10 โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่ไหนบ้างน่าสนใจ
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ
โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

1. โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ
โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน :
- นักเรียนอนุบาล 1 รับสมัครนักเรียนชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 ปี ถึง 3 ปี 11 เดือน นับจากวันเกิดจนถึงวันเปิดเรียน
- ระดับชั้น อนุบาล 1 เปิดจำหน่ายใบสมัครล่วงหน้า 1 ปี
- โรงเรียนรุ่งอรุณใช้ระบบการเรียนแบบ 3 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 เปิดเรียน เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม และภาคเรียนที่ 3 เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน
- เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2870 7512 – 3, 0 2840 2501-4
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 391 ถนนพระราม 2 ซอย 33 (ซอยวัดยายร่ม) แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

2. โรงเรียนราชินีบน
เป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เน้นการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ปลูกฝังความเป็นกุลสตรีไทยที่มีมารยาทและคุณธรรม พร้อมหลักสูตรวิชาการที่ครบถ้วน ทั้ง เทคโนโลยี ดิจิทัล คณิตศาสตร์ ภาษา และสังคม เพื่อฝึกฝนและพัฒนาเด็กผู้หญิงให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ เติบโตได้เก่ง ดี และมีคุณค่า เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
โรงเรียนราชินีบน เริ่มรับเข้าเรียน : เมื่อเด็กมีอายุ 4 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนในชั้นอนุบาล 2 มีการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : http://www.rajinibon.ac.th/
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2241-5925
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 885 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300

3. โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า
มีมาตรฐานการสอนระดับนานาชาติ ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และอีก 3 ภาษา โดดเด่นในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก วิชาการ การเรียนรู้ พร้อมการเล่น มีอุปกรณ์การสอนที่ก้าวหน้าทันสมัย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกห้องเรียน ห้องกิจกรรม สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำหน้า นักเรียนส่วนใหญ่ที่จบออกไปแล้วจึงสามารถสอบเข้า ป.1 ในโรงเรียนชื่อดังต่าง ๆ ได้ในอัตราสูง
โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เริ่มรับเข้าเรียน :
ชั้นเตรียมอนุบาลรับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีครึ่ง ระดับชั้นอนุบาล 1 รับเด็กอายุ 3 ปี และในบางสาขาเริ่มเปิดรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แล้ว
ข้อมูลติดต่อ : https://www.denlaschool.ac.th, https://www.dbsbangkok.ac.th
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม โทร. 02-809-1793
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 โทร. 02-459-5656
– โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช โทร. 0-2666-1933
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม เลขที่ 229/1-8 ปากทางเข้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม 102 บางแค กทม. 10160 2)
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 เลขที่ 8 ถนนนครอินทร์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
- โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช 58 หมู่ 2 ถ.ราชพฤกษ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

4. โรงเรียนทอสี
เป็นโรงเรียนที่นำหลักพุทธปัญญามาใช้ในการเรียนการสอน มีวิถีพุทธปัญญาต้นแบบในการบ่มเพาะชีวิตเด็ก ครู และผู้ปกครอง ให้เด็ก ๆ สามารถพึ่งตนเองได้ เน้นเรื่องวิชาการ พร้อมกับเรียนรู้ธรรมชาติ สอนให้เด็กรู้จักและเข้าใจธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับวิชาชีวิต พร้อมจะอยู่ร่วมกับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน และมีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ร่มรื่น สงบ สะอาด เป็นระเบียบ เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาชีวิต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดสอนระดับอนุบาล รับสมัครอายุ 3 ปี และมีชั้นประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : http://thawsischool.com
เบอร์โทรศัพท์ : 0 -2713-0260
สถานที่ตั้ง : 1023/46 ซอย ปรีดี พนมยงค์ 41 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

5. โรงเรียนวนิษา
โดดเด่นด้านการเน้นพัฒนาสมองและพัฒนาทุกด้านของกลุ่มเด็กเล็ก ด้วยหลักสูตรพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ประการ ของ Dr.Howard Gardner ให้ความสำคัญกับการสอนสื่อสาร 2 ภาษาไทย-อังกฤษ ผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยและอินเตอร์ตามสไตล์ Whole Language Approach อย่างลงตัว
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับเด็กเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล 3 อายุตั้งแต่ 1.5 ปีจนถึง 6 ปี
ข้อมูลติดต่อ : https://vanessa.ac.th/
- โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท โทรศัพท์ 02-262-0181, 093-626-3936
- โรงเรียนวนิษา รังสิต โทรศัพท์ 02-531-9696
สถานที่ตั้ง :
– โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท เลขที่ 59/28 ซอยสุขิมวิท 26, ถ.สุขุมวิท, แขวง/เขตคลองเตย กรุงเทพ
– โรงเรียนวนิษา รังสิต เลขที่ 569 ซอยรังสิต-นครนายก 62 คลอง 2 ถนนรังสิต-นครนายกประชาธิปัตย์ ธัญบุรี

6. โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
โรงเรียนสตรีที่พร้อมสร้างกุลสตรีที่มีคุณธรรม เอกลักษณ์ของโรงเรียนคือโรงเรียนแห่งความรักและการให้ พร้อมหลักสูตรที่เน้นรอบด้าน ทั้งวิชาการ ภาษา มารยาท การใช้ชีวิต เน้นสร้างคุณภาพของนักเรียนให้มีศักยภาพในสังคมและในอนาคต ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี มีความเป็นผู้นำและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่
เริ่มรับเข้าเรียน : รับสมัครระดับอนุบาลเมื่อเด็กอายุ 3 ปี และเปิดการสอนจนถึงระดับมัธยมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : https://www.wattana.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2254-7991
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 67 ซอย สุขุมวิท 19 แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์
แนวทางการสอนจะเน้นการเรียนรู้ด้วยวิธีการลงมือปฏิบัติ พัฒนาทักษะการคิด เพื่อให้เด็กรู้จักคิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น ส่งเสริมให้เด็กได้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จินตนาการ และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาเต็มศักยภาพของตน โดยคำนึงถึงความสนใจ ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมปลูกฝังเรื่องมารยาทไทย วัฒนธรรมประเพณี ที่ดีงามของไทย และเรื่องคุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่วัยเด็ก
อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี ถึงอนุบาล 3
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ เลขที่12/9 ซอยศรีนครินทร์ 55 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม เลขที่ 60 ซอยศรีเวียง ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ โทร.0-2743-4047 https://www.plengprasiddhi.ac.th
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม โทร. 0-2267-4264 http://www.ppskgschool.ac.th

8. โรงเรียนอนุบาลแสงโสม
เน้นการสอนรอบด้าน ทั้งวิชาการและแบบโครงงาน (Project Approach) ให้นักเรียนได้ฝึกการคิด การวางแผนเน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุข และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพ ความปลอดภัย การเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม ให้เด็กให้มีความพร้อมในด้านการอ่าน เขียน คิดคำนวณ ตลอดจนศิลปะ ร้องรำทำเพลง พลศึกษา คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง
อนุบาลแสงโสม เริ่มรับเข้าเรียน : เริ่มรับสมัครเข้าเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี – ระดับประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น โทร. 0-2585-6433, 0-2585-5316 http://www.sangsomschool.com
- อนุบาลแสงโสม สัมมากร โทร. 02-954-4722 , 02-954-4723 http://kindergartensammakorn.sangsomschool.com/
สถานที่ตั้ง :
– อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น เลขที่ 6 ซอย ประชาชื่น 32 ถนน ประชาชื่น เยื้องหมู่บ้านซิเมนต์ไทย
– อนุบาลแสงโสม สัมมากร เลขที่ 88/162 ซอยสัมมากร 2 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

9. โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์
ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ เด็ก ๆ ทุกคนคือผู้นำ โรงเรียนต้องการสร้างความใฝ่รู้ให้เด็ก ๆ รักในการค้นคว้า คิดหาเหตุผลอย่างถูกต้องโดยนำความสนใจของเด็กแต่ละคนมาสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบโดยวิธีธรรมชาติและสนุกสนาน เพื่อปลูกฝังแนวทาง ที่ถูกต้องสู่ความเป็นเอกบุคคลในแนวทางต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในตัวเด็กแต่ละคน ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ มิใช่แค่มาเรียน แต่เป็นการมารู้จักความสนใจของตนเอง และแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อเป็นการเริ่มต้นค้นหาตัวตนของตนเอง เพื่อนำไปสู่ความเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 1 ปี 8 เดือนขึ้นไป จนถึงอนุบาล 3
ข้อมูลติดต่อ : http://www.maneerut.com
โทรศัพท์ : 0-2678-4612
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 2066/1 ซ.นราธิวาสราชนครินทร์ 18 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพ

10. โรงเรียนอํานวยศิลป์
ปัจจุบันจัดการศึกษาระบบสองภาษาหลักสูตรไทยและอังกฤษ เป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนการคิดแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย นักเรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและโอกาสในการเรียนรู้ที่ตื่นเต้น น่าสนใจ ที่โรงเรียนจัดขึ้นตลอดทั้งปีการศึกษาระบบสองภาษา สองวัฒนธรรมของเราเป็นพลวัตที่มุ่งสู่การพัฒนาเด็กรอบด้านสร้างทัศนะมุมมองที่เป็นสากลและทัศนะของคนไทย
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 3 ปีขึ้นไป
ข้อมูลติดต่อ : https://www.amnuaysilpa.ac.th/
โทรศัพท์ : 0- 2354 5267
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 304/1 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม 10400
โรงเรียนอนุบาลในฝัน แต่ละที่มีแนวทางการสอนที่แตกต่างกันออกไป คุณพ่อคุณแม่ควรไปเยี่ยมชมโรงเรียนและสอบถามข้อมูลจากคุณครูเพิ่มเติม หรือพาลูกน้อยไปเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยนะคะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
คำถามติดอันดับยอดฮิตของคุณแม่มือใหม่คือ “เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร และต่างจากประจำเดือนอย่างไร?” เพราะเจ้าเลือดตัวนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาเลยว่า เรากำลังจะเป็นแม่คนหรือเปล่า เอาล่ะค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้คุณแม่ต้องสงสัยกันนาน ลองมาดูกันดีกว่าว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณแม่นั้นเป็นเลือดล้างหน้าเด็กหรือประจำเดือนกันแน่ เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร? เลือดล้างหน้าเด็กนั้นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าคุณกำลังจะเป็นแม่คน แต่ก็ไม่ใช่ว่าแม่ท้องทุกคนจะมีเลือดล้างหน้าเด็กนะคะ เลือดล้างหน้าเด็กก็คืออาการที่มีเลือดออกมาจากทางช่องคลอด แต่ก็เป็นแค่แบบกะปริบกะปรอยเท่านั้นเอง เลือดล้างหน้าเด็กเกิดจากอะไร? เลือดล้างหน้าเด็กเกิดจากการที่ตัวอ่อนเข้าฝังตัวกับเยื่อบุโพรงมดลูกค่ะ เพราะบางครั้งการฝังตัวนี้อาจจะทำให้หลอดเลือดฝอยในโพรงมดลูกแตก ทำให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอด แต่ไม่ได้เยอะอะไรเท่าไหร่นะ เลือดล้างหน้าเด็กมาแค่วันเดียวใช่หรือไม่? ส่วนใหญ่แล้วเลือดล้างหน้าเด็กจะมาประมาณ 2-3 วันค่ะ แต่จะมาไม่ตรงกับรอบเดือนของเรานะคะ โดยจะมาก่อนครบกำหนดรอบเดือนประมาณ 1 อาทิตย์ เลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือนต่างกันอย่างไร? เลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือนค่อนข้างแตกต่างกัน และแยกได้อย่างค่อนข้างง่ายเลยล่ะค่ะ อย่างหนึ่งคือเลือดล้างหน้าเด็กจะมีสีที่จางกว่าเลือดประจำเดือนค่ะ และมีปริมาณไม่เยอะเท่า นอกจากนี้ในบางคนที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำแล้ว จะยิ่งสังเกตง่ายกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะเลือดล้างหน้าเด็กจะไม่มาพร้อมกับอาการปวดท้องค่ะ และที่สำคัญคือ เลือดล้างหน้าเด็กจะมาไม่ตรงรอบเดือนของเราด้วย แล้วอาการแท้งคุกคามคืออะไร? อาการหรือภาวะแท้งคุกคามคือการแท้งบุตรที่มีเลือดออกมาจากทางช่องคลอดก่อนครบกำหนดคลอด โดยมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของทารกในครรภ์ คุณแม่ที่ตั้งท้องตอนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป โรคเรื้อรัง หรือตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผิดไปจากปกติ อาการแท้งคุกคามนี่เกิดขึ้นได้ในทุกไตรมาสของการตั้งครรภ์เลยนะคะ เพราะงั้นคุณแม่ที่กำลังท้องอ่อนๆ หรือยังไม่รู้ตัวว่าท้อง การมีเลือดออกมาจากทางช่องคลอดก็สามารถเป็นได้ทั้งเลือดล้างหน้าเด็ก ประจำเดือน และแท้งคุกคามเลย ความแตกต่างระหว่างเลือดล้างหน้าเด็กกับแท้งคุกคาม? ถ้าคุณยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเป็นแม่คน แต่มีเลือดไหลออกมาจากทางช่องคลอดที่ไม่ตรงกับการมารอบเดือนแล้วนั้น จะมีสาเหตุได้อยู่สองอย่างค่ะ ก็คืออาจจะเป็นเลือดล้างหน้าเด็ก หรือแท้งคุกคาม […]
คุณแม่มือใหม่กำลังคิดว่าจำเป็นต้องมีเครื่องปั๊มนมไว้ใช้หรือไม่? หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้เรามาตอบทุกคำถามเกี่ยวกับเครื่องปั๊มนมกันอย่างครบถ้วน เพื่อให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ประโยชน์ของเครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเก็บนมแม่ไว้ล่วงหน้าได้ ช่วยแก้ปัญหาเมื่อต้องออกไปทำงานหรือมีธุระนอกบ้าน ลดความกังวลเรื่องลูกหิวนม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตนมแม่ให้ต่อเนื่อง และบรรเทาอาการเต้านมตึงเมื่อมีนมมากเกินไป เครื่องปั๊มนมมีกี่ประเภท เครื่องปั๊มนมมีให้เลือกหลากหลายประเภทตามความต้องการ แต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง เครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ที่ปั๊มนมแบบใช้มือเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ปั๊มนมบ่อย ใช้งานได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้า ราคาไม่แพง และเก็บรักษาง่าย แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าและอาจเมื่อยมือในการใช้งาน เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าเดี่ยว เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบเดี่ยวใช้ปั๊มทีละข้าง ทำงานอัตโนมัติช่วยประหยัดแรงคุณแม่ เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราว สะดวกกว่าแบบใช้มือและมีราคาที่เหมาะสม แต่ใช้เวลานานกว่าแบบปั๊มคู่เมื่อต้องปั๊มทั้งสองข้าง เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้าคู่ เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบคู่สามารถปั๊มทั้งสองข้างพร้อมกัน ประหยัดเวลาได้มาก เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นประจำหรือต้องทำงานนอกบ้าน ช่วยกระตุ้นการผลิตนมได้ดีกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องปั้มนมแฮนด์ฟรี เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี (Hands-free Breast Pump) คือ อุปกรณ์ปั๊มนมแบบไร้สายที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กและสามารถสวมใส่ใต้เสื้อชั้นในได้เลย ทำให้คุณแม่มีอิสระในการทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเลี้ยงลูก การทำงาน หรือการทำกิจกรรมประจำวัน โดยที่ไม่ต้องใช้มือจับกรวยปั๊ม ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เครื่องปั๊มนมสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เครื่องปั๊มนมระดับโรงพยาบาลมีขนาดใหญ่และประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกรณีที่ลูกต้องเข้ารับการดูแลพิเศษในไอซียู หรือคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องการให้นม สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนโดยมีอุปกรณ์ส่วนตัวแยกกัน วิธีการใช้เครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง การใช้เครื่องปั๊มนมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้นมมากขึ้นและปลอดภัย มีขั้นตอนดังนี้ […]
1.เลือกจากประเภทการใช้งานให้เหมาะสมกับสรีระและน้ำหนักของเด็กค่ะโดยทั่วไปรถเข็นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ 2. วัสดุโครงสร้างของรถเข็นเด็กต้องแข็งแรงและที่สำคัญน้ำหนักต้องเบาเพราะว่าบางครั้งคุณแม่อาจจะต้องเดินทางโดยลำพังกับลูกน้อย นอกจากนี้เบาะที่สัมผัสของตัวน้องควรทำจากวัสดุที่นุ่มสบายเพื่อให้เด็กนั่งได้นาน อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนที่ดีเนื่องจากอากาศที่เมืองไทยค่อนข้างร้อนและระบบปรับอุณหภูมิในเด็กเล็กนั้นยังทำงานได้ไม่ดีนักทำให้เด็กจะร้อนและเหงื่อออกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ 3. ล้อต้องเป็นล้อที่สามารถหมุนได้สะดวกและแข็งแรง เพราะจะทำให้การเคลื่อนตัวของรถเข็นคล่องตัวขึ้นแม้ว่าคุณแม่จะต้องเข็นรถในที่ที่แคบ 4. โครงสร้างของผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบมาเพื่อรักษาให้ขาและข้อต่อสะโพกอยู่ในรูปทรงตามธรรมชาติโดยประคองขาและข้อต่อสะโพกในอยู่ในรูปทรงตัว“M” ซึ่งเป็นท่าที่จะทำให้ขาและสะโพกของลูกน้อยมั่นคงที่สุดรวมทั้งจะส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกทั้งสองส่วนให้เป็นไปตามธรรมชาติที่ดีที่สุด 5. มีหลังคาที่สามารถปกป้องลูกน้อยจากแสงแดดและรังสียูวีเพราะผิวหนังของเด็กนั้นยังบอบบางโดยที่บังแดดควรจะปรับได้ตามทิศทางของแสงแดดที่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาในแต่ละวัน นอกจากนี้ที่บังแดดยังช่วยบังลมให้ลูกน้อยได้อีกด้วย 6. โครงสร้างของรถเข็นเด็ก ต้องออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบการหายใจในกรณีที่เด็กอาจจะเผลอหลับบนรถเข็น โดยมีเบาะที่จะทำให้ศีรษะเด็กไม่เคลื่อนที่และป้องกันการบิดของลำคอจึงช่วยป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดกั้น 7. ข้อสำคัญอีกประการก็คือหากคุณใช้รถเข็นเด็กแรกเกิด ควรจะเลือกประเภทที่สามารถหันที่นั่งรถเอาหาตัวคุณแม่ได้ เนื่องจากเด็กเล็กต้องการความเอาใจใส่จากแม่เป็นพิเศษ เมื่อน้องออกไปข้างนอกเขาต้องการจะมองเห็นคุณแม่เพื่อความอุ่นใจค่ะ แต่ถ้าเป็นเด็กโตแล้ว เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวซึ่งในวัยนี้คุณแม่อาจจะปรับที่นั่งรถเข็นให้มองออกไปข้างนอกได้ค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำอย่างถูกต้อง
“เพราะรถเข็นเด็กทุกคัน ไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน” หลายคนยังเข้าใจผิดว่ารถเข็นเด็กแต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย 1.ปรับให้นอนราบได้ 170 องศา สำหรับเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็กแรกเกิด ที่ดีควรสามารถปรับให้นอนราบได้ 170 องศา ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง ยังไม่แข็งแรง จึงควรจัดให้เด็กนอนในท่านอนราบที่เป็นธรรมชาติ 2. เบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย จะช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม โดยมีพื้นที่วางแขนแบบ W-Shape และวางขาแบบ M-Shape เพื่อให้ขยับตัวได้ง่าย ซึ่งเป็นท่านอนที่เป็นธรรมชาติสำหรับเด็กวัยแรกเกิด 3. ชุดหมอนรองคอและสะโพก สำหรับทารกวัยแรกเกิดที่ยังไม่แข็งแรง เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทารกวัยแรกเกิด ที่คอยังโงนเงนไม่แข็งแรง Head Support ที่มีส่วนเว้าโค้งพอเหมาะจะช่วยสอดรับช่วงต้นคอและศีรษะ ป้องกันคอพับซึ่งอาจส่งผลต่อการปิดทับระบบทางเดินหายใจได้ Hip Support หรือหมอนรองสะโพก ช่วยประคองให้กระดูกสันหลังมั่นคงไม่โค้งหรือเอียง ช่วยจัดท่านั่งและนอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ 4. เบาะรองนอนระบายอากาศได้ดี และช่วยรองรับสรีระได้อย่างนุ่มนวล ด้วยระบบปรับอุณหภูมิในร่างกายลูกน้อยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กทารกจะมีความสามารถในการควบคุมอุณหภุมิต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้มีเหงื่อออกมากกว่า โดยเฉพาะในเวลานอนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเต็มที่ ดังนั้นเบาะที่มีคุณสมบัติช่วยระบายอากาศได้ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดความร้อน […]
คุณแพรว เพชรแพรว อัครเตชวาทิน หรือแม่แพรว จากเพจ PRAEW ที่หลายคนรู้จักกันดีในบทบาทของ Influencer สายแม่และเด็ก ที่แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกเชิงบวกได้อย่างดี ซึ่งเราจะเห็นได้จากกน้อง เฌอลินน์ ลูกสาวคนโตที่โตขึ้นมาเป็นเด็กอารมณ์ดี มีความสามารถ ทำให้ใครหลายๆคนหลงกับความน่ารักของน้อง เฌอลินน์ ไปตามๆกัน และล่าสุดต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแพรว กับการคลอดลูกคนที่ 2 ที่มีชื่อว่า เมอฌินน์ หรือฉายา เจ้าลูกชิ้น ลูกชายคนแรกของแม่แพรวด่วยค่ะ และถ้าใครเคยตาม หรือเคยเข้าไปดูเพจ PRAEW จะรู้ว่า แม่แพรวจะ Post Content ให้ความรู้ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกไว้เป็นจำนวนมาก และล่าสุด คุณแพรวก็ได้แชร์ประสบการณ์การใช้คาร์ซีทในวันแรกที่พาน้อง เมอฌินน์ ออกจากโรงพยาบาล วันนี้ทาง BabyGift ขอนำมาแชร์ต่อค่ะ พร้อมพามาดูกันว่า คาร์ซีทที่น้อง เมอฌินน์ ใช้คือคาร์ซีทรุ่นไหน คุณแพรว ได้แชร์ไว้ว่า ทุกครั้งที่นั่งรถ แพรวต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีททุกครั้งค่ะ เพราะสำหรับแพรวความปลอดภัยของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับคาร์ซีทที่แพรวเลือกให้เมอคือ คาร์ซีท Ailebebe Kurutto ค่ะ อันนี้เป็นรุ่น 6 รุ่นใหม่ของเค้าค่ะ คุณแพรว ยังบอกอีกว่า ที่แพรวเลือกรุ่นนี้เพราะแพรวมั่นใจคือเรื่องความปลอดภัยของเค้าค่ะ เค้ามีเทคโนโลยีพิเศษที่เพิ่มความปลอดภัยที่ทำให้เมอปลอดภัยมากขึ้นเวลาที่นอนอยู่บนคาร์ซีท วัสดุดีมาก! มีมาตรฐานรองรับจากโรงงานประเทศญี่ปุ่นและความปลอดภัยระดับยุโรป เบาะก็ Support ดี สบาย ระบายอากาศได้ ไม่อึดอัดเลยค่ะ ปรับเอนนอนได้ นั่งทุกครั้งเมอฌินน์หลับปุ๋ยตลอด ติดตั้งง่ายด้วยระบบ Isofix ที่สำคัญที่มามี๊แฮปปี้ที่สุด […]
สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ คนท้องขับรถได้ไหม ? โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม […]
