9 อาหารบำรุงครรภ์ที่คุณแม่ต้องห้ามพลาด

9 อาหารบำรงครรภ์ที่คุณแม่ต้องห้ามพลาด

เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้วคุณแม่จะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เพราะทุกอย่างที่คุณแม่ทานเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยในท้องโดยตรงนี่เนอะ ของบางอย่างที่คุณแม่ทานเป็นปกติทุกวันอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนของบางอย่างที่เจอทีไรก็ต้องเบ้ปากอาจจะมีประโยชน์มากกว่าก็ได้

อาหารการกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อน้ำหนักและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงสมองของลูกน้อย แต่เราควรจะเลือกรับประทานอาหารแบบไหนดีล่ะ แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอดี ลองมาดูกัน!

1. โฟเลต

โฟเลตหรือกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่มาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยปกติแล้วสาว ๆ บ้านไหนที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ คุณหมอก็จะแนะนำให้ซื้อโฟเลตมาทานเพื่อเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ท้องเลย เพราะเจ้าตัวโฟเลตนี้เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างระบบประสาท เซลล์สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้ารับสารอาหารตัวนี้เข้าไปไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้ทารกมีความพิการทางสมองได้ค่ะ ส่วนคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนท้องก็ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงคุณหมอก็จะสั่งโฟเลตให้ทานทุกวันเพื่อบำรุงอยู่แล้ว บำรุงตอนท้องก็ไม่ได้สายเกินไปค่ะ อีกอย่างอาหารหลาย ๆ อย่างที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันก็มีโฟเลตอยู่บ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ไข่แดง ตับ ฟักทอง แครอท ฯลฯ ที่สำคัญคือคุณแม่ควรจะทานโฟเลตให้ได้วันละ 400-800 ไมโครกรัมกันนะคะ

2. เนื้อสัตว์ต่าง ๆ

ส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สำหรับคนท้องจะเป็นจำพวกเนื้อแดงอย่าง “เนื้อวัว” เพราะว่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องโลหิตจางของคุณแม่ได้ แล้วก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทารกเช่นกัน แต่เนื้อวัวที่คุณแม่ทานควรจะเป็นแบบไร้มัน หรือมันน้อยที่สุดนะคะ เพราะการที่คุณแม่ทานมันเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้คลื่นไส้หรือท้องอืดได้นะ เนื้อไก่นี่ก็เป็นอะไรที่แนะนำ เพราะมีโปรตีนสูงและจะช่วยเรื่องน้ำหนักของลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ก่อนก็เป็นพวกอาหารทะเล เพราะมีการตรวจพบสารปรอทในสัตว์ทะเลที่จับมาจากบางที่ค่อนข้างสูงเลยล่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีเนื้อหมูที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะถ้าปรุงไม่สุกแค่นิดเดียวก็อาจเป็นแหล่งของไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นอันตราย อย่างเช่นเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ซึ่งจะมีผลต่อทารกในครรภ์ของคุณแม่อย่างแน่นอน

3. นม

อันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะนมมีประโยชน์สำหรับคุณแม่ ๆ แน่นอนอยู่แล้ว นมเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยวิตามิน แคลเซียม โปรตีน แถมยังมีกรดโฟเลตอีก คุณแม่สามารถเลือกได้ว่าจะดื่มเป็นนมวัว นมถั่วเหลือง หรือนมที่ผลิตมาเฉพาะเพื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ได้ค่ะ แล้วแต่ชอบเลยนะ แต่ที่คุณแม่ต้องห้ามลืมก็คือ อย่าดื่มนมมากเกินไป เพราะการที่คุณแม่ดื่มนมเยอะเกินไป อาจทำให้ลูกน้อยเสี่ยงต่อการแพ้นมได้ค่ะ ทางที่ดีควรจะดื่มซักวันละแก้ว หรืออย่าเกิน 2 แก้วต่อวันนะคะ

4. อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่หาได้ง่ายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากในพวกธัญพืช ข้าว เผือก ขนมปัง ข้าวโพด ฯลฯ อาหารพวกนี้จะมีส่วนช่วยในเรื่องของสมองของลูกน้อย รวมถึงการเจริญเติบโตของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย แต่อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตอาจมีโทษได้ถ้าคุณแม่รับประทานเยอะเกินไป เพราะมันอาจจะไปสะสมในร่างกายจนกลายเป็นไขมันส่วนเกิน ทำให้คุณแม่มีน้ำหนักเพิ่มมากกว่าที่ควร แถมยังอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งทำให้เสี่ยงเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์อีกด้วยค่ะ

5. เมนูไข่

ไข่เป็นของที่หาทานง่าย ราคาไม่แพง แถมยังทำเมนูอร่อย ๆ ได้มากมาย ยิ่งในช่วงสามเดือนแรกแล้ว ไข่เป็นอะไรที่สำคัญมากเลยล่ะค่ะ เพราะว่าไข่เป็นแหล่งรวมโปรตีนและแร่ธาตุ รวมถึงวิตามินที่สำคัญต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของเซลล์สมองและไขสันหลัง เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานไข่กันวันละฟอง เพื่อความแข็งแรงของลูกน้อยและของคุณแม่เองนะคะ

6. ปลาแซลมอน

คุณแม่กำลังรอข้อนี้อยู่ใช่มั้ยล่ะ อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งแอบยิ้มกริ่มตั้งท่าจะคว้ากระเป๋าไปทานซาชิมิกันนะ ปลาแซลมอนที่เราจะแนะนำนั้นจะเป็นปลาแซลมอนที่สุกแล้วนะคะ เพราะปลาแซลมอนที่ไม่สุกนี่เสี่ยงต่อการมีพยาธิมาก ๆ เลยล่ะค่ะ เราแนะนำให้คุณแม่ทานแซลมอนเพราะมีส่วนช่วยในเรื่องของความจำและสมองของลูกน้อย เพราะเป็นแหล่งสำคัญของโอเมกา 3 ช่วยให้ทารกมีการพัฒนาด้านความจำและด้านสมองเมื่อคลอดออกมา แต่ขอย้ำอีกครั้งนะ ทานแบบสุกนะคะ!

7. ตับ

ตับนอกจากจะอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่เป็นตัวช่วยในเรื่องโลหิตจางด้วยค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถพบวิตามิน A ได้ในตับอีกด้วยนะ วิตามิน A ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตของตัวอ่อน แถมยังเป็นตัวช่วยให้คุณแม่ฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วอีกด้วย แต่ก็เหมือนกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์อื่น ๆ นะคะ คุณแม่ต้องทำให้สุกเสียก่อน เพราะถ้าไม่สุกแล้ว จากที่มีประโยชน์ก็อาจกลายเป็นโทษเนื่องจากมีพยาธิสูงได้น้า

8. อะเซทิลโคลีน

ชื่ออาจจะฟังดูไม่คุ้น แต่สารอาหารตัวนี้สามารถเจอได้ในพวกข้าวซ้อมมือหรือขนมปังที่เป็นโฮลวีตค่ะ อะเซทิลโคลีนจะเป็นตัวช่วยที่มาเสริมทำให้สมองและระบบประสาทของลูกน้อยทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น ทำให้ลูกน้อยสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดี พัฒนาได้ตามอายุครรภ์ และคลอดออกมาเป็นเด็กที่แข็งแรง

9. ผักและผลไม้

จะขาดข้อนี้ไปไม่ได้เลย ผักและผลไม้เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระค่ะ ซึ่งเจ้าสารตัวนี่เนี่ยจะช่วยป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมมาทำร้ายเนื้อเยื่อบริเวณสมองของลูกน้อย แถมยังมีวิตามิน C สูง ช่วยต้านไข้หวัดอีกต่างหาก แต่อย่างไรก็ตามคุณแม่อย่าทานผักที่มีสีเข้มเกินไปนะคะ เพราะว่ายิ่งสีเข้มเท่าไหร่ สารต้านอนุมูลอิสระก็จะมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้ารับเข้าไปมากเกินไป มันก็ไม่ได้มีผลดีต่อคุณแม่ค่ะ

การเลือกรับประทานอาหารสำหรับคุณแม่นั้นดูเหมือนว่าจะต้องใช้ความพิถีพิถันไม่น้อย แถมยังมีข้อยกเว้นนู่นนี่เต็มไปหมด เราขอสรุปง่าย ๆ เพื่อไม่ให้คุณแม่กังวลเรื่องนี้จนเกินไป ก่อนจะทานอะไรให้คุณแม่พิจารณาถึงระดับน้ำตาล ระดับไขมัน และระดับคาร์โบไฮเดรตของอาหารดังกล่าวเสียก่อน เพราะหากได้รับสารต่าง ๆ เหล่านี้มากเกินไปแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียโดยตรงต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ ส่วนอาหารไหนที่ว่ามีประโยชน์ ก็ขอให้รับประทานอย่างพอเพียง เพราะหากรับประทานมากเกินไปแล้วอาจจะเกิดโทษแทนน้า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
เบาะนั่งเสริมสำหรับเด็ก Ride Crew Navy (สีน้ำเงินกรมท่า)
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

เครื่องล้างขวดนม ตัวช่วยเบาแรงคุณพ่อคุณแม่ช่วงให้นมลูก (เลือกแบบไหนดี?) ช่วงให้นมลูกเป็นช่วงที่ทั้งอบอุ่น…และเหนื่อยเอาเรื่องเลยค่ะตื่นกลางคืน ชงนม ปั๊มนม แล้วยังต้องกลับมาล้างขวดนมซ้ำ ๆ วันละหลายรอบ คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านพูดเหมือนกันว่า“ไม่ได้เหนื่อยเพราะลูกอย่างเดียว แต่เหนื่อยเพราะล้างขวดนี่แหละค่ะ” นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เครื่องล้างขวดนม กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของพ่อแม่ยุคใหม่เพราะไม่ได้ช่วยแค่ “ล้างขวด” แต่ช่วยลดภาระงานบ้าน เพิ่มเวลาพัก และเพิ่มความสบายใจเรื่องความสะอาดให้กับลูกน้อยได้จริง เครื่องล้างขวดนมช่วยพ่อแม่ได้ยังไงบ้าง? ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ค่ะ ถ้าบ้านไหนใช้ขวดวันละหลายใบ จะรู้สึกได้ชัดเลยว่า“มีแล้วชีวิตง่ายขึ้นจริง” แล้วเครื่องล้างขวดนมจำเป็นไหมสำหรับทุกบ้าน? ขอตอบตรง ๆ แบบแม่คุยกับแม่นะคะเครื่องล้างขวดนมอาจไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่จะ “จำเป็นมาก” ถ้าบ้านคุณ… หลายครอบครัวที่ใช้แล้วบอกเหมือนกันว่า“พอมีเครื่องล้างขวดนม รู้สึกมีแรง มีเวลา และไม่เครียดเหมือนก่อน” เครื่องล้างขวดนมมีแบบไหนบ้าง เลือกยังไงดี? ถ้าอธิบายแบบไม่ซับซ้อน เครื่องล้างขวดนมหลัก ๆ จะต่างกันที่ ✔ ระบบล้าง + ฆ่าเชื้อ + อบแห้งเหมาะกับบ้านที่อยากได้ความสะดวก กดปุ่มเดียวจบ ไม่ต้องแยกนึ่งหรือผึ่ง ✔ ความจุและความแรงบ้านที่ล้างเยอะ ใช้อุปกรณ์ปั๊มนมหลายชิ้น ควรเลือกรุ่นที่จุได้มากและล้างได้ทั่วถึง แนะนำ 2 […]

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 BabyGift ได้ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มาเตรียมความพร้อมไปด้วยกันใน Workshop “BABY’S 1st DAY @ HOME” พื้นที่เล็ก ๆ ที่ตั้งใจเปลี่ยนความกังวลก่อนคลอด ให้กลายเป็นความมั่นใจก่อนวันที่เจ้าตัวเล็กกลับบ้านจริง จากการเดินทางกลับบ้าน…ถึงการดูแลลูกในทุกวัน ภายใน Workshop คุณพ่อคุณแม่ได้เรียนรู้ตั้งแต่เรื่องแรกก่อนออกจากโรงพยาบาลอย่าง แต่สิ่งที่ทำให้ Workshop ครั้งนี้มากกว่าการนั่งฟัง คือการได้ ลงมือฝึกจริง คุณพ่อคุณแม่ได้ลองฝึกท่าอุ้มลูกในรูปแบบต่าง ๆ ทำความเข้าใจการเลือกเป้อุ้มให้เหมาะกับช่วงวัย รวมถึงเตรียมอุปกรณ์สำหรับการอาบน้ำและดูแลลูกในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เรื่องที่เคยรู้สึกว่า “ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร” ค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่จับต้องและเตรียมพร้อมได้ ตลอดกิจกรรมได้รับการดูแลและแบ่งปันความรู้โดย คุณเป้ – รสรี ซันจวน ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็กและที่ปรึกษาสำหรับครอบครัว และ คุณดาว – ดลฤทัย สมศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ที่ช่วยพาคุณพ่อคุณแม่เรียนรู้ทีละเรื่องอย่างใกล้ชิด ภายใน Workshop ยังมีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่าง ๆ ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็น สัมผัส และทดลองใช้งานจริงไปพร้อมกับแต่ละกิจกรรม […]

แผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มจำเป็นที่ต้องมีในบ้าน ถึงแม้จะไม่อยู่ในลิสของใช้ลูกที่ต้องเตรียมไว้ก่อนคลอด แต่ก็ต้องทำความรู้จักกันไว้ล่วงหน้าซักนิด เพราะแผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ในวันที่เขาเริ่มคว่ำตัว และเริ่มที่อยากจะคลาน ซึ่งอยู่ในช่วงวัย 4 – 5 เดือน เป็นต้นไป แล้วแผ่นรองคลานแบบไหนที่ดีต่อลูกน้อยที่สุด วันนี้ Babygift เตรียมคำตอบไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ แผ่นรองคลานที่ทำจากโฟม EVA วัสดุประเภทโฟม EVA นั้น จะมีน้ำหนักเบา และสามารถตัดเป็นชิ้นได้ง่าย แผ่นรองคลานประเภทนี้ จึงมักจะทำมาในรูปแบบของตัวต่อจิ๊กซอว์ แบบแยกชิ้นส่วน ทั้งแบบตัวเลข หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกฝึกต่อเล่น เสริมสร้างพัฒนาการได้ เมื่อถอดเป็นชิ้น ๆ สามารถใส่กระเป๋าพกพาได้ง่าย และมีราคาถูกที่สุดในบรรดาแผ่นรองคลานทุกชนิด แต่เนื่องจากน้ำหนักที่เบาเกินไป ทำให้แผ่นรองคลานไม่ยึดติดกับพื้นบ้าน เมื่อลูกฝึกเดินอาจทำให้ลื่นติดกับเท้า อาจทำให้ลื่นล้มได้ / วัสดุมีกลิ่น และมีสี ที่อาจเป็นอันตรายหากลูกสัมผัสและนำมือเข้าปาก / วัสดุเป็นโฟม จึงไม่ทนทานต่อการขีดข่วน เมื่อเด็กเล็กที่มีเล็บยาว ข่วน หรือจิกเวลาที่พยุงตัว ก็อาจจะทำให้ฉีกขาดได้ง่าย จึงใช้งานได้เพียงระยะสั้น / แผ่นที่แยกกันทำให้อาจเกิดร่อง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และวัสดุชนิดนี้ไม่สามารถกันน้ำได้ […]

คุณแม่ยุคใหม่หลายๆ ท่านอาจจะรู้จัก วิธีการให้อาหารเสริมลูกน้อยแบบ Baby Led Weaning หรือการ กินแบบ BLW กันบ้างแล้ว  เพราะเป็นวิธีการที่หลายบ้านเริ่มนิยมใช้ เนื่องจากเป็นการฝึกลูกกินอาหารเสริมด้วยตัวเองตั้งแต่มื้อแรก  ในแบบที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องป้อน และไม่ต้องบดหรือปั่นอาหารให้ลูกน้อย ที่สำคัญคือการให้ลูกกินอาหารเสริมด้วยวิธีนี้ ยังมีข้อดีหลายอย่าง เพราะเป็นการฝึกให้ลูกได้ใช้พัฒนาการทั้งด้านกล้ามเนื้อ สายตา ได้เรียนรู้รสชาติอาหารที่แตกต่าง และเป็นการฝึกพื้นฐานการช่วยเหลือตัวเองเพื่อพัฒนาให้ลูกสามารถทำอะไรได้เองเก่งขึ้นในอนาคต กินแบบ BLW มีขั้นตอนอย่างไร? วิธีการ กินแบบ BLW มีขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ ซึ่งการให้ลูกกินด้วยวิธีการแบบนี้ จะช่วยให้ทั้งคุณแม่และคุณลูกรักมีความสุขกับมื้ออาหารของลูกมากขึ้น เพราะไม่ต้องเหนื่อยเดินป้อนข้าวลูก ลูกน้อยเองก็รู้สึกสนุก เพลิดเพลินกับการได้หยิบจับอาหารเข้าปาก ทำให้การ กินแบบ BLW เป็นที่นิยมกันในครอบครัวต่างประเทศ และนิยมในเมืองไทยบ้านเรามากขึ้น แต่การจะเริ่มให้ลูกกิน BLW จะต้องมีการเตรียมพร้อมก่อนให้มื้อแรก และคุณแม่ต้องเรียนรู้ข้อจำกัดและข้อควรระวังหลายๆ อย่าง ดังนั้นไปดูกันว่ามีอะไรที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันใส่ใจบ้าง แม่ต้องเตรียมอะไรบ้าง? เมื่อเริ่มให้ลูก กินแบบ BLW แม้จะดูเหมือนการให้อาหารเสริมลูกด้วยวิธีการ BLW นี้ จะไม่ได้ยุ่งยากนัก แต่ก็มีเรื่องสำคัญต่างๆ ที่คุณแม่จะต้องใส่ใจและพิถีพิถันเลือกให้ลูกน้อย เพื่อความปลอดภัย และให้อาหารลูกในแบบ BLW ได้สำเร็จ […]

คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ   จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย      ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ  คาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event