ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนเช็กลิสต์อาหารที่คุณแม่ไม่ควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย !

การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง 

เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม ! 

นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ 

ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? 

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ 

  1. แอลกอฮอล์ : อันดับแรกเลยที่ห้ามเด็ดขาด คือแอลกอฮอล์ค่ะ เพราะว่าเมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะถูกดูดซึมเข้าสู่น้ำนมได้ภายในระยะเวลา 30-60 นาทีหลังจากดื่ม และปริมาณแอลกอฮอล์ในน้ำนมจะคงอยู่นานประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อการดื่ม 1 แก้ว มีผลทำให้ทารกนอนไม่หลับ ซึม กระสับกระส่าย และที่สำคัญคือส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของลูกอีกด้วย 
  2. คาเฟอีน : จริงๆ แล้วจะไม่แนะนำให้กินของที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนค่ะ แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถกินได้นะคะ แต่ควรจำกัดปริมาณไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากคาเฟอีนจะถูกขับออกทางน้ำนมประมาณ 1% ของปริมาณที่แม่ได้รับ ซึ่งทารกจะไม่สามารถขับคาเฟอีนออกจากร่างกายได้ดีเท่ากับผู้ใหญ่ ดังนั้นหากได้รับคาเฟอีนมากเกินไป อาจทำให้ทารกนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายได้นั่นเองค่ะ 
  3. อาหารรสจัด : อาหารรสจัดอาจส่งผลให้น้ำนมของแม่มีรสชาติเปลี่ยนไป เมื่อลูกน้อยดื่มน้ำนมที่มีรสจัด อาจทำให้เกิดอาการ เช่น หงุดหงิด ร้องไห้ไม่หยุด นอนไม่หลับ รู้สึกไม่สบายตัว ตื่นบ่อย เป็นต้น 
  4. อาหารทะเล : แม้ว่าอาหารทะเลจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนและกรดไขมันโอเมก้า 3 แต่แม่ให้นมก็ควรระมัดระวังในการกินค่ะ เนื่องจากอาหารทะเลบางชนิดอาจมีการปนเปื้อนของสารปรอท ซึ่งอาจส่งผ่านไปยังน้ำนม ส่งผลเสียต่อระบบประสาทส่วนกลาง และพัฒนาการของทารกได้ แต่หากจำเป็นต้องกินให้เลือกที่สด สะอาด คุณภาพดี และกินในปริมาณที่พอเหมาะค่ะ 
  5. ผลไม้รสเปรี้ยว : คุณแม่ให้นมลูก ห้ามกินอะไร ? หนึ่งในสิ่งที่ควรเลี่ยงก็คือ ผลไม้รสเปรี้ยวที่มีปริมาณกรดสูง เช่น ส้ม, มะนาว นั่นเองค่ะ เพราะหากว่าแม่กินมากเกินไป อาจส่งต่อน้ำนมทำให้ลูกอาจมีอาการ จุกเสียด แน่นท้อง รู้สึกไม่สบายตัว มีผื่นคันตามผิวหนัง หรือผื่นผ้าอ้อม ซึ่งหากคุณแม่ต้องการเสริมวิตามินซีในน้ำนม ก็สามารถเลือกกินผลไม้รสเปรี้ยวที่ไม่ได้มีกรดมากเกินไป เช่น สับปะรด หรือมะม่วง แทนได้ก็จะไม่ส่งผลต่อน้ำนมมากนักค่ะ 
  6. ผักตระกูลกะหล่ำ : แม่ให้นมควรระวัง หรือหลีกเลี่ยงการกินผักตระกูลกะหล่ำ เช่น กะหล่ำปลี, กระหล่ำดอก, บล็อกโคลี่ เป็นต้น เนื่องจากผักเหล่านี้อาจทำให้ทารกเกิดลมในกระเพาะ รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืด แน่นท้องได้นั่นเอง 
  7. กลุ่มอาหารที่มีโปรตีนสูง : อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น นมถั่วเหลือง ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วต่างๆ เป็นกลุ่มที่คุณแม่ให้นมไม่ควรกินค่ะ เนื่องจากเมื่อเด็กได้กินน้ำนมของแม่ที่กินอาหารพวกนี้แล้ว อาจทำให้เด็กมีโอกาสเกิดอาการแพ้ได้ เช่น ผื่นคัน หายใจมีเสียงดัง เป็นลมพิษ รวมถึงอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด แน่นท้องจากก๊าซ หรือท้องเสียได้ 

แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ? 

สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น BabyGift จะขอแนะนำเพิ่มเติมอีก 3 อย่าง ดังนี้ค่ะ 

  1. กระเทียม : ถึงแม้ว่าเราจะแนะนำไปว่า ให้นมลูก ห้ามกินอะไรที่มีรสจัด แต่มีข้อมูลที่ระบุว่ากระเทียมกลับมีประโยชน์ เพราะมีสารอัลลิซินที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม ทำให้แม่สามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้น แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปนะคะ 
  2. หัวปลี : หัวปลี คือส่วนดอกของต้นกล้วยที่มากไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินซี แถมยังมีคาร์โบไฮเดต โปรตีน และกากใยอาหารจึงช่วยบำรุงเลือดให้กับคุณแม่หลังคลอด ช่วยขับน้ำนม มีแคลอรี่ต่ำ ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนัก เรียกว่าเป็นอาหารสุขภาพที่ดีทั้งกับคุณแม่ และกลุ่มผู้ลดน้ำหนัก หรือกินมังสวิรัติด้วยค่ะ 
  3. ฟักทอง : หนึ่งในผักสารพัดประโยชน์ที่นิยมในหมู่คนลดน้ำหนัก นอกจากจะช่วยบำรุงสายตาแล้ว ช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกาย แถมยังเป็นผักเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่หลังคลอดอีกด้วย และนอกจากอาหารคาวแล้ว ฟักทองยังเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำของหวานที่อร่อย และได้ประโยชน์อีกด้วยค่ะ

ให้นมลูก กินน้ำอะไรได้บ้าง ? 

สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมที่กำลังสงสัยว่า ถ้าให้นมลูก จะกินน้ำอะไรได้บ้างนั้น เรามีไอเดียสำหรับเครื่องดื่มมาให้ลองเลือกดังนี้ค่ะ 

  1. น้ำดื่มสะอาด น้ำเปล่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแม่ให้นม เพื่อส่งเสริมให้ร่างกายได้รับน้ำที่เพียงพอ ให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้เพียงพอนั่นเองค่ะ 
  2. น้ำผลไม้ 100% เช่น น้ำมะพร้าว นอกจากจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังเป็นแหล่งวิตามินซี แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ควรระวังน้ำตาลที่สูงในผลไม้ ดังนั้นควรดื่มแต่พอดีนะคะ 
  3. น้ำขิง จะช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลิตน้ำนมได้ดีขึ้นตามไปด้วย  

สำหรับนมประเภทต่างๆ เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง ฯลฯ ควรระมัดระวังในการดื่ม เนื่องจากลูกของเราอาจจะแพ้ หรือท้องอืดได้ค่ะ 

คุณแม่ให้นม ควรออกกำลังกายแบบไหน ต้องระวังอะไรบ้าง ? 

สำหรับคุณแม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ก็ไม่ควรออกกำลังกายหนักทันที เพราะอาจทำให้เหนื่อยล้า ปวดเมื่อยได้ค่ะ แต่ว่าหากเป็นคุณแม่ที่ออกกำลังกายอยู่แล้ว การออกกำลังกายจะทำให้มีกรดแลกติกเพิ่มขึ้นในน้ำนม ซึ่งอาจทำให้น้ำนมมีรสขม และเปรี้ยว แต่ไม่ได้เป็นอันตรายนะคะ เพียงแค่ว่าลูกของเราอาจไม่อยากกินนมเพราะรสขมหรือเปรี้ยวได้ แต่หลังจากออกกำลังกาย 30 นาทีไปแล้ว ปริมาณกรดแลคติกก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ จึงแนะนำคุณแม่ว่าควรให้นมลูก หรือปั๊มนมออกก่อนออกกำลังกาย หรือว่ารอ 30 นาทีหลังจากออกกำลังกายก่อนแล้วค่อยให้นมอีกครั้ง นอกจากนั้นคุณแม่ไม่ควรออกกำลังกายให้หนักจนเกินไป ควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ สำหรับคุณแม่ที่สนใจท่าบริหารร่างกายหลังคลอด เราเจอข้อมูลคำแนะนำจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ลองดูเพิ่มเติมได้เลยค่ะ  

BabyGift แนะนำสินค้าเพื่อคุณแม่ให้นม

1. MOMMY BOOSTER น้ำหัวปลีน้ำผึ้งตะไคร้ 180 ml. แพค 15 ขวด

น้ำหัวปลีออร์แกนิค Mommy Booster ทำจากหัวปลีออร์แกนิคจากสวนเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดนครปฐม ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่ มั่นใจในคุณภาพได้เพราะมีการรับรองด้วยงานวิจัยจากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่เติมน้ำตาล และสารการบูด บำรุงเลือด บำรุงครรภ์ และ บำรุงน้ำนม 

จุดเด่น 

  • ดื่มได้ทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ และคุณแม่ให้นม ช่วยบำรุงเลือด บำรุงครรภ์ และบำรุงน้ำนม 
  • Mommy Booster มีส่วนผสมถึง 3 อย่าง ได้แก่ “น้ำหัวปลีเข้มข้น” ช่วยสร้างน้ำนม ทำให้น้ำนมข้น บำรุงเลือด มีการเติมความหวานจากธรรมชาติด้วย “น้ำผึ้ง” ไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วน ปลอดภัย ไม่มีสารเคมี และ “ตะไคร้” ที่ช่วยล้างสารพิษ ช่วยลดการอักเสบ 

2. BUNNE & MAMALADE เสื้อชั้นในปั๊มนม รุ่น Empow-Her สีดำ

BUNNE & MAMALADE เป็นเสื้อชั้นในปั๊มนมที่มาในดีไซน์ Sport เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ไร้โครงเหล็ก แต่โอบอุ้มเต้านมให้ทรงสวยได้ตลอด เป็นมนุษย์แม่ก็เท่ ปั๊มนมได้แบบ Hands Free และสามารถทำกิจกรรมอื่นไปด้วยได้ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีมินท์, สีดำ และสีเทา  

จุดเด่น 

  • เป็นเสื้อในดีไซน์ Sport ที่เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ มี ตะขอหลัง 5 ระดับ ช่วยซัพพอร์ตคอ บ่า ไหล่  
  • ตัวเนื้อผ้าหลักเป็นคอตตอนสัมผัสนุ่มสบาย ตัวผ้าซับเต้าที่มีรูปั๊มเป็นผ้าใยไผ่ที่จะให้สัมผัสนุ่ม และไม่ระคายเคืองผิว ทำให้สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่อึดอัด

3. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X

HAENIM รุ่น 7X ตัวนี้ผลิต และนำเข้าจากประเทศเกาหลีค่ะ ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย​ ปั๊มนมดูดลึกอย่างนุ่มนวล ปั๊มสบายไม่เจ็บเต้า ตอบโจทย์คุณแม่มือใหม่ คุณแม่ท้องแรกที่เพิ่งเคยปั๊มนม ปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 90 รูปแบบ​ 

จุดเด่น 

  • ตัวกรวยปั๊มมีให้เลือก 2 แบบ คือ กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่เจ็บเต้า ไม่ย้วยแบบซิลิโคนทั่วไป แถมยังมีปุ่มนวดกระตุ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกเยอะ และกรวยซิลิโคนแบบบางพิเศษ NexusFit™ Basic ออกแบบให้ไม่มีปุ่มนวด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกน้อย​  
  • มีโหมดจดจำ ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ปั๊มนมครั้งต่อไปสะดวก ประหยัดเวลา​ 
  • มีโหมด Mute เปิด-ปิด ไร้เสียง มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง​ 
  • มีขวดนม PA (Polyamide) ใสเหมือนแก้ว ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดี​
  • ระบบ 1 มอเตอร์ คุณแม่สามารถเลือกปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามต้องการ​ และมีระบบหยุดอัตโนมัติ หลังการปั๊มนม 30 นาที เพื่อความปลอดภัย 

ในระหว่างให้นม คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางประเภท เช่น แอลกอฮอล์ กาแฟ เนื้อสัตว์ดิบ อาหารทะเลที่มีสารปนเปื้อน รวมถึงอาหารรสเค็มหรือเผ็ดจัด เพื่อให้น้ำนมแม่มีคุณภาพดี เกิดประโยชน์สูงสุด และปลอดภัย เป็นประโยชน์ต่อลูกของเรานั่นเองค่ะ  และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการกระตุ้นน้ำนม ให้นมลูก อยากปรึกษาเรื่องให้นมลูก ห้ามกินอะไร ควรกินอะไรเพิ่มเติม หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

โดยส่วนใหญ่แล้ว หากต้องการพาทารก ขึ้นเครื่องบิน เพื่อความปลอดภัยคุณพ่อคุณแม่ควรพาไปเมื่อทารกอายุ 4-8 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ เนื่องจากว่าทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากการเดินทางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรงมากพอ อีกทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ บนเครื่องบินยังทำให้ทารกเกิดความเครียดได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในหลายๆ สายการบินมีการอนุญาติให้ขึ้นได้ตั้งแต่อายุ 7 วัน และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจเรื่องราวของการพาเด็ก ขึ้นเครื่องบินอย่างปลอดภัย พร้อมคำแนะนำต่างๆ ก่อนการพาลูกขึ้นเครื่องบินีกันค่ะ  ชวนเตรียมพร้อมก่อนพา เด็ก ขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมอะไร ? ต้องรู้อะไรบ้าง ?  ในแต่ละสายการบินมักจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการพาทารก ขึ้นเครื่องบินค่ะ บางที่ก็อนุญาติให้โดยสารได้ตั้งแต่ 7 วัน แต่บางที่ก็ต้องอายุ 14 วันก่อนถึงจะอนุญาติให้เดินทางได้ ซึ่งเอกสารที่ใช้สำหรับการเดินทางหลักๆ ก็จะเป็นใบสูติบัตร กับพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ ซึ่งหากมีเด็กโดยสารไปด้วย ผู้ปกครองจำเป็นต้องติดต่อสายการบิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลในวันเดินทางได้นั่นเอง ซึ่ง BabyGift ได้เช็กข้อมูลกับสายการบินที่อนุญาติให้ทารกเดินทางมาให้ประมาณ 3 สายการบิน พร้อมคำแนะนำต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูล เป็นไอเดียให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการพาเจ้าตัวจิ๋วขึ้นเครื่องบิน ดังนี้ค่ะ พาเด็ก ขึ้นเครื่องบิน การบินไทย  การบินไทยอนุญาติให้ทารก […]

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนอาจเคยได้ยินว่า การดื่มนมวัวมากในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้ลูกแพ้นมวัว จนเกิดความกังวลว่าควรงดนมไปเลยหรือควรเปลี่ยนไปดื่มนมชนิดอื่นแทน คำตอบคือ คุณแม่ที่ไม่แพ้นมวัวสามารถดื่มนมได้ตามปกติ และยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการดื่มนมวัวในปริมาณปกติระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกแพ้นมวัว สิ่งที่สำคัญกว่าการงดอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง คือการกินอาหารให้หลากหลาย สมดุล และเหมาะกับสุขภาพของคุณแม่แต่ละคน แม่ท้องจำเป็นต้องงดนมวัวเพื่อป้องกันลูกแพ้หรือไม่? โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องงด หากคุณแม่ไม่มีอาการแพ้นมวัวหรือไม่ได้รับคำแนะนำเฉพาะจากแพทย์ การงดนม ไข่ ถั่ว ปลา หรืออาหารที่มักก่อให้เกิดภูมิแพ้ระหว่างตั้งครรภ์ ยังไม่พบว่าช่วยลดโอกาสที่ลูกจะเกิดอาการแพ้อาหารได้ และการจำกัดอาหารโดยไม่จำเป็นอาจทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีน แคลเซียม หรือสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอ หากจำเป็นต้องงดนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร เพื่อวางแผนหาแหล่งโปรตีนและแคลเซียมทดแทนอย่างเหมาะสม แล้วแม่ท้องควรดื่มนมมากแค่ไหน? ไม่มีปริมาณเดียวที่เหมาะกับคุณแม่ทุกคน เพราะความต้องการขึ้นอยู่กับอาหารที่กินในแต่ละวัน สุขภาพ น้ำหนักตัว และคำแนะนำจากแพทย์ที่ดูแลครรภ์ คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มนมในปริมาณมากเพียงเพราะตั้งครรภ์ แต่ควรเน้นอาหารที่หลากหลายและได้รับสารอาหารครบถ้วน (อ่านบทความเพิ่มเติม : รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก) นมและผลิตภัณฑ์จากนมเป็นเพียงหนึ่งในแหล่งโปรตีนและแคลเซียมเท่านั้น แคลเซียมยังพบได้ในอาหารอื่น เช่น เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย งา ถั่ว และผักใบเขียวบางชนิด เลือกนมแบบไหนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์? คุณแม่สามารถเลือกดื่มนมได้ตามความเหมาะสม โดยพิจารณาจากโภชนาการและสุขภาพของตัวเอง ผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ถือว่าปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ขณะที่ผลิตภัณฑ์จากนมดิบหรือไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงจากเชื้อโรคในอาหาร หากคุณแม่แพ้นมวัวหรือดื่มแล้วไม่สบายท้อง ควรทำอย่างไร? อาการแพ้โปรตีนนมวัวและภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้เป็นภาวะเดียวกัน […]

การทำความสะอาดและ ฆ่าเชื้อขวดนม เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจมาก ๆ ไม่แพ้ขั้นตอนการ “เลือกขวดนม” และเลือกน้ำยาสำหรับ “ล้างขวดนม” เลยค่ะ เพราะลูกน้อยเบบี๋วัยแรกเกิดยังไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อโรคต่าง ๆ เหมือนผู้ใหญ่ การละเลย ไม่ใส่ใจในขั้นตอนการฆ่าเชื้อขวดนมนี้ อาจส่งผลให้ลูกน้อยเจ็บป่วยจากเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นได้ จากแต่เดิมวิธี ฆ่าเชื้อขวดนม ที่คุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าคือวิธีการ “ฆ่าเชื้อด้วยการต้ม” ซึ่งต้องใช้เวลานานเกินครึ่งชั่วโมง เพื่อรอให้น้ำร้อนถึงจุดเดือดที่จะสามารถฆ่าเชื้อได้ ซึ่งวิธีนี้ก็ยังทำให้ขวดนมเสื่อมสภาพเร็วอีกด้วย ปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการฆ่าเชื้อขวดนม ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความมั่นใจในเรื่องของการทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนมได้มากขึ้น มีวิธีใดบ้างนั้นเรามาดูกันค่ะ 1.การฆ่าเชื้อด้วยเครื่องนึ่งไฟฟ้า การฆ่าเชื้อด้วยการนึ่ง ถือเป็นวิธีการที่ง่าย และใช้ระยะเวลาสั้นกว่าการต้ม เพียงแค่เติมน้ำตามปริมาณที่กำหนด วางฐานรองนึ่งให้เข้าที่ นำขวดนมที่ถอดชิ้นส่วนล้างอย่างสะอาดแล้ว มาวางคว่ำลง แล้วปิดฝากดปุ่มให้เครื่องทำงาน เครื่องจะทำให้น้ำที่เราเติมไปเดือดและละเหยไอน้ำให้ลอยขึ้นไปฆ่าเชื้อ หลังจากเครื่องทำงานเสร็จ เพียงนำที่คีบขวดนมออกมามาผึ่งให้แห้งก็สามารถนำไปใช้งานต่อได้อย่างสบายใจค่ะ ข้อดี  – สะดวก ใช้งานง่าย และเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก และเป็นวิธีที่ผู้ใหญ่ในบ้านน่าจะคุ้นเคยกันดีข้อเสีย  – ต้องหมั่นล้างคราบตระกรันบริเวณถาดใส่น้ำด้านล่างให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเชื้อรา และเชื้อโรคบางชนิดแอบแฝงได้ 2.การฆ่าเชื้อด้วยไมโครเวฟ วิธีนี้ถือเป็นหลักการเดียวกับเครื่องนึ่งไฟฟ้า คือเป็นการทำให้น้ำเดือดและละเหยเป็นไอน้ำขึ้นมาฆ่าเชื้อ เหมาะสำหรับบ้านที่มีเครื่องไมโครเวฟอยู่แล้ว หรือผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา […]

เรื่อง : สิริพร ความปลอดภัยของลูกน้อยในวัยเบบี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกค่ะ คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ เรื่องแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ควรมองข้ามนะคะ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่มากันดูค่ะว่ามีเรื่องไหนที่เราเคยทำ แล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กกันบ้าง มีถุงพลาสติก หรือลูกโป่งอยู่ใกล้ตัวเบบี้ ? อย่ามองข้ามถุงพลาสติกที่คุณแม่ใส่ของหิ้วเข้าบ้านนะคะ เพราะหากเอาของออกแล้ว ไม่ทันเก็บให้ดี เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อาจเผลอหยิบเล่นเข้าปาก หรือครอบหัวจนหายใจไม่ออก ส่วนลูกโป่งหากแตก เศษลูกโป่งก็อาจกระเด็นเข้าตา หรือดีดใส่หน้าจนได้รับอันตรายได้ Safety for baby : เจ้า ตัวเล็กอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นอยากสำรวจสิ่งใกล้ตัว ฉะนั้นความสะอาด และความปลอดภัยของสิ่งของที่ลูกจะคว้าจับได้จึงสำคัญ คุณแม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น หากมีลูกโป่ง หรือของที่ลูกสามารถบีบแตกได้อยู่ในบริเวณที่ลูกคว้าจับได้ง่าย คุณแม่ต้องรีบเก็บให้ห่างจากมือลูกโดยเร็ว แต่หากลูกอยากเล่นของเล่นลูกกลม ๆ ก็ลองหาลูกบอลที่เป็นผ้านุ่มนิ่ม ที่ไม่อันตรายจะดีกว่าค่ คุณพ่อสูบบุหรี่ตอนเบบี้ไม่อยู่บ้าน ? ควันบุหรี่ที่ถูกพ่อออกมาเป็นสารพิษชนิดเดียวกันกับที่สูบเข้าไปค่ะ ถึงคุณพ่อจะสูบตอนที่ลูกเบบี้ไม่อยู่บ้าน หรือไม่อยู่บริเวณนั้นขณะสูบ สารพิษนี้ก็คงยังล่องลอยอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศและคนในบ้านแย่ตามไปด้วย  Safety for baby : หากอยากจะให้เจ้าตัวเล็กของเราห่างไกลจากควันบุหรี่ คุณพ่อไม่ควรสูบบุหรี่ที่บ้านเลยดีที่สุดค่ะ และพยายามจัดบรรยากาศทั้งในและนอกบ้านให้ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกอยู่ เสมอ เช่น มีการกำจัดฝุ่นตามโต๊ะ ตู้ พื้นห้องทุกวัน […]

ไขข้อสงสัยที่สาวๆอยากรู้ “แม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม?” วันนี้ Baby Gift มีคำตอบค่ะ ปัจจุบันการศัลยกรรมเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงและเข้าถึงทุกเพศทุกวัยทั่วโลก โดยเฉพาะการอัพไซส์ แม่เสริมหน้าอก เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นสาวๆจะมีหน้าอกที่สวยงามและขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ รวมถึงมีร่องอกที่ชิดและชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้สาวๆเกิดความมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อสาวๆนิยมหันมาเสริมหน้าอก กันมากขึ้นจนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า คุณแม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถให้นมลูกได้ตามปกติและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะปัจจุบันการเสริมหน้าอกใช้เทคนิคใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม  ซึ่งอยู่คนละส่วนกับที่ใช้ผลิตน้ำนม และไม่ได้มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม ส่วนในกรณีที่คุณแม่เสริมหน้าอกลังเลเรื่อง คุณแม่เสริมหน้าอก สามารถปั๊มนมได้ไหม? คำตอบคือ ทำได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถปั๊มนมได้ตามปกติ โดยเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีคุณภาพ รองรับการปั๊มนมสำหรับคนที่เสริมหน้าอก  อย่างไรก็ตาม การเสริมหน้าอกควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และเพื่อความสบายใจของคุณแแม่ควรปรึกษาคุณหมอในการวางแผนมีลูกเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นกรณีไป ได้คำตอบแบบนี้แล้วคุณแม่มั่นใจหายห่วง เตรียมพร้อมรับมือเตรียมตัวเป็นคุณแม่กันดีกว่าค่ะ

มาช่วงหลัง ๆ นี้เราจะได้ยินคำว่า Baby Shower กันบ่อยมาก โดยเฉพาะในเหล่าดาราคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ก่อนจะไปดูไอเดียสนุก ๆ คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า Baby Shower คืองานอะไรกันแน่? Baby Shower คืออะไร? พอได้ยินคำว่า Baby Shower ปุ๊ป คุณแม่บางบ้านอาจเห็นภาพฝักบัวลอยมาเลย ไม่แปลกค่ะ เพราะว่างานนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในเมืองไทย แต่เป็นงานที่มีความนิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศทางฝั่งตะวันตก อธิบายง่าย ๆ ก็คือ Baby Shower เป็นงานรวมญาติสนิทมิตรสหายเพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับลูกน้อยของเราที่กำลังจะลืมตามาดูโลก โดยหลัก ๆ แล้ว แขกแต่ละคนก็จะนำของติดไม้ติดมือมาให้เพื่อเป็นของขวัญรับขวัญหลาน หรือบางคนก็อาจจะให้เป็นเงินทอง ส่วนใหญ่แล้วงาน Baby Shower ก็จะจัดขึ้นในไตรมาสที่ 3 นะคะ ไม่ช้าไม่เร็ว มาค่ะ เรามาดูกันว่านอกจากจะแค่ชวนเพื่อน ๆ มาพบปะกันแล้วเราจะจัดงาน Baby Shower แบบไหนกันได้บ้าง ไอเดียการจัด Baby Shower แบบคิวท์ ๆ 1. […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event