10 โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่ไหนบ้างน่าสนใจ
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ
โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

1. โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ
โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน :
- นักเรียนอนุบาล 1 รับสมัครนักเรียนชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 ปี ถึง 3 ปี 11 เดือน นับจากวันเกิดจนถึงวันเปิดเรียน
- ระดับชั้น อนุบาล 1 เปิดจำหน่ายใบสมัครล่วงหน้า 1 ปี
- โรงเรียนรุ่งอรุณใช้ระบบการเรียนแบบ 3 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 เปิดเรียน เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม และภาคเรียนที่ 3 เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน
- เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2870 7512 – 3, 0 2840 2501-4
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 391 ถนนพระราม 2 ซอย 33 (ซอยวัดยายร่ม) แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

2. โรงเรียนราชินีบน
เป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เน้นการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ปลูกฝังความเป็นกุลสตรีไทยที่มีมารยาทและคุณธรรม พร้อมหลักสูตรวิชาการที่ครบถ้วน ทั้ง เทคโนโลยี ดิจิทัล คณิตศาสตร์ ภาษา และสังคม เพื่อฝึกฝนและพัฒนาเด็กผู้หญิงให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ เติบโตได้เก่ง ดี และมีคุณค่า เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
โรงเรียนราชินีบน เริ่มรับเข้าเรียน : เมื่อเด็กมีอายุ 4 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนในชั้นอนุบาล 2 มีการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : http://www.rajinibon.ac.th/
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2241-5925
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 885 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300

3. โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า
มีมาตรฐานการสอนระดับนานาชาติ ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และอีก 3 ภาษา โดดเด่นในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก วิชาการ การเรียนรู้ พร้อมการเล่น มีอุปกรณ์การสอนที่ก้าวหน้าทันสมัย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกห้องเรียน ห้องกิจกรรม สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำหน้า นักเรียนส่วนใหญ่ที่จบออกไปแล้วจึงสามารถสอบเข้า ป.1 ในโรงเรียนชื่อดังต่าง ๆ ได้ในอัตราสูง
โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เริ่มรับเข้าเรียน :
ชั้นเตรียมอนุบาลรับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีครึ่ง ระดับชั้นอนุบาล 1 รับเด็กอายุ 3 ปี และในบางสาขาเริ่มเปิดรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แล้ว
ข้อมูลติดต่อ : https://www.denlaschool.ac.th, https://www.dbsbangkok.ac.th
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม โทร. 02-809-1793
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 โทร. 02-459-5656
– โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช โทร. 0-2666-1933
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม เลขที่ 229/1-8 ปากทางเข้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม 102 บางแค กทม. 10160 2)
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 เลขที่ 8 ถนนนครอินทร์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
- โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช 58 หมู่ 2 ถ.ราชพฤกษ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

4. โรงเรียนทอสี
เป็นโรงเรียนที่นำหลักพุทธปัญญามาใช้ในการเรียนการสอน มีวิถีพุทธปัญญาต้นแบบในการบ่มเพาะชีวิตเด็ก ครู และผู้ปกครอง ให้เด็ก ๆ สามารถพึ่งตนเองได้ เน้นเรื่องวิชาการ พร้อมกับเรียนรู้ธรรมชาติ สอนให้เด็กรู้จักและเข้าใจธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับวิชาชีวิต พร้อมจะอยู่ร่วมกับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน และมีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ร่มรื่น สงบ สะอาด เป็นระเบียบ เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาชีวิต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดสอนระดับอนุบาล รับสมัครอายุ 3 ปี และมีชั้นประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : http://thawsischool.com
เบอร์โทรศัพท์ : 0 -2713-0260
สถานที่ตั้ง : 1023/46 ซอย ปรีดี พนมยงค์ 41 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

5. โรงเรียนวนิษา
โดดเด่นด้านการเน้นพัฒนาสมองและพัฒนาทุกด้านของกลุ่มเด็กเล็ก ด้วยหลักสูตรพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ประการ ของ Dr.Howard Gardner ให้ความสำคัญกับการสอนสื่อสาร 2 ภาษาไทย-อังกฤษ ผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยและอินเตอร์ตามสไตล์ Whole Language Approach อย่างลงตัว
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับเด็กเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล 3 อายุตั้งแต่ 1.5 ปีจนถึง 6 ปี
ข้อมูลติดต่อ : https://vanessa.ac.th/
- โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท โทรศัพท์ 02-262-0181, 093-626-3936
- โรงเรียนวนิษา รังสิต โทรศัพท์ 02-531-9696
สถานที่ตั้ง :
– โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท เลขที่ 59/28 ซอยสุขิมวิท 26, ถ.สุขุมวิท, แขวง/เขตคลองเตย กรุงเทพ
– โรงเรียนวนิษา รังสิต เลขที่ 569 ซอยรังสิต-นครนายก 62 คลอง 2 ถนนรังสิต-นครนายกประชาธิปัตย์ ธัญบุรี

6. โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
โรงเรียนสตรีที่พร้อมสร้างกุลสตรีที่มีคุณธรรม เอกลักษณ์ของโรงเรียนคือโรงเรียนแห่งความรักและการให้ พร้อมหลักสูตรที่เน้นรอบด้าน ทั้งวิชาการ ภาษา มารยาท การใช้ชีวิต เน้นสร้างคุณภาพของนักเรียนให้มีศักยภาพในสังคมและในอนาคต ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี มีความเป็นผู้นำและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่
เริ่มรับเข้าเรียน : รับสมัครระดับอนุบาลเมื่อเด็กอายุ 3 ปี และเปิดการสอนจนถึงระดับมัธยมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : https://www.wattana.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2254-7991
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 67 ซอย สุขุมวิท 19 แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์
แนวทางการสอนจะเน้นการเรียนรู้ด้วยวิธีการลงมือปฏิบัติ พัฒนาทักษะการคิด เพื่อให้เด็กรู้จักคิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น ส่งเสริมให้เด็กได้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จินตนาการ และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาเต็มศักยภาพของตน โดยคำนึงถึงความสนใจ ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมปลูกฝังเรื่องมารยาทไทย วัฒนธรรมประเพณี ที่ดีงามของไทย และเรื่องคุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่วัยเด็ก
อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี ถึงอนุบาล 3
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ เลขที่12/9 ซอยศรีนครินทร์ 55 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม เลขที่ 60 ซอยศรีเวียง ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ โทร.0-2743-4047 https://www.plengprasiddhi.ac.th
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม โทร. 0-2267-4264 http://www.ppskgschool.ac.th

8. โรงเรียนอนุบาลแสงโสม
เน้นการสอนรอบด้าน ทั้งวิชาการและแบบโครงงาน (Project Approach) ให้นักเรียนได้ฝึกการคิด การวางแผนเน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุข และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพ ความปลอดภัย การเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม ให้เด็กให้มีความพร้อมในด้านการอ่าน เขียน คิดคำนวณ ตลอดจนศิลปะ ร้องรำทำเพลง พลศึกษา คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง
อนุบาลแสงโสม เริ่มรับเข้าเรียน : เริ่มรับสมัครเข้าเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี – ระดับประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น โทร. 0-2585-6433, 0-2585-5316 http://www.sangsomschool.com
- อนุบาลแสงโสม สัมมากร โทร. 02-954-4722 , 02-954-4723 http://kindergartensammakorn.sangsomschool.com/
สถานที่ตั้ง :
– อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น เลขที่ 6 ซอย ประชาชื่น 32 ถนน ประชาชื่น เยื้องหมู่บ้านซิเมนต์ไทย
– อนุบาลแสงโสม สัมมากร เลขที่ 88/162 ซอยสัมมากร 2 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

9. โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์
ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ เด็ก ๆ ทุกคนคือผู้นำ โรงเรียนต้องการสร้างความใฝ่รู้ให้เด็ก ๆ รักในการค้นคว้า คิดหาเหตุผลอย่างถูกต้องโดยนำความสนใจของเด็กแต่ละคนมาสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบโดยวิธีธรรมชาติและสนุกสนาน เพื่อปลูกฝังแนวทาง ที่ถูกต้องสู่ความเป็นเอกบุคคลในแนวทางต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในตัวเด็กแต่ละคน ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ มิใช่แค่มาเรียน แต่เป็นการมารู้จักความสนใจของตนเอง และแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อเป็นการเริ่มต้นค้นหาตัวตนของตนเอง เพื่อนำไปสู่ความเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 1 ปี 8 เดือนขึ้นไป จนถึงอนุบาล 3
ข้อมูลติดต่อ : http://www.maneerut.com
โทรศัพท์ : 0-2678-4612
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 2066/1 ซ.นราธิวาสราชนครินทร์ 18 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพ

10. โรงเรียนอํานวยศิลป์
ปัจจุบันจัดการศึกษาระบบสองภาษาหลักสูตรไทยและอังกฤษ เป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนการคิดแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย นักเรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและโอกาสในการเรียนรู้ที่ตื่นเต้น น่าสนใจ ที่โรงเรียนจัดขึ้นตลอดทั้งปีการศึกษาระบบสองภาษา สองวัฒนธรรมของเราเป็นพลวัตที่มุ่งสู่การพัฒนาเด็กรอบด้านสร้างทัศนะมุมมองที่เป็นสากลและทัศนะของคนไทย
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 3 ปีขึ้นไป
ข้อมูลติดต่อ : https://www.amnuaysilpa.ac.th/
โทรศัพท์ : 0- 2354 5267
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 304/1 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม 10400
โรงเรียนอนุบาลในฝัน แต่ละที่มีแนวทางการสอนที่แตกต่างกันออกไป คุณพ่อคุณแม่ควรไปเยี่ยมชมโรงเรียนและสอบถามข้อมูลจากคุณครูเพิ่มเติม หรือพาลูกน้อยไปเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยนะคะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
การเดินทางโดยรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของหลาย ๆ ครอบครัว การเลือกใช้คาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปกป้องความปลอดภัยของลูกน้อยในทุกการเดินทาง และหนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันคือ คาร์ซีทหมุนได้ หรือ คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชันการหมุน ที่ช่วยให้การติดตั้งและการย้ายลูกน้อยเข้า-ออกจากคาร์ซีททำได้ง่ายยิ่งขึ้น คาร์ซีทหมุนได้คืออะไร ? คาร์ซีทหมุนได้ คือ คาร์ซีทที่สามารถหมุนตัวได้รอบทิศทาง 360 องศา ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถหมุนคาร์ซีทไปทางด้านข้าง หรือ หันไปทางประตูรถได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตั้งคาร์ซีทและการย้ายลูกน้อยเข้า-ออกจากคาร์ซีทได้ง่ายขึ้นมาก คาร์ซีทหมุนได้จำเป็นไหม ช่วยให้สะดวกขึ้นอย่างไรบ้าง ? 1. คาร์ซีทหมุนได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน : การหมุนได้ 360 องศาช่วยให้อุ้มลูกน้อยเข้า-ออกจากคาร์ซีทได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมุดตัวหรือเอี้ยวตัวในพื้นที่แคบ ๆ ของรถ ช่วยลดความเสี่ยงที่ศีรษะจะไปกระแทกกับขอบประตูหรือพาลูกน้อยหกล้มได้เป็นอย่างดี 2. คาร์ซีทหมุนได้ รองรับการใช้งานในระยะยาว : คาร์ซีทหมุนได้สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งการนั่งจากหันไปข้างหลัง (Rear-facing) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึงการหมุนหันไปข้างหน้า (Forward-facing) เมื่อเด็กโตขึ้นได้ โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่ 3. สะดวกในการดูแลลูก : การหมุนคาร์ซีทไปทางด้านข้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้ง่ายขึ้น เช่น การเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือการปลอบโยนเมื่อลูกร้องไห้งอแงได้เลย […]
ต้องบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่นั้นโชคดีมากมาย เพราะการเลี้ยงลูกสมัยนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกที่ช่วยทุ่นแรง ช่วยประหยัดเวลา และช่วยทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ช่วยให้นมแม่ เรียกว่ามีสารพัดตั้งแต่ช่วยให้นม ทำความสะอาด ช่วยเตรียมอาหาร ครบถ้วนทั้งอุปกรณ์การนอน การกิน การอยู่สำหรับคุณแม่และลูกน้อย และสิ่งหนึ่งที่หลายๆ บ้านขาดไม่ได้ และคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังมองหา เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงกายในการอุ้มลูกน้อยวัยทารก นั่นคือ เป้อุ้มเด็ก เครื่องทุ่นแรงสำคัญที่มีประโยชน์มาก เพราะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยด้วยมือตัวเองตลอดเวลา และไม่ต้องหาคนช่วยอุ้ม เพราะลูกเบบี๋ยังเดินไม่ได้ การกิจวัตรการดูแลลุกส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องอุ้มลูกไว้บ่อยๆ ทั้งการอุ้มไล่ลม อุ้มกล่อมนอน อุ้มปลอบโยน อุ้มเดินเล่น หลายชั่วดมงต่อวัน แถมยังต้องอุ้มลูกนานตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารกไปจนถึงวัยประมาณเกือบ 2 ขวบ จนเมื่อลูกเดินได้เก่ง ฉะนั้นเพื่อตอกย้ำถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้เป้อุ้มเด็ก ให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อเป้อุ้มให้ลูกดีหรือไม่ ได้เห็นถึงข้อดีว่ามีแค่ไหน…เชื่อว่าเมื่อรู้แล้วทุกท่านจะสามารถเลือกซื้อใช้กันได้มั่นใจยิ่งขึ้น 10 ข้อดี ที่ต้องมี เป้อุ้มเด็ก 1 ประหยัดแรงกาย ประหยัดแรงคน เพราะเป้อุ้มเด็ก จะช่วยทุ่นแรงคุณแม่ไม่ต้องเดินอุ้มลูก ใช้กำลังแขนกำลังมืออุ้มลูกบ่อยๆ ประหยัดแรงกาย ช่วยให้คุณแม่ไม่เมื่อยล้า แต่เป้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวของลูกน้อยด้วยเป้และสายรัดให้อยู่กับตัวคุณแม่ ประหยัดแรงคนไม่ต้องหาคนมาช่วยอุ้มลูกเวลาที่คุณแม่จะต้องทำงาน เดินซื้อของ หรือทำธุระอื่นๆ 2 ลูกปลอดภัย นั่งและนอนได้สบาย เมื่อลูกน้อยอยู่ในเป้อุ้มเด็กจะปลอดภัย เพราะตัวคุณแม่และเป้จะประคองลูกตลอดเวลา ซึ่งเป้อุ้มเด็กส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุที่ทำด้วยผ้าหนานุ่ม […]
เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]
เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก พับเล็กอย่างเดียวไม่พอ เอาที่ลูกนั่งสบายด้วยนะคะ เพราะรถเข็นเด็กคือที่พักผ่อนของเด็กๆ คุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นจริงๆ คือ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก แนะนำรถเข็นเด็ก Aprica Magical Air แบบน้องอลิน-อลัน คันนี้แม่โอปปลื้มมาก จนต้องบอกต่อใน IG พิสูจน์แล้วโดยคุณแม่เซเลปคนดัง มั่นใจในผลิตภัณฑ์เด็ก Aprica #แท็กสามี #แท็กเพื่อน แล้วจัดทริปเลยค่ะ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น
เมื่อเริ่มตังครรภ์ มีเจ้าตัวเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย คุณแม่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นอยากเจอหน้าลูกและสงสัยว่า พัฒนาการทารกในครรภ์ ไปถึงไหนแล้วใช่ไหมคะ เราจึงนำพัฒนาการของลูกน้อยตลอดเก้าเดือนที่อยู่ในท้องของคุณแม่มาให้ชมกัน เบบี้กิ๊ฟขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกท่านด้วยนะคะ ลูกน้อยตัวโตแค่ไหนแล้ว เราลองเทียบกับผลไม้ให้ดูค่ะ พัฒนาการทารกในครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 1 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 1 คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็เข้าเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าในเดือนแรกนี้จะเป็นช่วงที่ไข่กับอสุจิเข้าผสมกัน มีการแบ่งเซลล์แล้วก็ฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งในระยะนี้เจ้าหนูน้อยก็จะเล็กจิ๋วมาก ๆ เลยล่ะค่ะ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้นเอง ส่วนการพัฒนาหลัก ๆ ก็จะเป็นการพัฒนาในส่วนของรก เพื่อเตรียมพร้อมรอรับสารอาหารจากคุณแม่ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 2 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 2 เดือนนี้แหละที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านจะเริ่มรู้ตัว มีอาการแพ้ท้อง แล้วก็ไปหาคุณหมอเพื่อการฝากครรภ์กันแล้ว ในช่วงเดือนนี้ลูกน้อยจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ก็จะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพัฒนาของระบบประสาท เนื้อเยื่อเส้นใยประสาท แล้วก็ไขสันหลัง คุณแม่สามารถทำอัลตราซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกน้อยเต้นได้แล้วนะคะ พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 3 ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักประมาณ 28 กรัม และมีความยาวประมาณ 7.6 ซ.ม. แล้วค่ะ […]
ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย พอรู้ข่าวดีว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์คงเกิดอาการดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ในความดีใจของคุณแม่ก็เกิดคำถามและความกังวลในหัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะการลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อยู่ตลอด หนึ่งในนั้นเชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คงอยากรู้สินะว่า ลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงเราตอนไหน และการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ และคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสื่อสารในรูปแบบไหนได้บ้าง ที่จะช่วยการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้รับรู้ เพราะคุณแม่ทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีกับลูกได้ดีอีกอย่างหนึ่ง บางทีเราเองก็จะเห็นคุณแม่หลายๆคน เปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกฟังสไตล์โมซาส เผื่อลูกจะได้อารมณ์ดี บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็เล่านิทาน แต่จริงๆแล้วคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงตอนกี่เดือนกันแน่ พัฒนาการการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ได้ เพราะจริงๆแล้ว ทารกจะได้ยินเสียงได้ดีตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป และการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ 1. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้น้ำเสียงปกติในชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ รวมถึงคุณแม่อาจจะเพิ่มการร้องเพลง หรืออ่านหนังสือ เข้าไปด้วยก็เป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์แล้ว 2. เปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สามารถเปิดได้หมด ทั้ง โมสาร์ท คลาสสิก แจ๊ส ป๊อป ร็อค ลูกทุ่ง เพียงแค่ขอให้เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไม่รุนแรงเกินไป ก็ช่วยให้ลูกได้รู้สึกถึงจังหวะมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นพัฒนาการการได้ยิน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเมื่อลูกได้ดิ้นและขยับตัวตามจังหวะดนตรีเพลง […]
