่นกลางคืน ชงนม ปั๊มนม แล้วยังต้องกลับมาล้างขวดนมซ้ำ ๆ วันละหลายรอบ คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านพูดเหมือนกันว่า“ไม่ได้เหนื่อยเพราะลูกอย่างเดียว แต่เหนื่อยเพราะล้างขวดนี่แหละค่ะ” นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เครื่องล้างขวดนม กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของพ่อแม่ยุคใหม่เพราะไม่ได้ช่วยแค่ “ล้างขวด” แต่ช่วยลดภาระงานบ้าน เพิ่มเวลาพัก และเพิ่มความสบายใจเรื่องความสะอาดให้กับลูกน้อยได้จริง เครื่องล้างขวดนมช่วยพ่อแม่ได้ยังไงบ้าง? ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ค่ะ ถ้าบ้านไหนใช้ขวดวันละหลายใบ จะรู้สึกได้ชัดเลยว่า“มีแล้วชีวิตง่ายขึ้นจริง” แล้วเครื่องล้างขวดนมจำเป็นไหมสำหรับทุกบ้าน? ขอตอบตรง ๆ แบบแม่คุยกับแม่นะคะเครื่องล้างขวดนมอาจไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่จะ “จำเป็นมาก” ถ้าบ้านคุณ… หลายครอบครัวที่ใช้แล้วบอกเหมือนกันว่า“พอมีเครื่องล้างขวดนม รู้สึกมีแรง มีเวลา และไม่เครียดเหมือนก่อน” เครื่องล้างขวดนมมีแบบไหนบ้าง เลือกยังไงดี? ถ้าอธิบายแบบไม่ซับซ้อน เครื่องล้างขวดนมหลัก ๆ จะต่างกันที่ ✔ ระบบล้าง + ฆ่าเชื้อ + อบแห้งเหมาะกับบ้านที่อยากได้ความสะดวก กดปุ่มเดียวจบ ไม่ต้องแยกนึ่งหรือผึ่ง ✔ ความจุและความแรงบ้านที่ล้างเยอะ ใช้อุปกรณ์ปั๊มนมหลายชิ้น ควรเลือกรุ่นที่จุได้มากและล้างได้ทั่วถึง แนะนำ 2 […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid