6 เรื่องที่แม่ตั้งครรภ์ต้องระวัง

เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้วขอคารวะให้กับความสตรองของแม่ๆ แต่ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเท่าไหร่กลับยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แถมร่างกายของคุณแม่ช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบเยอะมากๆ คุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลเรื่องท้องเล็ก ช่วง 6 เดือนนี่แหละค่ะ ที่ท้องของคุณแม่ๆ จะเริ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำหนักก็ยังขึ้นพรวดๆ แบบก้าวกระโดด ช่วงนี้คุณแม่จะหิวเป็นพิเศษ แถมยังต้องทานอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมเพราะลูกน้อยของคุณแม่กำลังช่วยใช้พลังงาน

ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจจะรู้สึกถึงอาการท้องแข็ง อาการท้องแข็งคือเวลาที่มดลูกของคุณแม่หดตัว ท้องของคุณแม่ก็จะแข็งนูนขึ้นมาค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าไม่ได้เกิดแบบถี่ๆ ติดต่อกัน และเพราะความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะเหล่านี้นี่แหละ ทำให้คุณแม่อาจจะต้องดูแลช่วงครึ่งหลังนี้เป็นพิเศษ เรามาดู 6 เรื่องที่คุณแม่ท้อง 6 เดือนต้องระวังกันค่ะ

1.ความเครียดไม่ใช่เรื่องดี

อันที่จริงเรื่องความเครียดก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกๆ แล้วเนอะ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วงนี้คุณแม่จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เกิดความเครียดไม่รู้ตัว เช่น คุณแม่บางคนอาจจะเป็นกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาของตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีอาการปวดชายโครงเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเครียดตามมา หากคุณแม่เกิดอาการเครียดมากๆ แล้ว จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมี ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้จะส่งผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ คุณแม่ที่เครียดมักจะคลอดก่อนกำหนด แถมยังทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อีกด้วย

2.ไม่ใช่เวลาของกิจกรรมผาดโผน

ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น การทำกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาจเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ แถมการที่คุณแม่เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วหรือทำอะไรแบบปุปปับ ยังเป็นสาเหตุทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เกิดอาการท้องแข็ง และถ้าเกิดคุณแม่มีอาการท้องแข็งบ่อยๆ เข้าล่ะก็ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดอยู่นะ

3. นอนท่าไหนก็ได้?

ปัญหาที่คุณแม่ต้องพบเมื่อมีอายุครรภ์มากขึ้นคือเรื่องของท่านอนค่ะ นอนท่านี้ก็ปวดหลัง นอนท่านั้นก็หายใจไม่สะดวก แถมยังนอนไม่หลับอีกต่างหาก พอคุณแม่ท้องใหญ่ขึ้น การนอนหงายก็อาจจะไม่โอเคซักเท่าไหร่ เพราะคุณแม่จะรู้สึกเหมือนมีอะไรกดทับตลอดเวลา เพราะงั้นท่านอนที่เราแนะนำคือการนอน “ตะแคงซ้าย” ค่ะ ทำไมต้องตะแคงซ้าย? เพราะว่าหลอดเลือดเส้นสำคัญของเราจะอยู่เยื้องไปทางขวาค่ะ ถ้านอนตะแคงขวา น้ำหนักก็อาจจะไปกดทับเจ้าหลอดเลือดเส้นนี้ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ค่อยสะดวก เพราะฉะนั้นการนอนตะแคงซ้ายจึงเป็นท่าที่ดีที่สุด เพราะจะเป็นการลดการกดทับหลอดเลือด ทำให้ลูกน้อยได้รับออกซิเจนและอาหารได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ คุณแม่อาจจะใช้หมอนรองระหว่างขาทั้งสองข้างเพื่อให้รู้สึกสบายเพิ่มขึ้นด้วยก็ได้นะคะ

4. รองเท้าส้นสูงหรอ…อย่าดีกว่า

คุณแม่บางคนติดใส่รองเท้าส้นสูง แต่เราขอแนะนำว่าช่วงนี้ใส่ส้นเตี้ยจะดีกว่า เพราะว่าการที่ท้องคุณแม่ใหญ่ขึ้นอาจจะทำให้คุณแม่ทรงตัวได้ไม่ดีเท่าเดิม เสี่ยงต่อการล้มเป็นอย่างยิ่งเลย แถมการใส่ส้นสูงยังอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขา เผลอๆ อาจลามมาถึงหลัง ดีไม่ดีอาจทำให้เกิดตะคริวอีกต่างหาก

5. อย่าลืมเฝ้าระวังสัญญาณอันตราย

ช่วงนี้คุณแม่ต้องคอยระวังสัญญาณต่างๆ เอาไว้ให้ดีเลยล่ะค่ะ สัญญาณอันตรายที่สำคัญที่สุดคือการมีเลือดออกที่ช่องคลอด การมีเลือดออกที่ช่องคลอดไม่ว่าจะช่วงไหนของการตั้งครรภ์ล้วนไม่ใช่เรื่องดี นอกจากนี้ก็จะเป็นพวกอาการท้องแข็งถี่ มีมูกหรือมูกเลือด มีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด ลูกไม่ดิ้น หรือปวดท้องแบบติดต่อกัน ถ้าพบอาการแบบนี้ โปรดอย่านิ่งดูดายนะคะ รีบไปให้ถึงมือคุณหมอโดยเร็วจะดีที่สุดค่ะ

6. เรากินน้ำตาลมากเกินไปมั้ยนะ?

ช่วงนี้คุณแม่จะรู้สึกหิวมากกว่าเดิม แต่ก็อย่าตามใจปากจนเกินไปนะคะ คุณแม่ท้องจะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานมากกว่าปกติ ซึ่งหากเราเป็นเบาหวานในช่วงท้องนี้เค้าจะเรียกว่า “เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์” ค่ะ ซึ่งไม่ใช่โรคที่ติดตัวเราไปตลอดแต่จะเป็นแค่ช่วงที่เราท้องอยู่ เพราะช่วงที่ท้องเนี่ย ร่างกายเราจะไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาได้เพียงพอ ก็เลยทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ ละถ้ายิ่งคุณแม่ทานพวกแป้งหรือน้ำตาลเพิ่มเข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานค่ะ ซึ่งเจ้าเบาหวานนี้ก็อันตรายอยู่นะ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เช่น คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ ภาวะน้ำตาลในเลือดของทารกต่ำ (เพราะร่างกายของทารกผลิตอินซูลินออกมามากเกินไป) เป็นต้น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]

หลายครั้งที่เห็น ลูกร้องไห้ ชอบโวยวายเวลาถูกขัดใจในที่สาธารณะ บางครั้งถึงกับลงไปนอนดิ้นบนพื้นกันเลย ถือเป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อยสำหรับผู้ปกครอง เรียกว่าเป็นพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะทำความทำเข้าใจในวัยของลูกก่อน ซึ่งการเตรียมพร้อมรับมือและฝึกลูกสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้าง EQ ให้ลูกได้ ให้ลูกได้รู้จักอารมณ์ของตนเอง และฝึกควบคุมหรือระงับอารมณ์ของตนเองได้ ลูกร้องไห้ ดิ้นบนพื้นในที่สาธารณะ จะแก้ไขอย่างไรดี เด็กวัยไหน ร้องไห้อาละวาดบ่อยที่สุด ลูกร้องไห้ อาละวาดในเด็ก จะพบได้ตั้งแต่อายุ 12 – 18 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะพบบ่อยในช่วงอายุ 2 – 3 ปี ซึ่งมีสถิติพบว่า เด็กประมาณ 50-80% จะมีการร้องอาละวาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุ 4 ปี ซึ่งส่วนใหญ่การร้องอาละวาดของเด็กมักจะใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที สาเหตุ ลูกร้องไห้ อาละวาดดิ้นบนพื้น เป็นพัฒนาการปกติที่เด็กเริ่มมีความรู้สึกอยากเป็นตัวของตัวเอง (Autonomy) แต่วัย 1 – 3 ปี จะยังไม่สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้ดีนัก […]

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีทมือสอง โดย หมอวิน เพจ #เลี้ยงลูกตามใจหมอ ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของคาร์ซีท #คาร์ซีทมือสอง ตามที่พ่อหมอเคยเขียนเรื่องการเลือกซื้อคาร์ซีทไว้แล้วตั้งแต่ตอนเปิดเพจครับ คลิกอ่านได้ครับที่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1318721458224835&substory_index=0&id=1312969582133356 ก็เริ่มมีลูกเพจเริ่มถามเรื่อง “การซื้อคาร์ซีท” ในหัวข้อนอกเหนือจากคำถามเบื้องต้นครับ โดยเฉพาะเรื่อง “การซื้อคาร์ซีทมือสอง” หรือ “คาร์ซีทเก่า” ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมาร ฯ ของสหรัฐอเมริกา … บอกไว้ว่า

ขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่ด้วยนะคะ! กำลังกังวลกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่าตอนท้องอ่อนๆ จะสามารถทำอะไรได้บ้างทำอะไรไม่ได้บ้าง วันนี้เราเลยนำเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงมาบอกกันค่ะ ไม่แปลกใจที่คุณแม่บางท่านจะกังวลมากๆ ในช่วงท้องอ่อน เพราะในช่วงสามเดือนแรกนั้น อวัยวะต่างๆ ของลูกน้อยในท้องของคุณแม่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ค่ะ ดังนั้นในระยะนี้จึงมีความเสี่ยงต่อการแท้งมากกว่าในไตรมาสอื่นๆ ช่วงนี้คุณแม่ที่ท้องอ่อนๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว หรือการใช้ยาต่างๆ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ กังวลได้แต่อย่าเครียดนะ เพราะความเครียดก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องพึงระวังไว้ด้วย กำลังคิดจะไปทานแซลมอน ลาบก้อย หอยนางรมฉลองสมาชิกใหม่กันอยู่รึเปล่า ช่วงนี้คุณแม่อาจจะต้องงดไว้ก่อนนะ เพราะอาหารที่ปรุงไม่สุกส่วนใหญ่อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้คุณแม่ท้องเสียหรืออาเจียนได้ แถมยังอาจทำให้เป็นโรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเจ้าโรคนี้เนี่ยมันเกิดจากเชื้อปรสิตทอกโซพลาสมา กอนดิไอ(Toxoplasma gondii) ที่สามารถแพร่ไปสู่ลูกน้อยในท้องของคุณแม่ได้ค่ะ เห็นชื่อน่ากลัวแบบนี้ มันก็น่ากลัวจริงๆ นะ เพราะหากติดโรคนี้ตอนท้องก็อาจจะทำให้แท้งไปเลย หรือไม่ก็ลูกอาจจะเสียชีวิตในท้อง ไม่ก็อาจมีอาการของโรคเมื่อคลอดออกมา สังเกตง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าคุณแม่ที่ติดเชื้อนี้ตอนท้อง ลูกคลอดออกมาจะมีขนาดศีรษะที่ไม่ปกติ อาจจะเล็กหรือไม่ก็ใหญ่กว่าเด็กคนอื่นๆ แถมพอโตไปก็อาจจะตาบอดหรือสติปัญญาอาจจะด้อยกว่าเด็กอื่นๆ ด้วยนะ แต่แต่แต่ ถ้าคุณแม่เคยเป็นโรคนี้ก่อนท้องแล้วก็ชิวชิวค่า เพราะร่างกายคุณแม่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ไม่กลับมาเป็นอีกแล้วล่ะ คุณแม่ที่กำลังใช้ยาอยู่ หยุดก่อนค่ะ! ได้ถามคุณหมอรึยังว่ายาตัวนั้นคนท้องทานได้มั้ย คุณแม่อย่าชะล่าใจไปน้าเพราะยามีหลายประเภทแล้วก็ออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพราะงั้นยาบางตัวอาจมีผลต่อการสร้างอวัยวะของลูกน้อยได้ เช่นพวกยารักษาสิว Isotretinoin นี่ตัวดีเลยค่ะ เพราะมันเป็นยาที่รุนแรงมาก มากจนอาจทำให้ลูกพิการได้เลยนะ หรือพวกยาที่ใช้รักษาไมเกรน เช่น Cafergot เพราะมันทำให้มดลูกของพวกเราบีบตัวจึงอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ พอคุณแม่ทานยาเข้าไปปุ๊ป ลูกก็จะได้ยาพวกนี้ผ่านทางรกด้วยค่ะ แต่ผลกระทบต่อลูกก็จะขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่คุณแม่ทานเข้าไปนะ เพราะฉะนั้นหากจะทานยา […]

การได้เห็นลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยคือความสุขที่สุดของพ่อแม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-5 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการวางรากฐานทางร่างกาย การจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่จึงเปรียบเสมือนการติดเครื่องยนต์ให้ลูกน้อยพร้อมออกไปสำรวจโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปรู้จักกับกิจกรรมสนุก ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้ากัน กล้ามเนื้อมัดใหญ่สำคัญกับลูกน้อยอย่างไร กล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Skills) หมายถึงกล้ามเนื้อบริเวณลำตัว แขน และขา ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งหมด ความสำคัญของพัฒนาการส่วนนี้มีหลายด้าน 8 กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ เพื่อให้การส่งเสริมพัฒนาการเป็นเรื่องสนุกและทำได้จริงในทุกวัน เราได้รวบรวมกิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดใหญ่ 8 รูปแบบที่เหมาะสมกับช่วงวัยมาฝากดังนี้ 1. งอแขนขา เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่วัยทารกด้วยการช่วยลูกฝึกยืดและงอแขนขาเบา ๆ กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและทำให้เส้นเอ็นรวมถึงกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น การฝึกให้ร่างกายทั้งสองฝั่งขยับอย่างสมดุลจะช่วยให้ลูกมีความแข็งแรงเริ่มต้นก่อนจะก้าวไปสู่พัฒนาการขั้นต่อไป 2. หันซ้ายขวา ชันคอ การชันคอเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมลำตัวส่วนบน กิจกรรมนี้ช่วยพัฒนาการมองเห็นและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อคอและไหล่ คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ของเล่นที่มีสีสันสดใสหลอกล่อให้ลูกหันตาม เพื่อเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. ฝึกนั่ง คลาน เกาะ เมื่อลูกเริ่มมีแรงส่งจากกล้ามเนื้อหลังและลำตัว การฝึกให้นั่งเอง คลานไปหาของเล่น หรือเกาะเฟอร์นิเจอร์เพื่อทรงตัว จะเป็นการทำกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ทรงพลังมาก เพราะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อขาและแขนให้แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวได้ในอนาคต 4. เดิน วิ่ง ก้มเก็บของ สำหรับเด็กวัย 1 […]

Amarin Baby & Kids Awards 2024 ขอขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ทั่วประเทศ ที่ช่วยโหวตให้กับ #เครื่องอบยูวี 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 จนได้รับรางวัล 𝗠𝗢𝗠𝗠𝗬’𝗦 𝗖𝗵𝗼𝗶𝗰𝗲𝘀 Best Baby Bottle Sterilizer จากงาน Amarin Baby & Kids Awards 2024 ทางแบรนด์รู้สึกดีใจและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการดูแลลูกน้อยคุณพ่อคุณแม่ เราพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มี ‘นวัตกรรมใหม่ๆ’ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกครอบครัวอย่างดีที่สุดค่ะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2024 #ABKAWARDS2024 #สินค้าแม่และเด็ก

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid