4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม เพิ่มน้ำนมได้อย่างเห็นผล

คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ  หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ

การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม

การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ

วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ?

จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ

4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล

คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว รองน้ำนมระหว่างนวดด้วยนะคะ เนื่องจากการบีบนวดในลักษณะนี้ จะมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาด้วย เป็นการเคลียเต้านม ให้นมเกลี้ยงเต้า คุณแม่สามารถเก็บสต็อกน้ำนมเข้าถุงนมได้เลยค่ะ แนะนำแบรนด์ HAENIM ถุงเก็บน้ำนม ขนาด 6 ออนซ์ เป็นถุงเก็บน้ำนมที่สามารถฉีกได้เลย เลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคจากกรรไกร สามารถเช็กอุณหภูมิน้ำนมแม่ได้ และยังช่วยลดการเหม็นหืนได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมลงมา ไล่จากกลางเต้านมลงไปปลายหัวนม ระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำ ๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนมไว้ แล้วดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุน ๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ

4. ประคบอุ่นผ่อนคลายเต้านม

หลังการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว คุณแม่สามารถผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเต้านมได้ จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่าง ๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ

หากอยากประหยัดเวลามากขึ้น ไม่ต้องหาผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนให้วุ่นวาย ปัจจุบันคุณแม่สามารถใช้อุปกรณ์นวดอุ่นได้เลย เพียงเปิดปุ่ม แล้ววนคลึงที่เต้านม ก็ช่วยนวดอุ่นได้แล้วค่ะ แบรนด์ที่หาซื้อได้ง่ายจะมีแบรนด์ LAVIE อุปกรณ์นวดอุ่นกระตุ้นน้ำนม และ LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยนะคะ

สรุปการนวดเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่นวดเต้านมทั้ง 3 ขั้นตอนให้ครบ ทำวนไปซ้ำ ๆ วันละ 10-15 นาที ก็จะช่วยเปิดท่อน้ำนม ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้นแล้วค่ะ พร้อมทั้งประคบอุ่นให้เต้านมผ่อนคลายในขั้นตอนสุดท้าย เพียงน้ำนมเกลี้ยงเต้า ร่างกายของคุณแม่ก็จะผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นแล้วค่ะ

หากคุณแม่ต้องการดูวิดีโอการนวดเต้าที่ถูกต้อง เพื่อทำตาม เรามีคลิปจากคุณหมอมาแนะนำค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=0SNwrLPH_lo

นวดเต้านมแล้วมีอาการเจ็บ

การนวดเต้านมจะเจ็บเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ เพราะการนวดให้เห็นผลจะเน้นรีดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า แต่หากหลังนวดแล้วคุณแม่เกิดอาการเจ็บเต้านม เจ็บหัวนม มากเกินไป แนะนำให้หยุดนวด แล้วปลอบประโลมผิวเสริมเกราะป้องกันให้ผิวเต้านมด้วยครีมทาทรวงอกค่ะ ครีมจะช่วยป้องกันและลดการอักเสบของผิวบริเวณทรวงอกและหัวนมได้ดีเลยค่ะ เช่น แบรนด์ Mama’s Choice , Mamilan, My Dear Mom Organic สามารถทาได้ทุกวันเลยนะคะ

ข้อควรระวังในการนวดเต้านม

  • คุณแม่ที่มีอาการเต้านมอักเสบ เต้านมบวม แดง ไม่ควรนวดเต้านม เนื่องจากอาจจะอักเสบเพิ่มขึ้นได้
  • คุณแม่ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่ ไม่ควรนวดเต้านม เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
  • คุณแม่ที่มีบาดแผลบริเวณเต้านม ไม่ควรนวดเต้านม

แชร์เทคนิคเพิ่มน้ำนม

หลังจากบีบเต้านมด้วยมือและการทำกระตุ้นจี๊ดแล้ว ก็ยังมีวีธีอื่น ๆ ที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยนะคะ

1. ให้ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อยขึ้น

การที่ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ลูกมีความต้องการดูดนมคุณแม่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะรับรู้และมีการผลิตฮอร์โมนโพรแลกทิน (prolactin) ขึ้นมา ฮอร์โมนนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่มีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับความต้องการของลูกน้อยค่ะ

2. ให้ลูกเข้าเต้าทั้งสองข้าง

คุณแม่ไม่ควรให้ลูกน้อยเข้าเต้าแค่ข้างที่ตัวเองถนัด หรือ ข้างที่ลูกน้อยถนัดนะคะ ควรจะเปลี่ยนข้างให้ลูกน้อยดูดนมด้วย เพราะหากให้ลูกเข้าเต้าเฉพาะข้างใดข้างนึง ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมให้แค่เต้าข้างนั้นค่ะ

3. ปั๊มนม ช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น

นอกจากให้ลูกน้อยเข้าเต้าแล้ว การปั๊มนมก็ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้มากขึ้นด้วย หากเครื่องปั๊มนมมีปุ่มนวดเต้านมด้วยก็จะดีมาก ปั๊มไปนวดไป ช่วยผ่อนคลายสบายเต้า เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทนค่ะ แบรนด์เครื่องปั๊มนมที่มีปุ่มนวดแนะนำแบรนด์ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7V และ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7X  ค่ะ

4. ทานอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม

อาหารเพิ่มน้ำนมในตระกูลผัก เช่น หัวปลี ขิง ฟักทอง มะละกอ ใบแมงลัก ใบกะเพรา ตำลึง กุยช่าย พริกไทย มะรุม ในตระกูลผลไม้ เช่น มะขาม อันทผลัม ขนุน พุทรา อะโวคาโด กล้วย แก้วมังกร สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น คุณแม่สามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อย เมนูที่คุณแม่ชอบกินได้เลยนะคะ ผักผลไม้เพิ่มน้ำนมเหล่านี้ สามารถกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

นอกจากบีบนวดเต้านมให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และนำลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ด้วยนะคะ เพราะทำควบคู่กันไป จะเป็นการช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

หากคุณแม่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเตรียมตัวให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม อุปกรณ์นวดอุ่น กรวยซิลิโคนปั๊มนม แผ่นซับน้ำนม แผ่นทำความสะอาดเต้านม ชุดชั้นในให้นม ถุงเก็บน้ำนม เครื่องอุ่นนม หมอนรองให้นม ผ้าคลุมให้นม หรืออื่น ๆ 

BabyGift เข้าใจคุณแม่ดีค่ะ ว่าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใส่ใจในความปลอดภัย พร้อมต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถแวะมาเลือกของใช้ ได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ได้นะคะ ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำคุณแม่ค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อลูกเข้าสู่วัย 8 เดือน หลายครอบครัวเริ่มสนุกกับการเตรียมอาหารให้ลูกมากขึ้น เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้รสชาติใหม่ ๆ และฝึกทักษะการกินที่หลากหลายกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็มักมีคำถามว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ พร้อมไอเดียเมนูและตัวช่วยที่ทำให้มื้ออาหารของลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น พัฒนาการด้านอาหารของเด็กวัย 8 เดือน วัย 8 เดือนเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการด้านการกินที่ชัดเจนมากขึ้น เริ่มเคี้ยวและบดอาหารด้วยเหงือกได้ เริ่มจับอาหารหรือหยิบของเข้าปากเอง สนใจอาหารของคนในครอบครัว เรียนรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ช่วงวัยนี้จึงเหมาะสำหรับการค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของอาหาร เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัย ลูก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง? ควรกินวันละกี่มื้อ? โดยทั่วไป เด็กวัย 8 เดือนสามารถรับประทานอาหารเสริมได้ประมาณ 2–3 มื้อต่อวัน ควบคู่กับนมแม่หรือนมตามวัย ทั้งนี้ ปริมาณอาหารอาจแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการและความต้องการของร่างกาย ลูก 8 เดือนไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร? หากลูกกินน้อยหรือไม่ค่อยสนใจอาหาร ไม่จำเป็นต้องกังวลทันที เพราะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือไม่ควรบังคับหรือกดดันลูก เพราะอาจทำให้เกิดประสบการณ์เชิงลบกับการกินอาหารได้ 5 เมนูง่าย ๆ สำหรับลูกวัย 8 เดือน เมื่อลูกเริ่มอยากกินเอง […]

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การเลือกครีมอาบน้ำเด็กจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ต้องช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการอาบน้ำเป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยของลูกรักอย่างแท้จริง วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็ก ให้เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย ก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี คุณแม่ควรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสรีระที่บอบบางของเด็กเล็ก ดังนี้ แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026 หากคุณแม่ยังลังเลว่าควรเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 นี้ ได้รวบรวม 10 แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่านการยอมรับเรื่องความอ่อนโยนและประสิทธิภาพในการดูแลผิวลูกน้อยมาฝากกัน 1. Enfant Organic Moisture Baby Wash แบรนด์ที่อยู่คู่คุณแม่ไทยมานาน ตัวนี้เป็นสูตรออร์แกนิกที่ทำความสะอาดได้ทั้งผิวและผมในขวดเดียว จุดเด่นอยู่ที่ฟองนุ่มลื่นล้างออกง่าย มีส่วนผสมจากข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก และ Argan Oil ออร์แกนิก ช่วยคงสมดุล pH Balance ให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นหลังอาบเสร็จทันที 2. D-nee Organic For Newborn Head & Body Baby Bath หนึ่งในครีมอาบน้ำเด็กยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมละมุนสูตรออร์แกนิก ปลอดภัยจากสารเคมีรุนแรงอย่าง SLS และซิลิโคน […]

“ครรภ์เป็นพิษ” หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ ถือเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง ครอบครัว รวมถึงคุณหมอสูติแพทย์ เนื่องจากหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ค่อนข้างมาก โดยสถิติพบว่า10-15% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะครรภ์เป็นพิษ และมีร้อยละ  2-8% ของสตรีตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ (ข้อมูลจากรพ.บำรุงราษฎร์) ฉะนั้นเพื่อไม่ให้คุณแม่ต้องมาเจอกับภาวะร้ายแรงนี้ ลองมาดูสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ และเรียนรู้กันว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกัน หรือตรวจเช็กเพื่อรักษาได้ทันท่วงที ให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยสุขภาพดีได้จนหลังคลอด ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายในแม่ท้อง โดยภาวะครรภ์เป็นพิษที่มักพบส่วนใหญ่ มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์หลัง 20 สัปดาห์จนถึง 48 ชั่วโมงหลังคลอด แต่พบบ่อยคือหลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ แม่ท้อง รู้ก่อนรักษาได้  ชวนคุณแม่มาสังเกตอาการและสัญญาณต่างๆ ที่บอกถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อาการหลักๆ ที่สำคัญแสดงถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การที่คุณแม่มี “ความดันโลหิตสูง” 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป  ร่วมกับตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 300 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง  และคุณแม่มีอาการ “บวม” ผิดปกติที่คุณหมอตรวจแล้วว่าไม่ได้บวมเพราะเป็นโรคไตหรืออื่นๆ  รวมถึงมีอาการบวมที่มือ เท้าและใบหน้า ปวดศีรษะมาก  ตาพร่ามัว อาเจียน คลื่นไส้ […]

คาร์ซีทปลอดภัย สำหรับเด็กแรกเกิด จะต้องดูจากอะไรบ้าง วันนี้ BabyGift จะมาบอกวิธีดูคาร์ซีทที่ปลอดภัย แบบลึกซึ้งถึงโครงสร้างกันเลยค่ะ เพราะทุกวัสดุที่ประกอบอยู่ในคาร์ซีทนั้น มีผลต่อความปลอดภัยของลูกน้อยมาก และก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้เลยค่ะ   โครงคาร์ซีท ทำจากอะไร แบบไหนที่ปลอดภัย      1. โครงพลาสติกทั่วไป (PP)  พลาสติกมีความแข็งแรง ทนต่อการกระแทก มีน้ำหนักเบา ส่วนใหญ่มักจะใช้ภายในห้องโดยสารรถยนต์ เช่น แผงประตู หรือ คอนโซลรถ  เมื่อใช้พลาสติก 100% ทำเป็นโครงคาร์ซีทสำหรับเด็กโตโดยเฉพาะ ที่น้องมีสรีระแข็งแรงแล้ว ก็เพียงพอต่อการปกป้องน้องให้ปลอดภัยค่ะ   แต่สำหรับเด็กแรกเกิด ที่สรีระบอบบาง ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ การใช้พลาสติก 100% เลย อาจจะไม่พียงพอ โครงคาร์ซีทควรจะเสริมด้วยวัสดุอื่น ๆ เพิ่มความแข็งแรงด้วย เช่น เสริมด้วยไฟเบอร์กลาส       2. โครงพลาสติก เสริมไฟเบอร์กลาส ไฟเบอร์กลาส หรือ เส้นใยแก้ว จะใช้เพื่อเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ ใช้แทนโลหะได้เลย เช่น ทำชิ้นส่วนเครื่องบินเล็ก ทำชิ้นส่วนรถแข่ง เพราะทนต่อการถูกกระแทก ทนต่อการฉีกขาด มีน้ำหนักเบา และยังสามารถดัดโค้งจัดรูปทรงได้ ไม่เปราะง่าย  ในการทำโครงคาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]

เมื่อต้องเดินทางหรือท่องเที่ยวพร้อมกับลูกวัยเบบี๋ อาจทำให้คุณแม่หลายๆ บ้านกังวลใจในการ พาลูกขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพอนามัยความปลอดภัย ลูกน้อยจะเดินทางไหวไหม? ต้องเตรียมของใช้อะไรไปบ้าง? ลูกเดินทางได้อายุเท่าไร? มีอะไรที่เอาขึ้นเครื่องบินไปได้หรือไม่ได้บ้าง?  จะนั่งตรงไหนให้ปลอดภัยเลี้ยงลูกได้สะดวก? ลูกหิวหรือร้องงอแงจะทำอย่างไรได้บ้างนะ? ทุกเรื่องที่คุณแม่กังวลใจจัดการได้ไม่ยาก แค่เพียงทำตามข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้ค่ะ 4 เรื่องต้องรู้ก่อน พาลูกขึ้นเครื่องบิน เมื่อคุณแม่รู้ว่าจะต้องเพินทางพร้อมลูกวัยเบบี๋ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการหาข้อมูล สอบถามกฎและรายละเอียดจากสายการบิน และวางแผนการเดินทางและอุปกรณ์ของใช้ให้ครบถ้วน อาทิ » หาข้อมูลก่อนเดินทาง ตรวจสอบกับสายการบิน ว่าอายุเด็กทารกที่เดินทางได้คือเท่าไร เพราะแต่ละสายการบินอาจมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งตามความจริงและพัฒนาการของเบบี๋แล้ว ควรให้ลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไปจึงเดินทางได้เพื่อสุขภาพ สุขอนามัยและความปลอดภัย แต่หากมีความจำเป็นก็สามารถพาลูกเล็กขึ้นเครื่องบินได้ โดยบางสายการบินเด็กทารกที่เดินทางได้ต้องอายุไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือบางสายการบินอาจให้ทารกอายุตั้งแต่ 14 วันขึ้นไป  หรืออาจอนุญาตให้อายุน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ สอบถามหาข้อมูลเรื่องการจองตั๋ว การเลือกที่นั่ง และค่าโดยสารสำหรับเด็กเล็ก  แจ้งสายการบินล่วงหน้า สอบถามเรื่องเอกสารที่ต้องใช้สำหรับเด็ก   ศึกษาข้อบังคับและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนเครื่องบิน สอบถามหรือหาข้อมูลข้อกำหนดต่างๆ ในการขึ้นเครื่องบิน ว่าสามารถนำอุปกรณ์ของใช้อะไรบ้าง ที่ขึ้นเครื่องบินเพื่อดูแลลูกทารกระหว่างการเดินทางได้ เช่น » เตรียมพร้อมอุปกรณ์ของใช้ในการเดินทางให้ลูกทารก รถเข็นเด็ก […]

อายุครรภ์คืออะไรกันนะ? เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร? 1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง 2. การอัลตราซาวด์ วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ 3. การนับรอบเดือน การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร? การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid