10 โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่ไหนบ้างน่าสนใจ
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ
โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

1. โรงเรียนรุ่งอรุณ
โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ
โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน :
- นักเรียนอนุบาล 1 รับสมัครนักเรียนชาย-หญิง ที่มีอายุ 3 ปี ถึง 3 ปี 11 เดือน นับจากวันเกิดจนถึงวันเปิดเรียน
- ระดับชั้น อนุบาล 1 เปิดจำหน่ายใบสมัครล่วงหน้า 1 ปี
- โรงเรียนรุ่งอรุณใช้ระบบการเรียนแบบ 3 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 เปิดเรียน เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม และภาคเรียนที่ 3 เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน
- เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0 2870 7512 – 3, 0 2840 2501-4
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 391 ถนนพระราม 2 ซอย 33 (ซอยวัดยายร่ม) แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150

2. โรงเรียนราชินีบน
เป็นโรงเรียนสตรีที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน เน้นการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ปลูกฝังความเป็นกุลสตรีไทยที่มีมารยาทและคุณธรรม พร้อมหลักสูตรวิชาการที่ครบถ้วน ทั้ง เทคโนโลยี ดิจิทัล คณิตศาสตร์ ภาษา และสังคม เพื่อฝึกฝนและพัฒนาเด็กผู้หญิงให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ เติบโตได้เก่ง ดี และมีคุณค่า เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
โรงเรียนราชินีบน เริ่มรับเข้าเรียน : เมื่อเด็กมีอายุ 4 ปีบริบูรณ์ เข้าเรียนในชั้นอนุบาล 2 มีการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6
ข้อมูลติดต่อ : http://www.rajinibon.ac.th/
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2241-5925
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 885 ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. 10300

3. โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า
มีมาตรฐานการสอนระดับนานาชาติ ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และอีก 3 ภาษา โดดเด่นในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็ก วิชาการ การเรียนรู้ พร้อมการเล่น มีอุปกรณ์การสอนที่ก้าวหน้าทันสมัย เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกห้องเรียน ห้องกิจกรรม สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมล้ำหน้า นักเรียนส่วนใหญ่ที่จบออกไปแล้วจึงสามารถสอบเข้า ป.1 ในโรงเรียนชื่อดังต่าง ๆ ได้ในอัตราสูง
โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เริ่มรับเข้าเรียน :
ชั้นเตรียมอนุบาลรับเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีครึ่ง ระดับชั้นอนุบาล 1 รับเด็กอายุ 3 ปี และในบางสาขาเริ่มเปิดรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แล้ว
ข้อมูลติดต่อ : https://www.denlaschool.ac.th, https://www.dbsbangkok.ac.th
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม โทร. 02-809-1793
– โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 โทร. 02-459-5656
– โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช โทร. 0-2666-1933
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม เลขที่ 229/1-8 ปากทางเข้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ ถนนเพชรเกษม 102 บางแค กทม. 10160 2)
- โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า พระราม 5 เลขที่ 8 ถนนนครอินทร์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130
- โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้าบริติช 58 หมู่ 2 ถ.ราชพฤกษ์ ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

4. โรงเรียนทอสี
เป็นโรงเรียนที่นำหลักพุทธปัญญามาใช้ในการเรียนการสอน มีวิถีพุทธปัญญาต้นแบบในการบ่มเพาะชีวิตเด็ก ครู และผู้ปกครอง ให้เด็ก ๆ สามารถพึ่งตนเองได้ เน้นเรื่องวิชาการ พร้อมกับเรียนรู้ธรรมชาติ สอนให้เด็กรู้จักและเข้าใจธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับวิชาชีวิต พร้อมจะอยู่ร่วมกับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน และมีสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ร่มรื่น สงบ สะอาด เป็นระเบียบ เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาชีวิต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดสอนระดับอนุบาล รับสมัครอายุ 3 ปี และมีชั้นประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : http://thawsischool.com
เบอร์โทรศัพท์ : 0 -2713-0260
สถานที่ตั้ง : 1023/46 ซอย ปรีดี พนมยงค์ 41 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

5. โรงเรียนวนิษา
โดดเด่นด้านการเน้นพัฒนาสมองและพัฒนาทุกด้านของกลุ่มเด็กเล็ก ด้วยหลักสูตรพัฒนาอัจฉริยภาพ 8 ประการ ของ Dr.Howard Gardner ให้ความสำคัญกับการสอนสื่อสาร 2 ภาษาไทย-อังกฤษ ผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นไทยและอินเตอร์ตามสไตล์ Whole Language Approach อย่างลงตัว
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับเด็กเตรียมอนุบาลจนถึงอนุบาล 3 อายุตั้งแต่ 1.5 ปีจนถึง 6 ปี
ข้อมูลติดต่อ : https://vanessa.ac.th/
- โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท โทรศัพท์ 02-262-0181, 093-626-3936
- โรงเรียนวนิษา รังสิต โทรศัพท์ 02-531-9696
สถานที่ตั้ง :
– โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท เลขที่ 59/28 ซอยสุขิมวิท 26, ถ.สุขุมวิท, แขวง/เขตคลองเตย กรุงเทพ
– โรงเรียนวนิษา รังสิต เลขที่ 569 ซอยรังสิต-นครนายก 62 คลอง 2 ถนนรังสิต-นครนายกประชาธิปัตย์ ธัญบุรี

6. โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
โรงเรียนสตรีที่พร้อมสร้างกุลสตรีที่มีคุณธรรม เอกลักษณ์ของโรงเรียนคือโรงเรียนแห่งความรักและการให้ พร้อมหลักสูตรที่เน้นรอบด้าน ทั้งวิชาการ ภาษา มารยาท การใช้ชีวิต เน้นสร้างคุณภาพของนักเรียนให้มีศักยภาพในสังคมและในอนาคต ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี มีความเป็นผู้นำและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่
เริ่มรับเข้าเรียน : รับสมัครระดับอนุบาลเมื่อเด็กอายุ 3 ปี และเปิดการสอนจนถึงระดับมัธยมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ : https://www.wattana.ac.th
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2254-7991
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 67 ซอย สุขุมวิท 19 แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์
แนวทางการสอนจะเน้นการเรียนรู้ด้วยวิธีการลงมือปฏิบัติ พัฒนาทักษะการคิด เพื่อให้เด็กรู้จักคิดเป็นและแก้ปัญหาเป็น ส่งเสริมให้เด็กได้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ เพื่อให้เด็กเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จินตนาการ และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาเต็มศักยภาพของตน โดยคำนึงถึงความสนใจ ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมปลูกฝังเรื่องมารยาทไทย วัฒนธรรมประเพณี ที่ดีงามของไทย และเรื่องคุณธรรม จริยธรรมตั้งแต่วัยเด็ก
อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี ถึงอนุบาล 3
สถานที่ตั้ง :
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ เลขที่12/9 ซอยศรีนครินทร์ 55 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
- โรงเรียนอนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม เลขที่ 60 ซอยศรีเวียง ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ ศรีนครินทร์ โทร.0-2743-4047 https://www.plengprasiddhi.ac.th
- อนุบาลเปล่งประสิทธิ์ สีลม โทร. 0-2267-4264 http://www.ppskgschool.ac.th

8. โรงเรียนอนุบาลแสงโสม
เน้นการสอนรอบด้าน ทั้งวิชาการและแบบโครงงาน (Project Approach) ให้นักเรียนได้ฝึกการคิด การวางแผนเน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุข และให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพ ความปลอดภัย การเตรียมความพร้อม ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม ให้เด็กให้มีความพร้อมในด้านการอ่าน เขียน คิดคำนวณ ตลอดจนศิลปะ ร้องรำทำเพลง พลศึกษา คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ และมีการพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง
อนุบาลแสงโสม เริ่มรับเข้าเรียน : เริ่มรับสมัครเข้าเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุประมาณ 2 ปี – ระดับประถมศึกษา
ข้อมูลติดต่อ :
- อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น โทร. 0-2585-6433, 0-2585-5316 http://www.sangsomschool.com
- อนุบาลแสงโสม สัมมากร โทร. 02-954-4722 , 02-954-4723 http://kindergartensammakorn.sangsomschool.com/
สถานที่ตั้ง :
– อนุบาลแสงโสม ประชาชื่น เลขที่ 6 ซอย ประชาชื่น 32 ถนน ประชาชื่น เยื้องหมู่บ้านซิเมนต์ไทย
– อนุบาลแสงโสม สัมมากร เลขที่ 88/162 ซอยสัมมากร 2 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

9. โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์
ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ เด็ก ๆ ทุกคนคือผู้นำ โรงเรียนต้องการสร้างความใฝ่รู้ให้เด็ก ๆ รักในการค้นคว้า คิดหาเหตุผลอย่างถูกต้องโดยนำความสนใจของเด็กแต่ละคนมาสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบโดยวิธีธรรมชาติและสนุกสนาน เพื่อปลูกฝังแนวทาง ที่ถูกต้องสู่ความเป็นเอกบุคคลในแนวทางต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในตัวเด็กแต่ละคน ที่โรงเรียนอนุบาลมณีรัตน์ มิใช่แค่มาเรียน แต่เป็นการมารู้จักความสนใจของตนเอง และแลกเปลี่ยนความคิด เพื่อเป็นการเริ่มต้นค้นหาตัวตนของตนเอง เพื่อนำไปสู่ความเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 1 ปี 8 เดือนขึ้นไป จนถึงอนุบาล 3
ข้อมูลติดต่อ : http://www.maneerut.com
โทรศัพท์ : 0-2678-4612
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 2066/1 ซ.นราธิวาสราชนครินทร์ 18 ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพ

10. โรงเรียนอํานวยศิลป์
ปัจจุบันจัดการศึกษาระบบสองภาษาหลักสูตรไทยและอังกฤษ เป็นโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงเรียนการคิดแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย นักเรียนจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและโอกาสในการเรียนรู้ที่ตื่นเต้น น่าสนใจ ที่โรงเรียนจัดขึ้นตลอดทั้งปีการศึกษาระบบสองภาษา สองวัฒนธรรมของเราเป็นพลวัตที่มุ่งสู่การพัฒนาเด็กรอบด้านสร้างทัศนะมุมมองที่เป็นสากลและทัศนะของคนไทย
เริ่มรับเข้าเรียน : เปิดรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล อายุ 3 ปีขึ้นไป
ข้อมูลติดต่อ : https://www.amnuaysilpa.ac.th/
โทรศัพท์ : 0- 2354 5267
สถานที่ตั้ง : เลขที่ 304/1 ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม 10400
โรงเรียนอนุบาลในฝัน แต่ละที่มีแนวทางการสอนที่แตกต่างกันออกไป คุณพ่อคุณแม่ควรไปเยี่ยมชมโรงเรียนและสอบถามข้อมูลจากคุณครูเพิ่มเติม หรือพาลูกน้อยไปเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยนะคะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้วคุณแม่จะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เพราะทุกอย่างที่คุณแม่ทานเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยในท้องโดยตรงนี่เนอะ ของบางอย่างที่คุณแม่ทานเป็นปกติทุกวันอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนของบางอย่างที่เจอทีไรก็ต้องเบ้ปากอาจจะมีประโยชน์มากกว่าก็ได้ อาหารการกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อน้ำหนักและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงสมองของลูกน้อย แต่เราควรจะเลือกรับประทานอาหารแบบไหนดีล่ะ แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอดี ลองมาดูกัน! 1. โฟเลตโฟเลตหรือกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่มาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยปกติแล้วสาว ๆ บ้านไหนที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ คุณหมอก็จะแนะนำให้ซื้อโฟเลตมาทานเพื่อเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ท้องเลย เพราะเจ้าตัวโฟเลตนี้เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างระบบประสาท เซลล์สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้ารับสารอาหารตัวนี้เข้าไปไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้ทารกมีความพิการทางสมองได้ค่ะ ส่วนคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนท้องก็ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงคุณหมอก็จะสั่งโฟเลตให้ทานทุกวันเพื่อบำรุงอยู่แล้ว บำรุงตอนท้องก็ไม่ได้สายเกินไปค่ะ อีกอย่างอาหารหลาย ๆ อย่างที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันก็มีโฟเลตอยู่บ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ไข่แดง ตับ ฟักทอง แครอท ฯลฯ ที่สำคัญคือคุณแม่ควรจะทานโฟเลตให้ได้วันละ 400-800 ไมโครกรัมกันนะคะ 2. เนื้อสัตว์ต่าง ๆส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สำหรับคนท้องจะเป็นจำพวกเนื้อแดงอย่าง “เนื้อวัว” เพราะว่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องโลหิตจางของคุณแม่ได้ แล้วก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทารกเช่นกัน แต่เนื้อวัวที่คุณแม่ทานควรจะเป็นแบบไร้มัน หรือมันน้อยที่สุดนะคะ เพราะการที่คุณแม่ทานมันเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้คลื่นไส้หรือท้องอืดได้นะ เนื้อไก่นี่ก็เป็นอะไรที่แนะนำ เพราะมีโปรตีนสูงและจะช่วยเรื่องน้ำหนักของลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ก่อนก็เป็นพวกอาหารทะเล เพราะมีการตรวจพบสารปรอทในสัตว์ทะเลที่จับมาจากบางที่ค่อนข้างสูงเลยล่ะ […]
Ailebebe รุ่น Kurutto R The First 1 และ Kurutto R The First 2 เป็นคาร์ซีทเด็กแรกเกิดที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีนวัตกรรมความปลอดภัยล้ำสมัย ช่วยให้การเดินทางของลูกน้อยทั้งปลอดภัยและสะดวกสบาย และทั้ง 2 รุ่น มีคุณสมบัติที่เด่นและแตกต่างกัน ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย เราจะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับความแตกต่างเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับความต้องการของครอบครัวได้ค่ะ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท Ailebebe รุ่น Kurutto R ได้อย่างเหมาะสมกับลูกน้อยมากที่สุด มาเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยมและมีจุดเด่นอะไรบ้างนะคะ ทำไมต้องเลือก Ailebebe รุ่น Kurutto R ? 1. มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด : ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากสหภาพยุโรป R129 (i-Size) 2. การทดสอบที่แม่นยำ : ใช้เซ็นเซอร์วัดแรงกระแทกสูงสุดถึง 32 จุดบนหุ่นจำลอง และหุ่นไม่ได้รับการบาดเจ็บ 3. ทดสอบการชนที่เข้มงวด : ทดสอบการชนที่ความเร็ว 70-100 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด […]
เมื่อลูกน้อยถึงวัยเริ่มกินอาหารเสริมนอกจากนมแม่ ซึ่งก็คือในช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป หากลูกเริ่มนั่งได้เก่งขึ้น สามารถนั่งได้เองโดยที่ไม่ต้องประคอง และเริ่มชอบเอามือหยิบจับสิ่งต่าง ๆ เข้าปาก นั่นแสดงว่าลูกน้อยของเราพร้อมที่จะกินอาหารเสริมได้แล้ว ในบางบ้านอาจจะคุ้นเคยกับการเตรียมอาหารเด็กอ่อนโดยการปั่นหรือบดละเอียดและป้อนให้ลูก แต่หลาย ๆ บ้านก็อาจจะใช้วิธีฝึกให้ลูกกินอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า BLW (Baby-Led Weaning) แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม อุปกรณ์สำคัญอย่างโต๊ะกินข้าวเด็กก็เป็นของที่ต้องมี และถ้าเลือกให้ดีก็จะใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่เล็กจนโต แล้วจะมีวิธีการเลือกอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี ? BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากแล้วค่ะ โต๊ะกินข้าวเด็ก สำคัญอย่างไร ? ควรเลือกแบบไหนดี ? โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นมีความแตกต่างจากโต๊ะทั่ว ๆ ไป โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโต๊ะที่เรียกว่า High Chair โดยเป็นชุดเก้าอี้กินข้าวเด็กที่มีโต๊ะพับมาให้แบบครบชุด สามารถใช้งานได้หลายแบบ บางรุ่นสามารถพกพาออกไปข้างนอกได้ด้วย และยังมีเข็มขัดนิรภัยเพื่อป้องกันเด็กพลัดตกเก้าอี้ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งบางที่อาจเรียกว่าโต๊ะกินข้าวเด็ก หรือบางที่ก็เรียกว่าเก้าอี้กินข้าวเด็ก หรือ อาจเรียกรวม ๆ ว่าชุดโต๊ะเก้าอี้กินข้าวของเด็ก แต่จะเรียกแบบไหน ก็หมายถึง High Chair ที่นั่งกินข้าวของเด็กเล็กโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกลูกให้กินข้าวด้วยตัวเองแบบ BLW ซึ่งการฝึกลูกกินข้าวเอง […]
หากคุณแม่กำลังเลี้ยงลูกอยู่บ้านตลอดเวลา และให้นมแม่แก่ลูกน้อยแบบ 100% อยู่ คงจะยังไม่ต้องหาข้อมูลหรือกังวลกับการเลือกซื้อขวดนมหรือจุกนมให้ลูกมากนักเพราะยังไม่ได้ใช้ แต่เมื่อไรที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน ไปทำธุระข้างนอก หรือต้องให้นมแม่กับลูกด้วยขวดนมแล้ว สิ่งที่ต้องนึกถึงคือการเลือกขวดนมและจุกนมที่จะช่วยให้ลูกกินนมแม่ได้เต็มอิ่ม สบายท้อง ไม่ดูดลมเข้าไปและไม่เสี่ยงต่อการแน่นท้อง หรือร้องโคลิก และที่สำคัญจุกนมที่เลือกให้ลูกนั้นควรจะมีคุณสมบัติที่คล้ายการดูดจากเต้านมแม่ เพื่อให้ลูกน้อยไม่สับสนระหว่างเต้านมกับขวดนม ยอมกินนมแม่จากขวด และยอมกลับมากินนมแม่จากเต้าคุณแม่ได้เสมอ เราจึงมาแนะนำให้คุณแม่รู้จักกับจุกนมคอแคบ และจุดนมคอกว้าง เพื่อให้คุณแม่หลายๆ ท่านที่ยังไม่รู้จัก ได้เห็นถึงความแตกต่าง และตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม ถูกใจ ลูกน้อยอิ่มนมได้เต็มที่โดยไม่มีปัญหาสุขภาพมาฝากกัน ชวนแม่เรียนรู้เรื่องจุกนมลูก เพราะลูกน้อยวัยทารกจะเคยชินกับการกินนมจากอกคุณแม่ เมื่อต้องมากินนมจากขวดจึงอาจสับสนและมีปัญหา คุณแม่จึงควรพิถีพิถันพิจารณาเลือกใช้จุกนมที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกน้อยดูดนมได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยควรศึกษาเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้ ขนาดของจุกนมที่แตกต่างว่าเหมาะกับลูกวัยไหน วิธีทำความสะอาดและการเก็บรักษาจุกนมให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานเสมอ เรื่องน่ารู้ของ ปลายจุกนม เนื่องจากแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะในการใช้งาน นั่นคือ– ปลายจุกนมเป็นรูวงกลม มักเป็นรูจุกนมที่ช่วยให้น้ำนมไหลได้ง่าย คือแม้ลูกจะไม่ดูด น้ำนมก็ไหลผ่านออกได้จึงเป็นจุกนมที่ช่วยให้ลูกดูดนมง่าย ไม่ต้องใช้แรงเยอะ– ปลายจุกนมเป็นรูตัว Y (Three-Cut) เป็นจุกนมที่หากไม่ดูดนมจะไม่ไหล ต้องใช้แรงดูดของลูกให้น้ำนมไหลผ่านออกมา (ยกเว้นเป็นจุกนมสำหรับเด็กที่มีภาวะพิเศษดูดนมเองไม่ได้ จะมีการทำให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น)– ปลายจุกนมเป็นรูกากบาท (Cross-Cut) มักเป็นจุกนมที่ต้องใช้แรงดูดเหมือนรูตัว Y คือหากลูกไม่ดูดนมจะไม่ไหล น้ำนมจะออกมามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดูดของลูกเอง ช่วยป้องกันอาการสำลักให้ลูกน้อยได้นอกจากนี้รูของปลายจุกนม […]
คุณแพรว เพชรแพรว อัครเตชวาทิน หรือแม่แพรว จากเพจ PRAEW ที่หลายคนรู้จักกันดีในบทบาทของ Influencer สายแม่และเด็ก ที่แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกเชิงบวกได้อย่างดี ซึ่งเราจะเห็นได้จากกน้อง เฌอลินน์ ลูกสาวคนโตที่โตขึ้นมาเป็นเด็กอารมณ์ดี มีความสามารถ ทำให้ใครหลายๆคนหลงกับความน่ารักของน้อง เฌอลินน์ ไปตามๆกัน และล่าสุดต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแพรว กับการคลอดลูกคนที่ 2 ที่มีชื่อว่า เมอฌินน์ หรือฉายา เจ้าลูกชิ้น ลูกชายคนแรกของแม่แพรวด่วยค่ะ และถ้าใครเคยตาม หรือเคยเข้าไปดูเพจ PRAEW จะรู้ว่า แม่แพรวจะ Post Content ให้ความรู้ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกไว้เป็นจำนวนมาก และล่าสุด คุณแพรวก็ได้แชร์ประสบการณ์การใช้คาร์ซีทในวันแรกที่พาน้อง เมอฌินน์ ออกจากโรงพยาบาล วันนี้ทาง BabyGift ขอนำมาแชร์ต่อค่ะ พร้อมพามาดูกันว่า คาร์ซีทที่น้อง เมอฌินน์ ใช้คือคาร์ซีทรุ่นไหน คุณแพรว ได้แชร์ไว้ว่า ทุกครั้งที่นั่งรถ แพรวต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีททุกครั้งค่ะ เพราะสำหรับแพรวความปลอดภัยของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับคาร์ซีทที่แพรวเลือกให้เมอคือ คาร์ซีท Ailebebe Kurutto ค่ะ อันนี้เป็นรุ่น 6 รุ่นใหม่ของเค้าค่ะ คุณแพรว ยังบอกอีกว่า ที่แพรวเลือกรุ่นนี้เพราะแพรวมั่นใจคือเรื่องความปลอดภัยของเค้าค่ะ เค้ามีเทคโนโลยีพิเศษที่เพิ่มความปลอดภัยที่ทำให้เมอปลอดภัยมากขึ้นเวลาที่นอนอยู่บนคาร์ซีท วัสดุดีมาก! มีมาตรฐานรองรับจากโรงงานประเทศญี่ปุ่นและความปลอดภัยระดับยุโรป เบาะก็ Support ดี สบาย ระบายอากาศได้ ไม่อึดอัดเลยค่ะ ปรับเอนนอนได้ นั่งทุกครั้งเมอฌินน์หลับปุ๋ยตลอด ติดตั้งง่ายด้วยระบบ Isofix ที่สำคัญที่มามี๊แฮปปี้ที่สุด […]
ลูกน้อยที่ทั้งฉลาดและอารมณ์ดี คือลูกน้อยที่คุณแม่ทุกๆ บ้านใฝ่ฝัน ว่าแต่คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า ทั้งความฉลาดและความอารมณ์ดีนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องของโชคหรือดวงหรอกนะ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถปลูกฝังและฟูมฟักได้ตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในท้อง สำหรับบทความนี้ เรามีวิธีง่ายๆ ที่คุณแม่ท่านไหนก็ทำได้ที่บ้านมาฝากกัน ลองไปดูกันเลยค่ะ 1. อารมณ์ลูกเริ่มจากแม่ คุณแม่อาจจะเคยได้ยินมาว่าอารมณ์ของคุณแม่จะส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์ ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นเลยที่บอกว่าแม่ที่เครียดตอนตั้งครรภ์ หรือเป็นซึมเศร้านั้นจะส่งผลต่อบุคลิกภาพและอารมณ์ของลูกน้อย อันนี้ก็เพราะว่ามันจะมีฮอร์โมนตัวนึงที่เรียกว่าคอร์ติซอล ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยในท้องค่ะ ในทางกลับกัน ถ้าคุณแม่ทำอารมณ์ตัวเองให้ดีและสดใสอยู่เสมอ ร่างกายก็จะลดการหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลเสียตัวนี้ แล้วก็ไปเพิ่มฮอร์โมนตัวดี ที่ไปช่วยกระตุ้นการพัฒนาและการรับรู้ต่างๆ แทนนั่นเองค่ะ 2. อ่านนิทานให้ลูกน้อยฟัง ลูกน้อยจะเริ่มรับรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณแม่ตั้งแต่ 2-3 เดือนเลยนะ แถมพอเข้าเดือนที่ 3-4 ประสาทหูก็จะทำงานดีขึ้นด้วยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ก็เริ่มพูดคุยกับเค้าตอนนี้ได้เลย นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรจะอ่านนิทานให้เค้าฟัง เพราะนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการด้านการได้ยินของลูกน้อยแล้ว ยังเป็นสิ่งที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับคุณแม่อีกด้วยนะ 3. เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม อาหารที่เหมาะสมจะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตและการสร้างเซลล์ต่างๆ ส่วนอาหารที่คุณแม่ควรรับประทานก็อย่างเช่น 4. ส่องไฟกระตุ้นการมองเห็น ตอนอายุครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน ลูกน้อยจะเริ่มพัฒนาด้านการมองเห็น และจะสามารถเห็นแสงไฟส่องทะลุผนังหน้าท้องของคุณแม่เข้ามาได้ค่ะ เพราะฉะนั้นการส่องไฟที่หน้าท้องก็ถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการและเซลล์สมองส่วนรับภาพได้เหมือนกันนะ วิธีการเล่นกับลูกน้อยด้วยการใช้ไฟส่องก็คือ ให้คุณแม่ใช้ไฟฉายมาวนเป็นวงกลมที่หน้าท้องรอบๆ สะดือ ลูกจะขยับตอบรับกับแสงไฟนั้นให้คุณแม่รู้สึกได้ […]
